ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 115 รวมพล ณ โรงเดิมพันศิลาเหยาฉือ มู่อวี่เซิงพิสูจน์ศิลา!

            มู่เสินฉวนเดินเคียงข้างมู่เยว่เหยาไปในเมืองศักดิ์สิทธิ์นานๆ ทีจะถูกผู้มีใจบางคนส่งสายตาแปลกๆ มาให้

            ซึ่งไม่ใช่เพราะจำอัตลักษณ์ของพวกเขาได้แต่เป็นเพราะรูปลักษณ์ของทั้งสองโดดเด่นเกินจริงราวกับเทพเซียนและเทพธิดาที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียวแสงสว่างเจิดจ้านั้นชวนให้ผู้คนยากที่จะเลี่ยงมอง

            จากนั้นร่างของทั้งสองก็เริ่มท่องไปตามโรงเดิมพันศิลาของแต่ละขั้วอำนาจ

            แดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนเสียเปรียบในการรบที่แคว้นทางเหนือเมื่อคราก่อนไม่สามารถแย่งชิงพื้นที่รอบเหมืองบรรพกาลมาได้

            ดังนั้นศิลาที่พวกเขานำออกมาจึงมีผู้ฝึกตนมาถามไถ่น้อยมาก

            โรงเดิมพันศิลาของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงและตระกูลจีกลับมีลูกค้าเนืองแน่นเป็นพิเศษ

            ศิลาสีน้ำตาลเทาที่แฝงไว้ด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาถูกตัดเปิดออกอย่างต่อเนื่อง

            บางครั้งก็มีแก่นกำเนิดเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์โลหะล้ำค่า และวัตถุศักดิ์สิทธิ์แห่งฟ้าดินที่หายากอยู่ข้างในซึ่งส่งแรงสะเทือนไปถึงผู้ฝึกตนจำนวนมาก

            ในขณะเดียวกันเหนือเมืองศักดิ์สิทธิ์พลันปรากฏแสงเรืองรอง ตำหนักเซียนลอยฟ้าขนาดมหึมาค่อยๆร่อนลงมา

            ต่อจากนั้นแสงนับสิบสายก็วูบวาบหายไปตกลงไปยังพื้นที่แห่งหนึ่งภายในเมืองศักดิ์สิทธิ์โดยตรง

            ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือมองไปยังมู่อวี่เซิงนางเคยได้ยินชื่อเสียงของเขาในฐานะปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดมาก่อนจึงเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มว่า "หนุ่มน้อยศิลาที่เจ้าแบกมาจากแคว้นทางเหนือก้อนนี้ คงมีสิ่งที่ไม่ธรรมดาซุกซ่อนอยู่เป็นแน่"

            "สู้มาตัดที่โรงเดิมพันศิลาของเหยาฉือข้าดีหรือไม่"

            ส่วนเหยาซีที่อยู่ด้านข้างได้ยินเช่นนั้นดวงตางามก็ฉายแววประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด

            ท้ายที่สุดหากสามารถตัดของดีจากโรงเดิมพันศิลาของพวกนางได้ก็เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ จึงไม่มีเหตุผลให้ต้องปฏิเสธ

            "ก็ดี!" มู่อวี่เซิงยิ้มกว้างตอบรับไม่ลังเล

            สำหรับเขา ตัดที่ไหนก็เหมือนกัน

            แต่หากศิลาก้อนนี้เป็นเหมือนครั้งก่อนสิ่งที่ต้องเผชิญหน้าก่อนใครก็คือแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ!

            ก็คงโทษเขาไม่ได้ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะผู้อาวุโสสูงสุดแห่งเหยาฉือเป็นผู้เอ่ยปากเชิญชวนเอง

            "ดีจริงๆ!" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งเหยาฉือหารู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังเหล่านั้นจึงพยักหน้าด้วยความยินดียิ่ง

            จากนั้นก็ยกมือส่งพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาหลายสายศิลาก้อนแล้วก้อนเล่าถูกขนส่งออกมาจากตำหนักเซียน ตกลงไปยังโรงเดิมพันศิลาเหยาฉือ

            ชั่วขณะนั้นโรงเดิมพันศิลาทั้งหมดกลับสว่างไสวไปด้วยแสงไฟที่แผดจ้าจนแสบตา

            "โรงเดิมพันศิลาของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือเปิดแล้ว!"

