เมื่อหนานหมิงกล่าวว่าพรุ่งนี้ให้มารวมตัวกันที่หน้าทางเข้าสถาบันฉินเยี่ย รุ่นเยาว์จำนวนมากก็พากันดื่มฉลองอย่างบ้าคลั่ง
ในขณะนั้นเอง รัชทายาทเหยียนอี้เฟิงก็เดินมาหาหนานหมิงด้วยความเคารพ
“ คุณชายหนาน ข้าน้อยเหยียนอี้เฟิงขอคาระวะ ” เหยียนอี้เฟิงกล่าวพร้อมกับโค้งคำนับให้กับหนานหมิง
รุ่นเยาว์ทั้งหมดรวมไปถึงองค์ชายและองค์หญิงต่างก็มองไปที่รัชทายาทด้วยความสนใจขึ้นมา พวกเขาอยากรู้ว่ารัชทายาทจะพูดอะไรกับหนานหมิง
หนานหมิงเคยอ่านข้อมูลของเหยียนอี้เฟิงมาก่อน เขารู้สึกสงสารรัชทายาทผู้นี้มาก ไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ แต่มีพรสวรรค์ในด้านการปกครอง ทำให้เขากลายเป็นคนที่จะก้าวขึ้นมาในตำแหน่งรัชทายาท
แม้ว่าจะไม่มีพรสวรรค์ในด้านการฝึกยุทธ์ แต่ด้วยการที่มีราชวงศ์หนุนหลัง ทำให้เขาฝึกฝนจนกลายเป็นราชันยุทธ์ด้วยวัยสามสิบกว่าปี ถือว่าพรสวรรค์ก็เหนือกว่าคนทั่วไป แต่ไม่สามารถเทียบได้กับอัจฉริยะอย่างโอวหยาจิงหานหรือลู่จือชิงแม้แต่น้อย
สำหรับโลกใบนี้ ในอาณาจักรเล็กๆตำแหน่งรัชทายาทอาจจะมีค่า แต่เมื่อต้องเผชิญกับผู้แข็งแกร่งที่ทรงพลังกว่า ตำแหน่งรัชทายาทหรือแม้กระทั้งตำแหน่งจักรพรรดิย่อมไม่มีอำนาจแม้แต่น้อย
ถ้าหากเป็นกองกำลังทั่วไปหรือแม้กระทั้งห้าตระกูลใหญ่ รัชทายาทจะแสดงท่าทีแข็งกร้าวออกมา แต่สำหรับตระกูลหนานที่แข็งแกร่งกว่าราชวงศ์เหยียน รัชทายาทไม่กล้าที่จะวางอำนาจแม้แต่น้อย เขาเหมือนกับชายหนุ่มที่ต้องเผชิญกับคุณชายจากตระกูลใหญ่แทน
“ ไม่ทราบว่าองค์รัชทายามมาหาข้าด้วยเรื่องอะไรงั้นหรือ? ” หนานหมิงถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
รัชทายาทถอนหายใจและกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นว่า “ คุณชายหนานคงรู้ว่าข้าไม่ค่อยมีพรสวรรค์ในด้านการฝึกฝน แต่ด้วยการที่ข้าถูกวางตำแหน่งให้เป็นรัชทายาททำให้ข้ารู้สึกกดันอย่างยิ่ง ข้ากลัวว่าวันใดที่ข้าขึ้นครองราชย์จะชักนำภัยมาสู่ราชวงศ์ด้วยความอ่อนแอของข้า
ความรู้สึกกดดันนี้กดดันข้ามานานหลายปีจนกระทั้ง ตระกูลหนานของท่านผงาดขึ้นมา ข้าจึงเห็นความหวังอีกครั้งหนึ่ง ข้าต้องการที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานแม้กระทั้งยอมสละตำแหน่งรัชทายาทข้าก็ยินดียิ่ง ไม่รู้ว่าคุณชายหนานสามารถรับข้าเป็นคนในตระกูลหนานของท่านได้หรือไม่?
