ร่างที่ก้าวออกมาจากเงาของแมกไม้ชะงักงัน
บนตัวมีเืเปรอะเปื้อนไปกว่าครึ่ง ผมเผ้าตกลงมาปรกหน้าจนมองเห็นรายละเอียดบนใบหน้าไม่ชัด ดวงตาดำขลับที่ฉายแววตื่นตระหนกเหมือนลูกกระต่ายพบเจอภัยเป็สิ่งเดียวที่ทำให้รู้ว่าร่างนั้นเป็มนุษย์
อีกทั้งยังเป็เพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้น
ฉิงเฟิ่งเก็บแส้เข้าไปในแหวนมิติที่ทำเป็สร้อยคล้องคอไว้ เปลี่ยนมากระชับมีดสั้นคู่กายไว้แทนขณะสอดส่ายสายตาสำรวจร่างในชุดผ้าป่านเปื้อนเือย่างระมัดระวัง
“เด็กน้อย เหตุใดเ้ามาอยู่ที่นี่ พ่อกับแม่ของเ้าเล่า”
คล้ายคำว่าพ่อกับแม่จะกระทบกระเทือนความรู้สึกของเด็กน้อยอย่างรุนแรง หยาดน้ำตามากมายพลันร่วงพรูเป็สาย ฉิงเฟิ่งยามนี้ถูกเสียงสะอื้นของเด็กน้อยทำให้ใเข้าแล้ว นางสืบเท้าเข้าไป ละล้าละลังทำสิ่งใดไม่ถูกเล็กน้อย
“เ้า…เจ็บตรงไหนหรือไม่ ให้ข้าดูเ้าหน่อย”
เห เพิ่งเคยเห็นเ้าเป็เช่นนี้ ที่แท้ใจเย็นชืดดังน้ำแข็งของเ้าก็อ่อนไหวกับเด็กหรอกหรือ
เสี่ยวหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ มันเอียงคอมองหนึ่งคนร้องหนึ่งคนปลอบอย่างสนใจ ไม่ง่ายเลยที่จะเห็นสตรีหน้าเดียวผู้นี้จะแสดงสีหน้า
หยางิขยับไปยืนเคียงข้างฉิงเฟิ่ง ั์ตาคมปลาบกวาดมองใบหน้าเลอะน้ำตาหนึ่งที
“นางคงเป็ลูกของชายผู้นั้น”
ฉิงเฟิ่งเองก็คิดเช่นนั้น ที่นี่อยู่ห่างจากบริเวณที่พวกนางถูกเถาวัลย์กินคนโจมตีเพียงสองลี้ เป็ไปได้ว่าชายเคราะห์ร้ายผู้นั้นจะใช้ตัวเองเป็เหยื่อล่อเพื่อให้บุตรสาวหนีเอาชีวิตรอด ช่างน่าเวทนานัก เื่ราวที่เกิดขึ้นคงะเืใจดรุณีน้อยมากทีเดียว
ทันใดภาพหนึ่งพลันซ้อนทับขึ้นมา ั์ตาคู่งามทอประกายหม่นหมอง ความโศกเศร้าโถมซัดใจดวงน้อยอย่างไม่อาจหักห้าม
หยางิที่จับคลื่นอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันของสตรีข้างกายได้ก้มมองฉิงเฟิ่ง แต่กลับไม่พบร่องรอยใดบนใบหน้างามล่มเมือง คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย พิศดูแพรขนตาที่คล้ายจะเปียกชื้นเล็กน้อยอยู่อึดใจก็เก็บสายตากลับมา
ฉิงเฟิ่งที่สาละวนกับการปลอบใจเด็กน้อยอยู่ไหนเลยจะรับรู้ถึงสายตาของหยางิ นางประคองเด็กน้อยไปนั่ง สำรวจจนแน่ชัดว่าเด็กหญิงไม่าเ็ตรงที่ใดนอกจากรอยขีดข่วนประปรายก็คลายใจ ถอยห่างออกไปเล็กน้อย รอจนดรุณีน้อยสงบจิตใจได้จึงถามชื่อ
“ข้าชื่อซิงอี” เสียงเจือสะอื้นเอ่ยตอบนาง
“ซิงอี เ้าเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น” เห็นเด็กน้อยเป็เช่นนี้ น้ำเสียงเฉยชาของฉิงเฟิ่งก็อ่อนโยนขึ้นสามส่วน
ใบหน้าที่มอมแมมไปด้วยคราบฝุ่นและคราบน้ำตาพยักหน้า แล้วเริ่มเล่าเื่ราวั้แ่ต้น
