Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 73

    ก่อนหน้าที่นทีจะรู้สึกถึงพลังนั้น ก็ปรากฏกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งราว 10 กว่าคนอยู่กลางป่า พวกเขาสวมใส่ชุดสูทสีดำ และแน่นอนว่าพวกเขาคือยมทูต แต่พวกเขาก็เป็นแค่ยมทูตหน้าใหม่เพียงเท่านั้น หัวหน้ากลุ่มที่มีเข็มกลัดของเหล่าเนเมสัน ได้เดินออกมาข้างหน้าพร้อมกับเอ่ยกล่าว“ในวันนี้ข้าพาพวกเจ้ามาดูงานของเหล่ายมทูตมือฉมัง พวกเขาทำหน้าที่คุ้มกันบุคคลสำคัญที่เรียกได้ว่าอยู่ในระดับ SS พวกเขาคือท่านทั้งสามนี้ เขายื่นมือให้กับอีกสามคนที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่ทั้งสามจะแนะนำตัวอีกครั้งหนึ่ง กานต์รุ่นที่ 14 ตำแหน่งหัวหน้าภารกิจ ,กิ่งรุ่นที่ 17 ตำแหน่งผู้ช่วย และสุดท้ายคือกานต์รุ่นที่ 17 ตำแหน่งผู้ช่วยเช่นกันพวกเด็กใหม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างพลังได้อย่างชัดเจน พวกเขาก็รู้ดีว่าพวกเขาก็แค่พวกที่เกิดใหม่ และยังมีรุ่นที่ห่างไกลจากพวกท่านทั้งสาม รุ่นที่พวกเขาได้รับคือรุ่นที่ 98 มันต่างชั้นกันจริงๆ จากนั้นยมทูตที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ฝึกสอนก็ได้เอ่ยแนะนำต่อไปว่า“วันนี้พวกเจ้าเด็กใหม่นั้น นับว่าโชคดีมากที่ท่านทั้งสามต้องการคัดเลือกเด็กหน้าใหม่ ถึง 2 คนด้วยกัน ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง หากพวกเจ้าได้รับเลือกพวกเจ้าก็จะสามารถเรียนรู้อะไรได้มากและเร็วกว่าบุคคลอื่นหลายเท่า...” กานต์รุ่นที่30 ที่เป็นครูฝึกกล่าวออกมาพร้อมกับเสียงหือฮาออกมาดัง จนกานต์รุ่นที่14ที่เป็นหัวหน้าต้องเอ่ยกล่าวเตือน“เนื่องจากว่าภารกิจที่พวกข้าได้รับมานั้นเป็นภารกิจที่ยาวนาน และคุ้มกันบุคคลที่เป็นบุคคลระดับ SS และมีแนวว่าในอนาคตบุคคล SS จะเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ท่าน ดังนั้นข้าผู้เป็นหัวหน้าภารกิจต้องการยมทูตที่ฉลาด เก่ง และกล้าหาญ.. พวกข้าจะเลือกตามความเหมาะสมในแต่ละหัวข้อ 1.........” จากนั้นบททดสอบก็เริ่มต้นขึ้นมาในไม่ช้า พวกเขาทำตามแต่ละแบบทดสอบกันอย่างตั้งใจการทดสอบมันจะมีตั้งแต่ความรู้ความสามารถ ความสามารถทางกาย ความเฉลียว ไหวพริบ และอื่นอีกนิดหน่อย มันเป็นบททดสอบที่มีความหมายสำหรับยมทูตรุ่นเยาว์จริงๆ และก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่ตั้งใจกว่าใครเพื่อน แต่ผลงานของเธอมันออกมาไม่ได้เป็นที่น่าประทับใจมากนัก‘เอาล่ะ ฉันจะต้องทำให้ได้ ฉันต้องได้ทำหน้าที่นี้ให้ได้’ในโลกก่อนนิสัยของเธอเป็นคนที่ทะเยอทะยานเป็นอย่างยิ่ง งานแต่ละงานเธอต้องทำมันออกมาให้สมบูรณ์มากที่สุด