ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่่ 129 ของขวัญของฉีอ๋อง


              “ดี” จ้าวหนิงฮ่องเต้หันไปตรัสกับไห่กงกง “ต้าไห่ ประทานสุรา องค์ชายใหญ่มีใจกตัญญู เจิ้นจะดื่มกับเขาแก้วหนึ่ง”

              “ขอบพระทัยเสด็จพ่อประทานสุราพ่ะย่ะค่ะ”

              หลี่ลั่วคิดในใจ ประทานสิ่งใดล้วนดีกว่าประทานสุรา สุราดื่มลงท้องไป ครู่เดียวก็ไม่มีอันใดเหลือแล้ว เช่นนี้ไม่สู้ประทานอะไรที่เป็นสิ่งของจับต้องได้

              “เสด็จพ่อ ลูกได้เตรียมของขวัญไว้ให้เสด็จพ่อเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายรองกล่าว ตามลำดับอาวุโส ต่อหน้าผู้อื่นแล้วนั้นเหล่าองค์ชายยังคงปฏิบัติต่อกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยยิ่ง

              จ้าวหนิงฮ่องเต้มีความสนใจไม่น้อย “เจ้าเตรียมสิ่งใดมา?”

              “เชิญเสด็จพ่อทอดพระเนตรพ่ะย่ะค่ะ...หามเข้ามา” องค์ชายรองกล่าว

              เห็นเพียงขันทีหามสิ่งของชิ้นหนึ่งเข้ามา สิ่งของชิ้นนั้นถูกปกคลุมด้วยผ้าสีแดงผืนหนึ่ง ไม่มีผู้ใดมองเห็นว่าคือสิ่งใด เมื่อขันทีวางของสิ่งนั้นลงเรียบร้อยแล้ว องค์ชายรองจึงเปิดผ้าคลุมออก

              คนทั้งหมดหายใจเข้าลึกๆ ทันที หากว่าไห่ตงชิงกรงเล็บขาวนั้นล้ำค่าหายากแล้ว เช่นนั้นสิ่งของชิ้นนี้ขององค์ชายรองนั้นล้ำค่าและหายากยิ่งกว่า เป็นปะการังสีเลือดสูงเท่ากับความสูงครึ่งหนึ่งของคน และปะการังสีเลือดนี้เรียกได้อีกชื่อว่าปะการังแดง ทว่าตัวอักษร ‘เลือด’ นั้นทำให้สัมผัสได้ถึงความล้ำค่าของมัน ดังนั้นผู้คนจึงมักจะเรียกมันว่า ‘ปะการังสีเลือด’ มันถูกบันทึกให้เป็นหนึ่งในสิ่งของล้ำค่าของพระคัมภีร์ ตั้งแต่สมัยโบราณกาลมานับเป็นสิ่งของที่แสดงถึงความมั่งคั่งและมีเกียรติ ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ปะการังสีเลือดนี้มีความสูงถึงสามกงฉื่อ (หนึ่งเมตร) เกรงว่าจะมีมูลค่าเท่ากับเมืองหนึ่งเมืองเสียแล้ว

              “เสด็จพ่อครบรอบวันพระราชสมภพ ปะการังสีเลือดนี้เพื่อถวายพระพรให้เสด็จพ่อและแคว้นของเราเจริญรุ่งเรืองพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายรองคุกเข่าลง

              “แคว้นเจริญรุ่งเรืองดียิ่งนัก ไห่ตงชิงของเจ้าใหญ่ แล้วมาปะการังสีเลือดของเจ้ารอง แคว้นของข้ามีสิ่งของที่เป็นสิริมงคลถึงสองชิ้น ไม่เจริญรุ่งเรืองไม่ได้แล้ว” จ้าวหนิงฮ่องเต้ลุกขึ้นยืน “ต้าไห่ ประทานสุรา”

              “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”

