ณ แนวหุบเขาซีเป่ย หุบเขาทิศตะวันตกของแคว้นต้าฉิน ติดกับแนวชายแดนซึ่งนอกชายแดนเป็ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และเป็อาณาเขตของชนเผ่าอาจู ซึ่งในแนวหุบเขาซีเป่ย มีค่ายทหารรักษาชายแดนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางหุบเขาซีเป่ย ที่มีพื้นที่เป็ต่อด้านยุธศาสตร์ เพราะอยู่ตรงกลางของเทือกเขาสูงใหญ่ดั่งกำแพงหินที่ไม่อาจทลายได้ ค่ายนั้นก็คือค่ายต้าเป่ย แห่งแคว้นต้าฉิน
ภายในค่ายขนาดใหญ่ ตรงกลางค่ายเป็เรือนไม้ใหญ่โตสูง 4 ชั้น บริเวณชั้นสุดท้ายเป็ศาลาไม้หลังคาหกเหลี่ยมเสาหกต้นขนาดใหญ่ ตรงกลางมีชายวัยกลางคนสวมชุดสีเขียวเข้มอย่างไม่เรียบร้อย ร่างกายกำยำล่ำสัน มีหนวดเคราหน้าตาน่าเกร่งขาม ผิวกายสีน้ำตาลเข้ม นั่งข้างโต๊ะไม้สักนั่งพื้นเงางาม มีสุราสองขวดวางไว้พร้อมกับถั่วลิสงคั่วสุข พลางดื่มสุราอย่างช้าๆด้วยจิตใจสงบนิ่ง เขาคือ ฝางซือหรง แม่ทัพใหญ่ผู้ดูแลค่ายต้าเป่ยแห่งนี้ และไม่ไกลมากนักมีชายหนุ่มใบหน้าเรียบเฉยใส่ชุดแขนยาวสีเขียว ข้อมือสวมเกราะหนังสีน้ำตาลนั่งขัดสะหมาดด้วยท่าทีสุขุมสายตาทอดยาวไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย เขาคือ คังเฟยฉี รองแม่ทัพแห่งค่ายต้าเป่ย ฝางซือหรงหันไปมองคังเฟยฉีที่นั่งสงบเงียบ
" ่นี้ข้ายังไม่เห็นเ้าหลงจินเลย เ้ารู้ไหมว่ามันไปไหน? " ฝางซือหรงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย คังเฟยฉีหันมองด้วยท่าทีเรียบเฉย
" ป่านนี้เ้านั้นคงไปอยู่บนเขาสายลมเหมือนเคยละมั้งขอรับ " คังเฟยฉีพูดอย่างสุภาพ
" นั่นสินะ… หึ เ้านั่นชอบไปอยู่ที่นั้นเป็อาทิตย์ แม้จะเป็เขตของชนเผ่าอาจู แต่เ้านั่นก็ไม่เคยกลัวเลยสักนิด หึ หึ หึ… " ฝางซือหรงพูดพลางยิ้มมุมปาก
" คงมีแต่เ้านั่นเท่านั้นที่ทำเช่นนั้นได้ เ้านั่นเป็สัตว์ร้ายสำหรับชนเผ่าอาจูไปแล้ว ท่านน่าจะรู้.." คังเฟยฉีพูด
" นั้นสินะ… " ฝางซือหรงพูดพลางมองออกไปนอกสาลาไม้มองท้องฟ้าสีครามแจ่มใสด้วยรอยยิ้มบางๆจากนั้นก็ยกสุราขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์
ห่างออกไปนอกเขตชายแดนแคว้นต้าฉิน ณ ทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่ไพศาล มีสถานที่หนึ่งที่มีูเาหินสูงใหญ่ดั่งเสาหินที่มีต้นไม้และกิ่งไม้ขึ้นเต็มเขา ซึ่งมีูเาหินเช่นนี้หลายสิบลูกใกล้กัน แต่มีูเาลูกหนึ่งสูงกว่าใครๆยอดเขามีต้นไม้ใหญ่ขึ้นกางกิ่งก้านใบปกคลุมยอดเขาทั้งหมด ภายในยอดเขานั้น มีบุรุษผู้หนึ่งนอนทอดกายบนโขดหินขนาดใหญ่พื้นหินเรียบเนียนเป็ระนาบเดียวกัน