Yume ราชันไร้บัลลังก์

    บทที่ 31 รางวัล 3 เท่า

    บทที่ 31 รางวัล 3 เท่า

     

                เมื่อกลับออกมาจากห้องพยาบาลยูเมะกับสองสาวก็ตัดสินใจทำตามแผนเดิมและกลับไปยังเขตออกกำลังกายอีกครั้งเพื่อออกกำลังกายเพิ่มตามที่ตั้งใจเอาไว้

                ระหว่างที่เดินทั้งสามก็จมอยู่ในความคิดของตัวเองจึงไม่ได้คุยอะไรกันกระทั่งกลับมาถึงเขตออกกำลังกายอีกครั้งจึงคุยกันเล็กน้อย

                “ผมว่าจะออกส่วนขาเพิ่มอีกหน่อยแล้วเมลกับคุณชีอาละครับ จะทำอะไร”

                “เมลไม่มีแผนอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะยูเมะคุง เมลว่าจะหาอะไรทำใกล้ๆ กับยูเมะคุงนะคะ”

                “ฉันเองก็ไม่มีแผนอะไรเหมือนกัน คงไม่ว่ากันนะถ้าจะตามไปด้วย”

                “แน่นอนครับ ผมเสียอีกที่ต้องขอบคุณที่คุณชีอาอุตส่าห์ตามมาช่วยดูแลเมลแบบนี้”

                คำขอบคุณของยูเมะทำให้ชีอารู้สึกเขินนิดๆแต่เธอก็ไม่ปฏิเสธเพราะที่เธอมาออกกำลังกายในวันนี้ทั้งที่ไม่มีแผนจะออกกำลังกายก็เพื่อดูแลเมโลดี้ไม่ให้ถูกลูกค้าผู้ชายมารบกวน

                เจตนาของชีอานั้นแน่นอนว่าเมโลดี้ย่อมมองออกทว่าเธอก็ไม่ได้คิดที่จะปฏิเสธเพราะต่อให้ชีอาจะมีเจตนาบางอย่างแอบแฝงแต่เธอก็ไม่รู้สึกว่ามันเป็นเจตนาที่ไม่ดีเธอจึงไม่ปฏิเสธการช่วยเหลือของชีอาที่ตั้งใจจะมาตีสนิทเธอ

                หากเทียบกับ‘เพื่อนสาว’ ที่เธอมีอยู่แล้วชีอานับเป็นเพื่อนสาวที่เปิดเผยและจริงใจที่สุดคนหนึ่งเธอจึงไม่รู้สึกรังเกียจที่ชีอามาค่อยช่วยแบบนี้

                ยูเมะเองก็พอจะมองออกเช่นกันแม้เขาจะไม่ได้รู้จักเพื่อนสาวคนอื่นๆ ของเมโลดี้มากนัก แต่เขาก็รู้สึกว่าชีอานิสัยดีกว่าเพื่อนสาวส่วนใหญ่ของเมโลดี้มากเขาจึงไม่รู้สึกรังเกียจที่มีเธอติดตามไปด้วย

                ด้วยเหตุนี้ชีอาจึงตามติดยูเมะกับเมโลดี้ต่อไปโดยไม่ถูกรังเกียจหรือตั้งกำแพงใส่ความสนิทสนมของทั้งสามจึงเพิ่มขึ้นทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว

                ภาพที่ทุกคนมองเห็นจึงเป็นภาพที่แปลกประหลาดและน่าอิจฉาอยู่บ้างที่ยูเมะมีสองสาวติดตามไปด้วยตลอดเวลา

                ไม่ว่าจะย้ายไปออกกำลังกายที่อุปกรณ์ตัวไหนสองสาวก็ตามไปด้วยและใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายที่อยู่ใกล้ๆ ออกกำลังกายแบบเบาๆเป็นการคาร์ดิโอแบบหนึ่งซึ่งต่างจากยูเมะที่ออกกำลังกายอย่างหนักด้วยน้ำหนักที่ค่อนข้างมากและออกด้วยจำนวนครั้งที่น่าตกใจ