              หลี่ลั่วคิดในใจ องค์ชายใหญ่ประทานสุรา องค์ชายรองประทานสุรา ฝ่าบาทยังไม่แบ่งแยกจริงๆ ทำให้องค์ชายทั้งสองต่างรู้สึกยินดี แต่ความรู้สึกที่ได้กลับมานั้นเล็กน้อยยิ่งนัก สุราไม่มีค่า ไห่ตงชิงและปะการังสีเลือดนั้นล้ำค่านัก องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองต่างได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจแต่ได้รับกลับมาเพียงสุราแก้วเดียวที่ไม่มีมูลค่าอันใด การทำการค้าครั้งนี้ไม่คุ้มทุนเสียแล้ว

              คาดว่าในพระทัยของฝ่าบาทนั้นไม่มีผู้ใดทำให้พอพระทัยได้

              หลี่ลั่วแอบคิดในใจ ไม่รู้ว่ากู้จวิ้นเฉินได้ตระเตรียมสิ่งใดเอาไว้ เมื่อคิดเช่นนี้ เขาจึงแอบมองกู้จวิ้นเฉิน ระหว่างนั้นกู้จวิ้นเฉินเพิ่งจะหันหน้ามาพอดี ไม่รู้ว่ามองเห็นตนหรือไม่

              “เสด็จพ่อ เมื่อเทียบกับของขวัญของเสด็จพี่ใหญ่และเสด็จพี่รองแล้ว ของขวัญของลูกไม่มีมูลค่าเทียบเท่ากับเมืองเมืองหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ ทว่าเต็มไปด้วยใจกตัญญูของลูก” องค์ชายสามกล่าว ครอบครัวฝ่ายมารดาขององค์ชายสามรากฐานไม่ดี อีกทั้งยังเป็นเพียงเจาอี๋[1]เล็กๆ คนหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงไม่มีความสามารถขนาดองค์ชายใหญ่และองค์ชายสามที่จะไปเก็บสะสมของล้ำค่าเช่นนั้น เขาหยิบห่อผ้าสีเหลืองห่อหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ เปิดผ้าสีเหลืองออก ด้านในนั้นเป็นหยกพกชิ้นหนึ่ง เนื้อหยกนั้นย่อมเป็นหยกชั้นดีที่สุด “นี่เป็นหยกที่ลูกใช้เลือดเลี้ยงเอาไว้และสวดมนต์อยู่ในหอพระเป็นเวลาเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวัน หลายวันมานี้ลูกไม่เห็นหยกชิ้นที่เสด็จพ่อทรงห้อยไว้ไม่ห่างกายชิ้นนั้น ดังนั้นจึงคิดตระเตรียมสิ่งของชิ้นนี้ไว้ให้เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ”

              หลี่ลั่วคิดในใจ หยกชิ้นนั้นอยู่กับตน ทว่าองค์ชายสามช่างมีใจยิ่งนัก สวดมนต์ในหอพระก็สวดไปเถิด ไฉนจึงต้องใช้เลือดเลี้ยงหยกเอาไว้ด้วยเล่า? เจ็บป่วยทางสมองหรือไม่? และไฉนจึงต้องพูดออกมา? ยังไม่โตจริงๆ

              ต่อให้ไม่พูดออกมา ฝ่าบาทจะไม่รู้หรือไร? หลี่ลั่วโอดครวญอยู่ในใจ เมื่อใดจะถึงตากู้จวิ้นเฉินเนี่ย

              “ได้ยินว่าหากใช้เลือดเลี้ยงหยกเป็นเวลาเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวัน จากนั้นสวดมนต์ในหอพระเป็นเวลาเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวัน ก็จะสามารถรับเคราะห์แทนอีกฝ่ายได้” ฉุนหยางอ๋องเอ่ยขึ้น

              ทุกคนรู้สึกหัวใจบีบรัด องค์ชายสามช่างกตัญญูยิ่งนัก

              “เขาเป็นใครหรือ?” หลี่ลั่วถามหลี่หง

              “ฉุนหยางอ๋อง” หลี่หงตอบ ท่านหญิงฉุนเหอของเขาหมั้นหมายกับหลี่เจ๋อแล้ว” หลี่หงและหลี่เจ๋อนั้นอายุเท่ากัน ล้วนเรียกขานกันด้วยชื่อของอีกฝ่าย

