บันทึกรักบ้านสกุลเทพ

    นางสาวเนตรอัปสร สกุลเทพ 2

     นางฟ้าฉีกยิ้มเล็กน้อย เลื่อนนามบัตรไปด้านหน้าของเขา “ชื่อของฉันคือนางสาวเนตรอัปสร สกุลเทพ เป็นลูกสาวของคุณนรา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”ชายหนุ่มเหลือบมองนามบัตรที่มีชื่อนามสกุลเด่นหรา เขาเอนพิงพนักพิงด้านหลัง ยกแขนขึ้นกอดอกไขว้ขา “คุณรู้ใช่ไหมว่างานที่คุณแม่ของคุณรับมาคืองานอะไร? เอาจริงๆ ผมไม่เชื่อเรื่องไร้สาระนี่หรอก”“หา? แล้วทำไม...” นางฟ้ามองคนที่บอกว่าไม่เชื่อแต่ตามพวกเธอให้มาอย่างงุนงง“แต่แม่ผมเชื่อและพยายามเรียกให้พวกคุณมาที่นี่ให้ได้ ดังนั้นผมไม่สนหรอกว่าพวกคุณจะใช้วิธีไหน ถ้าน้องสาวผมฟื้นคุณจะได้เงิน แต่ถ้าไม่...”“...”“ผมจะแจ้งความจับพวกคุณข้อหาหลอกลวง”หลังจากปล่อยให้อีกฝ่ายพูดพล่ามและเงียบไปอยู่พักหนึ่ง นางฟ้าก็พยายามยิ้มแห้งๆ ออกมา สงบจิตสงบใจอย่างเต็มที่ที่เงียบไม่ตอบโต้นี่ไม่ใช่อะไรหรอก แค่ไม่นึกว่าจะมาเจอคนแบบนี้เข้า แนะนำตัวสักคำไม่มี ทักทายสักหน่อยก็ไม่ มาถึงก็นั่งเก๊กข่มขู่เธออยู่ได้นางฟ้าอยากจะตะโกนใส่หน้าเขาดังๆ ว่าบ้านเธอถูกขอร้องให้มาช่วย ซึ่งไอ้คำว่าขอร้องเนี่ยเธอไม่ทำก็ได้นะ แล้วสะบัดก้นเดินสวยๆ ออกจากห้องไป ในขณะที่ความเป็นจริงนางฟ้ากัดฟันพูดออกไปว่า “คุณคะ ฉันถูก ‘ขอร้อง’ และ ‘ไหว้วาน’ ให้มาช่วยน้องสาวของคุณ แต่นี่คือสิ่งที่คุณพูดกับฉันอย่างนั้นเหรอ?”นางฟ้าเน้นคำว่าข้อร้องและไหว้วานอย่างต้องการเน้นย้ำ“แต่ก็ยังเอาเงิน” เขาหัวเราะดูแคลนหนึ่งครั้งนางฟ้าแทบไม่อยากจะเชื่อ รู้สึกเกลียดเขาขึ้นมาทันที เธอกัดฟันพูด “คุณควรจะรู้ว่าช่วยได้หรือไม่ได้ก็อยู่ที่ตัวน้องสาวคุณเองด้วย ขอฉันเข้าไปดูน้องสาวคุณใกล้ๆ ได้ไหมคะ?”“เชิญ” เขาหันไปพยักหน้าไล่พยาบาลให้ออกไปก่อน นางฟ้ารอจนนางพยาบาลออกไป แล้วจึงค่อยเดินไปดูคุณน้องสาวใกล้ๆ ...เธอหมายความถึงร่างวิญญาณน่ะ“อืม...ร่างวิญญาณยังดีอยู่ แต่ด้ายวิญญาณดูจะยุ่งเหยิงและหมองไปหน่อย” นอกจากนั้นก็ดูจะเศร้าๆ ด้วย...“น้องผมอยู่ที่นี่เหรอ?”