นอกจากนี้ความฝันของข้าคือการแข็งแกร่งและออกผจญภัยโลกภายนอก ซึ่งข้าไม่ต้องการที่จะติดอยู่ในอาณาจักรเล็กๆแห่งนี้ไปตลอดกาล ข้าเชื่อว่าในอนาคตตระกูลหนานจะต้องกลับไปยังจุดสูงสุดอีกครั้ง ทวีปฮุยต้วนคงไม่ใช่สถานที่ที่สุดท้ายที่พวกท่านอยู่ เพราะฉะนั้นแล้วข้าจึงอยากที่จะติดตามตระกูลหนานไปด้วย ”
แม้ว่าเสียงของรัชทายาทจะไม่ได้ดังมากนัก แต่ด้วยการที่ทุกๆคนตั้งใจฟังว่ารัชทายาทจะพูดคุยอะไรกับหนานหมิง ทำให้เสียงรอบๆตัวเงียบลงราวกับไม่มีใครอยู่ในห้อง
เมื่อทุกๆคนได้ยินว่ารัชทายาทเองก็อยากที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานแม้กระทั้งสละอำนาจของรัชทายาททิ้ง ทุกๆคนก็ไม่ได้แปลกใจมากนัก
สำหรับพวกเขา ถ้าหากพวกเขาเป็นรัชทายาท พวกเขาเองก็คงจะเลือกที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานเช่นกัน แม้ว่าราชวงศ์เหยียนจะมีอำนาจแต่มันก็ไม่สามารถเทียบได้กับตระกูลหนาน
พวกเจ้าลองเป็นรุ่นเยาว์ของตระกูลหนานแล้วไปที่เมืองหลวงของอาณาจักรต้าเฉียนดูสิ เชื่อได้เลยว่าพวกคนใหญ่คนโตของเมืองหลวงต้าเฉียนก็คงไม่กล้าที่จะสร้างปัญหาให้กับรุ่นเยาว์ตระกูลหนาน แม้กระทั้งพวกเขายังต้องต้อนรับรุ่นเยาว์ตระกูลหนานอย่างดีอีกด้วย
นี้แหละคืออำนาจ อำนาจที่ราชวงศ์เหยียนไม่สามารถมีได้ มีเพียงแค่กองกำลังที่แข็งแกร่งอย่างตระกูลหนานถึงจะทำได้
หนานหมิงมองดูรัชทายาทด้วยแววตาจริงจังและถามขึ้นว่า “ อยากเป็นคนของตระกูลหนาน? ท่านยอมสละอำนาจของรัชทายาททิ้งจริงๆงั้นหรือ ท่านต้องรู้ว่าเมื่อท่านอยู่ที่นี้ท่านมีอำนาจเป็นรองเพียงแค่จักรพรรดิ แต่เมื่ออยู่ที่ตระกูลหนานท่านจะไม่มีอำนาจใดๆทั้งสิ้น ท่านยินดีที่จะสละอำนาจเหล่านั้นทิ้งจริงๆงั้นหรือ?
และก็เป็นอย่างที่ท่านกล่าวมา ในอนาคตตระกูลหนานก็จะย้ายไปอยู่ที่อื่นและอาจจะไกลจากอาณาจักรต้าเหยียนมาก ท่านยินดีที่ย้ายตามตระกูลหนานไปงั้นหรือ? ”
รัชทายาทพยักหน้ารับด้วยแววตาจริงจังและกล่าวขึ้นว่า “ ใช่ข้ายินดีที่จะสละอำนาจทั้งหมดทิ้งแม้ว่าจะเป็นเพีจยงแค่ผู้ติดตามของตระกูลหนานก็ตาม เมื่อข้าเป็นคนของตระกูลหนานแล้วข้าก็ยินดีที่จะติดตามตระกูลหนานไปทุกที่ ”
หนานหมิงเห็นแววตาที่จริงจังของรัชทายาทเขาก็ถอนหายใจออกมาและกล่าวขึ้นว่า “ เช่นนั้นวันพรุ่งนี้ท่านก็ไปที่พักของสถาบันฉินเยี่ยด้วยแล้วกัน ข้าจะบอกกับท่านพ่อเองว่าท่านจะเข้าร่วมกับพวกเราด้วย แล้วก็ข้าให้เวลาคืนนี้ในการไปจัดการกับตำแหน่งรัชทายาทนี้ให้เสร็จ ”
เมื่อหนานหมิงตอบตกลง แววตาของรัชทายาทก็เปร่งประกายขึ้นมาทันที เขารีบกล่าวขอบคุณหนานหมิงและออกจากงานเลี้ยงทันที เขาต้องการไปแจ้งกับเสด็จพ่อว่าเขาจะเข้าร่วมกับตระกูลหนาน
เหล่าองค์ชายและองค์หญิงเมื่อเห็นว่ารัชทายาทสามารถเข้าร่วมกับตระกูลหนานได้แล้ว พวกเขาก็รีบมาหาหนานหมิงเพื่อที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานเช่นกัน
