[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

เล่ม 2 ตอนที่ 190 พิธีบูชา ตอนที่ 1

3 วันต่อมา เหล่าม้วนกระดาษที่เพิ่มมานอกเหนือจากรูนทำให้สตอร์มแฮมเมอร์ประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด โฟลว์แซนด์ย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเกียรติของเทพแห่งความกล้าหาญนั้นไม่สามารถถูกละเมิดได้ และคนธรรมดาคนใดก็ตามที่เปิดใช้งานม้วนกระดาษเหล่านี้จะต้องชดใช้อย่างสาสม ทว่ายิ่งโฟลว์แซนด์เข้มงวดมากเพียงใด เลือดร้อนในตัวของลูกครึ่งออร์คผู้นี้ก็ยิ่งพลุ่งพล่านมากขึ้นเท่านั้น


ท้ายที่สุดสตอร์มแฮมเมอร์ก็เลือกวอริเออร์ของเขา 20 คนมามอบให้กับริชาร์ดเป็นการแลกเปลี่ยนกับรูนและขอบคุณเขาเรื่องม้วนกระดาษพวกนั้น กลุ่มนี้เกือบเท่ากับ 1 ใน 3 ส่วนของทหารชั้นยอดรุ่นเยาว์ของบลัดสโตน หากไม่ได้เป็นเพราะม้วนกระดาษที่แถมให้ไป ริชาร์ดคงจะได้แค่กองทัพที่มีแต่ทหารแก่และอ่อนแอเท่านั้น


อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าเขาคงต้องรอจนกว่าสตอร์มแฮมเมอร์จะสังหารเงามายาให้ได้เสียก่อน ทหารเหล่านี้จึงจะเชื่อฟังเขาอย่างแท้จริง


เช้าวันต่อมา สตอร์มแฮมเมอร์เดินทางออกจากค่ายบลัดสโตนภายใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว และหลังจากที่สตอร์มแฮมเมอร์ออกไป ริชาร์ดก็เข้าควบคุมวอริเออร์กลุ่มใหม่ทันที จากนั้นก็กำจัดเศษเสี้ยวอำนาจที่หลงเหลืออยู่ของมาร์คและทำการยึดบ่อน้ำพุที่เคยเป็นของเขาเอาไว้ ด้วยระดับที่เหนือกว่าและการเป็นพันธมิตรกับสตอร์มแฮมเมอร์ทำให้โฮวี่ ไครอน และคนอื่น ๆ ทำได้เพียงยอมรับการเปลี่ยนแปลงของอำนาจนั้นอย่างเงียบ ๆ


จากนั้นเขาก็เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับเร้ดคอสแซคก่อนพบว่าเร้ดคอสแซคนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อของบุคคลทว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มการค้าที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนเปื้อนเลือด กลุ่มใด ๆ ก็ตามที่สามารถเจริญรุ่งเรืองได้ท่ามกลางความโกลาหลนี้ทำให้พวกเขาน่ากลัวยิ่งกว่าโจรผู้ร้ายและเหล่าโจรขโมยม้าเสียอีก พวกเขาล้วนดุร้ายมากกว่าออร์ค มนุษย์ทะเลทราย และบาร์บาเรียน หากไม่โหดร้ายมากกว่ากลุ่มเหล่านี้ พวกเขาจะไม่สามารถอยู่รอดและขยายอิทธิพลในดินแดนเปื้อนเลือดได้อย่างแน่นอน


เร้ดคอสแซคเป็นหนึ่งในกลุ่มค้าขายทาสที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนเปื้อนเลือด ที่นี่มีกองทัพผู้คุ้มกันจำนวนมากที่เทียบเท่าได้กับกองทัพตามอาณาจักรทั่ว ๆ ไป ด้วยนักรบกว่า 5,000 คนในกองทัพทำให้ตัวผู้นำนั้นเปรียบได้กับระดับเอิร์ลของอาณาจักรมนุษย์ แต่ด้วยการต่อสู้อย่างต่อเนื่องในดินแดนเปื้อนเลือดทำให้คนเหล่านั้นเหนือกว่าทหารธรรมดามาก อย่างไรก็ตาม กองทัพเหล่านั้นก็ยังไม่ใช่กองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาอยู่ดี ส่วนที่น่ากลัวจริง ๆ คือพวกเขามีกองกำลังทาสอยู่ด้วย


ทาสส่วนใหญ่ที่ถูกส่งออกจากดินแดนเปื้อนเลือดมักเป็นบาร์บาเรียนที่ทรงพลังและชาวทะเลทรายที่มีฝีมือในการต่อสู้โดยอาจจะมีออร์คปะปนอยู่บ้างเป็นครั้งคราว ผู้ค้าทาสมักจะทำงานอยู่ตลอดทั้งปีและทุกคนล้วนเป็นนักล่าผู้กระหายเลือด