            "พวกนางเป็นถึงคนจากเหยาฉือศิลาเหล่านั้นจะต้องไม่ธรรมดาแน่!"

            "เร็ว! รีบไปดูกัน!" ผู้ฝึกตนจำนวนมากสังเกตเห็นลำแสงพุ่งมาจากทางเหยาฉือจึงต่างก็พากันแห่ขบวนไป

            ในไม่ช้าข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองศักดิ์สิทธิ์

            ผู้ฝึกตนในโรงเดิมพันศิลาของแต่ละขุมอำนาจต่างก็ได้รับข่าวสารแล้วพากันจากไป

            แม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงและตระกูลจีที่เพิ่งมีลูกค้าเนืองแน่นก็กลับกลายเป็นสถานที่ร้างว่างเปล่า 

            ผู้มีอิทธิพลจำนวนมากโกรธจนหน้าเขียวแต่ก็มิอาจทำสิ่งใดได้

            ท้ายที่สุดแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือนั้นตั้งมั่นอยู่ในแดนเหนือมาหลายปีมีเคล็ดวิชาลับมากมายที่ไม่อาจล่วงรู้

            หากสามารถขนส่งศิลาออกมาจากส่วนลึกของเหมืองบรรพกาลได้พลังเหล่านั้นคงเกินกว่าที่แดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ จะเอื้อมถึง

            "ผู้นำตระกูลศิลาของเหยาฉือมาถึงแล้ว"

            "พวกเราก็ไปดูกันเถิด"

            "บางทีอาจมีของทั้งสองอย่างนั้นอยู่ก็ได้นะเจ้าคะ"

            ดวงตางามของมู่เยว่เหยาเป็นประกายขึ้นพร้อมถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

            นางใส่ใจต่อพี่น้องร่วมสายโลหิตทั้งสองที่เพิ่งเกิดมาของตระกูลมู่เป็นอย่างยิ่ง

            ไม่อยากเห็นพวกเขาเป็นเพียงกายเปล่าหรือต้องจบชีวิตลงในวัยที่กำลังรุ่งโรจน์

            "เหยาฉืออย่างนั้นหรือ..."

            มู่เสินฉวนลังเลอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็พยักหน้าช้าๆ กล่าวว่า "ดี ไปกันเถิด"

            ด้วยเหตุนี้คนทั้งสองจากตระกูลมู่ก็เดินตามฝูงชนมุ่งหน้าไปยังโรงเดิมพันศิลาของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ

            …

            โรงเดิมพันศิลาของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ทั่วทั้งเมืองศักดิ์สิทธิ์พลันปั่นป่วนไม่รู้ว่ามีผู้ฝึกตนจำนวนเท่าใดที่แห่ไปยังที่แห่งนั้นแม้แต่ถนนที่กว้างขวางของเมืองศักดิ์สิทธิ์ก็ยังถูกปิดกั้นไม่สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้อีก

            "นี่มันเกินไปแล้ว!"

            "ถึงแม้ว่าศิลาของเหยาฉือจะดีแต่ราคาแพงชะมัด ไม่น่าจะมีคนแย่งซื้อกันมากขนาดนี้สิ!!"

            "รอต่อแถวถึงโรงเดิมพันศิลาคงเป็นชาติหน้าแล้วข้าไม่ไปแล้ว"

            "น้องชาย เจ้ามันคนนอกที่นี่มีใครไปเสี่ยงโชคกันจริงๆ บ้างเล่า!"

            "ทั้งหมดนี้เพื่อยลโฉมของธิดาศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือต่างหากเล่า"

            "อะไรนะ!ธิดาศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือถึงกับลงมายังเมืองศักดิ์สิทธิ์เลยหรือ!"

            "เช่นนั้นศิลาก็ต้องดูให้ดีๆหน่อยสิ!"

            "หลีกไปๆ อย่าขวางทางข้า!"

            "..."

            ไม่นาน ร่างสองร่างก็มาถึง

            "ท่านผู้นำตระกูล...คนเยอะมากเลยเจ้าค่ะ"

            มู่เยว่เหยาจ้องมองฝูงชนหนาแน่นที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง

            ต่อให้ต่อแถวเข้าไปถึงข้างในแล้วให้ศิษย์ของเหยาฉือตรวจตราประจำแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนก็ดูจะต้องใช้เวลาอีกนาน

            มู่เสินฉวนขมวดคิ้วเสื้อคลุมสีขาวที่สวมใส่อยู่นั้นปลิวไสวเองโดยไร้ซึ่งลมพัดแล้วพลันระเบิดกลิ่นอายที่แข็งแกร่งออกมา

            ตูม!

