หลังจากคืนนั้น หลันชิงก็ค้างคืนที่เรือนเสวี่ยติดต่อกันถึงสามคืนทำเอาฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มหน้าบานไม่หยุด เพราะแม้นางจะเอ่ยปากกับอวิ๋นซือเื่บุตรไปแบบนั้นแต่ที่จริงแล้วก็ยังคาดหวังและเฝ้าวาดฝันถึงหลานตัวน้อยจากท้องของอวิ๋นซือเพราะความอคติต่อสายรองในใจทำให้นางยัง้าทายาทสืบทอดสกุลสายตรงจากสะใภ้ใหญ่
อวิ๋นซือไม่ได้ล่วงรู้ถึงความในใจของแม่สามีเลยแม้แต่น้อยพอถึงวันที่สี่ เ้าตัวก็ปิดเรือนเสวี่ย สั่งบ่าวไพร่ให้กระจายข่าวเื่ล้มป่วยออกไปอีกทั้งยังสั่งเสี่ยวอิงให้ไปรายงานดักคอสามี
ฮูหยินใหญ่ป่วยหนัก มีไข้สูงมากเกรงว่าจะทำให้ผู้อื่นติดไข้ไปด้วย จึงสั่งปิดเรือนชั่วคราวระหว่างนี้ขอให้นายท่านไปค้างกับพี่สาวน้องสาวอื่นๆ ก่อน
อีกทั้งยังย้ำนักย้ำหนาว่า... นายท่านไม่ต้องมาเยี่ยม
ฮูหยินผู้เฒ่าที่ยังไม่ทันหายดีใจมีอันต้องกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิดอีกคราดูเอาเถิด สะใภ้ใหญ่ของนางผู้นี้ ร่างกายช่างไม่รักดีเอาเสียเลย อุตส่าห์มีโอกาสงามเพียงนี้กลับมาป่วยไข้เอาเสียได้ยามอื่นหรือก็ไม่เป็
ด้านอวิ๋นซือที่นอนระทวยให้สาวใช้ทั้งสองปรนนิบัตินวดตัวหาได้สนใจเื่พวกนี้ไม่เดิมทีนางก็ไม่ได้สนใจสามีอยู่แล้ว จะให้มาคลอเคลียกันอยู่ตลอดเวลาคงเหนื่อยตาย แม้รายได้จะงาม แต่งานหนักมากก็ไม่ไหวนะ อีกอย่าง... นางมั่นใจว่าหลังจากนี้หลันชิงสามีผู้แสนดีต้องไม่ได้ไปแค่เรือนอนุเจียวแน่นอน
“ฮูหยินเ้าคะแล้วถ้านายท่านกลับไปค้างแค่กับอนุเจียวคนเดียวอีกจะทำอย่างไรเล่าเ้าคะ” เสี่ยวอิงถามผู้เป็นายอย่างกังวล
ร่างบางปรือตาด้วยท่าทางง่วงงุนใบหน้ามีรอยยิ้มหวานเป็ธรรมชาติที่ฝึกฝนมาด้วยเวลานี้เ้าตัวกำลังอารมณ์ดีเป็อย่างยิ่งจึงมีรอยยิ้มไม่ขาดหาย
“ดีสิ หากเขาไปหาอนุเจียวนั่นอีกละก็...” อะไรที่ทำได้นางก็ทำไปหมดแล้วจากนี้ก็ขอใช้่เวลากับวันหยุดให้สบายใจสักนิดเถอะนะ ส่วนสามีน่ะหรือ...
แท่งหยกเป็ของเขา จะนำมันไปใช้กับใครนางต้องสนใจด้วยหรือไรกัน
หลันชิงชะงักเท้าหลังเสี่ยวอิงมารายงาน เ้าตัวทำเพียงพยักหน้าราบเรียบก่อนจะหันหลังเดินจากไปฮูหยินใหญ่ของเขาช่างเอาแต่ใจนัก คิดอยากใช้งานก็เรียกหาพอหมดประโยชน์ก็ผลักไสทันที
“นายท่านจะไปเรือนอนุเจียวหรือไม่ขอรับ”
ร่างสูงนิ่งไปครู่หนึ่งในความคิดปรากฏแววตาคู่งามที่มีชีวิตชีวาของอนุคนใหม่เ้าตัวหมุนกายเดินไปทางเรือนของอีกฝ่ายทันทีโดยมีร่างสันทัดของบ่าวคนสนิทก้าวตามไปติดๆ
ในเรือนของอนุเจียววันนี้มีเสียงเพลงบรรเลงดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เงียบหายไปใน่สองสามวันที่ผ่านมา ดังนั้นเมื่อนายท่านหลันมาเยือนในค่ำคืนนี้หญิงสาวจึงไม่รั้งรอที่จะเริ่มบรรเลงเพลงที่เขาเคยชื่นชอบเพื่อเอาใจอีกฝ่ายให้กลับมามองแค่ตนอีกครั้ง
บทเพลง “หงส์วอนรัก” ถูกขึ้นสายด้วยเสียงหวานแ่ เป็ท่วงทำนองขอความรักที่หญิงสาวมอบให้แก่บุรุษหนุ่มในดวงใจแต่วันนี้คนฟังกลับแปรเปลี่ยนไปเสียแล้ว
หลันชิงนั่งเงียบขรึม ดวงตาคมจ้องมองหญิงงามในอาภรณ์ขาวตรงหน้านางดูบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวสีขาว ทว่าในใจของเขากลับเต็มไปด้วยสีแดงที่แผดเผา
“ดึกแล้ว ข้ายังมีเื่ให้สะสาง คงต้องไปก่อนไฉเอ๋อร์เองก็ควรรีบเข้านอนได้แล้ว ไม่เช่นนั้นหากเ้าล้มป่วย ข้าคงเป็ห่วงไม่น้อย”
เมื่อเพลงจบลง ร่างสูงก็ขยับกายลุกขึ้นยืนวาจาเป็ห่วงถูกกล่าวออกมา แต่ฟังแล้วกลับให้ความรู้สึกเฉยชากว่าเดิมเจียวมิ่งไฉมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินห่างออกไปด้วยดวงตาเบิกกว้าง
นี่มันเกิดอะไรขึ้น! นางทำผิดตรงไหนกันไม่กี่วันที่ผ่านมานายท่านยังชื่นชอบบทเพลงนี้ ถึงขนาดบอกให้นางเล่นทุกครั้งที่มาเยือนแล้วทำไมวันนี้จึงได้แสดงท่าทีเ็านักเล่า
“นายท่านจะไปค้างเรือนไหนหรือขอรับ”
อาอิ้นถามผู้เป็นายอย่างสับสนเหตุใดวันนี้คนตรงหน้าจึงให้ความรู้สึกแปลกไปหรือว่านายท่านของเขาจะคิดถึงฮูหยินใหญ่ที่ไม่อาจไปค้างด้วยได้
หลันชิงหยุดยืนนิ่งไปครู่หนึ่งรายงานจากอาเต๋อเื่ที่มารดาของตนกดดันอวิ๋นซือผุดขึ้นมาในหัวร่างสูงพลันขยับก้าวเดินไปทางทิศใต้ของคฤหาสน์ทันที
“ไปเรือนฮูหยินรอง”
หลังจากวันที่ไปเรือนอนุเจียวแล้วไม่ได้ค้าง หลันชิงก็เปลี่ยนเป็ไปค้างกับบรรดาเมียทุกคนแทนเริ่มจากฮูหยินรองไล่ไปเรื่อยทำให้หญิงสาวเรือนหลังที่เคยเงียบเหงามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกโข
อวิ๋นซือนั่งฟังเสี่ยวอิงเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในเรือนอนุเจียวด้วยรอยยิ้มนางรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็แบบนี้ การจะทำให้หลันชิงเลิกไปหาอนุเจียวนั้นไม่ใช่เื่ยากแม้นางจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่อีกฝ่ายยึดติดกับเพลงนี้ก็ตาม แต่วิธีที่นางใช้ให้ผลดีกว่าเห็นๆ
ไม่จำเป็ต้องเอ่ยคำใด เพราะต่อไปหากไปเรือนอนุเจียวอีกฝ่ายนั้นก็คงไม่วายดีดเพลง “หงส์วอนรัก” เพื่อเอาใจหลันชิงอีกครั้ง แต่ต่อไปนี้เมื่อหลันชิงได้ยินเพลงนี้นอกจะมองผู้ดีดแล้ว ยังจะต้องคิดถึงค่ำคืนนั้นของนางกับเขาทุกครั้งไป
ยามนี้นางไม่ได้ห่วงอะไร เพราะหากเขาไปยังเรือนอนุเจียวก็ยิ่งตอกย้ำคนที่อยู่ใกล้กับคนที่อยู่ไกล ผู้ชายมักคิดถึงอย่างหลังมากกว่าอยู่แล้วอะไรที่ได้มายากมักจะน่าสนใจกว่าง่ายนี่นะ
ทว่าสามีของนางก็ทำให้อดประหลาดใจไม่ได้ปกติหลันชิงถือความรู้สึกพอใจของตัวเองเป็หลักอะไรที่ทำให้เขายอมเดินสายเอาใจสตรีเรือนหลังขนาดนี้แม้แต่คนที่จงใจหมางเมินอย่างหลิงซีก็ยังยอมไปกินอาหารเย็นด้วยเป็ครั้งคราวเลย
เสี่ยวอิงเล่าว่า นายท่านให้เวลาแก่ฮูหยินคนอื่นกับอนุเท่าๆกัน แม้บางครั้งไม่ค้างแต่ก็ยังแวะเวียนไป ก่อนจะกลับเรือนอักษรแล้วค้างคืนที่นั่นในบางวันที่สำคัญ... นอนคนเดียว
‘หลันชิงเนี่ยนะ... ค้างคืนที่เรือนของตนเองคนเดียว’
เกิดอะไรขึ้นกับหลันชิงผู้ใช้ส่วนล่างเป็แรงขับเคลื่อนกันหรือว่าแท่งหยกของเขาถูกใช้งานจนทู่ไปหมดแล้ว
พอคิดถึงข้อนี้อวิ๋นซือก็พลันรู้สึกว่าเป็ไปได้นางนั่งนึกในใจว่า ต่อไปหากอีกฝ่ายแวะเวียนมาจะต้องตุ๋นตะพาบเพื่อเป็ยาบำรุงให้สามีสักหน่อยแล้วไม่อย่างนั้นฮูหยินผู้เฒ่ารู้เข้าคงต้องมาต่อว่าว่าตนไม่ดูแลสามีเป็แน่
โชคดีของอวิ๋นซือที่หลันชิงไม่ล่วงรู้ความคิดนี้ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องมาค้างเรือนเสวี่ยเพื่อทำให้นางรู้ว่าแท่งหยกของเขายังอยู่ดีเป็แน่