เธอเค้นพลังวิญญาณออกมาจนถึงขีดสุด เพื่อที่จะแสดงให้ทั้งสามท่านที่ได้เห็นนั้นยอมรับในตัวของเธอ แต่พลังมันก็ออกจากน้อยนิดเสียหน่อยมันจึงไม่ได้เข้าตากรรมการ แต่พลังอันน้อยนิดที่เธอแสดงออกมานั้น มันกลับทำให้นทีที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมานทีค่อยๆเคลื่อนร่างของตัวเองมาตามพลังที่รับรู้ได้ ไม่นานเขาก็มาถึงจุดนั้น เขาเลือกที่จะไม่เข้าไปในทันที แต่เขาอยากจะดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ นทีหลบ และแอบมองอยู่บนต้นไม้ ที่ไม่ได้ห่างไกลมาก และในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง กลุ่มคนพวกนี้คือเหล่าสมาชิกหน้าใหม่ที่จะเข้าสังกัดในองค์กรเนเมสันในอนาคต แต่ตอนนี้นทีกำลังให้ความสนใจกับยมทูตกิ่งคนหนึ่งที่ดูตั้งใจมากผิดกับคนอื่นๆไม่นานก็ถึงช่วงที่ประกาศผลออกมา แน่นอนว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รับหน้าที่ที่เธอตั้งใจทำ และมันเป็นจังหวะที่กานต์รุ่นที่ 30 ให้ทุกคนได้พักก่อนที่จะเรียนรู้อะไรเล็กๆน้อยๆกับท่านสามยมทูตอาวุโส เธอคนนั้นดูเหมือนว่าจะรู้สึกผิดหวังไม่น้อยที่ตัวเธอไม่ได้รับเลือก เธอเดินออกมาห่างจากกลุ่มอยู่แอ่งน้ำแห่งหนึ่ง เพื่อระบายความเศร้า ความผิดหวังของตัวเองเธอค่อยๆหยิบหินก้อนทรงวงรีขึ้นมาโยนไปที่แหล่งน้ำนั้น มันทำให้ก้อนหินกระทบกับผิวน้ำ และกระเด็นบนผิวน้ำลอยไปอีกสองสามครั้งก่อนมันจะจมลงไป เธอที่ยังรู้สึกไม่สบายใจก็โยนมันออกไปอีกครั้งและอีกครั้ง จนในที่สุดเธอก็เริ่มเหนื่อย เธอถอนหายใจให้กับความพยายามที่ทำโดยสูญเปล่านี้ ก่อนจะเตรียมหันหลังกลับไป เพื่อรวมกลุ่มเรียนรู้จากท่านผู้อาวุโสทั้งสาม และจะได้พัฒนาตัวเองให้ดีมากยิ่งขึ้นแต่เมื่อเธอหันหลังกลับมาก็พบกับชายคนหนึ่งที่สวมชุดสูทสีดำเหมือนกับเธอ แต่มันจะต่างไปก็ตรงที่หมวกของเขาคนนั้นจะมีขนนกสีขาวปักเด่นอยู่อย่างนั้น เธอไม่รู้ว่าเขาคนนี้เป็นใครหรือผู้ใด แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร เขาคนนั้นก็พูกออกมาก่อน“สวัสดียมทูตหน้าใหม่ เจ้าดูเหมือนจะกังวล ไม่สิน่าจะเรียกว่าผิดหวังมากกว่า .. ก็เป็นอย่างนั้นแหละนะ ทั้งๆที่ตั้งใจมากกว่าคนอื่น แต่ความสามารถ และพรสวรรค์กลับไม่เท่ากับคนอื่น เรื่องอย่างนี้...