หนานหมิงเหลือบมองดูคนเหล่านั้นด้วยแววตาเรียบเฉยก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ อีกสองเดือนตระกูลหนานจะเปิดรับสมัคร พวกท่านก็จงไปทดสอบที่นั้น ถ้าหากผ่านก็สามารถเข้าร่วมกับตระกูลหนานได้ ถ้าหากไม่ผ่านก็ต้องขอโทษด้วย ”
เหล่าองค์ชายและองค์หญิงต่างมองหน้ากันก่อนที่จะเกิดความไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย ทำไมพี่ใหญ่ถึงสามารถเข้าร่วมได้แล้วทำไมพวกเขาถึงเข้าร่วมไม่ได้ล่ะ แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่พอใจมากแค่ไหน พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะกล่าวอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เพราะพวกเขากลัวว่าจะทำให้หนานหมิงโกรธและไม่สามารถแม้แต่เข้าร่วมการทดสอบได้เลย
นอกจากนี้พวกเขาก็รู้ดีว่าถ้าหากทำให้หนานหมิงโกรธ เสด็จพ่อของพวกเขาคงจะไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่ เกรงว่าคงต้องถูกลงโทษสถานหนักอย่างแน่นอน
เหล่าองค์ชายและองค์หญิงจากไปอย่างไม่ใยดี
หนานหมิงไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ไม่พอใจแล้วอย่างไรพวกเจ้ากล้าที่จะสร้างปัญหาขึ้นมาไหมล่ะ?
ไม่นานนักโอวหยางจิงหาน ลู่จือชิง เสินเถียน หวางรุ่ย จีชิงก็เดินมาหาหนานหมิงด้วยเช่นกัน
ทั้งห้าคนนี้ต่างก็นับว่าเป็นอัจฉริยะของอาณาจักรต้าเหยียน
หนานหมิงมองดูทั้งห้าคนด้วยรอยยิ้มและถามขึ้นว่า “ ทำไม พวกเจ้าเองก็อยากที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานด้วยงั้นหรือ? ”
หวางรุ่ยเป็นคนแรกที่พยักหน้าและกล่าวขึ้นว่า “ ใช่แล้วคุณชายหนาน ข้าต้องการที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานจริงๆ ”
“ ข้าเองก็เช่นกัน ในเมื่อพี่หวางรุ่ยต้องการเข้าร่วมกับตระกูลหนาน ข้าเองก็อยากที่จะเข้าร่วมด้วยเช่นกัน ” เสินเถียนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
จากนั้นโอวหยางจิงหาน ลู่จือชิงและจีชิงเองก็ต้องการที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานเช่นกัน
“ ข้าจำได้ว่าเจ้าจะเข้าร่วมกับนิกายเทียนซูไม่ใช่หรือแล้วทำไมถึงเข้าร่วมกับตระกูลหนานล่ะ? ” หนานหมิงถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันแต่สัญชาตญาณของข้าบอกว่าให้เข้าร่วมกับตระกูลหนานจะเป็นผลดีกับตัวข้ามากกว่าเข้าร่วมกับนิกายเทียนซู ” โอวหยางจิงหานกล่าวพร้อมกับยักไหล่
หนานหมิงหัวเราะร่าและคิดว่าสัญชาติญาณของเจ้าหมอนี้ก็แรงเอาเรื่องเหมือนกัน
“ แล้วพวกเจ้าล่ะ? ” หนานหมิงหันไปถามลู่จือชิงและจีชิง
จีชิงเองก็กล่าวเหมือนกับโอวหยางจิงหาน สัญชาตญาณของนางบอกว่าต้องเข้าร่วมกับตระกูลหนานให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม ถ้าหากไม่สามารถเข้าร่วมกับตระกูลหนานได้ถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตของนางเลย
สำหรับลู่จือชิง เขาเองก็ต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นในวิถีกระบี่และเขาชื่อว่าตระกูลหนานสามารถสอนเขาได้