บุรุษหนุ่มรูปร่างไม่สูงมากนัก ผิวกายขาวนวล ใส่เสื้อแขนยาวชั้นเดียวสีเขียวเข้มจนเกือบดำ ซึ่งเป็ชุดทหารราบของแคว้นต้าฉิน ทว่าศรีษะของเขานั้นกลับเป็หัวของเสือโคร่งขาวลายน้ำเงินเข้มที่โตเต็มวัย ขนพริ้วไว้ตามสายลมโชยที่พัดผ่าน ชายผู้มีร่างกายเป็คนหัวเป็เสือผู้นี้มีนามว่า หลงจิน วัย 16 ปี เขามักจะมายังเขาสายลมแห่งนี้เพื่อมานอนพักผ่อน เพราะเขาสายลมแห่งนี้ แม้จะอยู่ในฤดูในก็จะมีลมเย็นๆพัดผ่านตลอดเช่นเดียวกันกับวันนี้ แม้จะอยู่ใน่หน้าร้อนของเดือน 4 แต่ก็ยังมีสายลมเย็นฉ่ำพัดผ่าน
แล้วในขณะที่หลงจินนอนอย่างสบายอารมณ์อยู่นั้น หลงจินก็ได้ยินเสียงม้ากลุ่มหนึ่งลอยตามลมมา ดวงตาของหัวเสือก็ได้ลืมขึ้น ดวงตาสุขใสั์สีน้ำเงินเข้ม แฝงความดุดันของสัตวร้าย พลางยกตัวขึ้นมานั่งจับดาบสองเล่มข้างตัวขึ้นมาแล้วเดินไปริมเขาพลางมองไปข้างหน้าบริเวณที่หลงจินได้ยินเสียงฝีเท้าม้าพร้อมกับเอาดาบสะพายไว้ด้านหลัง
แม้จากอยู่ห่างออกไปเป็ 10 ลี้*แต่ดวงตาของหลงจินก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ยิ่งอยู่ที่สูงและมองลงไปยังทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไร้สิ่งกีดขวางก็ยิ่งเห็นได้ชัด ซึ่งสิ่งที่หลงจินเห็นั้นคือกลุ่มนักรบชนเผ่าอาจูสิบกว่าคนกำลังควบม้ามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ด้วยความเร็วสุดกำลัง หลงจินมองกลุ่มคนเ่าั้ด้วยความสนใจ
‘ เหตุใดพวกนั้นถึงไปทางนั้นกัน มิใช่ว่าทางนั้นเป็ทางไปชายแดนแคว้นเยี่ยนเหรอ? หึ ช่างน่าสงสัยซะจริง? ’ หลงจินคิดในใจพลางยิ้มอยู่ภายในใจด้วยความสนใจ จากนั้นก็ตัดสินใจะโลงจากริมเขาแล้วม่วนตัวเหยียบใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่ราวกับเป็แท่นเหยียบด้วยวิชาตัวเบาอย่างไม่เร่งรีบจนถึงพื้น ก่อนที่จะพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่ง
ณ กลางเนินดินอันเขียวขจี มีกระโจมสีขาวเหลืองหลายพันหลังกางเกาะกลุ่มกันโดยมีรั้วไม้ล้อมรอบอย่างเรียบง่าย มีม้าหลายร้อยหลายพันตัววิ่งรอบพื้นที่ว่างอันกว้างใหญ่ ซึ่งที่แห่งนั้นคือหนึ่งในกลุ่มของชนเผ่าอาจู ตรงกลางค่ายเป็กระโจมขาวหลังใหญ่แปดเหลี่ยม ซึ่งเป็กระโจมของหัวหน้ากลุ่ม ภายในนั้นมีกรงเหล็กขนาดใหญ่ ภายในกรงเหล็กมีหญิงสาวผิวพรรณขาวพ่อง หน้าเรียวเล็กรูปไข่ คิ้วเข้มดวงตากลมโตสีน้ำตาล ผมดำยาวสลวยดุจไหม สวมใส่ชุดยาวสีชมพูขาวปักลายดอกกุหลาบสวยงามแต่เนื้อตัวมอมแมมเลอะฝุ่นเล็กน้อย นางผู้นี้คือ องหญิงหวงหลินอิง อายุ 18 ปี องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นต้าฉิน นางนั่งอยู่ภายในกรงเหล็กอย่างสงบนิ่งแม้นางจะมีสีหน้าเศร้าหมองอยู่ก็ตาม
