“เว่ย ฮ่าว ข้าจะฝากเรื่องนี้ไว้กับเจ้าให้จัดการ!! ตัวตนของข้าตอนนี้ค่อนข้างอ่อนไหว ข้ายังไม่อาจเคลื่อนไหวได้มากนัก!!”
หวัง ชง กล่าวขณะจิบชาเบาๆ
“ข้าเข้าใจแล้ว!! ท่านเป็นกังวลเรื่อง เหยา เฟิง ใช่ไหม ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้ท่านเอง!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวพลางตบลงบนหน้าอกด้วยความมั่นใจ
แม้ว่าเขาจะยังกังวลต่อแผนการครั้งนี้ก็ตาม แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเขาก็พร้อมจะทำทุกอย่าง ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พี่น้องก็ควรช่วยเหลือกันเมื่อยามลำบาก
แม้ว่าตระกูล เหยา จะมีอิทธิพลมากภายในเมืองหลวงก็ตาม แต่ตระกูล เว่ย ก็ไม่ได้น้อยหน้าเช่นกัน ดังนั้น เขาจึงไม่ต้องหวาดกลัวแม้แต่นิดเดียว
“ไม่ใช่แค่ เหยา เฟิง เท่านั้น........!!”
หวัง ชง หัวเราะเบาๆ เว่ย ฮ่าว ไม่รู้เบื้องหลังที่เกิดขึ้นในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล ดังนั้น หากว่า เหยา กวงยี่ ล่วงรู้ว่าทั้งหมดเป็นความตั้งใจของเขา มันจะทำให้เขากลายเป็นเป้านิ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
เหตุผลที่ หวัง ชง มาขายดาบภายในโรงเตี๊ยมวิหคเงินแห่งนี้ ก็เพราะเขาไม่ต้องการดึงดูดความสนใจมากเกินไปนัก ไม่เช่นนั้นแล้วก่อนที่แผนการของเขาจะลุล่วงไปนั้น หากว่าตระกูล เหยา ล่วงรู้แผนการของเขา มันจะยิ่งเป็นความลำบากในขณะที่เขาจะเคลื่อนไหวได้
“ช่างมันเถอะ เรามาดื่มกันดีกว่า!!”
หวัง ชง กล่าวพลางเทชาลงไปในถ้วยของ เว่ย ฮ่าว พลางมองลงไปด้านล่าง
วันนี้เป็นวันแรกในการขายดาบของเขา แต่ทว่ามันก็ยังไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนโดยรอบมากนัก ด้วยคนจำนวนเพียงเท่านี้มันยังไม่เพียงทำให้แผนการของเขาลุล่วงไปได้แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม หวัง ชง ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะขายดาบได้ตั้งแต่วันแรก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้กังวลต่อสถานการณ์ในตอนนี้แต่อย่างใด
“มีใครบางคนมาที่นี่!!”
จู่ๆ เว่ย ฮ่าว ก็กล่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
หวัง ชง ประหลาดใจไม่น้อย เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองไปยังทิศทางเดียวกับ เว่ย ฮ่าว นั่นทำให้เขามองเห็นคนกลุ่มใหญ่กำลังก้าวมาจากทิศทางนั้นตรงมายังโรงเตี๊ยมวิหคเงิน
คนเหล่านั้นแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม เห็นได้ชัดว่าพวกเขามาจากคนละตระกูลกัน แต่การที่พวกเขาร่วมเดินมาพร้อมกันเช่นนี้ มันย่อมหมายความว่าพวกเขามีเป้าหมายเดียวกันอย่างแน่นอน
“แบบนี้ไม่ดีแน่ พวกเขาเป็นคนของตระกูล หวง , ตระกูล เฉิง และตระกูล หลู่ พวกเขามาที่นี่เพื่อทำลายการค้า!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวพลางขมวดคิ้วแน่น เพราะอย่างไรแล้วเขาก็มาจากตระกูล ขุนนางชั้นสูง ดังนั้นเขาจึงรู้จักตระกูลช่างตีเหล็กชั้นนำของเมืองหลวงเป็นอย่างดี นั่นจึงทำให้เขาเกิดความกังวลขึ้นมา
หลังจากที่เห็นออร่าที่กวาดออกมาจากร่างของพวกเขา มันก็ยิ่งทำให้ เว่ย ฮ่าว มั่นใจอย่างมาก ว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มาที่นี่เพื่อซื้อดาบแน่นอน
“เจ้ากลัวอะไร!?”
