ตอนที่59 สร้างบุญคุณ
หลังลิ้มรสจูบอันหวานหอมของอี้หลงหวังเล้งซานก็กัดฟันออกจากพรรคกระบี่เหินทันทีสัมผัสอันอ่อนละมุนยังคงค้างคาอยู่ที่ริมฝีปากของมันเพราะหากมันหลวมตัวอยู่นานกว่านี้อีกครู่เดียวมันย่อมไม่อาจหักห้ามใจได้และยิ่งหากมันพลาดพลั้งเกิดสัมพันธ์เกินเลยกับอี้หลงหวังเข้าเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของมันจะเลือนรางลงอย่างแน่นอน
'ต้องหักห้ามใจไว้ยังไม่ถึงเวลา อ๊ากกกกกก!!"
มันแทบจะวิ่งไปพลางด่าความโง่ของตัวเองไปพลาง ใบหน้าของมันในตอนนี้ เปลี่ยนเป็นหลี่มู่เรียบร้อยแล้วมันไม่ได้กลับไปที่ร้านของมันมากว่าสิบวัน จึงต้องกลับไปดูกิจการผลกำไรซักเล็กน้อย
"นายท่านกลับมาแล้ว!!"คนงานในร้านต่างดีใจรีบวิ่งออกมารับเล้งซาน
"กิจการเป็นอย่างไรบ้าง"เล้งซานกล่าวถาม
"เรียนนายท่านโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณ และโอสถฟื้นฟูพลังกายของเราที่นายท่านปรุงกักตุนไว้หมดไม่มีเหลือตั้งแต่ 2 วันก่อนแล้วตอนนี้เราเหลือขายเพียงแค่โอสถรักษาโรคทั่วไปเท่านั้นผลกำไรที่ได้ตลอดสิบวันนี้คือ 2 ล้านเหรียญทองขอรับ"คนงานรีบนำเงินมาให้เล้งซาน
"อืม..ใช้ได้"เล้งซานพยักหน้าเล็กน้อยความจริงแล้วเงินทองจำนวนเท่านี้แทบไม่มีความหมายอะไรกับเล้งซานแต่เหตุผลที่มันยังเปิดกิจการต่อไปนั้นเพื่อจะกระจายชื่อเสียงของ หลี่มู่นักปรุงยาเทวดา ออกไปให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นหากมีชื่อเสียงมากขึ้นย่อมสามารถทำการต่างๆได้อย่างง่ายดาย ดังเช่นตอนมันเข้าไปขายขาแห่งเทพให้พรรคป้อมอัคคี
"เรียนนายท่านเมื่อช่วงบ่ายก่อนนายท่านจะกลับมามีชายผู้หนึ่งเข้ามาถามหานายท่านด้วย"
"ใคร?"
"ผู้อาวุโสเสวียนอู่จินฉาน"
"!!!!" เล้งซานสีหน้าตื่นตะลึงเล็กน้อย
"ผู้อาวุโสบอกว่าต้องการพบนายท่านเพื่อคุยเรื่องที่อยากจะให้นายท่านทำการค้ากับราชวงศ์เสวียนอู่และยังบอกอีกว่าวันพรุ่งนี้จะมาอีกครั้ง"
มุมปากของเล้งซานเชิดขึ้นในใจพลางคิดว่าช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ หากเป็น เสวี่ยนอู่จิงฉานมาติดต่อโดยตรงมันอาจสามารถใช้เหตุผลทางการค้าแทรกซึมเข้าสู่วังหลวงได้โดยง่าย
"หากพรุ่งนี้อาวุโสเสวี่ยนอู่ มาที่นี่ให้เจ้าไปตามข้าที่ห้องหากเป็นเหตุผลอื่นไม่ต้องมาเรียกข้าข้าจะเข้าไปปรุงยาเพิ่มเติมเพื่อกักตุนไว้ขาย"
"ขอรับนายท่าน"
เล้งซานกลับเข้าไปปรุงยาต่อในห้องใช้เวลาทั้งคืนในการปรุงยาต่างๆจากวัตถุดิบสมุนไพร ซื้อกักตุนไว้มันต้องการปรุงยากักตุนไว้ให้มากที่สุดเผื่อเกิดเหตุจำเป็นทำให้ไม่ได้กลับมาที่ร้านหลายวัน จวบจนถึงเวลาช่วงสายของอีกวัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก !
"นายท่านผู้อาวุโวเสวียนอู่จินฉานมาถึงแล้ว ขอรับ" คนงานเข้ามาเรียกเล้งซาน
"อืม...ประเดี๋ยวข้าออกไป"
ไม่นานเล้งซานก็ออกมาพบเสวียนอู่จินฉานที่ห้องรับรองในร้านของมัน
"เป็นเกียรติแก่ร้านเล็กๆของข้าจริงๆที่ผู้อาวุโสเสวียนอู่จินฉานแห่งราชวงศ์เสวียนอู่มาเยี่ยมเยือนร้านข้าด้วยตนเองเช่นนี้"เล้งซานประสานมือโค้งตัวเล็กน้อย
"โอ้~ท่านหลี่กล่าวเกินไป แม้เพียงเวลาไม่นานแต่ชื่อเสียงของนักปรุงยาเทวดา เช่นท่านก็เลื่องลือไปทั่ว ข้ามีโอกาสได้เห็นโอสถเทวดาของท่านเมื่อครั้นมาถึงเมืองนี้ไม่นานจึงรีบหาโอกาสมาเยี่ยมเยือนก่อนจะกลับเมืองหลวง"
"อาวุโสกล่าวหนักไปแล้วข้าเป็นเพียงนักปรุงยาบ้านนอกจากต่างแดนสูตรยาจึงแตกต่างจากของทวีปนี้ไปเล็กน้อยเท่านั้น ฉายานักปรุงยาเทวดานั้นข้าย่อมมิกล้ารับ"
"ฮ่าๆมากด้วยฝีมือ แต่ถ่อมตัว คนเช่นท่านหลี่นี่ นับว่าน่านับถือจริงๆเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาอันมีค่าของท่าน ข้าขอเข้าประเด็นเลยก็แล้วกันข้านั้นสนใจในโอสถเทวดาของท่านอย่างมากไม่ทราบว่าท่านสนใจจะทำการค้าร่วมกับราชวงศ์เสวียนอู่เราหรือไม่? ข้าจะให้ราคามากกว่าที่โอสถของท่านขายในท้องตลาด 3 เท่าโดยขอผูกขาดการค้าของท่านกับราชวงศ์เพียงแต่เพียงผู้เดียว"
"การค้าขายกับราชวงศ์เสวียนอู่นั้นนับว่าเป็นวาสนาอันมากล้นสำหรับข้าเพียงแต่...ข้าน้อยยังมีสัญญาการค้ากับสมาคมพ่อค้าของเมืองเมฆครามแห่งนี้เกรงว่าการจะทำการค้าผูกขาดกับราชวงศ์นั้นอาจดูไม่สมควรเท่าไรนัก"
"ท่านหลี่สมาคมพ่อค้าของเมืองห่างไกลเช่นนี้ย่อมไม่กล้าติเตียนท่านแน่นอนหากท่านมาทำการค้ากับราชวงศ์เรา"เสวียนอู่จินฉานกล่าวอย่างไม่ไว้หน้าสมาคมพ่อค้าเมืองนี้แม้แต่น้อยแต่นั้นก็อยู่ในความคาดหมายของเล้งซาน
"เรียนท่านอาวุโสอย่างไรซะสำหรับพ่อค้าเช่นข้านั้น สัญญาการค้าถือว่าสำคัญรองจากชีวิตเท่านั้นมันเป็นสิ่งที่ข้าจำต้องทำตามหลักการของผู้ค้าขายและอีกเพียงเดือนเดียวก็หมดสัญญานี้แล้วหวังว่าท่านอาวุโสจะเข้าใจข้าน้อยในเรื่องนี้"เล้งซานต้องการยื้อเวลาเล็กน้อยจึงกล่าวไปเช่นนี้
"อืม...ถ้าเช่นนั้นอีก 1 เดือน เราจะทำการค้ากันใช่หรือไม่?" เสวียนอู่จินฉานรีบแทรกเข้าทันทีเมื่อมีช่องว่าง
"ตกลงตามนั้นอีกหนึ่งเดือนข้าจะรีบเดินทางไปเมืองหลวงทันทีคาดว่ากว่าจะถึงที่นั้นคงกินเวลาซักระยะ ขอให้ท่านอาวุโสรอที่เมืองหลวงได้เลยข้าจะเข้าไปพบท่านเป็นคนแรกเมื่อถึงเมืองหลวง"
"ฮ่าๆตกลงตามนี้ ท่านหลี่ ข้าจะรอท่านที่เมืองหลวง งั้นข้าขอตัวท่านก็แล้วกัน"เสวียนอู่จินฉานหัวร่อด้วยความพอใจที่สามารถดึงคนมีความสามารถเช่นหลี่มู่ไปที่เมืองหลวงได้เมื่อการเจรจาสำเร็จเสวี่ยนอู่จินฉานจึงทำท่าจะกลับในทันทีแต่จู่ๆเล้งซานก็ยิ้มเชิดมุมปากขึ้นพร้อมกล่าว
"ประเดี๋ยวท่านอาวุโสเมื่อช่วงวัยหนุ่มท่านได้รับบาดเจ็บเรื้อรังที่จุดชีพจรบุปผาหยกทำให้ในตอนนี้ท่านติดอยู่ขั้นกลางของชั้นลมปราณสีเขียวไม่สามารถบ่มเพาะพลังขึ้นไปได้อีก ใช่หรือไม่?"
เสวียนอู่จินฉานที่กำลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ถึงกับชะงักร่างในทันทีก่อนจะแสดงดวงตาที่เบิกกว้างมาทาง เล้งซาน
"ทะ..ท่านทราบได้อย่างไร?"
เล้งซานแสยะยิ้มออกมามันทราบเรื่องนี้ได้เพราะเฟรย่าสังเกตเห็นอาการของเสวียนอู่จินฉานตั้งแต่งานประลองแล้วจึงบอกต่อแก่เล้งซาน
"ข้าพอจะมีวิชาแพทย์อยู่บ้างจากสีหน้าของท่าน และรอบช้ำที่ชัดเจนของจุดชีพจรบุปผาหยกทำให้ข้าทราบได้โดยทันที"
"วะ...วิเศษมากแม้แต่หมอหลวงยังตรวจอาการข้าอยู่หลายวันกว่าจะทราบอาการของข้าแต่ท่านกลับมองออกด้วยเวลาที่สนธนากันเพียงครู่เดียว!!"เสวียนอู่จินฉานแสดงอาการตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
เล้งซานไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อมันเปิดแหวนมิติขึ้นมา หยิบเม็ดโอสถออกมาหนึ่งเม็ดและยื่นให้แก่เสวียนอู่จินฉาน
"นี่คือโอสถฟ้าทะลวงมันสามารถกรุยเส้นทางชีพจรของท่านที่ตีบตันจากอาการบาดเจ็บได้และจะสามารถทำให้ท่านบ่มเพาะพลังลมปราณสืบเนื่องต่อไปได้อีกในอนาคตส่วนอาการบาดเจ็บเรื้อรังของท่าน รักษาได้โดยการใช้รากของดอกบุปผาหยกต้มใส่น้ำร่วมกับผงสลายวิญญาณอสูร ทานต่อเนื่องราวๆ 36 วันอาการบาดเจ็บของท่านจะหายไปอย่างถาวร"
เสวียนอู่จินฉานกายนั้นสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น มือของมันสั่นเทาขณะที่รับเม็ดยาโอสถฟ้าทะลวงในความจริงด้วยตำแหน่งพระญาติของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้นมันสามารถมีตำแหน่งเป็นได้ถึงแม่ทัพใหญ่ฝั่งทางเหนือ แต่ด้วยลมปราณที่อ่อนด้อยและไม่สามารถบ่มเพาะเพิ่มขึ้นมานับสิบปีทำให้มันได้รับเพียงตำแหน่งควบคุมทหารในฝ่ายธุรการเท่านั้น!!หากมันสามารถบ่มเพาะพลังเพิ่มขึ้นได้ย่อมหมายถึงการเปิดทางในอนาคตอันกว้างใหญ่ของมัน
"ทะ..ท่านหลี่มู่ขะ..ข้าสามารถบ่มเพาะพลังและรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังได้จริงๆหน่ะหรือ!!"ริมฝีปากของเสวียนอู่จินฉานสั่นเครือสีหน้าของมันยังแสดงออกว่ายังไม่อาจทำใจเชื่อได้ เพราะแม้แต่ผู้นำหมอหลวงที่เรียกได้ว่าเป็นหมอเทวดาของทวีปนี้ ยังจนปัญญากับอาการบาดเจ็บของมัน
"ข้ามั่นใจสิบส่วนเต็ม"เล้งซานยืดอกขึ้นเล็กน้อย แววตาที่ฉายออกมาไร้ความกังวลแม้แต่น้อย
"โอ้ววข้าติดหนี้ท่านแล้ว ข้าติดหนี้ท่านจริงๆ ข้า..."เสวียนอู่จินฉานไม่ทันได้กล่าวจบเล้งซานพลางยกมือขึ้นห้ามเป็นเชิงบอกว่าไม่จำเป็นต้องกล่าวต่อ
"ข้าเต็มใจช่วยขอท่านอาวุโสอย่าได้เกรงใจ" มุมปากของเล้งซานเชิดขึ้นเล็กน้อย
"ถ้าเช่นนั้นหากเมื่อใดท่านไปยังเมืองหลวง และเกิดปัญหาใดๆไม่ว่าจะมากน้อยข้าสัญญาว่าจะช่วยท่านอย่างสุดความสามารถอย่างแน่นอน!!" เสวียนอู่จินฉานประสานมือขึ้นยกให้แก่เล้งซาน
เล้งซานก็ยกมือขึ้นประสานเป็นเชิงตอบรับและเสวียนอู่จินฉานก็ขอตัวกลับเมืองหลวง แต่ยังแสดงอาการขอบอก ขอบใจเล้งซานอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ตลอดการร่ำลา
"เจ้าช่วยมันเพราะเหตุใดกันโอสถฟ้าทะลวง ไม่ได้ปรุงขึ้นได้ง่ายๆนะ" เสียงเฟรย่ากล่าวขึ้น
"หึหึข้ารู้มาว่ามันเป็นถึงพระญาติฮ่องเต้ หากข้าไปเมืองหลวงข้าก็สมควรจะมีคนสนับสนุนซักหน่อยในเบื้องหลังกะอีแค่สัญญาซื้อขายนั้นย่อมไม่เพียงพอให้มันช่วยเหลือข้ามากนักเลยจึงจำต้องสร้างบุญคุณขึ้นให้แก่มัน..."