หนานหมิงยิ้มและตอบกลับลู่จือชิงว่า “ ลู่จือชิงความจริงแล้วตั้งแต่ที่เจ้าเบิกเนตรกระบี่เทวะได้ ข้าก็คิดที่จะรับตัวเจ้าเข้าร่วมกับตระกูลหนานแล้ว ”
ลู่จือชิงมองไปที่หนานหมิงด้วยความประหลาดใจและถามขึ้นว่า “ เนตรที่ข้าเบิกได้คือเนตรกระบี่เทวะงั้นหรือ? ”
คนอื่นๆเองก็มองไปที่หนานหมิงเช่นกัน พวกเขาไม่รู้จักเนตรกระบี่เทวะมาก่อนเลย
“ แล้วเนตรกระบี่เทวะเป็นอย่างไรหรือคุณชายหนาน ” ลู่จือชิงถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น เขารู้แค่เบิกเนตรกระบี่ได้แต่ไม่รู้แม้กระทั้งชื่อและความสามารถของมันเลยด้วยซ้ำ
หนานหมิงจึงอธิบายความสามารถของเนตรกระบี่เทวะให้กับลู่จือชิงฟัง
เมื่อลู่จือชิงได้ยิน ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างและยิ่งตื่นเต้นขึ้นกว่าเดิม
“ คุณชายหนาน ในเมื่อท่านรู้ว่านี้คือเนตรกระบี่เทวะ เช่นนั้นท่านก็น่าจะมีความสามารถในการฝึกฝนมันใช่หรือไม่? ” ลู่จือชิงถามขึ้นด้วยความคาดหวัง
หนานหมิงพยักหน้ารับและกล่าวขึ้นว่า “ ไม่ใช่ข้าที่จะฝึกฝนเจ้าหรอกนะ แต่เป็นคนของข้าที่จะฝึกฝนเจ้า เขาเองก็เป็นมือกระบี่ที่บรรลุถึงขั้นบรรลุกระบี่แล้ว และที่สำคัญคือคนๆนั้นก็มีเนตรกระบี่เทวะด้วยเช่นกัน เพราะแบบนี้เขาจึงจะเหมาะที่จะเป็นอาจารย์ของเจ้า ”
ดวงตาของลู่จือชิงเปร่งประกายขึ้นมาทันที ถ้าหากได้คนที่มีเนตรกระบี่เทวะมาสอน ความสามารถของเขาก็คงพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็นแน่
เรื่องนี้ทำให้โอวหยางจิงหานและคนอื่นๆรู้สึกอิจฉาเป็นอย่างมาก การได้อาจารย์ที่ดีก็ทำให้ตัวเองพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ในอนาคตพวกเขาคงต้องเดินตามหลังลู่จือชิงเสียแล้ว
“ ขอบคุณคุณชายหนาน ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน หลังจากนี้ไปข้าจะเป็นคนของตระกูลหนานเต็มตัว ท่านให้ข้าเดินไปทิศทางไหนข้าจะเดินไปทิศทางนั้น แม้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นนรกก็ตาม ข้าลู่จือชิงก็พร้อมที่จะลุยนรกเพื่อตระกูลหนาน ” ลู่จือชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หนานหมิงยิ้มและกล่าวว่า “ ไม่จำเป็นต้องขนาดนั้นหรอก ข้าได้ไม่ให้พวกเจ้าไปตายเสียหน่อย อีกอย่างนะความแข็งแกร่งระดับนี้ก็เป็นได้เพียงแค่บ่าวรับใช้ของตระกูลหนานเท่านั้นแหละ พวกเจ้าจะต้องฝึกจนไปถึงระดับราชันยุทธ์ก่อนถึงจะทำภารกิจต่างๆได้ ”
สำหรับคนของตระกูลหนานถ้าหากพวกเขาซื่อสัตย์ต่อตระกูลหนานจริงๆ หนานหมิงก็อาจจะมอบโอสถเบิกยุทธ์ที่ทะลวงจากขั้นราชันยุทธ์ไปยังจักรพรรดิยุทธ์ได้โดยตรง
หลังจากที่พูดคุยกันสักพัก หนานหมิงก็บอกให้พวกเขามาเจอกันตอนเย็นหลังที่ที่พักของสถาบันฉินเยี่ย
พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยามเศษ งานเลี้ยงยามค่ำคืนก็จบลง
รุ่นเยาว์ทั้งหมดต่างก็รีบกลับที่พักของตัวเองเพื่อพักผ่อน