“บุตรชายคนโตของใต้เท้าหลี่ป่วยด้วยโรคประหลาด เดิมทีใต้เท้าหลี่หาทางรักษาได้แล้ว เพียงแต่ต้นวารีจันทราที่เป็ส่วนประกอบหลักของโอสถที่จะใช้รักษากลับมีไม่เพียงพอ ร้านขายโอสถ ร้านขายสมุนไพรต่างก็ไม่มีให้เขา ใต้เท้าหลี่จึงประกาศว่าหากผู้ใดหาวารีจันทรามาให้เขาได้ เขาจะตอบแทนให้ให้ต้นละหนึ่งร้อยตำลึงทอง”
“พ่อของเ้าก็เลยเข้ามาในป่าโลหิตเพื่อหาต้นวารีจันทรา” ฉิงเฟิ่งเอ่ย ในหัวขบคิดบางอย่างเร็วรี่
ดรุณีน้อยพยักหน้า เล่าต่อด้วยสีหน้าที่ยังไม่คลายความโศกเศร้า “ท่านแม่ข้าเสียไปนานแล้ว พวกเรามีเพียงสองคนพ่อลูก ท่านพ่อจึงพาข้ามาด้วย เพราะท่านพ่อรู้ว่าหากไม่พาข้ามา ข้าก็จะดึงดันตามมาจนได้ ไม่คาดคิดว่า..” พูดได้เพียงเท่านี้เด็กหญิงก็เม้มปาก หยาดน้ำตาร่วงหล่นอีกคราแต่ถูกมือน้อยปาดออกอย่างรวดเร็ว
“ใต้เท้าหลี่้าวารีจันทราเท่าใด”
“ยี่สิบต้น”
ฉิงเฟิ่งพลันถอนหายใจโล่งอก เคราะห์ดีที่นางเก็บวารีจันทรามามากพอ หากใต้เท้าหลี่ผู้นั้น้าเพิ่มอีกสิบต้น นางก็ยังมีให้ หรือต่อให้เขา้าเพียงยี่สิบต้น เงินสองพันตำลึงก็เพียงพอให้นางไปถึงแคว้นเหลียงได้โดยไม่ลำบากแล้ว
“ที่นี่อยู่ห่างจากแคว้นโจวท่าใด”
เมื่อดีดลูกคิดลางแก้วในใจเรียบร้อย ฉิงเฟิ่งก็ถามต่อด้วยน้ำเสียงเจือความกระตือรือร้นขึ้นมาอีกหนึ่งส่วน
“เดินเท้าจากนี่ไปประตูเมืองเหิงปาใช้เวลาสี่วัน จากเมืองเหิงปาเข้าเมืองหลวงใช้เวลาร่วมสามวัน” ซิงอีทางหนึ่งตอบทางหนึ่งยกนิ้วขึ้นประกอบ
รวมแล้วใช้เวลาราวเจ็ดวัน หากวรยุทธสูงกว่านี้คงย่นระยะเวลาได้ไม่น้อย ฉิงเฟิ่งเหลือบมองบุรุษที่นั่งนิ่งไม่กล่าววาจาั้แ่ต้นจนจบแวบหนึ่ง ในที่นี้หยางิเป็เพียงผู้เดียวที่น่าจะมีวรยุทธไม่ต่ำกว่าระดับปรมาจารย์ ทว่าเขาย่อมไม่สามารถหอบหิ้วพวกนางไปได้ทุกคนแน่
ช่างเถอะ
เจ็ดวันสั้นเพียงเท่านี้ หลับตาลืมตาไม่กี่คราก็ถึงแล้ว
นางพินิจดูใบหน้าอมทุกข์ของซิงอี เด็กคนนี้ไร้มารดา ยามนี้ก็มาสูญเสียบิดาไปอีกคน ชั่วชีวิตเกรงว่าไร้ไม้ใหญ่ให้พึ่งพาแล้ว ในเมื่อวันนี้ได้พานพบ ก็ถือว่านางกับดรุณีน้อยผู้นี้มีวาสนาต่อกัน ข้างกายนางตอนนี้ซ้ายมีบุรุษความจำเลอะเลือน ขวามีสัตว์อสูรรูปลักษณ์ประหลาด ในท้องยังมีบุตร จะมีเด็กไร้พิษภัยเพิ่มมาอีกสักคนคงไม่เป็ไร
“ซิงอี เ้ายินดีติดตามข้าหรือไม่”
ฉิงเฟิ่งขยับไปคว้ามือน้อยมากอบกุมไว้แ่เบา
“ไม่ใช่ในฐานะข้ารับใช้ แต่เป็น้องสาวของข้า”
ซิงอีพลันตื่นตะลึง ในใจปรากฏความรู้สึกอุ่นวาบขึ้นสายหนึ่ง เดิมทียังคิดจะปลิดชีวิตตามบิดาไปยังเส้นทางหวงเฉวียน ไม่คาดคิดว่าในเวลาที่มืดมนจะมีมือหนึ่งยื่นมาให้นางได้ไขว่คว้าไว้
ฉิงเฟิ่งเห็นซิงอีเงียบงันไปก็พาลคิดไปอีกทาง
“หากเ้าไม่เต็มใจ ข้าก็จะไม่-”