                ลูกค้าที่แอบมองทั้งสามอยู่นั้นก็ค่อยๆเบนความสนใจจากสองสาวมายังยูเมะทีละน้อย

                ความตั้งใจที่จะมองภาพสวยๆงามๆ ของหญิงสาวยามออกกำลังกาย ก็เปลี่ยนไปเป็นความตกใจเมื่อสังเกตเห็นน้ำหนักที่ยูเมะใช้ในการออกกำลังกายกับอุปกรณ์แต่ละชิ้น

                จากความเพลิดเพลินใจที่ได้หาอาหารตาให้ตัวเองก็กลายเป็นความตื่นตระหนกปนชื่นชมและเริ่มให้ความสนใจกับยูเมะมากยิ่งขึ้น

                เมโลดี้กับชีอาเองก็แอบตกใจอยู่ลึกๆเช่นกันหลังจากได้เห็นการออกกำลังกายที่หนักหน่วงและเข้มข้นของยูเมะ

                โดยเฉพาะชีอาที่ไม่รู้ว่ายูเมะมีโรคประจำตัวที่ทำให้อ้วนที่ตกใจเป็นอย่างมากเพราะเธอไม่คิดว่ายูเมะจะแข็งแรงขนาดนี้

                “ยูเมะ นายไม่ฝืนเกินไปหน่อยหรอ”

                “ก็..นิดหน่อยนะครับ แต่ไม่ต้องห่วง ผมคำนวณไว้แล้ว ไม่ฝืนจนบาดเจ็บแน่”

                แม้ยูเมะจะพูดแบบนั้น แต่ชีอาก็แอบกลัวอยู่เล็กๆที่เห็นเขาออกกำลังกายต่อเนื่องมานานเกือบ 1 ชั่วโมงแล้ว

                ด้วยความเข้มข้นระดับนี้แม้กระทั่งนักกีฬามืออาชีพก็ยังลำบากเลยแต่ยูเมะกลับสามารถออกกำลังกายต่อไปได้โดยไม่มีทีท่าว่าจะหมดแรงแต่อย่างใด

                หลังจากเฝ้าสังเกตมาได้ระยะหนึ่งชีอาก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

                “นายใช้อาหารเสริมของ S&S งั้นหรือ”

                “เอ๊ะ! คุณชีอาสังเกตเห็นด้วยหรือครับ”

                “จริงด้วยสินะ เพราะแบบนี้นายถึงได้อึดขนาดนี้ แต่ถึงจะมีแรงก็อย่าฝืนนักละต่อให้มีอาหารเสริมบำรุง แต่ร่างกายของนายจะไม่ไหวเอานะ”

                “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมรู้ขีดจำกัดของตัวเองดี”

                เมื่อเห็นว่ายูเมะยังคงตอบแบบเดิม ชีอาก็ไม่ถามอีกเพราะเธอเกรงใจ นอกจากนั้นยูเมะเองก็ดูไม่เหมือนคนที่ชอบฝืนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็วแต่อย่างใด

                นอกจากนั้นเมโลดี้ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นห่วงหรือวิตกกังวลใดๆเธอจึงคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาเพราะแฟนสาวอย่างเมโลดี้น่าจะรู้จักยูเมะดีกว่าตัวเธออยู่แล้ว

                หากแฟนสาวไม่เป็นห่วงคนรู้จักอย่างเธอก็ไม่สมควรที่จะเป็นห่วงจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

                หลังจากคิดแบบนั้นชีอาก็ไม่กวนยูเมะอีกแต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะต้องมองยูเมะอยู่บ่อยครั้งเพราะความเข้มข้นในการออกกำลังกายของเขานั้นค่อนข้างที่จะน่ากลัวทีเดียว

                ขนาดลูกค้าที่ตอนแรกแอบมองสองสาวเพื่อหาอาหารตาก็ยังอดไม่ได้ที่ต้องมองมาด้วยความตกใจ