ไม่นานนักข่าวที่หนานหมิงจะรับศิษย์ของสถาบันทั้งหมดที่เข้าร่วมการแข่งขันเข้ากับตระกูลหนานก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว แม้กระทั้งรัชทายาทและรุ่นเยาว์อัจฉริยะอย่างโอวหยางจิงหาน ลู่จือชิง เสินเถียน หวางรุ่ย จีชิงเองก็ได้รับเลือกด้วยเช่นกัน
รุ่นเยาว์จากตระกูลน้อยใหญ่ ต่างก็รีบส่งคนมาตรวจสอบข่าวลือนี้ทันที และเมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องจริงพวกเขาก็รีบสั่งให้คนไปที่ที่พักของสถาบันฉินเยี่ยเพื่อสอบถามทันที
ไม่นานพวกเขาก็ได้รับคำตอบจากหนานหมิงว่าถ้าหากอยากที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหนานก็ให้ไปที่ภูเขาเฉียนตงอีกสองเดือนข้างหน้า
สำหรับตระกูลใหญ่แล้ว การได้เข้าร่วมกับตระกูลหนานถือว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่าการอยู่ที่ตระกูลเสียอีก เพราะทรัพยากรของตระกูลหนานนั้นเหนือกว่าของพวกเขามาก ถ้าหากได้เข้าร่วมกับตระกูลหนาน ความแข็งแกร่งของรุ่นเยาว์ในตระกูลก็สูงขึ้นมาก
เพราะฉะนั้นแล้วตระกูลน้อยใหญ่จึงไม่ขัดที่รุ่นเยาว์ของตัวเองจะเข้าร่วมกับตระกูลหนาน ถึงขั้นสนับสนุนเสียด้วยซ้ำ โดยการที่จะพาพวกเขาไปที่ภูเขาเฉียนตงเพื่อรับการทดสอบ
เช้าวันถัดมาที่หน้าทางเข้าที่พักของสถาบันฉินเยี่ย
เวลานี้รุ่นเยาว์ทั้งหมดของสถาบันที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันมารวมตัวกันหมดแล้ว เพราะพวกเขากลัวว่าถ้าหากมาช้าแล้วหนานหมิงรับจำนวนจำกัด พวกเขาจะสูญเสียโอกาสไป
การที่จู่ๆรุ่นเยาว์จำนวนมากมายืนอยู่หน้าทางเข้าที่พักของสถาบันฉินเยี่ยสร้างความแปลกใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
เมื่อชาวบ้านรู้ว่าคนเหล่านี้คือรุ่นเยาว์อัจฉริยะของหนึ่งร้อยสถาบัน พวกเขาก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา พวกเขาอยากรู้ว่าทำไมถึงมายืนอออยู่ที่หน้าประตูนี้
แต่เมื่อพวกเขารู้คำตอบ พวกเขาก็แสดงสีหน้าประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม
ที่แท้คุณชายหนานหมิงได้บอกให้รุ่นเยาว์เหล่านี้มาที่นี้เพื่อที่จะรับพวกเขาเข้าร่วมกับตระกูลหนานนั่นเอง
ไม่แปลกใจเลยที่จู่ๆทำไมรุ่นเยาว์จำนวนมากถึงได้มายืนออกันที่นี้
ไม่นานนักน่าหลันหวงเมิ่งและคนอื่นๆก็ออกมาพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ ข้าได้รับคำสั่งจากศิษย์น้องหนานให้มาเปิดลงทะเบียนขึ้นที่นี้ ถ้าหากใครอยากจะเข้าร่วมกับตระกูลหนานก็มาลงทะเบียบที่ข้าและคนอื่นๆ แล้วก็ห้ามเบียดหรือห้ามแซงคิวกันด้วย ถ้าหากใครกล้าทำเรื่องแบบนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน ”
แม้ว่าจะไม่มีคำขู่ของน่าหลันหวงเมิ่ง รุ่นเยาว์คนอื่นๆก็ไม่กล้าที่จะสร้างปัญหาขึ้นมาอยู่แล้ว
ไม่นานนักการลงทะเบียนก็เสร็จสิ้น
ก่อนที่รุ่นเยาว์ทั้งหมดจะกลับไปยังที่พักของตัวเอง น่าหลันหวงเมิ่งก็ได้ตะโกขึ้นว่า “ อีกสามเดือนให้ไปที่ตระกูลหนาน หลังจากนั้นจะได้รับการฝึกฝนโดยตระกูลหนานโดยเฉพาะ ”
รุ่นเยาว์ทั้งหลายตอบรับก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