ไม่นานชายร่างใหญ่ใส่ชุดยาวสีน้ำตาลเข้ม ก็เดินเข้ามาในกระโจมพร้อมด้วยรอยยิ้มที่แสยะออกมาจนเห็นฟันเมื่อมองมาทางองค์หญิงใหญ่ เขาคือ อาเล่อสู่ หัวหน้ากลุ่มชนเผ่าอาจู ณ กลางเนินดินแห่งนี้
เมื่ออาเล่อสู่เข้ามาในกระโจมหลังใหญ่ก็เดินตรงไปหาองค์หญิงใหญ่หวงหลินอิง เขายืนจ้องมองใบหน้าอันงดงาม และส่วนเว้าโค้งขององค์หญิงใหญ่ที่เห็นเด่นชัด จนดึงดูสายตาอันหื่นกระหายของอาเล่อสู่
" ช่างงดงามยิ่งนัก… ชีวิตข้าไม่เคยพบเจอหญิงงามเช่นเ้ามาก่อน ช่างเป็วาสนาของข้ายิ่งนัก หากมิใช่ว่าข้าต้องส่งตัวเ้าให้แคว้นเยี่ยน ข้าคงได้เ้ามาเป็ภรรยาข้าอีกคนไปแล้ว ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก หึ หึ หึ " อาเล่อสู่แสยะยิ้มพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นะเื
" หึ หึ หึ เป็เมียของเ้าอย่างนั้นรึ ช่างน่าขัน… หากข้าต้องเป็เมียของเ้า ข้าขอตายเสียยังดีกว่า และอีกไม่นานเสด็จพ่อจะนำกองทัพมากวาดล้างที่นี่ให้สิ้นซาก! " องค์หญิงใหญ่กล่าวเสียงเรียบขณะสบตาอาเล่อสู่อย่างไม่เกร่งกลัว
" กว่าพ่อของเ้าจะมาถึง เ้าคงถึงแคว้นเยี่ยนแล้ว หากพ่อของเ้าเป็ห่วงชีวิตเ้าจริง พ่อเ้าจะเคลื่อนทัพโจมตีหรือไม่ล่ะ หากเ้ายังอยู่ในกำมือข้าอยู่….หึ ตอนนี้ไม่มีใครช่วยเ้าได้หรอก หรือไม่พ่อเ้าอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเ้าถูกจับอยู่ที่นี่ หึ หึ หึ " อาเล่อสู่พูดพลางแสยะยิ้มด้วยความรู้ชอบใจ องค์หญิงใหญ่เงยหน้ามองอาเล่อสู่ด้วยความโกรธแค้น
อาเล่อสู่เดินไปนั่งที่เก้าอี้ยาวปูด้วยขนสัตว์ แล้วหยิบดื่มสุราที่วางที่โต๊ะเตี้ยหน้าเก้าอี้ขึ้นมารินดื่มและชีกเนื้อแกะย่างมากัดกิน พร้อมกับมองดูองค์หญิงใหญ่นั่งในกรงด้วยท่าทางสงบนิ่ง พลางนึกเสียดายอยู่ภายในใจ ที่ตนจะต้องปล่อยหญิงงามเช่นนี้หลุดมือไป ให้กับแคว้นเยี่ยน เพื่อที่เขาจะได้มีตำแหน่งหน้าที่ในแคว้นเยี่ยน แล้วในขณะนั้นเอง นักรบชนเผ่าผู้หนึ่งก็เปิดม่านเดินเข้ามาแล้วหยุดยืนเอามือซ้ายแนบอกขวาโค้งตัวทำความเคารพอาเล่อสู่
" ท่านหัวหน้า คนจากแคว้นเยี่ยน มาถึงแล้วขอรับ " นักรบหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ อาเล่อสู่ได้ยินก็พยักหน้าหนึ่งครั้ง
" ข้ารู้แล้ว เ้าพานางไปกับข้าด้วย " อาเล่อสู่ลุกขึ้นยืนพลางกล่าวอย่างเนิบช้า จากนั้นก็เดินออกจากกระโจมไป ก็พบว่ามีกลุ่มคน 5 คนกำลังเดินเข้ามา