“ข้ายินดีเ้าค่ะ!” ซิงอีะโเอ่ยขึ้นมาอย่างรีบร้อน ดวงตาแดงก่ำมีน้ำตาคลอเต็มหน่วย
“หากเ้ายังร้องไห้อีก ป่าโลหิตก็จะจมอยู่ใต้น้ำตาเ้าแล้ว” ฉิงเฟิ่งเอ่ยอย่างจนใจ
“ข้าจะไม่ร้อง”
“เด็กดี” นางเอื้อมมือไปลูบหัวยุ่งเหยิงเบามือ ในหูได้ยินเสี่ยวหยวนแค่นเสียงเ็าหนึ่งคำ
ทีกับข้า เ้าปฏิเสธโดยไม่หยุดคิดด้วยซ้ำ
ฉิงเฟิ่งเหลือบมองมาที่มันแวบหนึ่งโดยไม่เอ่ยวาจา เสียวหยวนเห็นดังนั้นก็โมโหยิ่งนัก เดินต้วมเตี้ยมไปนั่งจุมปุกข้างหยางิ สีหน้าบึ้งตึงเท่าที่ใบหน้าอันปกคลุมไปด้วยขนของมันจะแสดงออกมาได้
หยางิไม่ได้สนใจเสี่ยวหยวน ั์ตาสีนิลมองฉิงเฟิ่งอย่างครุ่นคิด ครู่หนึ่งก็เอ่ยออกมาหนึ่งประโยค “นางเก็บคนเก่งเช่นนี้ วันหน้าข้างกายคงไม่เงียบเหงาแล้ว”
หลังจากกลับไปเอาร่างบิดาของซิงอีที่ถูกเผาไปพร้อมเถาวัลย์ปีศาจพวกนั้นมาฝัง ส่งดวงิญญาผู้ล่วงลับให้จากไปอย่างสงบ พวกฉิงเฟิ่งก็ออกเดินทาง คราวนี้ระหว่างทางกล่าวได้ว่าราบรื่นยิ่งนัก เมื่อล่วงเข้าวันที่เจ็ด ประตูเมืองหลวงแคว้นโจวก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
รถม้าขนาดเก่าคันหนึ่งเคลื่อนผ่านประตูเมือง ผ่านบ้านเรือนหลังแล่วหลังเล่าไปหยุดนิ่งอยู่หน้าจวนขนาดใหญ่ คนเฝ้าประตูจวนเมียงมองรถม้าสภาพไม่สู้ดีอย่างสงสัย
ร่างหนึ่งก้าวลงมา ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ในหน้ากากสีดำ เข้าคู่กับอาภรณ์สีดำสนิทไร้ลวดลาย เห็นอยู่ว่าหัวจรดปลายเท้าล้วนเรียบง่าย ทว่าทั่วสรรพางค์กลับมีกลิ่นอายสูงส่งแผ่ออกมา ยังไม่ทันหายตื่นตะลึง ด้านหลังก็มีอีกร่างหนึ่งก้าวตามลงมา อาภรณ์สีแดงเพลิงพลิ้วสไว ร้อนแรงถึงเพียงนั้น แต่ท่วงท่ากลับเฉยชาประหนึ่งเซียนผู้ละทิ้งเจ็ดอารมณ์หกปรารถนาไปจนสิ้น แม้ใบหน้าจะถูกซ่อนไว้ภายใต้หมวกกันลม ทว่ามองดูก็รู้ว่าเื้ัผ้าโปร่งบางนั้นเป็หญิงงามผู้หนึ่งไม่ผิดแน่ มือขาวผ่องดุจหิมะยื่นไปประคองคนบนรถม้า คราวนี้เป็เพียงดรุณีน้อยหน้าตาเกลี้ยงเกลาผู้หนึ่งเท่านั้น กะพริบตาอีกคราก็มีก้อนกลมของอะไรบางอย่างะโผลุงตามดรุณีน้อยลงมาติด ๆ สิ่งนั้นคล้ายจะเป็หมู แต่กลับมีหัวเป็สุนัข ยิ่งมองยิ่งรู้สึกว่าประหลาดนัก
“ที่นี่ใช่จวนสกุลหลี่หรือไม่”
เป็สตรีอาภรณ์แดงที่ก้าวออกมา องค์รักษ์เฝ้าประตูลอบสบตากัน ก่อนคนหนึ่งจะพยักหน้า
“ใช่ ไม่ทราบว่าแม่นางคือผู้ใด”
“ข้าเป็ผู้ใดหาใช่เื่สำคัญ รบกวนท่านไปแจ้งใต้เท้าหลี่ วารีจันทรายี่สิบต้นที่เขา้า ข้านำมันมาให้แล้ว”
_______________
ความกำลังจะเป็แม่คนด้วยอะเนอะ เลยอ่อนไหวกับเด็กเป็พิเศษ แต่ก็เก็บเก่งเกิ๊นนนนนนน กว่าจะจบเื่น้องเฟิ่งจะเก็บได้กี่คนหรือกี่ตัวให้ทาย
ตอนหน้าจะพาไปเที่ยวหอประมูลอันดับหนึ่งในดินแดนละ เจอแน่ แต่เจอใคร(บ้าง)นี่อีกเื่