“ไหนคุณบอกไม่เชื่อเรื่องไร้สาระไง จะอยากรู้ไปทำไมล่ะ” นางฟ้ารู้สึกสะใจเล็กๆ ที่ตอกกลับคนขี้เก๊กได้ เธอเดินไปดูร่างเนื้อที่นอนอยู่โดยไม่สนใจคนที่ชะงักค้างไม่มีลางมรณะ ถึงจะดูไม่ค่อยดีแต่ก็ยังพอช่วยได้‘จำไว้นะลูก ห้ามยุ่งกับคนที่ถึงฆาตเด็ดขาด นี่เป็นกฎเหล็กนะ’หนึ่งในหลายๆ กฎที่แม่มักจะบอกอยู่เสมอดังขึ้นในหัว เป็นกฎที่สำคัญที่สุดกฎหนึ่ง นั่นก็คือห้ามยุ่งเกี่ยวกับคนที่ถึงที่ตายแล้วอย่างเด็ดขาด“เป็นยังไงบ้างคุณ?”นางฟ้าหันไปมองคนถาม “...ก็ยังพอช่วยได้ ที่จริงควรจะเป็นงานของนักอัญเชิญมากกว่านะ ทำไมถึงได้มาหาแม่ฉันล่ะ?”“นักอัญเชิญ?” เขาขมวดคิ้ว “ผมไม่รู้หรอก แม่ผมเป็นคนติดต่อไป ส่วนผมก็แค่มาดู”“งั้นเหรอ...” ที่แท้เขาก็แค่มาคอยจับผิด ไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ คนที่รู้น่าจะเป็นแม่ของเขาที่เป็นคนติดต่อมามากกว่า“แล้วยังไงต่อ หรือผมต้องไปหานักอัญเชิญที่ว่ามาอีก?” น้ำเสียงดูถูกดังลอดออกมาให้ได้ยิน ถึงปากจะบอกไม่สนใจ แต่การกระทำกลับสวนทางกันสิ้นดี“น้องสาวของคุณเป็นแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว?”ชายหนุ่มคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้านับตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ วันนี้ก็สี่สิบหกวันพอดี”“คุณว่าอะไรนะ?! สี่สิบหกวันแล้วเหรอ ตั้งแต่วันนั้นก็หลับมาตลอดเลยเหรอคะ?” นางฟ้าถามเสียงเครียด อีกฝ่ายพยักหน้า เธอหันขวับไปดูร่างเนื้อสลับกับร่างวิญญาณอีกครั้ง“มีอะไรเหรอคุณ?”“กรณีที่วิญญาณหลุดออกจากร่าง หากเกินสี่สิบเก้าวันด้ายวิญญาณจะขาด” แต่ดูเหมือนเขาจะยังไม่ค่อยเข้าใจ นางฟ้าเลยพูดให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น “ถ้าด้ายวิญญาณขาดก็หมายความว่าจะกลับเข้าร่างไม่ได้ หรือก็คือ...ตาย”“อะไรนะ! แล้วจะทำยังไง?!” คนไม่เชื่อเรื่องไร้สาระดูจะเริ่มร้อนใจขึ้นมาบ้างแล้วส่วนนางฟ้าก็ไม่สนใจอีกฝ่าย ลองพยายามดันร่างวิญญาณกลับเข้าร่างดูแต่ก็ไม่ได้ผล ถูกดีดออกมาแทน หากหลุดออกมาไม่นานก็จะกลับเข้าร่างได้ง่ายๆ แต่นี่ถึงขั้นที่ไม่สามารถกลับเข้าร่างได้เองแล้ว ไม่ได้การ นี่แย่ของจริงแล้ว แต่ดูที่ด้ายวิญญาณแล้วแสดงว่าต้องมีเหตุผลที่ไม่ยอมกลับเข้าร่างหรืออาจเข้าร่างไม่ได้“ฉันยืนยันนะว่านี่ควรจะเป็นงานของนักอัญเชิญมากกว่า ถึงฉันจะติดต่อให้ได้ แต่คิดว่าคงจะมาไม่ทันหรอก เอาเป็นว่าเรามาพูดคุยกันสักหน่อยดีกว่า” นางฟ้ากลับไปนั่งที่โซฟา โดยนั่งชิดริมฝั่งหนึ่งแล้วเว้นที่ว่างเอาไว้ เธอพูดกับความว่างเปล่าว่า “เชิญคุณด้วยนะคะคนเป็นพี่ชายดูจะสับสน ส่วนคนน้องก็ดูจะประหลาดใจ ช่างเรื่องนั้นไปก่อนเถอะ เวลาเหลือน้อยแล้ว“จริงๆ ก็ยังมีวิธีอยู่ ก่อนอื่นเลย เราต้องแกะปมด้ายวิญญาณที่พันกันมั่วของน้องสาวคุณออก ซึ่งอันนี้ฉันทำได้” นางฟ้าเหลือบมองหญิงสาววัยรุ่นข้างๆ “อีกอย่างคือต้องทำให้เส้นด้ายหายหมอง เอาล่ะ น้องพอจะบอกพี่ได้ไหมว่าทำไมถึงไม่ยอมกลับเข้าร่าง?”“คุณหมายความว่ายังไง? นี่คุณจะบอกว่าน้องสาวผมไม่ยอมกลับเข้าร่างเองงั้นเหรอ!” เขาตะโกนลั่นอย่างไม่เชื่อ “เหอะ ตลกตาย! ว่าแล้วว่าต้องเป็นพวกนักต้มตุ๋น”นางฟ้าเอื้อมมือไปจับมือของร่างวิญญาณสาวที่สะดุ้งตัวลอย เธอตบเบาๆ เป็นเชิงปลอบ อยู่ๆ ก็ขึ้นเสียงดัง ทั้งคนทั้งวิญญาณตกอกตกใจหมด!‘...ฮึก’ถึงกับร้องไห้เลยด้วย!“ไม่เชื่อก็เงียบไปเถอะคุณน่ะ น้องสาวคุณร้องไห้เลยเนี่ย” นางฟ้าหันไปปลอบเด็กสาวเป็นการใหญ่ “ฉันว่าต้องเป็นเพราะคุณนี่แหละน้องคุณถึงไม่อยากเข้าร่างน่ะ”“ว่าไงนะ”“นี่น้องสาว อย่าร้องไห้สิ ไหนบอกพี่ซิว่าเราชื่ออะไร?” นางฟ้าเมินคนที่ทำท่าจะหาเรื่องไปเอ่ยถามคนน้องแทน‘ฮึก...หนูชื่อหนิงค่ะ’“โอเคจ้ะหนิง ปีนี้หนิงอายุเท่าไหร่แล้ว?” นางฟ้าชวนเธอคุยไปเรื่อยเพื่อให้เธอผ่อนคลายลง “ไม่ต้องกลัวนะ แค่ทำความรู้จักกันเฉยๆ ส่วนพี่ชื่อนางฟ้า ปีนี้อายุยี่สิบสามปี เรียกว่าพี่ฟ้าก็ได้”“หึ...”นางฟ้าตวัดสายตาไปมองคนที่หลุดขำชื่อของตัวเอง เขาคงหัวเราะเยาะชื่อของเธอนั่นแหละ เธอถูกคนอื่นหัวเราะเรื่องชื่อจนชินแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงรู้สึกไม่ชอบอยู่ดีนางฟ้าแยกเขี้ยวใส่คนพี่แล้วก็หันมายิ้มให้คนน้อง เป็นพี่น้องกันทำไมถึงมีบุคลิกต่างกันขนาดนี้นะเด็กสาวตอบเสียงแผ่ว ‘อายุสิบแปดค่ะพี่ฟ้า’สิบแปด ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเลยนะเนี่ย...“เล่าให้พี่ฟังได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น”เด็กสาวเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเริ่มเปิดปากพูด “...ค่ะ”