หวัง ชง เหลือบมองไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส
“มันมีกฎของเมืองหลวงอยู่ แม้แต่ช่างตีเหล็กที่มีชื่อเสียงก็ไม่กล้ามองข้ามกฎนี้!! พวกมันคงคิดว่าพวกเรามาจากเมืองอื่น และบุกเข้ามาในอาณาเขตของพวกมัน!! แต่ว่าพวกเราอยู่ในเมืองหลวงอยู่แล้ว ดังนั้นกฎนั่นจึงไม่ส่งผลต่อพวกเรา!!”
“ห๊ะ!! มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ!?”
เว่ย ฮ่าว กล่าวถามออกมาด้วยความประหลาดใจ เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานของตระกูล ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่ามีกฎเช่นนี้อยู่ด้วย
“ท่านแน่ใจหรือ!?”
“อืม!!”
หวัง ชง พยักหน้ารับเบาๆ หลังจากใช้ชีวิตมาแล้วครั้งหนึ่ง เขาก็เคยเห็น และสัมผัสกับสิ่งต่างๆ มามากมาย แม้ว่าภายนอกเขาจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบห้าก็ตาม แต่ความรอบรู้ที่เขามีอยู่ภายในก็ไม่ใช่สิ่งที่ เว่ย ฮ่าว จะสามารถเทียบกับเขาได้
นอกจากนี้ ก่อนเกิดหายนะในช่วงชีวิตที่แล้ว หวัง ชง ยังได้พบกับช่างตีเหล็กอาวุโส ดังนั้นเขาจึงเข้าใจถึงกฎต่างๆ ในการค้าอาวุธภายในเมืองหลวง
“นั่นไม่ใช่เรื่องดี พวกเขากำลังเข้าใจผิด ข้าต้องลงไปอธิบายเรื่องนี้!!”
เว่ย ฮ่าว โพล่งออกมาด้วยความตื่นตระหนก
“ไม่ต้องทำเช่นนั้น มีบางอย่างที่ข้าต้องการจากพวกมัน!!”
หวัง ชง กล่าวปรามขณะที่ยังคงจิบชาเบาๆ
“ห๊ะ!?”
เว่ย ฮ่าว ผงะถอยหลังไปเล็กน้อย พร้อมกับมองไปยัง หวัง ชง ด้วยความประหลาดใจ เขาไม่อาจเข้าใจความคิดของ หวัง ชง ได้แม้แต่นิดเดียว
ในขณะที่ เว่ย ฮ่าว กำลังสับสนอยู่นั้น คนของตระกูล เฉิง , หวง และ หลู่ ก็ได้มาถึงหน้าประตูโรงเตี๊ยมแล้ว พวกมันหยุดยืนอยู่ด้านหน้าพร้อมกับมองไปยังดาบที่แขวนอยู่ด้านบนพร้อมกับป้ายราคา
“หืม …..พวกเรามาที่นี่เพื่อจะซื้อดาบ ไม่มีใครออกมาต้อนรับเลยงั้นรึ!?”
ชายร่างอ้วนไหล่กว้างกล่าวออกมาด้วยเสียงดัง น้ำเสียงของเขาราวกับจะบอกว่า เขามาที่นี่เพื่อหาเรื่องก็ว่าได้
“นายท่าน!! ท่านต้องการจะซื้อดาบหรือ!?”
ขณะนั้น เสี่ยวเอ้อหนุ่มก็วิ่งออกมาจากโรงเตี๊ยมอย่างคล่องแคล่ว
“นี่เป็นดาบของเจ้ารึ!?”
ชายร่างอ้วนกล่าวถาม ขณะที่คนอื่นๆ จากทั้งสามตระกูลระงับลมหายใจไปเล็กน้อยเพื่อรอคำตอบจากเสี่ยวเอ้อ
ชายร่างอ้วนผู้นี้คือ หวง เจียว เขาเป็นคนของตระกูล หวง ในกลุ่มช่างตีเหล็กนับว่ามีชื่อเสียงยิ่ง นอกจากคนที่รับผิดชอบในการตีเหล็กแล้วนั้น ยังมีคนที่รับผิดชอบในการมองหาสถานที่ในการขาย และคนที่ทำลายการค้าของคู่แข่งด้วยเช่นกัน ในช่วงที่ผ่านมานี้ หวง เจียว เป็นหนึ่งในคนที่มีชื่อเสียงไม่น้อยภายในเมืองหลวง
หากพิจารณาจากความเจริญของเมืองหลวงแล้วนั้น มันย่อมไม่แปลกที่จะมีคนที่ล้มเหลวจากการค้า และคนที่ฝ่าฝืนกฎ เรื่องเช่นนี้จึงไม่แปลกที่จะเกิดขึ้นแต่อย่างใด
เพื่อทำให้ผู้ขายหน้าใหม่เข้าใจถึงกฎ และเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองนั้น ตระกูล หวง , เฉิง และตระกูล หลู่ จึงได้ส่งคนอย่าง หวง เจียว ออกมาจัดการ
“ขอรับ!! นี่คือดาบของนายท่านของข้า!!”
“โอ้!! ข้าได้ยินมาว่าเจ้าขายดาบเล่มละหกร้อยตำลึงทองงั้นรึ!?”
หวง เจียว กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม การขายดาบต่อหน้าตระกูลช่างตีเหล็กทั้งสามของเมืองหลวงเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรไปจากความคิดของคนโง่ก็ว่าได้
“ขอรับ!!”
เสี่ยวเอ้อ กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม
“เอาดาบของเจ้าลงมา ข้าอยากจะดูมัน!!”
หวง เจียว กล่าวด้วยความไม่พอใจ
“หากว่าข้าพอใจข้าจะซื้อดาบของเจ้า!!”
คนของตระกูล หวง , เฉิง และตระกูล หลู่ ต่างก็มองไปที่เสี่ยวเอ้อด้วยแววตาเย้ยหยัน นี่เป็นวิธีปกติของกลุ่มอิทธิพลภายในเมืองหลวง ที่ใช้จัดการกับคนภายนอก พวกมันจะใช้กำลังทั้งหมดทุ่มทำลายอาวุธที่ถูกวางขาย
สิ่งนี้กล่าวได้ว่าเป็นการทำให้สินค้าขายไม่ออกนั่นเอง
ในหมู่ช่างตีเหล็กนั้น แทบไม่มีใครเลยที่กล้าล่วงเกินกลุ่มช่างตีเหล็กของเมืองหลวงได้
“ข้าน้อยต้องขออภัยด้วย ดาบของเราไม่อาจดู หรือสัมผัสได้ นอกจากว่าท่านจะซื้อเสียก่อน!!”
เสี่ยวเอ้อ กล่าวพร้อมกับโค้งคำนับด้วยความเคารพ
“อะไรนะ!? ไม่ให้ข้าดู และไม่ให้แตะต้องงั้นรึ!?”
“ขอรับ!!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนทั้งสามตระกูลต่างก็ต้องตกตะลึงอย่างมาก เงินกว่าหกร้อยตำลึงทองไม่ใช่เงินก้อนเล็กๆ แต่อย่างใด ไม่สามารถดู และสัมผัสได้ นี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเคยได้ยินมาก่อน สำหรับการค้าอาวุธ
แต่เดิมแล้วพวกมันไม่คิดจริงๆ ว่ามันจะกลายเป็นข้อกำหนดจริงๆ ที่ถูกระบุเอาไว้ในการขาย
“เจ้าแน่ใจรึว่าข้าไม่สามารถดู และสัมผัสได้!?”
หวง เจียว กล่าวถามอีกครั้ง ทุกคนต่างต้องการขายอาวุธด้วยการนำเสนอข้อดีต่างๆ ของอาวุธพวกเขาออกมา
อย่างไรก็ตาม เจ้าของดาบเล่มนี้กลับต้องการขายโดยไม่อนุญาตให้ดู หรือสัมผัสได้
“ขอรับ!!”
เสี่ยวเอ้อ กล่าวตอบอย่างหนักแน่น
“ใครคือเจ้านายของเจ้า พาเขาออกมา!! ข้าอยากรู้นักว่าคนผู้นี้จะหยิ่งผยองถึงเพียงใดกัน ถึงได้ขายดาบโดยห้ามดู และสัมผัสเช่นนี้!!”
หวง เจียว ตวาดลั่นด้วยความโกรธ
“ข้าไม่รู้!!”
เสี่ยวเอ้อ กล่าวตอบด้วยเสียงเบาที่ดังอยู่ในลำคอ
“เจ้าไม่รู้!? นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร!?”
หวง เจียว โพล่งออกมาอีกครั้ง ก่อนจะหัวเราะและกล่าวเย้ยหยันออกมา
“เจ้าไม่รู้ใครเป็นเจ้านาย หรือไม่รู้ว่าเจ้านายของเจ้าอยู่ที่ไหน!?”
“ข้าไม่รู้ว่านายท่านเป็นใคร!!”
คำตอบของ เสี่ยวเอ้อ ทำให้ทุกคนสับสนขึ้นมาทันที
“เจ้าโกหก!! จะมีใครไม่รู้ว่าเจ้านายของตัวเองคือใคร!?”
หวง เจียว ตวาดขึ้นมาด้วยความโกรธ
“ไม่เป็นไร หากเจ้าไม่ต้องการเปิดเผย!! บอกข้าสิว่าดาบเล่มนี้มีอะไรดี ทำไมถึงกล้าติดป้ายราคาสูงถึงหกร้อยตำลึงทอง!?”
“ข้าไม่รู้!!”
“แล้ววัตถุดิบล่ะ มันทำมาจากอะไร เจ้าไม่รู้เลยงั้นรึ!?”
“ข้าไม่รู้!!”
“งั้นมันคมแค่ไหน!? ตัดโลหะได้กี่ชิ!?”
“ข้าไม่รู้!!”
……….
คำตอบของ เสี่ยวเอ้อ มีเพียงคำว่า ไม่รู้ เท่านั้น มันเป็นคำตอบภายใต้คำสั่งของ หวัง ชง นอกเหนือจากราคาหกร้อยตำลึงทอง และหากดูหรือได้สัมผัสแล้วนั้น เขาไม่จำเป็นต้องถามคำถามอื่นๆ แม้แต่นิดเดียว
“ข้าไม่รู้!! นอกจากคำว่าข้าไม่รู้เจ้าพูดอย่างอื่นไม่เป็นแล้วใช่ไหม!?”
หวง เจียว ตวาดลั่นอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้ยินคำตอบของ เสี่ยวเอ้อ เช่นนั้น เขาก็กล่าวเย้ยหยันขึ้นมาทันที
“หากว่าเจ้าไม่ต้องการขายก็อย่าเอามันออกมาประกาศขาย!! มีใครที่ไหนขายอาวุธแต่ไม่อนุญาตให้ดูหรือแตะต้องได้ นี่เป็นอาวุธหรือบุตรสาวของขุนนางกันแน่!?”
“ฮ่าๆ ......!!”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของ หวง เจียว เช่นนั้น เหล่าผู้คนโดยรอบก็พากันหัวเราะออกมาทันที
“ข้าบอกแล้วใช่ไหม มันก็แค่การเรียกร้องความสนใจเท่านั้น!!”
หวง เจียว กล่าวพร้อมชี้ไปที่ เสี่ยวเอ้อ พลางหัวเราะลั่นออกมา
“ก่อนที่ข้าจะมาที่นี่ ข้าก็กังวลอยู่ว่าจะมีช่างตีเหล็กหน้าใหม่มากฝีมือปรากฏตัวขึ้น!! แต่ว่าคำพูดของสหาย หวง เจียว ไม่ผิดเลยสักนิด นี่ก็แค่การเรียกร้องความสนใจเท่านั้น!!”
คนของตระกูล เฉิง กล่าวพลางส่ายศีรษะไปมาเบาๆ ดวงตาของเขาแสดงให้เห็นความเกลียดชังอย่างชัดเจน กลุ่มช่างตีเหล็กที่มีชื่อเสียงจะไม่ใช้วิธีนี้ในการดึงดูดลูกค้าแน่นอน
แม้ว่าคนจากตระกูลอื่นๆ จะไม่ได้กล่าวอะไรออกมาก็ตาม แต่แววตาของพวกเขาก็แสดงให้เห็นว่า พวกเขามีความคิดเช่นเดียวกับตระกูล เฉิง ช่างตีเหล็กที่มีฝีมือย่อมไม่กลัวคนอื่นจะเห็นผลงานของตน แต่มันตรงกันข้าม พวกเขาจะใช้ทุกวิธีเพื่อแสดงผลงานของตัวเองออกมาให้ทุกคนได้เห็น
ไม่มีกลุ่มช่างตีเหล็กกลุ่มที่สองแน่นอน ที่จะทำเช่นนี้
ในมุมมองของเหล่าผู้คนโดยรอบ มันเป็นไปตามที่ หวง เจียว ได้กล่าวออกมา ช่างตีเหล็กกลุ่มนี้เพียงแค่เรียกร้องความสนใจ คงมีเพียงปาฏิหาริย์เท่านั้น ที่พวกเขาจะสามารถหาผู้ซื้อดาบของพวกเขาไปได้
“โรงเตี๊ยมวิหคเงินเป็นสถานที่กิน และดื่ม แต่กลับมีคนเอาดาบมาขายที่นี่ อีกทั้งยังตั้งราคาไว้เช่นนั้น ดูเหมือนว่าเราจะประเมินคู่แข่งของเราสูงเกินไป พวกเราไม่ต่างอะไรไปจากเด็กเล็กที่ถูกล่อลวงได้ง่ายเสียแล้ว!!”
คนของตระกูล หลู่ กล่าวเย้ย
โรงเตี๊ยมวิหคเงินนั้นถูกออกแบบ และก่อสร้างขึ้นมาอย่างวิจิตร ทุกอย่างภายในนี้ล้วนแล้วแต่มีราคาสูงลิบ เหล่าลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีฐานะทั้งสิ้น
การที่มีคนมาประกาศขายดาบที่นี่ในราคาหกร้อยตำลึงทอง จึงทำให้พวกมันกังวลว่ากำลังเผชิญกับคู่แข่งที่น่ากลัว
แต่มันดูเหมือนว่า.....พวกมันเพียงแค่คิดมากเกินไปเท่านั้น
หลังจากตระหนักได้ถึงสิ่งนี้ พวกมันจึงเปลี่ยนแปลงอุบายในทันที
“เอาล่ะทุกคน!! แยกย้ายกันออกไปได้แล้ว นี่มันก็แค่ละครปาหี่เรียกร้องความสนใจเท่านั้น!!”
“มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าไอ้สารเลวนี่มาจากที่ไหน ถึงได้กล้าทำลายกฎของพวกเราเช่นนี้ เสียเวลาจริงๆ!!”
คนของตระกูล หวง , เฉิง และตระกูล หลู่ ไม่ได้ให้ความสนใจต่อเรื่องนี้อีกต่อไป เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากปากของพวกเขา ขณะที่ฝ่าฝูงชนที่ล้อมรอบอยู่ออกไป
“ไอ้พวกนี้!!”
เว่ย ฮ่าว ได้ยินทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ เขากระแทกฝ่ามือลงไปบนโต๊ะความโกรธพลางยืนขึ้น
“พวกมันคิดว่าตัวเองครอบครองการขายอาวุธในเมืองหลวงไว้เพียงแค่กลุ่มเดียวรึไง!? มาดูกันว่าข้าจะสั่งสอนบทเรียนให้กับพวกมันอย่างไร!!”
เว่ย ฮ่าว เติบโตขึ้นมาพร้อมกับ หวัง ชง เขาจึงให้ความสำคัญต่อสหายคนนี้อย่างมาก
เมื่อเขาได้ยินว่าพี่ชายของตนถูกเหยียดหยามเช่นนี้ มันก็ทำให้ความโกรธของเขาพวยพุ่งขึ้นมาในใจทันที แม้ว่าภายในเมืองหลวงตระกูล หวง , ตระกูล เฉิง และตระกูล หลู่ จะมีชื่อเสียงมากก็ตาม แต่ทั้งหมดก็ไม่มีความหมายสำหรับ เว่ย ฮ่าว แม้แต่นิดเดียว
คุณชายแห่งตระกูลเสนา เว่ย มีหรือที่เขาจะต้องก้มศีรษะให้กับช่างตีเหล็กเช่นนี้!?
“เดี๋ยวก่อน!!”
หวัง ชง กล่าวปราม เว่ย ฮ่าว
“มันก็แค่เรื่องเล็กๆ ไม่จำเป็นที่เจ้าจะต้องโกรธเช่นนี้ อีกอย่าง พวกมันก็จากไปแล้ว!!”
หวัง ชง กล่าวพลางลิ้มรสชาติของใบชาภายในปาก นี่เป็นนิสัยส่วนตัวของเขา หลังจากดื่มชาจนหมดเขาจะเริ่มชิมรสชาติใบชาทันที
หวัง ชง ยังคงรักษานิสัยส่วนตัวของเขาเอาไว้ แม้ว่าจะข้ามกาลอวกาศมาแล้วถึงสองครั้งก็ตาม อย่างน้อยมันก็เป็นความทรงจำและนิสัยที่เขาจำได้ดี
...................