ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล)

    ตอนที่ 57 สูญเสียสองอย่างในคราวเดียว

    ตอนที่ 57 สูญเสียสองอย่างในคราวเดียว

     

    จากออฟไลน์สู่ออนไลน์จากหน้าเวทีไปสู่หลังฉาก นี่คือสงครามที่ไม่ต้องใช้ดินปืนและระเบิดใด ๆ

     

    คนมักจะพูดว่าห้างสรรพสินค้าก็เหมือนกับสนามรบคำพูดนี้พูดไว้ไม่มีผิด

     

    สนามรบที่มีรบราฆ่าฟันในห้างสรรพสินค้าก็แข่งเรียกลูกค้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย

     

    หนึ่งคือเดิมพันด้วยชีวิตอีกหนึ่งคือเดิมพันด้วยเงินทอง

     

    ทว่าสำหรับหลายคนเงินทองคือชีวิต !

     

    หลิวเฟยไม่ใช่คนที่ถือเอาเงินทองมาเป็นใหญ่ในชีวิตแต่เขาสู้เพื่อศักดิ์ศรีและเพื่ออนาคต !

     

    เขาต้องการจะเอาคืนหลู่อิงปินที่ล้อมปิดลู่ทางทำกินของเขาทั้งออนไลน์และออฟไลน์ทำให้แผนการทุกอย่างของฝ่ายนั้นพังทลายลง ให้สูญเสียทั้งสองอย่างในครั้งเดียว

     

    หลิวเฟยมีเซวี่ยจื้อส่วนหลู่อิงปินมีเสี่ยวเลี่ยว ทั้งสองคนกลายเป็นเพียงผู้ชม และไม่ได้ใช่วิธีต่อสู้แบบประจันหน้าระหว่างพวกเขาสองคน?

     

    เซวี่ยจื้อนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ขณะที่มือทั้งสองข้างยังเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดหย่อนเขารู้สึกกระวนกระวายใจที่อาจสร้างความเสียหายมากมายให้กับร้านค้าออนไลน์ทุก ๆวินาที ระหว่างนี้เขาหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบเป็นครั้งคราว

     

    เสี่ยวเลี่ยวที่มีอายุเพียงแค่ยี่สิบกว่าปี แต่มีฝีมือที่ยอดเยี่ยมเขาอยู่ในบริษัทเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของตระกูลหลู่นั้นทำให้เขาสนใจและจดจ่ออยู่กับคอมพิวเตอร์ มือทั้งสองข้างเคลื่อนไหวราวกับสายลมเขากดแป้นพิมพ์รัวอย่างไม่หยุดพัก

     

    แต่กระนั้นกระดูกก็ยังคนละเบอร์กันเซวี่ยจื้อ เรียกตัวเองว่า “ราชาแห่งโลกออนไลน์”ซึ่งฉายานี้ได้มาจากผลงานและศักยภาพของเขาเอง

     

    ในเวลาไม่ถึงสองนาทีร้านค้าออนไลน์ก็กลับมาเป็นปกติ

     

    หลิวเฟยถอนหายใจอย่างโล่งอกและเริ่มรับคำสั่งซื้อจากคอมพิวเตอร์อีกเครื่องในขณะเดียวกันเสี่ยวเลี่ยวที่มีอาการโกรธจัด เขาเอนหลังหวังผิงพนักเก้าอี้แต่กลับลืมไปว่าเขากำลังนั่งอยู่บนม้านั่ง ไม่ใช่เก้าอี้ดังนั้นเขาจึงหงายหลังตกลงไปกองกับพื้นอย่างน่าสมเพช !

     

    เมื่อหลู่อิงปินเห็นดังนี้เขาก็พูดไม่ออก “หน้าตาก็ดูฉลาด แต่กลับโง่เหมือนหมู แค่นี้ยังล้ม ? แกจะไปทำอะไรกิน! เป็นไงบ้าง ? สำเร็จหรือยัง ? ”

     

    เสี่ยวเลี่ยวรีบลุกขึ้นยืนมาใช้มือปาดเหงื่อเย็น ๆ บนหน้าผากแล้วพูดว่า "เดิมทีก็สําเร็จแล้วแต่ไม่ถึงสองนาทีก็ถูกฟื้นฟูกลับมาใหม่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีคนที่เก่งเทคนิคขั้นสูงอยู่ด้วย ! ”

     

     “อะไรนะ ? ! ” หลู่อิงปินยื่นหน้าเข้ามาดูในหน้าจอคอมพิวเตอร์และพูดอย่างเกรี้ยวกราด “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ? พวกเขาบอกว่านายเป็นสุดยอดฝีมือไม่ใช่หรือ? ทำไมเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ถึงทำไม่ได้ ?”