ทหารแคว้นเยี่ยน 4 คนใส่ชุดเกราะเหล็กทับเสื้อแขนยาวสีเหลืองเข้มพกดาบยาวไว้ข้างกายท่าทางน่าหวั่นเกร่งและไม่เกร่งกลัวแม้จะอยู่ท่ามกลางนักรบชนเผ่าอาจูนับหมื่น ส่วนอีกหนึ่งคนสวมชุดยาวสีขาวเหลือง ใส่หมวกปกบานทรงกลมคลุมผ้าปิดบังใบหน้าเดินอยู่ด้านหลังสุดซึ่งทั้ง 4 คน เป็ทหารฝีมือดีของแคว้นเยี่ยน ถูกฝึกมาเป็พิเศษเพื่อมารับตัวองค์หญิงใหญ่และคุ้มกันโดนเฉพาะ โดยมีนักรบชนเผ่าอาจูพาเดินเข้ามา อาเล่อสู่มองพลางยิ้มอย่างเป็มิตร
" ข้า เอี้ยนฮกชุน ได้รับมอบหมายจากฝ่าา ให้มารับองค์หญิงหวงหลินอิง ขอรับ และยินดีที่ได้พบอีกครั้งท่านอาเล่อสู่ " ทหารแคว้นเยี่ยนผู้ยืนอยู่หน้าสุดกุมมือกล่าวทักทายด้วยท่าทางสงบนิ่ง
" ยินดีเช่นกัน หึ หึ หึ…. พานางออกมา! " อาเล่อสู่กล่าวเสียงดังด้วยรอยยิ้ม จากนั้นนักรบชนเผ่าก็พาองค์หญิงใหญ่เดินออกมาจากกระโจม นางเดินออกมาอย่างง่ายดายพร้อมกับใบหน้าเศร้าหมอง ทหารแคว้นเยี่ยนนามเอี้ยนฮกชุนหันมองปราดหนึ่งเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยด้วยสายตาจากนั้น ก็หันมามองอาเล่อสู่ ซึ่งอาเล่อสู่รู้ดีว่าเอี้ยนฮกชุนนั้นสงสัยสิ่งใดจึงแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย
" ข้าดูแลองค์หญิงเป็อย่างดี ท่านอย่างได้กังวลเลย.. " อาเล่อสู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
" ขอบคุณท่านอาเล่อสู่ที่ดูแลองค์หญิงเป็อย่างดี ข้าจะกราบทูลฝ่าาให้ทรงทราบว่าท่านตั้งใจเพียงใด " เอี้ยนฮกชุนกล่าวเสียงเรียบ
" ขอบใจท่านมาก หวังว่าฝ่าาจะเชิญข้าไปเข้าเฝ้าในเร็ววัน " อาเล่อสู่กล่าว จากนั้นก็หันไปหานักรบชนเผ่าแล้วพยักหน้าเพื่อให้สัญญาณส่งมอบองค์หญิงให้กับทหารแคว้นเป่ยซาน นักรบชนเผ่าจึงพาองค์หญิงเดินไปหาเอี้ยนฮกชุน
แต่แล้วสายตาของอาเล่อสูก็หันไปเห็นใครบางคนนั่งอยู่บนหลังคากระโจมของตน ซึ่งเขาก็คือหลงจิน อาเล่อสูสะดุ้งด้วยความตกตะลึง ทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง ก็พบกับบุรุษหัวเสือขาวดวงตาสีน้ำเงินเข้ม นั่งอยู่บนหลังคากระโจมอย่างนิ่งสงบ แม้แต่นักรบชนเผ่าที่กำลังส่งมอบตัวองค์หญิงก็ต้องหยุดฉงักแล้วหันไปมองก็ถึงกับตกตะลึงตาค้าง องค์หญิงใหญ่ตกตะลึงและใเป็อย่างมาก เฉกเช่นเดียวกับทุกๆคนที่อยู่โดยรอบ ทั้งนักรบชนเผ่าและทหารแคว้นเยี่ยน ต่างตกตะลึงไปตามๆกัน เมื่อได้เห็นบุรุษที่มีหัวเป็เสือโคร่งขาวอันหน้าหวาดกลัว ซึ่งเหล่านักรบชนเผ่ารู้จักดีในนาม
" พยัคฆ์ขาว! "
*ลี้ คือ มาตราวัดระยะทาง 1 ลี้เท่ากับ 500 เมตร