              ที่แท้ก็เป็นครอบครัวญาติเกี่ยวดองกันนี่เอง ฉุนหยางอ๋องผู้นี้ดูไปแล้วเป็นคนเมตตาอารี เมื่อเอ่ยถึงหยกชิ้นนี้ใบหน้ามีเมตตาของเขาอ่อนไหวเล็กน้อย มนุษย์เรานั้นเมื่ออายุมากขึ้นทำให้เกิดความรู้สึกซาบซึ้งได้ง่ายๆ หากองค์ชายสามเป็นบุตรชายของฉุนหยางอ๋อง เขาคงซาบซึ้งจนร่ำไห้ออกมา

              แน่นอนว่าที่กล่าวมานั้นเป็นจินตนาการของหลี่ลั่ว

              เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาที่จับจ้องมองมา ฉุนหยางอ๋องจึงหันกลับมายิ้มบาง ๆ ให้หลี่ลั่ว หลี่ลั่วตกตะลึงและยิ้มตอบกลับไป ท่านหญิงฉุนเหอเป็นว่าที่ภรรยาของหลี่เจ๋อ หากแต่งงานกัน ระหว่างพวกเขาถือว่าเป็นญาติใกล้ชิด ด้วยเหล่ากั๋วกงและหลี่เหล่าไท่เหยฺนั้นเป็นพี่น้องแท้ๆ หลี่ซวี่และหลี่เฉินเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

              จ้าวหนิงฮ่องเต้คาดไม่ถึงเล็กน้อย “เจ้าสาม เจ้า...ต้าไห่ เรียกตัวหมอหลวงมาตรวจสุขภาพเจ้าสาม อายุสิบห้าปีแล้ว ไยจึงยังไม่รู้จักระวังตัวเล่า?” แม้คำพูดจะกล่าวตำหนิ ทว่าใจจริงแล้วทรงใส่พระทัยยิ่งนัก

              “พ่ะย่ะค่ะ”

              “เสด็จพ่อ ไม่ต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายสามรีบเอ่ยขึ้น “ลูกพบหมอหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ หมอหลวงบอกว่าไม่เป็นไร วันนี้ทุกคนต่างยินดีปรีดา อย่าได้รบกวนความสนุกสนานรื่นเริงของทุกคนเลยพ่ะย่ะค่ะ”

              “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า” จ้าวหนิงฮ่องเต้ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง “ต้าไห่ เจิ้นจำได้ว่าในห้องทรัพย์สินส่วนตัวของเจิ้นมีโสมอายุร้อยปีอยู่ต้นหนึ่ง เสร็จจากงานเลี้ยงแล้วให้นำมาให้แก่องค์ชายสามบำรุงร่างกายเสีย” โสมอายุร้อยปี หายากยิ่งนัก

              “พ่ะย่ะค่ะ”

              “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”

              องค์ชายใหญ่หรี่ตาลง คิดไม่ถึงว่าเจ้าสามที่ติดตามอยู่ข้างหลังพวกเขามาตลอดเวลา คอยเอาอกเอาใจผู้อื่นราวกับเป็นตัวตลก จะกลับมีความคิดเช่นนี้เหมือนกัน เขามองไปทางองค์ชายรอง มองเห็นเพียงองค์ชายรองยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเช่นเดิม ไม่ปรากฏสีหน้าและอารมณ์อื่นใด

              หลังจากองค์ชายสาม ทุกคนต่างรู้ว่าเป็นกู้จวิ้นเฉิน สายตาทุกคู่มองมายังกู้จวิ้นเฉิน กู้จวิ้นเฉินลุกขึ้น “จวิ้นอี”

              จวิ้นอีออกไปเพียงครู่เดียวแล้วกลับเข้ามา มีผู้ติดตามเขาเข้ามาด้วยสองคน สองคนนั้นเป็นขันทีในจวนฉีอ๋อง แบกหามสิ่งของสิ่งหนึ่งเข้ามา คือสิ่งใดกันนะ? มีปะการังสีเลือดขององค์ชายรองแล้ว ทุกคนคิดว่าครั้งนี้คงไม่ใช่สิ่งของล้ำค่าราวกับเมืองหนึ่งเมืองหรอกกระมัง?