     

    เสี่ยวเลี่ยวพูดด้วยความหวาดหวั่น"คุณชายหลู่ ท่านอย่าพึ่งโกรธ อีกฝ่ายมีทักษะที่เก่งกาจมากจริง ๆ ! แต่แน่นอนว่ายังไงผมก็จะไม่ยอมผมจะโจมตีต่อไปเรื่อย ๆ ”

     

     “งั้นแกก็รีบเร็ว ๆ เข้า ! ”

     

    เสี่ยวเลี่ยวรีบลุกขึ้นนั่งและเขียนโค้ดโจมตีต่อผ่านไป 5-6 นาทีความเร็วในการพิมพ์ของเขาก็เร็วขึ้นเรื่อย ๆ บนหน้าผากของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

     

    หลู่อิงปินคอยนั่งอยู่ข้างๆเพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ นั่นยิ่งทำให้เขายิ่งเหงื่อแตกแต่ทันใดนั้นหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขาก็กลายเป็นสีดํา ถึงเสี่ยวเลี่ยวไม่พูดเขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายใช้ไวรัสโจมตีกลับมาแล้ว !

     

    เขากำหมัดแน่นกัดฟันกรอดพร้อมหันมาจ้องที่เสี่ยวเลี่ยว “ทักษะกระจอกอย่างแกน่ะหรือที่จะเป็นเจ้าชายแห่งวงการเทคโนโลยีอะไรนั่น? ทำได้แค่นี้เนี่ยนะ ? ห่วยแตก! ”

     

    เสี่ยวเลี่ยวลุกขึ้นยืนอย่างห่อเหี่ยวแทบจะก้มหัวลงถึงหัวเข่าแล้วพูดว่า "คุณชายหลู่ เรื่องนี้...อีกฝ่ายอาจจะเป็นแฮ็คเกอร์ระดับปรมาจารย์ เทคนิคนี้มันท้าทายเกินไปสำหรับผม ผม..ผมไม่สามารถรับมือมันได้..."

     

     “แก ! ”

     

    หลู่อิงปินชี้ไปที่เขาเดิมทีคิดจะตําหนิเขา แต่เมื่อคิดดูอีกทีบริษัทอินเทอร์เน็ตก็จัดอันดับให้เป็นคนที่มีฝีมือดีที่สุดแล้วถ้าหากเขายอมแพ้แบบนี้ แล้วจะไปหาใครอีกล่ะ ?

     

    เขาไม่อยากพ่ายแพ้ให้กับหลิวเฟยอีกครั้ง!

     

    คิดไปคิดมา เขาก็ชักมือลงแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า"ในเมื่อแกไม่สามารถจัดการมันได้ แล้วถ้าหากใช้วิธีสกปรกล่ะ ? ”

     

    เสี่ยวเลี่ยวค่อย ๆเงยหน้าขึ้นมามองเขา “ท่าน ….หมายความว่ายังไง ?”

     

     "ใช้วิธีสั่งซื้อของไงร้านค้าออนไลน์ของมันเปิดเป็นสาธารณะอยู่แล้ว ไปก่อกวนมันให้เละเทะ ! "

     

    เสี่ยวเลี่ยวดวงตาเป็นประกาย"อันนี้ก็ใช้ได้ ! " ผมจะให้ช่างเทคนิคสิบกว่าคนเป็นคนสั่งสินค้าแล้วแกล้งคืนของและรีวิวสินค้าให้แบบแย่ ๆ ปั่นพวกมันให้หัวหมุน !ทำแบบนี้ก็มีประโยชน์ดีนะเพราะพิกัดที่อยู่ที่พวกเขาสร้างไว้ก็กระจัดกระจายกันอยู่มาก ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเก่งกาจสักแค่ไหนแต่ก็ยากที่จะตรวจสอบเพราะการทำแบบนี้แทบจะไม่มีหลักฐานทิ้งไว้เลย”

     

    หลู่อิงปินเลิกคิ้วสูง“ดีมาก ลงมือเลย ! แบบนี้จะได้ไม่ต้องซื้อเชอร์รี่ลูกใหญ่ราคาแพงของมันน่าขยะแขยงจะตาย ต้นทุนก็ต่ำขนาดนั้น ”

     