                หลังจากผ่านไปเกือบ2 ชั่วโมง ในที่สุดยูเมะก็หยุดลง เขานั่งพักหอบหายใจหนักๆอยู่บนเก้าอี้โดยมีเมโลดี้คอยส่งน้ำให้ร่างกายของเขานั้นร้อนจนกลายเป็นสีแดงอย่างน่ากลัว ทว่าสีหน้าของยูเมะก็ยังคงเป็นปกติทั้งยังยิ้มออกมาได้

                แต่สิ่งที่คนอื่นไม่ทราบคือสาเหตุที่ทำให้เขายิ้มนั้น ไม่ได้เป็นเพราะเขายังมีแรงเหลือหรือรู้สึกว่ายังไหวแต่เป็นเพราะเขาพบเจอกับสิ่งที่น่าสนใจ

                ‘เพิ่งจะสังเกตแฮะว่าฝึกเกินจำนวนที่ภารกิจต้องการได้ด้วย’

                การค้นพบในครั้งนี้ทำให้ยูเมะเกิดความคิดบางอย่างเขาคิดว่าบางทีภารกิจฝึกฝนประจำวันนั้นอาจจะไม่มีขีดจำกัดที่แท้จริงอยู่และการที่มันไม่มีขีดจำกัดในการฝึกนั้นก็หมายความว่าของรางวัลนั้นอาจจะดีขึ้นตามจำนวนที่ฝึกฝน

                นอกจากนั้นยูเมะก็ยังสังเกตเห็นอีกด้วยว่าระยะเวลาในการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้นั้นไม่ได้มีแค่ 1 ชั่วโมงอย่างที่ควรจะเป็น แต่เป็น 1 ชั่วโมง 20 นาที

                ระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นมาถึง20 นาทีนั้นทำให้ยูเมะประหลาดใจเพราะเขาจำได้ว่าเขาฝึกมวยไท่เก๊กเพียง 1ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งอันที่จริงมันไม่ถึง 1 ชั่วโมงเต็มด้วยซ้ำ

                แต่ตอนนี้ระยะเวลาที่ปรากฏขึ้นกลับเป็น1 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งหมายความว่ามันเพิ่มขึ้นมาราว 20 นาทีเศษ

                ระยะเวลาในการฝึกที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ยูเมะสงสัยซึ่งหลังจากครุ่นคิดเล็กน้อย เขาก็เดาได้ว่ามันมาจากไหน

                ‘การประลองเองก็ถือว่าเป็นการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้เหมือนกันสินะแถมยัง..เพิ่มเวลาฝึกให้มากกว่าเวลาที่ใช้ประลองเสียอีก’

                การที่ระยะเวลาในการฝึกเพิ่มขึ้นมากกว่าเวลาที่ใช้ประลองนั้นทำให้ยูเมะคาดเดาได้ว่าการฝึกฝนนี้อาจจะมีปัจจัยในการคิดคำนวณที่ซับซ้อนกว่าที่เขาคิดเอาไว้

                ‘ความเข้มข้นงั้นหรือ’

                ยูเมะนิ่งคิดอยู่นานก่อนจะส่ายหน้า จากนั้นทุกคนก็เริ่มคุยกันเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายกันไปยังห้องแต่งตัวของชายหญิงเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับไปเป็นชุดเดิมเพื่อเดินทางกลับ

                ขากลับนั้นยูเมะนั่งรถประจำทางกลับไปพร้อมกับชีอาสองคน ส่วนเมโลดี้นั้นเธอมีคนขับรถขับรถส่วนตัวมารับกลับทำให้เธอไม่สามารถนั่งรถกลับไปพร้อมกับยูเมะได้

                ทั้งนี้ก็เพราะที่พักของเธอนั้นรถประจำทาง ‘สายนอก’ ที่วิ่งในย่านที่พักอาศัยของคนทั่วไปนั้นไม่สามารถเข้าถึงได้เธอจึงต้องนั่งรถส่วนตัวกลับไป