ข้าก็เคยเป็น” นทีกล่าวออกมาพร้อมกับรำลึกถึงความหลังที่เขาตั้งใจ และทำมันออกมาอย่างสุดความสามารถ แต่มันได้ไม่ดีเท่า หรือใกล้เคียงกับคนที่ถูกเรียกว่า อัจฉริยะเลยแม้แต่น้อย มันทำให้เขารู้ดีว่าเธอคนนี้จะรู้สึกอย่างไร“สวัสดีเจ้าค่ะ ท่านคงจะเป็นยมทูตรุ่นพี่ของข้า.. ไม่ทราบว่าท่านอยู่รุ่นไหนเจ้าคะ ข้าจะได้เรียกท่านถูก” เธอกล่าวออกมาพร้อมกับโค้งให้นทีเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามกับชายคนนั้น“ข้าน่ะเหรอ.. อื้มจริงๆข้าเป็นยมทูตเมื่อหลายเดือนก่อนนี้เอง น่าจะเป็นรุ่นพี่เจ้าไม่กี่เดือนล่ะมั้ง” นทีเอ่ยความจริงออกไป ในตอนนั้นเขายังจำมันได้ดีว่าตกใจมากขนาดไหน เขายังไม่รู้เลยว่ามันผ่านมาถึงจุดนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่“งั้นข้าขอเรียกท่านว่าพี่กานต์ก็แล้วกันเจ้าค่ะ .. แล้วท่านพี่มาพบเห็นข้าตั้งแต่เมื่อไหร่กันเจ้าคะ ข้ารู้สึกเขินอายเป็นอย่างมาก ที่พี่กานต์มาเห็นข้าในสภาพอย่างนี้” เธอเอ่ยออกมา และคิดทบทวนว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง เธอไม่ได้ร้องไห้ใช่ไหม ไม่ได้ทำอะไรที่น่าเกลียดใช่ไหม นทีที่เห็นอย่างนั้นก็หัวเราะขึ้นมาในทันที เขาเริ่มที่จะถูกใจกับนิสัยของเธอมากขึ้นทีละนิดๆแล้วในตอนนี้“เจ้าอย่าได้คิดมากเลย แล้วเจ้าไม่ไปรวมกลุ่มกับเพื่อนแล้วหรือยังไง.. ป่านนี้พวกเขาคงจะเช็คยอดกันแล้วล่ะมั้ง ข้าว่าเจ้าควรหาขออ้างดีๆก็แล้วกัน” เมื่อนทีกล่าวเตือนสติ สีหน้าของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป และตอนนี้เธอกำลังจะสาย ไม่ต้องสืบเลยว่าเธอจะโดนอะไร“ตายแล้ววว ท่านพี่ข้าต้องขอตัวแล้ว ข้าสายมา 1 นาทีแล้วเจ้าค่ะ” เธอทำทางจะวิ่งไปทางที่พวกเพื่อนๆของเธอรวมกลุ่ม แต่นทีก็ห้ามเอาไว้ก่อน“ข้าจะช่วยเจ้าสักครั้งก็แล้วกัน ... ค่อยๆเดินไปนี่แหละ ข้ามีเรื่องอยากจะพูดคุยกับเจ้าอีกสักหน่อย.. แล้วเมื่อไปถึงข้าจะช่วยพูดกับยมทูตผู้ใหญ่ให้เอง ไม่ต้องเป็นห่วง” นทีกล่าว แต่เธอก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อรุ่นพี่พูดออกมา มีหรือจะขัดได้ พวกเขาค่อยๆเดินไปอย่างช้าๆ พูดคุยกันก็อีกหลายเรื่อง วันนี้นทีได้เปิดหูเปิดตาเรื่องยมทูตมากขึ้น มันเกี่ยวกับการก่อเกิดยมทูตที่เขาไม่เคยรู้จนในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงจุดที่เหล่ายมทูตรวมตัวกัน ครูฝึกยมทูตที่ตอนนี้กำลังถือแส้เส้นใหญ่ๆ เตรียมที่จะลงโทษคนที่มาช้าเพียงหนึ่งเดียว เธอคนนี้เลทไปถึง 10 นาทีเลยทีเดียว และมันทำให้ยมทูตอาวุโสจะต้องรอนาน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้าก็พบกับยมทูตถึงสองตนแต่ตนหนึ่งมันดูคุ้นๆเธอเป็นลูกศิษย์ของเขา แต่อีกตนหนึ่งนั้นมันคุ้นยิ่งกว่าคุ้น ปีกนกสีขาวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั่นอีก เขาเตรียมที่จะพุ่งเข้าไป แต่มันก็ไม่ทันผู้อาวุโสทั้งสามคนอยู่ดีที่ตอนนี้อยู่ในท่าคุกเข่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

    คล้ายกับเรื่องChat เปลี่ยนโลก ที่คุณอ่าน