    "ผมจะขอยืมคอมพิวเตอร์ของท่านสักหน่อยผมต้องรีบสร้างกลุ่มเพื่อเรียกเพื่อนสมาชิกในทีมเข้ามาจากนั้นจะจัดการแฮ๊คเข้าไปเพื่อขโมยบัญชีของคนอื่น เปลี่ยนที่อยู่ IP ของพวกเขาและยังมีวิธีการอื่นๆ อีก เพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันไม่สามารถรับมือ ! " ” เสี่ยวเลี่ยวเอ่ยขึ้น

     

    หลู่อิงปินยิ้ม“บอกเพื่อนของแกนะ หลังจบเรื่องนี้ หลู่อิงปินคนนี้จะตอบแทนอย่างงาม ! ”

     

    ……

     

    หลิวเฟยรีบจัดการตามคำสั่งสินค้าอย่างเร่งด่วนเนื่องจากร้านค้าออนไลน์ถูกแฮ๊กในตอนนี้ เขาได้ส่งคอมพิวเตอร์ให้หลี่อวิ๋นโหรวจากนั้นจึงโทรหาเซวี่ยจื้อ

     

    เซวี่ยจื้อที่กําลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์ หัวเราะออกมา“เป็นไงบ้างพี่ ? อีกฝ่ายก็ไม่เลวเลยนะ แต่เมื่อเทียบกับแฮ็กเกอร์โรคจิตคนก่อนแล้วยังห่างกันอยู่มาก ! ”

     

    หลิวเฟยหัวเราะเสียงดัง“งั้นถ้าเทียบกับนายก็คงราวฟ้ากับเหวสินะ ? ”

     

    "ไม่น่ากลัวขนาดนั้น! พูดตามตรงถึงแม้ว่าทักษะของมันจะไม่เลว แต่เห็นได้ชัดว่ายังอ่อนหัดอยู่ยังไม่มีประสบการณ์เท่าผม ! ถ้ามันกล้าที่จะเล่นกับผม ผมจะต้องทำให้มันหัวหมุนตาย !”

     

     “พวกมันต้องไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ แน่ …”

     

     “ไม่ต้องห่วง ผมชอบจัดการเรื่องแบบนี้ถ้าพวกมันทำอะไรขึ้นมา พี่ก็โทรหาผมละกัน”

     

    หลิวเฟยวางหูโทรศัพท์ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา จู่ ๆก็มีสถานการณ์ที่ผู้บริโภคขอคืนสินค้าด้วยเหตุผลประหลาดต่าง ๆ นานาเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ หลิวเฟยรู้สึกได้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีจึงรีบโทรหาเซวี่ยจื้อ

     

    เซวี่ยจื้อรีบตรวจสอบอย่างรวดเร็วจากนั้นพูดขึ้นมาอย่างหยิ่งยโส “ก็แค่ลูกไม้ตื้น ๆ คอยดูนะ ผมจะทำให้พวกมันยอมคุกเข่าให้ดู! ”

     

    หลังจากที่เซวี่ยจื้อวางสายไปเขาก็รีบติดต่อเพื่อนสนิททางอินเทอร์เน็ต จากนั้นก็ช่วยกันโจมตีจนผ่านไปสิบนาที…

     

    เสี่ยวเลี่ยวและเพื่อนหลายสิบคนของเขาถูกบล็อกเป็นที่เรียบร้อยและกลุ่มแชทก็ถูกบางคนบังคับให้ยุบไปอย่างลึกลับ นั่นมันน่าสมเพชเวทนาเป็นอย่างมาก!

     

    หลู่อิงปินเห็นเสี่ยวเลี่ยวนั่งหน้าห่อเหี่ยวเหมือนไก่ถูกต้มสีหน้าดูไม่ได้ เขาจึงพูดขึ้นด้วยใบหน้าบูดเบี้ยว "แบบนี้ก็ไม่ได้หรือ ? ล้มเหลวอีกแล้วสินะ? ”

     

    เสี่ยวเลี่ยวยืนขึ้นอย่างสั่นเทาเขาก้มหน้าก้มตาแล้วพูดว่า "กลุ่มถูกยุบ คอมพิวเตอร์ของทุกคนถูกแฮ๊คพลังฝีมือของอีกฝ่ายน่ากลัวจริง ๆ พวกเราไม่สามารถต้านทานได้ครับคุณชาย ! ”

     

     “บ้าเอ้ย อีกฝ่ายน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ ? หรือเป็นเพราะพวกแกไม่มีความสามารถเองกันแน่? ”

     

    เสี่ยวเลี่ยวส่ายหน้า“บอกกับท่านไว้เลย ว่าผมไม่เคยเจอใครเก่งขนาดนี้มาก่อน นี่มันระดับเทพจริง ๆไม่ว่าพวกเราจะทำอะไรหรือรับมืออย่างไร เขาก็รู้ล่วงหน้าก่อนแล้วเขามีประสบการณ์มามาก ทั้งเทคนิคต่าง ๆ ก็ซับซ้อนเกินไปแล้ว ! ”

     

    หลังจากที่เดินไปเดินมาด้วยความโกรธจู่ ๆ หลู่อิงปินก็ตบเข้าที่ใบหน้าของเขา "ฉันไม่ได้อยากฟังแกสรรเสริญฝ่ายตรงข้ามนั่น! รีบคิดหาวิธีเร็วเข้า วันนี้ถ้าแกทําลายร้านค้าออนไลน์ของมันไม่ได้ก็อย่าคิดว่าจะออกจากบ้านหลังนี้ไปได้ ! ”

     

    เสี่ยวเลี่ยวตัวสั่นเทาใบหน้าซีดเผือดจนแทบจะไม่มีสีเลือด เขารีบไปนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างร้อนรนเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เขาต้องทําตอนนี้คือกําจัดไวรัสไซเบอร์ของฝ่ายตรงข้าม

     

    เมื่อเทียบกับหลู่อิงปินที่โกรธจนปอดระเบิดเวลานี้หลิวเฟยกลับหัวเราะจนเจ็บตับ !

     

    เขายิ้มพลางพูดกับเซวี่ยจื้อว่า “สหายแต่ไหนแต่ไรนายไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังเลย ทำได้ดีมาก ! ”

     

    “พี่ก็รู้นี่คราวนี้สะใจพี่หรือยัง ? ”เซวี่ยจื้อเอ่ย

     

    ในฐานะที่นับถือกันเป็นพี่เป็นน้องสนิทกันมาหลายปีทั้งสองรู้ตื้นลึกหนาบางของกันและกันแล้ว เมื่อเขาพูดเช่นนี้หลิวเฟยก็รู้ว่าเขาหมายถึงอะไรเขาเหลือบมองหลี่อวิ๋นโหรวและหลิวอวี้เหลียนอย่างสงสัย จากนั้นลดเสียงลง “ฉันดูเป็นคนประเภทที่เอาแต่ปกป้องและไม่ตอบโต้อะไรอย่างนั้นหรือ? ทำให้พวกเธอเห็นวิธีการของพวกเรากันเถอะ”

     

    เซวี่ยจื้อหัวเราะเสียวดัง“น้อมรับคำสั่ง ! แต่เดี๋ยวก่อน ผมจะให้พี่ดูบางอย่าง รับรองพี่ต้องชอบแน่”

     

    “อะไร ?” หลิวเฟยถามกลับด้วยความสงสัย

     

    “ลองไปที่กล่องแชทก่อนผมจะส่งให้พี่ ส่วนพี่ค่อยๆ ดูไป”

     

    หลิวเฟยเข้ามาในกล่องแชทด้วยความสงสัยไม่นานนักอีกฝ่ายก็ส่งโฟลเดอร์มา

     

    หลี่อวิ๋นโหรวและหลิวอวี้เหลียนเห็นหลิวเฟยทำตัวลับๆ ล่อ ๆ พวกเธอจึงเดินเข้ามาหา หลังจากที่หลิวเฟยเปิดโฟลเดอร์ขึ้นมาพวกเธอทั้งสองก็ชะโงกหัวเข้ามามองพวกเธอทั้งสองตะโกนออกมาเสียงดังและทุบตีหลิวเฟยอย่างแรงจากนั้นก็เอามือปิดตาและหันหลังกลับทันที

     

    หลิวเฟยแทบจะกระอักเลือดออกมาเมื่อเห็นรูปหลู่อิงปินและหญิงสาวรูปร่างดีคนหนึ่งซึ่งเปลือยท่อนบนและกําลังทําเรื่องอะไรแบบนั้นอยู่

     

    เขากระแอมไอ แล้วรีบกดดูรูปภายในโฟลเดอร์อย่างรวดเร็วยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกถึงความหนักหน่วง จนเขาทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว และในตอนนั้นเองหลิวอวี้เหลียนก็ยื่นมือไปปิดตาเขาแล้วพูดว่า "คนบ้ากาม ยังจะมองอยู่อีก !แล้วนี่คือใครกับใครละเนี่ย น่าเกลียดจริง ๆ เลย ! ”

     

    หลี่อวิ๋นโหรวสับเท้าตัวเองอย่างเขินอาย“หลิวเฟย นาย…คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นคนแบบนี้”