                ก่อนกลับยูเมะกับเมโลดี้ก็บอกลากันเล็กน้อย เมโลดี้ยังกล่าวขอบคุณชีอาที่อุตส่าห์มาออกกำลังกายเป็นเพื่อนเธอทั้งยังแลกรหัสติดต่อกันอย่างที่หาได้ยาก

                เมื่อเมโลดี้กับชีอาแลกรหัสติดต่อกันยูเมะก็เลยถูกดึงเข้ามาร่วมด้วย ทำให้เขาได้แลกรหัสติดต่อกับชีอาไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

                หลังจากนั้นทั้งสองก็ขึ้นรถประจำทางกลับไปซึ่งครั้งนี้ชีอามานั่งข้างๆ เขาเป็นครั้งแรก แต่ถึงจะบอกว่านั่งข้างๆแต่ก็มีการเว้นระยะเอาไว้ 1 ที่นั่ง ทั้งสองจึงไม่รู้สึกอึดอัดมากนัก

                ระหว่างทางพวกเขาก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก ยูเมะเองก็มองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนทุกครั้ง

                แต่หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งชีอาก็เหมือนจะข่มความสงสัยของตัวเองเอาไว้ไม่ได้จึงหันมาถามยูเมะเกี่ยวกับการประลองที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

                “นี่ยูเมะ ฉันขอถามได้ไหมว่าตอนที่นายประลองนายใช้วิชาอะไร”

                “ตอนประลองหรือครับ ได้สิครับแต่ว่า..ผมเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันนะครับว่ามันจะเรียกว่าวิชาได้ไหม”

                “ทำไมละ หรือว่ามันเป็นเทคนิคลับอะไรบางอย่าง”

                “ไม่ครับ ไม่ใช่เทคนิคลับอะไรหรอก จะว่ายังไงดี ช่วงแรกๆผมใช้มวยไท่เก๊กนะครับ แต่ไม่ได้ยึดตามกระบวนท่าที่เรียนมา ส่วนช่วงหลัง ผมแอบผสมวิธีก้าวเท้าของคุณซุนอู๋เข้ากับมวยไท่เก๊กแล้วก็..ใช้ไปตามอารมณ์จนไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นวิชาหมัดมวยอะไรได้หรือเปล่า”

                คำตอบของยูเมะนั้นทำให้ชีอาอึ้งไปชั่วขณะ เธอแทบจะไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเพราะการผสมผสานวิชาหมัดมวยที่แตกต่างเข้าด้วยกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

                แม้จะผสมผสานอย่างตั้งใจโดยผู้เชี่ยวชาญก็ยังยากและต้องใช้เวลานานมากแต่ยูเมะกลับทำได้ในทันทีขณะที่กำลังประลองอยู่นอกจากนั้นวิธีที่ผสมลงไปยังเป็นวิชาของคู่ประลองด้วย

                นี่ก็หมายความว่ายูเมะอ่านการเคลื่อนไหวของซุนอู๋ได้อย่างสมบูรณ์เขาถึงเข้าใจวิธีก้าวเท้าของซุนอู๋และนำไปผสมกับมวยไท่เก๊กที่เพิ่งจะเรียนมาได้

                เรื่องนี้พูดไปแล้วมันน่าเหลือเชื่อเกินไปจนยากที่จะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงด้วยเหตุนี้ชีอาเลยสงสัยว่าที่ยูเมะพูดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นข้ออ้างที่ใช้ในการปิดบังความจริง

                ความเข้าใจผิดของชีอานั้นเป็นแบบเดียวกับที่เฒ่าหลี่เข้าใจผิดตอนที่ยูเมะบอกเขาว่าเพิ่งจะฝึกมวยไท่เก๊กทั้งนี้ก็เพราะสิ่งที่เขาทำมันดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งจะฝึกแต่ดูเหมือนคนที่ฝึกมานานจนเชี่ยวชาญ

                การผสมวิชาและกระบวนท่าเองก็เช่นกันมันไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ในขณะที่ประลองและทำได้ในการประลองครั้งแรกชีอาจึงคิดว่ายูเมะกำลังโกหก

                ด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่พยายามถามต่อเพราะคิดว่ายูเมะไม่อยากบอกความเงียบจึงก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปจนแปลกประหลาดยูเมะที่คาดเดาความคิดของชีอาได้ก็ได้แต่ฝืนยิ้มในใจโดยไม่รู้ว่าจะพูดอะไร

                อันที่จริงพอเขาได้คิดถึงสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปเขาเองก็ยังรู้สึกว่ามันไม่น่าเชื่อเหมือนกันแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เพราะว่าสิ่งที่เขาพูดไปนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด

                แม้ว่าเรื่องจริงจะน่าเหลือเชื่อแต่มันก็เป็นเรื่องจริงยูเมะจึงทำได้เพียงทอดถอนใจด้วยความปลิดปลงที่ไม่สามารถทำให้ใครเชื่อได้ว่าเขาพูดความจริง

                เมื่อเวลาผ่านไปรถประจำทางก็วิ่งมาถึงท่ารถใกล้บ้านของยูเมะเขาก็บอกลาชีอาเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้ม แล้วลงรถไปโดยไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมเพราะเขาไม่คิดว่าจะทำให้ชีอาเชื่อในสิ่งที่เขาพูดได้

                ชีอาเองก็ไม่ได้ถามอะไรอีกเช่นกันเพราะเธอรู้ตัวว่าเธอไม่ได้สนิทกับยูเมะมากถึงขนาดที่จะทำให้เขาบอกเธอทุกเรื่องเธอจึงบอกลาเขาตามมารยาทแล้วมองยูเมะเดินจากไป

                หลังกลับมาถึงบ้านยูเมะก็หาที่นั่งพัก แม้เขาจะไม่รู้สึกเหนื่อยมากนักเพราะพลังงานจากอาหารเสริมที่กินลงไปก่อนหน้านี้แต่จิตใจของเขาก็ยังรู้สึกล้าพอสมควร

                ‘ยังขาดอีก 2 ชั่วโมงเศษๆ งั้นก็ฝึกสมาธิให้เสร็จไปเลยก็แล้วกัน’

                คิดแล้วยูเมะก็นั่งนิ่ง เขาผ่อนคลายตัวเองอยู่บนโซฟาขณะที่จิตใจก็เข้าสู่สมาธิไปพร้อมกัน จังหวะของการหายใจก็เริ่มเป็นจังหวะการหายใจเข้าออกยืดยาวขึ้นไปทีละน้อยโดยไม่รู้สึกตัว

                เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังหายใจในรูปแบบที่ต่างจากปกติสิ่งเดียวที่รู้คือสมาธิของเขาไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้เขารู้สึกสงบนิ่งอย่างบอกไม่ถูก

                ภายใต้ความรู้สึกสงบนิ่งนี้เขาแทบจะลืมทุกอย่างจนไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเปิดประตูบ้านและเสียงใสๆ ของน้องสาวที่ส่งเสียงออกมาในตอนที่กลับมาบ้าน

                กว่ายูเมะจะรู้สึกตัวก็ตอนที่โนโซมิเดินเข้ามาในบ้านและเห็นเขานอนหลับอยู่บนโซฟา เด็กสาวจึงยิ้มน้อยๆ ก่อนจะย่องเข้ามาใกล้เพื่อที่จะแกล้งเขาตอนหลับ

                แต่ก่อนที่เธอจะทำได้สำเร็จยูเมะที่ไม่ได้หลับก็สัมผัสได้ถึงใครบางคนที่กำลังเข้ามาใกล้ เขาจึงลืมตาขึ้นมา จนสบเข้ากับดวงตาของโนโซมิทำเอาเด็กสาวถึงกับตกใจจนกรีดร้องออกมา

                เห็นแบบนั้นยูเมะก็ยิ้มขำและเข้าใจได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

                “คิดจะแกล้งพี่งั้นหรือ ยังเร็วไปยัยเด็กน้อย”

                “โถ่! พี่เล่นอะไรของพี่เนี่ย ไม่ได้หลับก็น่าจะส่งเสียงตอบรับกันบ้างสิ!”

                แม้จะบ่นเหมือนไม่พอใจ แต่น้ำเสียงของเด็กสาวกลับสดใสและมีชีวิตชีวาเป็นที่สุดราวกับเธอกำลังมีความสุขที่ได้เล่นกับพี่ชายอีกครั้ง

                ยูเมะก็มีความรู้สึกคล้ายๆกัน สองพี่น้องจึงนั่งคุยกันเล็กน้อย ก่อนจะไปช่วยกันเตรียมมื้อเย็นสำหรับครอบครัวทำให้มื้อเย็นของวันนี้เป็นมื้อเย็นที่เต็มไปด้วยความสุขเหมือนกับทุกๆ วัน

                เมื่อผ่านช่วงเวลาของครอบครัวไปต่างคนต่างแยกย้ายกันไปใช้เวลาส่วนตัว ยูเมะก็กลับมาในห้องนอนแล้วเปิดหน้าต่างภารกิจขึ้นมา

                ‘สำเร็จแล้วจริงๆ ดูจากเวลาแล้ว..ดูเหมือนว่าการทำสมาธิเองก็นับเวลาตามความเข้มข้นของการทำสมาธิด้วยสินะ’

                ก่อนที่จะทำสมาธิ เวลาที่ต้องทำยังเหลืออยู่อีกราว 2 ชั่วโมงเศษซึ่งเขานั่งสมาธิบนโซฟาไปเพียงชั่วโมงครึ่งเท่านั้น แต่เมื่อผ่านมื้อเย็นไปจนกระทั่งกลับเข้ามาในห้องภารกิจประจำวันก็สำเร็จแล้วทั้งที่น่าจะยังเหลือเวลาที่ต้องทำสมาธิอีกหลายสิบนาที

                ‘น่าสนใจจริงๆ ดูเหมือนว่าการฝึกฝนจะมีระดับความเข้มข้นด้วยสินะจริงด้วยสิ..จำนวนครั้งมันไม่ตรงกัน’

                นอกจากภารกิจประจำวันแล้ว ภารกิจฝึกฝนเองก็ดูเหมือนจะต่างจากที่ยูเมะจำได้จำนวนครั้งในการออกกำลังกายมันไม่ตรงกับที่เขาออก ทว่าความแตกต่างก็ไม่ได้มากนักต่างกันเพียงสิบกว่าครั้งเท่านั้น

                หลังจากเข้าใจยูเมะก็เริ่มคาดเดาถึงอนาคตคาดเดาถึงการฝึกฝนที่ภารกิจต้องการหลังจากที่เขาแข็งแกร่งกว่านี้

                ‘ถึงตอนนั้นคงต้องเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกฝนให้มากขึ้นสินะแต่ก็ช่างเถอะ มันยังไม่ถึงเวลาที่ต้องคิด’

                สิ้นความคิด ยูเมะก็กดรับรางวัล โหลกาชาปองก็เริ่มหมุน ก่อนจะลูกแก้วสีฟ้าไหลออกมาอย่างที่คิดเอาไว้

                ‘ความยืดหยุ่นของความคิด 0.1 เป็นอย่างที่คิดครั้งก่อนคือความแข็งแกร่ง คราวนี้คือความยืดหยุ่น ครั้งต่อไปก็คงเป็นการฟื้นฟูสินะเพียงเท่านี้ค่าความคิดก็จะกลายเป็น 1.1’

                ยูเมะประเมินอยู่เงียบๆ พลางคิดถึงผลลัพธ์หลังจากค่าสถานะความคิดขึ้นไปถึง1.1 จากนั้นคิดถึงค่าสถานะของกล้ามเนื้อ 1.1 เพื่อจินตนาการถึงผลลัพธ์ของมัน