แนวหน้าที่เขาส่งไปล่วงหน้าได้เผชิญหน้ากับผู้คุ้มกันชายแดนของเร้ดคอสแซค แน่นอนว่าตำแหน่งของผู้คุมชายแดนนั้นเป็นแค่ในนามเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะทำหน้าที่เหมือนกับโจรขโมยม้า  ไนท์ชุดเกราะสีแดงที่เป็นผู้นำพวกเขานั้นแท้จริงแล้วเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง ชื่อของเขาคือ --- เร้ดฮุค ทั้งเร้ดฮุคและทหารม้าของเขาเป็นที่รู้จักของคนหลายคนแม้กระทั่งภายนอกดินแดนเปื้อนเลือดก็ตาม


ในเวลานั้นเอง เปลวไฟเล็ก ๆ พุ่งออกมาจากฝ่ามือของริชาร์ด ซึ่งมันเผาหน้ากระดาษข้อมูลบางส่วนที่เขาได้มาจนลุกเป็นไฟ เขาเฝ้ามองขณะที่มันไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน


‘เร้ดคอสแซค... ดูเหมือนพวกเจ้าจะเป็นเป้าหมายที่ดีและข้าก็มีเหตุผลที่ชอบธรรมที่จะทำลายพวกเจ้าเช่นกัน พวกเจ้าขโมยม้ากว่า 100 ตัวไปจากข้า ดังนั้นข้าจะทำลายล้างพวกเจ้าให้สิ้นซากซะ...’ ริชาร์ดคิดขณะที่เขาอัญเชิญลมกระโชกแรงเพื่อพัดขี้เถ้าให้ออกไปนอกหน้าต่าง


......


เป็นเวลา 5 วันแล้ว กว่าที่สตอร์มแฮมเมอร์จะเดินทางกลับมา ผิวหนังของลูกครึ่งออร์คผู้นี้กลายเป็นสีเขียวที่ดูผิดปกติและเขาก็มีริ้วรอยมากมายปรากฏบนใบหน้า ดูเหมือนว่าเขาแก่ลง 10 ปีภายในเวลาเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น ตอนนี้เปียทั้ง 3 ช่อของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทามากกว่าสีดำแล้ว และถึงแม้ว่าเขาจะยืนหน้าตรงทว่าสามารถมองเห็นความค่อมเล็กน้อยที่หลังของเขาและน้ำหนักเท้าที่เขาก้าวนั้นก็หนักมากกว่าเดิม


อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากสิ่งที่เห็นทั้งหมดนี้ ลูกครึ่งออร์คผู้นี้กลับมีดวงตาที่เปล่งประกายไปด้วยความสุขใจ ค้อนลงอาคมขนาดใหญ่ที่เขาตั้งชื่อตามชื่อตัวเองอยู่ในมือซ้ายในขณะที่หัวหมาป่าขนาดใหญ่กว่าหัวสิงโตถูกถืออยู่ในมือขวา เสื้อคลุมหนังของเขาเต็มไปด้วยรอยฉีกขาดและบาดแผลเปิดมากมายซึ่งสามารถมองเห็นได้จากใต้ผ้าคลุมนั้น


สตอร์มแฮมเมอร์ยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าของค่ายบลัดสโตน เขายกหัวหมาป่าขึ้นสูงขณะตะโกนออกมาด้วยพละกำลังการตะเบ็งเสียงทั้งหมดที่เขามี “นี่คือเงามายา อสูรทรงพลังที่กินวอริเออร์ผู้กล้าหาญของเราไปมากกว่า 10 คน หัวของมันอยู่ในมือข้าแล้ว พวกเจ้าเห็นหรือไม่ !?”


วอริเออร์ที่คุมทางเข้าของค่ายส่งเสียงโห่ร้องออกมาตาม ๆ กันก่อนตีอาวุธและใช้กำปั้นทุบเข้าที่หน้าอกของตัวเอง พวกเขาเข้ามารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่สตอร์มแฮมเมอร์ก็ยังคงยกหัวหมาป่านั้นไว้สูง ทุกครั้งที่เขายกแขนขึ้นจะพบกับเสียงโห่ร้องเชียร์จากลูกครึ่งออร์คเหล่านั้นและเสียงเชียร์ก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จนแพร่กระจายไปทั่วทั้งค่ายบลัดสโตน


“พวกเขาเป็นกลุ่มนักรบที่กล้าหาญจริง ๆ ส่วนสตอร์มแฮมเมอร์เองก็ไม่เลวเลยเช่นกัน” ริชาร์ดชมเชยอย่างจริงใจจากชั้นบนสุดของที่พัก


โฟลว์แซนด์พูดอย่างสงบอยู่ข้าง ๆ เขา “เจ้ารู้สึกผิดที่ปล่อยให้เขาใช้ม้วนกระดาษของข้าอย่างนั้นหรือ ? หากเจ้าคิดแม้เพียงนิดเดียวก็จงนึกถึงต้นกำเนิดของวัตถุดิบเหล่านั้นที่เขาให้เรามา”