              กู้จวิ้นเฉินเดินไปหยุดอยู่ตรงกลาง เขาเปิดผ้าโปร่งสีแดงเข้มออก ชั่วพริบตา ภาพวาดภูเขาและสายน้ำที่งดงามก็ปรากฏแก่สายตาของคนทั้งหมด ผู้คนด้านหลังอาจจะไม่เห็น แต่ผู้ที่อยู่ด้านหน้านั้นเห็นได้อย่างชัดเจน ทุกๆ ตำแหน่งภูมิประเทศบนภาพนั้นมีการเขียนชื่อของสถานที่แต่ละแห่งเอาไว้อย่างชัดเจน กระทั่งนอกเขตแคว้นจีนยังมีสถานที่หลายแห่งที่อยู่ในเงามืด

              จ้าวหนิงฮ่องเต้ลุกพรวดขึ้น “นี่คือ...” ในพระสุรเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาดำเนินมาถึงเบื้องหน้าภาพภาพนั้น “ดี”

              หลี่ลั่วประหลาดใจ เขามองไม่ชัดว่ากู้จวิ้นเฉินนั้นวาดสิ่งใดกันแน่ ดังนั้นจึงเดินไปข้างหน้าภาพนั้น “นี่คือภาพวาดภูมิประเทศของแคว้นจีนใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” หลี่ลั่วถาม

              “...ใช่” จ้าวหนิงฮ่องเต้เพิ่งจะพบว่าข้างกายตนมีเจ้าเด็กน้อยอยู่คนหนึ่ง “แม่น้ำอันงดงามของแคว้นเรา เจิ้นเพิ่งจะเคยเห็นภาพวาดภูมิประเทศของแคว้นเราที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้เป็นครั้งแรก จวิ้นเฉิน นี่เจ้าใช้เวลาวาดกี่ปี?”

              “เจ็ดปีพ่ะย่ะค่ะ” กู้จวิ้นเฉินตอบ

              เจ็ดปี จ้าวหนิงฮ่องเต้หัวใจบีบรัด ปีนี้เขาอายุครบรอบสี่สิบปี และเป็นวันครบรอบห้าสิบปีของเสด็จพี่ของเขา พวกเขาสองพี่น้องอายุห่างกันสิบปี ในปีนั้นเสด็จพี่เพิ่งจะมีอายุสิบเอ็ดปี ต้องคอยดูแลตนที่เพิ่งจะถือกำเนิดออกมา แล้วยังต้องป้องกันไม่ให้คนมาคอยรังแก แค่เพียงคิดขึ้นมาจ้าวหนิงฮ่องเต้ผู้เป็นฮ่องเต้กระดูกเหล็กแทบทนไม่ไหวดวงตาแดงก่ำน้ำตาไหลพราก

              เสด็จพี่...ผู้กล้าหาญและเด็ดเดี่ยวตลอดชีวิตของเขา

              เมื่อมีการเคลื่อนไหวอย่างขวัญกล้าของหลี่ลั่วนำร่อง ขุนนางใหญ่บางส่วนจึงเข้ามาล้อมวง

              “ท่านอ๋อง สถานที่หลายแห่งที่อยู่ในเงามืดนี้คือ?” เสนาบดีฉินถามขึ้น

              “ด้านนี้คือแคว้นเล็กชายแดน” กู้จวิ้นเฉินตอบ “ด้านนี้คือชายแดนซีเป่ย ตรงข้ามคือแคว้นฝูชิว ด้านนี้คือชายแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ ตรงข้ามคือแคว้นฉวี่หลง...ยังมีด้านนี้...ด้านนี้...เหล่านี้ล้วนเป็นแคว้นของเรา จึงรวมเป็นภาพวาดดินแดนแคว้นจีนของเราอย่างแท้จริง”