                ก่อนหน้านี้ยูเมะยังมองไม่ออกว่าค่าสถานะกล้ามเนื้อ1.1 มีพลังมากขนาดไหน จนกระทั่งวันนี้ หลังจากได้ท้าทายขีดจำกัดของตัวเองเขาถึงได้รู้ว่ามันน่าทึ่งกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก

                เทียบกับการเพิ่มเพียงค่าสถานะยิบย่อยค่าใดค่าหนึ่งเพียงอย่างเดียวแล้วการเพิ่มขึ้นของค่าสถานะย่อยนั้นมีผลลัพธ์ที่สูงกว่า

                ด้วยผลลัพธ์นี้ยูเมะก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงผลลัพธ์จากการเพิ่มขึ้นของค่าสถานะหลักทั้งสาม

                แต่หลังจากคิดไปได้ไม่นานยูเมะก็ต้องส่ายหน้าแล้วหันไปมองภารกิจฝึกฝน จากนั้นกดรับโหลกาชาปองก็เริ่มหมุนอีกครั้ง ก่อนจะมีลูกบอลโปร่งใสไหลออกมา 3 ลูก

                “3 ลูกเลย! สุดยอดได้อย่างละชิ้นเลยแฮะ”

                ของรางวัลทั้ง 3 ชิ้นคือ ยารักษาS อาหารเม็ดต้นกำเนิดและขวดน้ำของทั้งสามอย่างนี้เป็นของที่เขาเคยได้มาก่อนแล้วทั้งหมดและยังมีมันเก็บเอาไว้ในช่องเก็บของอยู่เลย

                หลังจากเห็นของรางวัลที่ได้ยูเมะก็ยิ้มออกมา พลางคิดในใจถึงแผนการออกกำลังกายที่ตั้งใจในวันพรุ่งนี้จากนั้นก็หยิบขวดน้ำที่เหลืออยู่ออกมาแล้วดื่มลงไปจนหมดขวด ขวดน้ำก็แตกสลายหายไป

                จากนั้นก็ตามด้วยยารักษาแต่ก่อนที่จะดื่มเขาก็หยุดคิดไปชั่วขณะด้วยลังเลว่าจะดื่มตอนนี้หรือดื่มพรุ่งนี้ดี

                ‘แบบไหนจะให้ประโยชน์ที่สุดนะ เอาเถอะลองปล่อยให้ร่างกายฟื้นฟูตามธรรมชาติสักคืนหนึ่งก่อนก็แล้วกัน’

                หลังจากคิดแบบนั้นยูเมะก็จัดการตัวเองจนเรียบร้อยและเข้าไปในเคบินเล่นเกมทำอาหารกับน้องสาวและเมโลดี้นานหลายชั่วโมง

                พวกเขาทำของกินเล่นหลายๆอย่างกินกันอย่างสนุกสนาน จนผ่านไปค่อนคืน พวกเขาถึงได้แยกย้ายไปพักผ่อน

                ครั้งนี้ยูเมะไม่ได้เข้าไปนอนในเกมออนไลน์แต่เลือกที่จะนอนในเคบินโดยใช้โปรแกรมช่วยให้หลับลึกยิ่งขึ้น

                เมื่อเช้าของวันใหม่มาถึงยูเมะก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความปวดเมื่อยตามเนื้อตัวที่ทำให้คิ้วกระตุกแต่มันก็แค่ชั่วครู่เท่านั้น หลังจากดื่มยากรักษาส่วนที่เหลือลงไปจนหมดอาการทั้งหมดก็หายไป

                ความรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังก็กลับมาอีกครั้งทำให้เขาตื่นเต้นยิ่งขึ้นและเริ่มเปิดหน้าต่างภารกิจราวกับเป็นกิจวัตรประจำวัน

                “หืม ภารกิจแปลกดีแฮะวันนี้..ศึกษาพืชสมุนไพร”