            คลื่นลมที่น่าสะพรึงกลัวสลายผู้ฝึกตนที่อยู่เบื้องหน้าในชั่วพริบตา

            "เอกะ!"

            "มีผู้แข็งแกร่งที่สุดในระดับเอกะมาแล้ว!!!"

            ผู้ฝึกตนทั้งหมดที่ถูกสลายตัวต่างก็รีบเก็บงำสีหน้าขุ่นเคืองและแสร้งเปลี่ยนเป็นหวาดผวาก่อนจะเลี่ยงหลบไปอยู่ด้านข้างอย่างว่าง่าย แยกออกเป็นช่องให้คนที่เดินผ่าน

            "ไปกันเถิด" แววตาเย็นชาดั่งสายน้ำ กล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา

            "เจ้าค่ะ!"

            มู่เยว่เหยารีบวิ่งตามไปติดๆ

            ผ่านไปครึ่งก้านธูปทั้งสองก็มาถึงหน้าประตูโรงเดิมพันศิลาของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ

            หลังจากแสดงตราของแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนออกมาพวกเขาก็เข้าไปข้างในได้อย่างง่ายดาย

            โรงเดิมพันศิลาของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือแห่งนี้แตกต่างจากในแคว้นเหนือและดูจะมีชีวิตชีวากว่ามาก

            ภายในสวนศิลาแต่ละแห่งวางเรียงรายไปด้วยหินศิลาตามข้างทางก็ปลูกต้นไม้โบราณและป่าไผ่ไว้แน่นขนัดเมื่อก้าวเข้าไปด้านในก็ดูคล้ายป่าดิบชื้น

            สวนศิลาที่นี่แบ่งออกเป็นสามระดับโดยรวม

            สวรรค์ ปฐพี มนุษย์

            ราคาของศิลาในสวนศิลาสวรรค์โดยทั่วไปนั้นสูงที่สุดและเป็นสถานที่ที่ค้นพบของล้ำค่าได้ง่ายที่สุด

            มู่เสินฉวนไม่ได้ลังเลมากนักพามู่เยว่เหยาเดินตรงเข้าไปในสวนศิลาสวรรค์

            ในตอนนี้ ผู้ที่ควรมาก็มากันเกือบหมดแล้ว

            ส่วนใหญ่เป็นผู้แข็งแกร่งรุ่นก่อนที่แผ่กลิ่นอายแห่งวิถีอันแข็งแกร่งออกมาจากร่าง 

            ยังมีอัจฉริยะรุ่นเยาว์บางคนที่เพ่งมองไปยังที่แห่งหนึ่งเป็นจุดเดียว

            แท่นริมน้ำที่อยู่ทางนั้นเป็นที่นั่งของผู้อาวุโสสูงสุดของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ และเหยาซีธิดาศักดิ์สิทธิ์ของพวกนาง

            นางได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสตรีที่งดงามที่สุดของแคว้นตงฮวงรูปร่างหน้าตางสวยไร้ที่ติ แต่กลับมักจะเผยโฉมออกมาด้วยผ้าคลุมหน้าไม่มีผู้ใดเคยเห็นรูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของนาง

            ถึงอย่างนั้นก็ยังพอเดาได้ว่านางต้องมีรูปลักษณ์งดงามเหนือทุกสิ่ง เป็นเสน่ห์ที่ล่มบ้านล่มเมืองจริงๆ

            และในตอนนี้เมื่อผู้แข็งแกร่งจากขุมอำนาจต่างๆ มาถึงผู้อาวุโสหลายท่านของเหยาฉือมิได้เร่งรีบขายแต่กลับจับจ้องไปยังร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งจนผู้แข็งแกร่งจำนวนมากต่างก็สงสัยว่า ไอ้เด็กนี่มันใครกัน?

            ผ่านไปหลายอึดใจมู่อวี่เซิงแบกศิลาขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง ค่อยๆเดินไปยังใจกลางสวนศิลาสวรรค์โดยไม่ใส่ใจต่อสายตาแปลกประหลาดที่มองมา

            จิตใจทั้งหมดไปจดจ่ออยู่ที่ศิลาเบื้องหน้าแล้วดวงตาของเขาก็ค่อยๆ ร้อนขึ้น!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน