เทพจุติพิชิตฟ้า

    ตอนที่ 60 คนที่ไม่อยากมีชีวิตคือแก!

    ตอนที่ 60 คนที่ไม่อยากมีชีวิตคือแก!

    หลงซือหยิงกำลังเล่นกับยี่ยี่อย่างสนุกสนานก่อนที่หลินเยี่ยจะเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม “เหนื่อยแล้ว พักกันดีกว่า”

    “ป่าป๊า มาเล่นกับเราสิคะ” ยี่ยี่วิ่งเข้าไปกอดขาหลินเยี่ย

    “พักดื่มน้ำก่อนค่อยเล่นต่อ” หลินเยี่ยเปิดขวดน้ำยื่นให้ลูกสาวพร้อมใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อให้เธอ

    “อือ!”

    ยี่ยี่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง หยิบขวดน้ำพร้อมดื่ม น้ำในขวดหยดลงเลอะเสื้อเด็กน้อย

    “ช้า ๆ สิลูก เดี๋ยวจะสำลักเอา” หลงซือหยิงหยิบกระดาษทิชชู่เช็ดหยดน้ำที่ไหลออกจากปากยี่ยี่

    หลังดื่มเสร็จ เธอยื่นขวดให้หลงซือหยิง “แม่ทูนหัวเหนื่อยมากแน่ ๆ เลย ดื่มน้ำก่อนสิคะ”

    “น่ารักมาก!” หลงซือหยิงลูบหัวยี่ยี่ก่อนจะจิบน้ำด้วยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

    หลังดื่มเสร็จ เธอถามหลินเยี่ยทันที “คุณไปไหนมาคะ? ทำไมไปนานจัง?”

    “ไปซื้อของ” หลินเยี่ยตอบพร้อมหยิบจี้หยกที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณออกมายื่นให้เธอ “มานี่ ใส่ไว้ซะ”

    “หืม? คุณให้ฉันเหรอ? จะเหมาะสมเหรอคะ?” หลงซือหยิงทัดผมด้วยความรู้สึกแปลกใจ

    จี้หยกเป็นของขวัญชิ้นพิเศษ ชายหญิงที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเท่านั้นจะมอบให้กัน ทำไมหลินเยี่ยจึงนำมามอบให้เธอ?

    "อย่าเข้าใจผิด"

    เมื่อเห็นว่าหลงซือหยิงมองจี้หยกพร้อมครุ่นคิด หลินเยี่ยจึงรีบอธิบาย “หยกนี้เป็นตัวแทนของผม ถ้าคุณสวมมันไว้และตกอยู่ในอันตราย ผมจะสามารถรับรู้และไปช่วยคุณได้ผ่านทางจี้หยกนี้”

    “วิเศษขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”

    “ใช่” หลินเยี่ยเอื้อมมือวางจี้หยกที่คอหลงซือหยิงพร้อมกล่าว “สวมไว้ตลอดเวลา แม้แต่ตอนหลับก็ห้ามถอด”

    “โอเคค่ะ!” หลงซีหยิงเหลือบมองจี้หยกด้วยความรู้สึกแปลกใจแต่ไม่พูดอะไร

    ที่เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับของขวัญจากผู้ชาย ซึ่งเป็นจี้หยกแทนใจมอบโดยสามีของเพื่อนสนิท สิ่งเหล่านี้ทำให้หลงซือหยิงรู้สึกไม่เหมาะสม

    แต่เมื่อหลินเยี่ยบอกว่าจี้หยกนี้สามารถปกป้องเธอได้ก็ทำให้รู้สึกโล่งใจ

    หลินเยี่ยหยิบจี้หยกที่เล็กที่สุดในกระเป๋าสวมให้ยี่ยี่พร้อมบอก “ยี่ยี่ต้องเก็บไว้ให้ดีนะลูก อย่าทำหายเด็ดขาด ต้องใส่ไว้ตลอด ห้ามถอดนะ เข้าใจไหม?”

    “จี้หยกที่ป่าป๊าให้สวยที่สุดเลยค่ะ” ยี่ยี่ชอบจี้หยกนี้มาก เธอหยิบขึ้นจูบอย่างมีความสุข

    “ลูกชอบก็ดีแล้ว” หลินเยี่ยลูบหัวลูกสาวพร้อมอุ้มเธอขึ้น “ไปเถอะ ป่าป๊าจะพาไปเล่น”

    “ป๊าเก่งมาก” ยี่ยี่เอนศีรษะจูบหน้าผากหลินเยี่ย “จุ๊บ”

    “บอกป่าป๊าซิ ยี่ยี่อยากเล่นอะไรคะ?”

    "ม้าหมุนค่ะ"

    “โอเค ไปเล่นม้าหมุนกันเถอะ” หลินเยี่ยพาลูกสาวขึ้นม้าหมุนพร้อมพูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

    หลงซือหยิงนั่งรอบนเก้าอี้หินเฝ้าดูพ่อลูกพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานด้วยรอยยิ้ม

    หลินเยี่ยเป็นคนยิ้มยาก เขาจะเผยรอยยิ้มอ่อนโยนเฉพาะกับลูกสาวเท่านั้น

    บางครั้งหลงซือหยิงก็รู้สึกอิจฉาเยว่เหย่าที่ได้แต่งงานกับผู้ชายแสนดีอย่างหลินเยี่ย เขามีความสามารถ น่าดึงดูด และยังรักครอบครัวมากอีกด้วย

    หลงซือหยิงปรารถนาที่จะได้แต่งงานกับชายสมบูรณ์แบบเช่นนี้ในอนาคต

    แต่ความหวังช่างริบหรี่ ผู้ชายสุภาพบุรุษและแสนดีเช่นหลินเยี่ยคงหาไม่ง่าย

    ทว่าหลินเยี่ยเองก็มีข้อบกพร่องเช่นกัน เขาเย็นชาและห่างเหิน ทำให้ยากต่อการเข้าถึง

    ทั้งยังดูลึกลับ เข้าใจยาก และลึกซึ้ง ไม่มีใครรู้หรือคาดเดาได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไร

    หลงซือหยิงจ้องมองหลินเยี่ยอย่างงุนงง ติดอยู่ในห้วงความคิดจนไม่ทันสังเกตว่าสองพ่อลูกเดินมาหาเธอ

    “แม่ทูนหัวคะ...”

    ยี่ยี่เดินมาบีบมือเธอราวสองสามครั้ง “ทำไมแม่ทูนหัวมองมาที่หนูแล้วยิ้มแบบนั้นล่ะคะ?”

     "หืม? เมื่อ... เมื่อไหร่กัน..."

    จากนั้นหลงซือหยิงตั้งสติทันทีก่อนจะรีบหลบตา ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

    “แม่ทูนหัวจ้องป่าป๊าแล้วยิ้มเหมือนคนมีความรักเลยค่ะ” ยี่ยี่กล่าวด้วยความใสซื่อพร้อมถาม “แม่ทูนหัวรักป่าป๊าเหรอคะ?”

    "อะแฮ่ม..."

    หลงซือหยิงไออย่างรุนแรงจนเกือบสำลัก

    เธอรีบเปลี่ยนเรื่องด้วยใบหน้าแดงก่ำทันที “มืดแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ!”

    “โอเคค่ะ ยี่ยี่หิวแล้ว” ยี่ยี่รักการกินขนมมาก แต่เมื่อพูดถึงอาหารเย็น เธอกลับลืมเรื่องนี้สนิท

    “วันนี้แม่ทูนหัวเลี้ยงเอง” หลงซือหยิงอุ้มยี่ยี่ขึ้นเพื่อปกปิดใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอายของเธอ “ยี่ยี่ วันนี้อยากกินอะไรคะ?”

    "กินอาหารทะเลค่ะ"

    “โอเค งั้นไปกินอาหารทะเลกัน” หลงซีหยิงเหลือบมองหลินเยี่ยอย่างลับ ๆ ก่อนจะอุ้มยี่ยี่เดินไปยังร้านอาหารฝั่งตรงข้าม

    หลินเยี่ยเดินไปยังร้านอาหารอย่างนิ่งเฉยโดยไม่สนใจเสียงพูดคุยของลูกสาวแม้แต่น้อย

    เมื่อเดินเข้าไปในร้าน ทั้งสามคนนั่งโต๊ะริมหน้าต่างพร้อมรับเมนูและเริ่มสั่งกุ้งมังกรและปูยักษ์คิงแครบซึ่งเป็นเมนูโปรดของยี่ยี่

    ทันทีที่สั่งอาหาร หลี่ปินและภรรยาเดินเข้ามาในร้านพร้อมด้วยเหล่าบอดี้การ์ด

    โลกกลมซะจริง หลินเยี่ยไม่คิดว่าจะได้พบเขาที่นี่

    หลินเยี่ยเพิกเฉยต่อพวกเขาโดยไม่คิดว่าหญิงผมหญิงผู้เป็นภรรยาของหลี่ปินจะเริ่มพูดจายั่วยุ

    “ไอ้โง่ ฉันกำลังมองหาแกอยู่พอดี ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่” หญิงผมหยิกฝ่าฝูงชนเข้าโจมตีหลินเยี่ย

    “อยากเจอผมทำไม?” หลินเย่อเหลือบมองหญิงสาวพร้อมจิบชาเขียว

    “แกทำร้ายสามีฉันที่โรงเรียนอนุบาลเมื่อวันก่อน จะคิดบัญชีกับแกยังไงดี?”

    “ผมแนะนำให้คุณกลับไปซะ ไม่งั้นผมไม่ไว้หน้าแน่” หลินเยี่ยจ้องมองเธออย่างเย็นชา ขณะที่หญิงสาวหวาดกลัวจนหัวหด

    เธอไม่กล้าพูดอะไรต่อและรีบกลับไปหาหลี่ปินทันที “คุณคะ ไอ้บ้านั่นเหิมเกริมใส่ฉัน เราต้องสั่งสอนมัน”

    “คนแบบนี้อย่าใส่ใจเลยที่รัก” หลี่ปินกล่าวพร้อมเหลือบมองบอดี้การ์ด

    หัวหน้าบอดี้การ์ดเข้าใจทันทีก่อนจะถามด้วยรอยยิ้ม “ท่านรอง จะไม่ให้ผมสั่งสอนมันหน่อยเหรอครับ?”

    หัวหน้าบอดี้การ์ดกล่าวเช่นนี้เพื่อเป็นการประจบสอพลอหลี่ปิน โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยนักและครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะเอาหน้า

    “แล้วแต่นายเลย!” หลี่ปินกล่าวพร้อมพาภรรยาย้ายไปนั่งโต๊ะถัดไปราวกับกำลังรอการแสดงที่ดี

    บอดี้การ์ดเหล่านั้นลุมร้อมหลินเยี่ยทันทีที่ได้รับคำสั่งจากรองผู้อำนวยการหลี่

    "ตึก!"

    หัวหน้าบอดี้การ์ดตบโต๊ะพร้อมชี้ไปยังหลินเยี่ย “หนุ่มน้อย ไม่อยากมีชีวิตแล้วเหรอ? ทำไมถึงกล้ารุกรานท่านรองและนายหญิงล่ะ?”

    "คนที่ไม่อยากมีชีวิต...คือแกต่างหาก" หลินเยี่ยมองตรงพร้อมกล่าวด้วยความแย็นชา

    “ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ ก็ดี มาดูกันว่าแกจพทำยังไง” เมื่อพูดจบเหล่าบอดี้การ์ดยกหมัดขึ้นเตรียมลงมือทันที

    ในความเห็นของพวกเขา หลินเยี่ยเป็นเพียงชายธรรมดาผู้บอบบางคนหนึ่งเท่านั้น