              กู้จวิ้นเฉินพูดอย่างสงบนิ่ง แต่ทว่าผู้ที่ได้ยินกลับฟังด้วยความตกตะลึง ฉีอ๋องในวัยสิบสามปี พูดจาอวดดียิ่งนัก

              ต้องการทำให้แคว้นเล็กเหล่านี้ศิโรราบ ยอมเป็นเมืองขึ้นของแคว้นจีน เป็นเวลากี่ปีมาแล้วที่ฮ่องเต้ต่างไม่สามารถทำให้ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรนี้สำเร็จเป็นจริงได้ การตัดสินใจของฉีอ๋องช่างยิ่งใหญ่ยิ่งนัก

              “ภาพผืนนี้ยังขาดสิ่งใดไปขอรับ” หลี่ลั่วถาม

              “อ้อ? ขาดสิ่งใดเล่า?” จ้าวหนิงฮ่องเต้กำลังปลาบปลื้มปิติ จึงได้อดทนอดกลั้นกับคำพูดเช่นนี้ของเขา

              “ฝ่าบาททรงประทานเครื่องเขียนให้กับหม่อมฉันได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ให้เสี่ยวเฉินวาดภาพลงบนภาพผืนนี้สักเล็กน้อย?” หลี่ลั่วกล่าว

              “เจ้ารู้เรื่องภาพวาดด้วยเช่นนั้นหรือ?” จ้าวหนิงฮ่องเต้รู้สึกว่าน่าสนใจยิ่งนัก “เจ้าและจวิ้นเฉินต่างเป็นว่าที่สวามีภรรยา ในเมื่อเป็นภาพวาดที่เขามอบมาให้ เจ้าจะวาดสิ่งใดก็มิเป็นไร แต่เจ้าต้องคิดให้ดีเล่า ภาพวาดนี้เขาวาดมาเจ็ดปี ไม่มีภาพที่สองให้เจ้ามาทำลายดอก”

              “ฝ่าบาทโปรดทรงวางพระทัย เสี่ยวเฉินวาดเพียงเล็กน้อย ภาพผืนนี้จึงจะกลายเป็นภาพวาดดินแดนแคว้นจีนที่แท้จริงของแคว้นเราพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ลั่วพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ

              “อวดดียิ่งนัก ใครก็ได้ นำเครื่องเขียนมา”

              ขุนนางนับร้อยต่างคาดเดา หลี่เสี่ยวโหวเหฺยผู้นี้ต้องการจะทำอันใดกันแน่?

              หลี่ต้านกลับรู้สึกว่ามีของดีให้ดู เจ้าตัวน้อยช่างรู้จักวิธีการแสดงตัวตนยิ่งนัก ทำให้พี่น้องจากครอบครัวสกุลหลี่ถูกบดบังไปตามๆ กัน ยังดีที่สกุลหลี่ของพวกเรายังเป็นผู้ได้หน้า

              ขันทีนำอุปกรณ์เครื่องเขียนมาให้ หลี่ลั่วหยิบพู่กันขึ้นมาแต้มน้ำหมึกเพียงเล็กน้อยแล้วเริ่มลงมือ ตามการแต่งแต้มบนรูปภาพของเขา แรกเริ่มนั้นทุกคนต่างดูไม่เข้าใจ แต่เมื่อดูโดยรอบแล้วนับกว่ากระจ่างแจ้ง แม้ว่าวิธีการวาดภาพของเขานั้นจะค่อนข้างแปลกใหม่อยู่สักหน่อย แต่กลับทำให้มองเห็นตำแหน่งต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน

              มิน่าเล่า หลังจากเขาลงมือ ภาพนั้นจึงกลายเป็นภาพวาดดินแดนแคว้นจีนอย่างแท้จริง

              “นี่คือ?” จ้าวหนิงฮ่องเต้ถามขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหวว่า “เส้นเหล่านี้ต่อเนื่องกันเป็นเส้นประ ดียิ่งนัก เส้นของสถานที่ในเงามืดยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าผู้ใดก็รู้ว่าหมายความว่าเช่นไร”

              “นี่คือเส้นประพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ลั่วกล่าว “ใช้เส้นประวาดพื้นที่ของแคว้นเล็กๆ ออกมา ทำให้ภาพวาดแสดงความหมายที่ชัดเจนขึ้น เส้นประเหล่านี้ต้องมีสักวันหนึ่งที่จะเปลี่ยนเป็นเส้นทึบพ่ะย่ะค่ะ”

              “เส้นทึบ? เส้นประ? หลักการเหตุผลนี้เป็นอย่างไรหรือ?” หัวหน้าฮ่านหลินย่วนเอ่ยปากถามขึ้น น้ำเสียงของเขาประหลาดใจยิ่งนัก ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น นักศึกษาผู้ติดตามของเขาล้วนมีความสนใจอย่างยิ่ง ฮ่านหลินย่วนมีหน้าที่ปรับปรุงหนังสือและเขียนบันทึกประวัติศาสตร์ หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรู้แล้วละก็ พวกเขาเข้าใจกว่าผู้ใด

              “นี่เป็นความคิดของข้าเพียงเท่านั้น” หลี่ลั่วอธิบาย “เส้นทึบเป็นเส้นที่ลากต่อเนื่องไม่ขาดจากกัน เป็นตัวแทนว่าเป็นเรื่องที่ทำให้เป็นจริงแล้วอย่างมั่นคงหนักแน่น ภาพวาดของท่านพี่ฉีอ๋องภาพนี้ นอกจากส่วนที่อยู่ในเงามืด พื้นที่เหล่านี้ล้วนเป็นภาพภูมิประเทศซึ่งเป็นพื้นที่ที่แท้จริงของแคว้น ส่วนเส้นประนั้นเปรียบดั่งเช่นพวกเราที่มีความคิดเช่นนี้ แต่ทว่ายังมิได้ทำให้บรรลุสำเร็จเสร็จสิ้นลงได้ ดังนั้นเราจะใช้เส้นประมาทำให้ชัดเจนขิ่งขึ้น เป็นตัวแทนว่าสักวันหนึ่งความฝันของเราจะต้องกลายเป็นความจริง”

              “ดี ดียิ่งนัก” ดวงตาของฮ่านหลินย่วนทอประกายวาบ “คำพูดของเสี่ยวโหวเหฺยนี้ทำให้ข้อสงสัยของคนชราเช่นข้ากระจ่างแจ้ง เสี่ยวโหวเหฺยได้เพิ่มความรู้ให้กับพวกเราฮ่านหลินย่วน ดี”

              “ไม่ทราบว่าลั่วเกอเอ๋อร์ยังมีวิธีการเรียนรู้อื่นอีกหรือไม่?” หยางเหล่าฮ่านหลินถาม



    [1] เจาอี๋ (昭仪) คือตำแหน่งพระสนมเอก แต่งตั้งได้ตำแหน่งละ 1 คน รวมทั้งหมดมี 9 ตำหน่ง ได้แก่ เจาอี๋ (ผู้งามเลิศยิ่ง), เจาหรง (ผู้มีกิริยาสง่างาม), เจาย่วน (ผู้งามสง่าจับใจ), ซิวอี๋ (ผู้มีรูปโฉมวิจิตร), ซิวหรง (ผู้มีกิริยางามวิจิตร), ซิวย่วน (ผู้งดงามวิจิตร), ชงอี๋ (ผู้งามตาเพียบพร้อม), ชงหรง (ผู้มีกิริยางามพร้อม), ชงย่วน (ผู้สง่าเพียบพร้อมยิ่ง)


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382