“ไม่ มันไม่ใช่ความรู้สึกผิด...” สายตาของริชาร์ดยังคงจับจ้องอยู่ที่สตอร์มแฮมเมอร์ขณะที่ตัวเขาเงียบไปครู่หนึ่ง “...ข้าเพียงนึกบางอย่างขึ้นมาได้ หากข้าต่อสู้ในสงครามระหว่างเพลนเป็นเวลานาน ข้าไม่รู้เลยว่าข้าจะเปลี่ยนไปหรือไม่ และข้าก็ไม่รู้ด้วยว่าข้าจะเปลี่ยนไปเป็นอะไร”


“ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าหลงทางไปตราบใดที่ข้ายังอยู่” โฟลว์แซนด์พูดอย่างมั่นใจด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง


“ข้าไม่ได้บอกว่าข้าจะสูญเสียความเป็นตัวเอง... แต่ข้าอาจกลายเป็นคนเลว เยือกเย็น หรือเป็นพวกบ้าดีเดือดกระหายเลือด” เขาอธิบาย


“นั่นมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ไม่ใช่รึไง ?” โฟลว์แซนด์มองริชาร์ดอย่างใสซื่อ แน่นอนว่าบั้นท้ายของนางถูกบีบเป็นการตอบแทน


ไม่นานหลังจากเขากลับมาถึงบลัดสโตน สตอร์มแฮมเมอร์ก็ส่งคนมาเชิญริชาร์ดรวมถึงคนของเขาให้ไปเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองของชนเผ่า และก่อนที่งานเลี้ยงนี้จะเกิดขึ้น เขาก็ได้เชิญริชาร์ดเป็นการพิเศษให้เข้าร่วมพิธีบูชาของพวกเขาด้วย


แท่นบูชาของบลัดสโตนออร์คถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกลงไปในปราสาทของพวกเขาซึ่งล้อบรอบด้วยรูปปั้นของวอริเออร์ชนเผ่าออร์คที่แข็งแกร่ง สิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขานั่นก็คือ ‘ตัวของบลัดสโตนเอง’ เมื่อเขาผ่านเข้าสู่ลำดับชั้นของเซนต์วอริเออร์ ทั้งชนเผ่าจึงถูกตั้งชื่อตามชื่อของเขา


มีรูปปั้นอื่น ๆ อีกมากมายที่มีขนาดเล็กกว่าแต่ขนาดของมันก็ใกล้เคียงกับออร์คธรรมดาตั้งอยู่ล้อมรอบแท่นบูชา รูปปั้นเหล่านี้เป็นรูปปั้นของวอริเออร์ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของชนเผ่า คนอื่น ๆ ก็เหมือนกันกับบลัดสโตนซึ่งกลายเป็นเซนต์วอริเออร์  ในตอนแรกสตอร์มแฮมเมอร์มีความหวังอยู่เล็กน้อยว่ารูปปั้นของเขาจะได้เข้าร่วมลำดับชั้นเหล่านี้่ แต่ความอาฆาตแค้นของเขากับเงามายาและความปรารถนาในการอยู่รอดของชนเผ่าทำให้เขาตัดสินใช้ม้วนกระดาษของโฟลว์แซนด์ ซึ่งนั่นทำลายความหวังของเขาในการก้าวพัฒนาไปได้อย่างสมบูรณ์


ริชาร์ดเป็นคนนอกเพียงคนเดียวที่อยู่ในโถงพิธีกรรมใต้ดิน เพราะคนที่เหลือเป็นวอริเออร์ที่แข็งแกร่งและคนเก่าแก่ที่ฉลาดเฉลียวของบลัดสโตนทั้งสิ้น ซึ่งรวมแล้วมีออร์คเป็นจำนวนประมาณ 12 ตน สตอร์มแฮมเมอร์เริ่มต้นพิธีด้วยการร้องเพลงสงครามที่เศร้าโศกและเต็มไปด้วยพลังขณะที่เขาวางหัวของเงามายาไว้บนแท่นบูชา


เหล่าออร์คทั้งหมดร้องเพลงด้วยเสียงก้องสะท้อนไปรอบแท่นบูชาขณะที่พวกเขาเริ่มต้นการเต้นรำของสงครามโบราณที่ทรงพลัง การเคลื่อนไหวเหล่านั้นดูเงอะงะแต่ก็ยังดูทรงพลังอย่างยิ่ง น้ำเสียงนั้นแหบแห้งทว่าก็น่าเกรงขาม หัวใจของริชาร์ดเริ่มเต้นเป็นจังหวะแรงขึ้นและดูเหมือนว่าเขาจะค่อย ๆ หลอมรวมเข้ากับบรรยากาศโบราณและลึกลับในห้องโถงนี้