     

    หลิวเฟยหัวเราะเจื่อนๆ “พวกเธอไม่ได้คิดว่าฉันเป็นคนแบบนี้มาโดยตลอดหรือ ? ที่จริงมันแค่เรื่องเข้าใจผิดนี้เป็นภาพลับของหลู่อิงปินกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เซวี่ยจื้อได้มา คนที่วิปริตจริง ๆคือหลู่อิงปินต่างหากล่ะ ! ”

     

    พูดดจบเขาก็รีบโทรไปหาเซวี่ยจื้อ “นายเกือบฆ่าฉันตายแล้ว”

     

    เซวี่ยจื้อหัวเราะเสียงดัง“เป็นไง ? ชอบไหม ? นี่คือสิ่งที่ผมเพิ่งได้มาจากการแฮ๊คคอมพิวเตอร์ผมดูแล้วยังมีข้อมูลอีกเยอะแยะเลย นี้อาจจะเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของหลู่อิงปินไอ้โง่เอ้ย ฮ่าฮ่าฮ่า ! มีคำไหนเหมาะกว่าเขามากกว่านี้ไหม”

     

    “ก็มีผมอยู่นี่ไง ขอเวลา 2 ชั่วโมง พี่รอดูละครหลังข่าวได้เลย”

     

    สองชั่วโมงผ่านไป

     

    ในที่สุดเสี่ยวเลี่ยวก็กําจัดไวรัสในคอมพิวเตอร์ของหลู่อิงปินได้หมดแค่อยากจะดีใจ แต่จู่ ๆ หลังจากหลู่อิงปินได้รับโทรศัพท์แล้ว เขาก็เริ่มทุบข้าวของในห้อง

     

    หลังจากทุบไปได้สักพักเขาก็มองเสี่ยวเลี่ยวด้วยความโหดเหี้ยม “ยังยืนนิ่งอยู่ทําไม ? เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัททั้งหมดภายใต้ตระกูลหลู่ของพวกเราถูกแฮ๊คและแพลตฟอร์มการขายออนไลน์ก็ถูกแฮ๊คไปด้วย แกรู้ไหมว่าแพลตฟอร์มนั้นตระกูลหลู่ของพวกเราสามารถทําธุรกรรมได้กี่รายการต่อวัน? กี่แสนหยวน แกรู้ไหม ! ยังไม่รีบไปจัดการอีก !

     

    เสี่ยวเลี่ยวพยักหน้าอย่างลุกลี้ลุกลนแล้วรีบวิ่งออกไปนอกประตูแต่หลังจากที่หลู่อิงปินอ่านข้อความแล้วก็รีบตะโกนเรียกเขากลับมาอย่างไร้เรี่ยวแรง

     

    เสี่ยวเลี่ยวเห็นเขาที่แทบจะระเบิดออกมาจึงพูดอย่างนอบน้อมว่า "คุณชายหลู่ ยัง... ยังมีอะไรอีกไหม ?”

     

     “ไอ้สวะ ! ”

     

    หลู่อิงปินเตะเขากระเด็นออกไปหลายเมตรโดยไม่พูดไม่จา  จากนั้นก็เปิดคอมพิวเตอร์ของตัวเองเพื่อเช็คดูเขาเปิดไปยังเปิดฟอรั่มทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เมื่อเห็นโพสต์เรื่อง"ชีวิตขี้เมาของนายน้อยตระกูลหลู่ (ผู้หญิงสวยมาก)"เขาก็แผดเสียงออกมาทันที "เศษสวะที่ไม่เพียงแต่ไม่ประสบความสําเร็จแถมยังปล่อยให้คนอื่นเอาภาพส่วนตัวจากคอมพิวเตอร์ของฉันออกมาเผยแพร่ถ้าแกไม่ทําลายฟอรั่มนี้โดยเร็ว ฉันนี้แหล่ะจะยิงแกเอง ! ”

     

    เสี่ยวเลี่ยวรีบลุกขึ้นไปมองยิ่งมองเขาก็ยิ่งอยากจะกระอักเลือด จะโทษเขาได้หรือไม่ ? ใครใช้ให้เขาทำเรื่องแบบนั้นแถมยังถ่ายรูปแบบนี้ไว้อีกนี่คือบทเรียนของเขาเองหรือเปล่า ! และก่อนที่เขาจะยืมคอมพิวเตอร์มาทำไมไม่ล้างไฟล์ส่วนตัวเหล่านี้เสียแต่เนิ่น ๆ

     

     

    คล้ายกับเรื่องผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน