(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 77 ผลลัพธ์ของการฝึกฝน

            ภายใต้แรงโน้มถ่วงที่บดทับเกินขีดจำกัดของร่างกายไปนับหลายสิบเท่า


            ทุกเส้นเอ็นในกายของหวงเยี่ยราวกับถูกดึงให้ตึงจนใกล้ฉีกขาด กระดูกแต่ละชิ้นสั่นสะเทือนเหมือนกำลังรับน้ำหนักของภูผาทั้งลูกที่ถูกกดลงมาโดยไร้ปรานี อากาศที่ควรโปร่งเบากลับหนักแน่น จนการหายใจแต่ละครั้งยังต้องฝืนฝ่าแรงต้านที่มองไม่เห็น


            พื้นโลหะใต้ฝ่าเท้าแผ่ความเย็นเยียบเข้าสู่กระดูก ทว่าความหนาวนั้นกลับถูกกลบด้วยความร้อนระอุจากเลือดที่สูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง พลังวิญญาณไหลเวียนรุนแรงยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แรงกดทับภายนอกปะทะกับการตอบโต้จากภายใน


            กล้ามเนื้อที่เคยสั่นไหวเริ่มขยายตัว เส้นเลือดโป่งพองราวกับจะปริแตก ทุกอณูของร่างกายกำลังผ่านการหลอมรวมครั้งใหม่


            แล้วในที่สุด เส้นแบ่งที่เคยขวางกั้นก็พังทลายลง


            การยกระดับไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว หากทะยานต่อเนื่องราวกับคลื่นซัดเข้าฝั่งไม่หยุดยั้ง


            จากร่างกายระดับสองขั้นแรกเริ่ม สู่ระดับสองขั้นกลาง และทะลุทะลวงไปจนถึงร่างกายระดับสองขั้นสูง


            ความทนทานเพิ่มพูนจนแรงกดดันที่เคยบดขยี้กลับดูเบาบางลงเล็กน้อย พละกำลังไหลเวียนในแขนขาราวกับกระแสโลหิตที่ถูกปลุกให้ตื่น กล้ามเนื้อแน่นกระชับขึ้นอีกขั้น แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า


            ทว่าการเปลี่ยนผ่านอย่างฉับพลันเช่นนี้ย่อมต้องแลกด้วยราคาที่หนักหนา


            ความเจ็บปวดแล่นพล่านทั่วร่างเหมือนมีเข็มนับพันทิ่มแทงจากภายใน เส้นเอ็นตึงจนแทบขาด กระดูกส่งเสียงลั่นราวกับร้องครวญ


            หวงเยี่ยกัดฟันแน่น


            ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น


            “ระบบควบคุม..”


            “ปิดแรงโน้มถ่วงเดี๋ยวนี้!”


            เสียงตอบรับดังขึ้นทันควัน บรรยากาศที่หนักอึ้งดั่งขุนเขาค่อยๆคลายตัวลง ความกดดันที่เคยบีบอัดทุกลมหายใจสลายหายไป


            ทันทีที่แรงกดทับหมดสิ้น หวงเยี่ยถึงกับคุกเข่าลงกับพื้น


            เสียงหอบหายใจดังชัดในห้องเงียบงัน อกของเขากระเพื่อมถี่เหมือนคนที่เพิ่งพ้นจากการจมน้ำ ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด หยาดเหงื่อชโลมทั่วทั้งลำคอและสันกราม เสื้อผ้าเปียกชื้นแนบชิดผิวกาย แขนขาสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้


            กล้ามเนื้อที่เพิ่งผ่านการยกระดับยังไม่ทันปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง


            ชายหนุ่มรู้ดีว่านี่คือผลสะท้อนจากการฝืนขีดจำกัด พลังใหม่ที่เพิ่งถือกำเนิดยังไม่เสถียร ร่างกายต้องใช้เวลาในการปรับสมดุล


            แม้สภาพจะย่ำแย่ แต่แววตากลับฉายประกายพึงพอใจที่ยากจะปิดบัง


            หวงเยี่ยวางฝ่ามือลงกับพื้น พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงก่อนจะดันตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ


            ภาพนั้นทำให้นักเรียนที่ยืนมองอยู่โดยรอบถึงกับตกตะลึง


            “หะ.. เห้ย! หวงเยี่ย..”


            “นี่เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?”


            “ให้พวกข้าไปส่งยังที่พักไหม?”


            “ใช่ๆ สภาพเช่นนี้มันหนักหนายิ่งกว่าที่ข้าเคยเห็นเสียอีก แขนและขาแทบไม่มีเรี่ยวแรงเลยใช่ไหมละ”


            หลายคนกรูกันเข้ามาใกล้ บางคนยื่นมือประคอง บางคนพยายามพยุงแขนที่สั่นไหว


            หวงเยี่ยชะงักเล็กน้อย ดวงตาฉายแววประหลาดใจ เพราะไม่คิดเลยว่ารุ่นพี่เหล่านี้จะมีน้ำใจถึงเพียงนี้ แม้พวกเขาจะเคยวิพากษ์วิจารณ์ หรือมองเขาด้วยสายตากึ่งสงสัยกึ่งท้าทาย แต่ในยามนี้กลับยื่นมือช่วยเหลือโดยไม่ลังเล


            เขาพยักหน้ารับ


            “ไม่เป็นไร.. แค่เดินกลับไปยังที่พักย่อมไม่ใช่ปัญหา!”


            เขาสูดลมหายใจลึก พยายามทรงตัวให้มั่นคง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มบาง


            “แต่ยังไงก็ตาม.. ไอ้ห้องแรงโน้มถ่วงนี้ก็ดีจริงๆเลยนะ สามารถทำให้ร่างกายข้ามผ่านขีดจำกัดและแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว”


            “ทว่าการฝืนขีดจำกัดของตนเองก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก!”


            น้ำเสียงแฝงทั้งความพึงพอใจและคำเตือนในคราวเดียว


            “งะ.. งั้นเหรอ..”


            นักเรียนบางคนหัวเราะออกมาอย่างโล่งใจ บางคนยังคงมองเขาด้วยความชื่นชม


            หวงเยี่ยสะบัดแขนเล็กน้อย พยายามควบคุมการสั่น ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากสถาบันมังกรพิโรธอย่างช้าๆ


            เบื้องหลังของเขา ทิ้งไว้เพียงสายตาที่ยังคงจับจ้องไม่วางตา และความรู้สึกสั่นสะเทือนในใจของผู้พบเห็น เพราะภาพของชายหนุ่มผู้ยืนหยัดท่ามกลางแรงกดทับมหาศาล มันได้ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของทุกคนเลยก็ว่าได้


            “เห้ย! รีบนำเรื่องนี้เข้าสู่เครือข่ายแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยเร็วเข้า!”


            แน่นอนว่าเหล่านักเรียนที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ไม่ได้ปล่อยให้ภาพอันน่าตกตะลึงนั้นสูญหายไปกับสายลมแห่งช่วงเวลา


            ทันทีที่หวงเยี่ยก้าวพ้นประตูห้องแรงโน้มถ่วง มือจำนวนไม่น้อยก็เคลื่อนไหวด้วยท่าทางอันคล่องแคล่ว บางคนย้อนดูคลิปที่เพิ่งบันทึกซ้ำอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าภาพชายหนุ่มผู้ยืนต้านแรงกดทับยี่สิบเท่ามันไม่ใช่ภาพลวงตา

            

            ภายในเวลาไม่ถึงอึดใจ


            ไฟล์วิดีโอพร้อมคำอธิบายสั้นกระชับก็ถูกอัปโหลดลงสู่เครือข่ายแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยเทพอสูร หัวข้อกระทู้ถูกตั้งขึ้นอย่างเร้าอารมณ์


            《หวงเยี่ยท้าทายห้องแรงโน้มถ่วง 20 เท่า!》


            ทันทีที่มันถูกเผยแพร่ สัญลักษณ์แจ้งเตือนก็เด้งขึ้นอย่างต่อเนื่อง


            เสียงแจ้งเตือนจากอุปกรณ์สื่อสารดังระงมทั่วหอพักและห้องฝึกในมหาวิทยาลัย


            กระทู้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ตัวเลขผู้เข้าชมก็พุ่งทะยานราวกับลูกศรที่หลุดจากสายธนู


            คอมเมนต์และเสียงวิจารณ์หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย


            《อะไรกัน เมื่อชั่วโมงก่อนเจ้านี่เพิ่งเปิดหัวข้อท้าทายคนอื่นๆไปทั่วเอง มาตอนนี้ดันมุ่งหน้าไปยังสถาบันมังกรพิโรธเพื่อฝึกฝนร่างกายอีก!》


            《พระเจ้าช่วย! ร่างที่บอบบางเช่นนั้นกลับซ่อนพละกำลังและความทนทานอันมหาศาลเอาไว้ แรงโน้มถ่วง 20 เท่าทำอะไรไม่ได้เลยสักนิด》


            《เดี๋ยวก่อนๆ เจ้าเด็กหวงเยี่ยคนนี้เป็นนักล่ามังกรระดับสองขั้นแรกเริ่มไม่ใช่เรอะ?》


            《แล้วทำไมถึงต้านทานแรงโน้มถ่วงระดับนั้น.. ระดับที่มีเพียงนักล่ามังกรระดับสามขึ้นไปที่จะต้านทานได้ละ?》


            คำถามนี้ถูกเห็นด้วยซ้ำแล้วซ้ำเล่า เห็นได้ชัดว่าหลายคนต่างสงสัยในจุดเดียวกัน


            ภาพในวิดีโอฉายให้เห็นช่วงเวลาที่เขาคุกเข่า เหงื่อไหลชุ่มร่าง ก่อนจะค่อยๆดันตัวลุกขึ้นยืนท่ามกลางแรงกดทับที่หนักหน่วงราวภูผา แม้จะเห็นเพียงผ่านหน้าจอ ทว่าความกดดันที่แผ่ออกมาจากภาพ มันก็ยังทำให้นักเรียนปีหนึ่งหลายคนเผลอกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว


            《กรี๊ดดด! เจ้าชายน้อยของเราแข็งแกร่งมาก ใบหน้าก็งามสง่า ร่างกายที่บอบบางก็ยังแข็งแกร่ง ทั้งยังมีเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา》


            《นี่มันคุณสมบัติของเจ้าชายจริงๆ》


            ตัวอักษรยาวเหยียดเต็มไปด้วยสัญลักษณ์อารมณ์สะท้อนความคลั่งไคล้ของแฟนคลับสาว


            ไม่กี่วินาทีถัดมา ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น


            《หึหึ รุ่นน้องคนสวยคอมเมนต์บนน่ะ ข้าเองก็หล่อเหลาเอาการเลยนะ สนใจที่จะไปออกเดทกับรุ่นพี่คนนี้ไหม?》


            ความจริงจังของกระทู้ถูกเจือด้วยอารมณ์ขันบางเบา เสียงหัวเราะผ่านตัวอักษรทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเล็กน้อย


            แต่กระแสหลักยังคงหมุนวนอยู่กับคำถามเดิม


            เหตุใดนักล่ามังกรระดับสองขั้นแรกเริ่มเช่นหวงเยี่ย จึงสามารถยืนหยัดในสภาพแวดล้อมที่ควรจะเป็นของผู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้ บางคนเริ่มวิเคราะห์ ชี้ให้เห็นจังหวะที่กล้ามเนื้อของหวงเยี่ยขยายตัว และการเปลี่ยนแปลงของท่าทางจากทรุดตัวสู่การยืนอย่างมั่นคง


            《ดูตรงนี้สิ ตอนที่เขาดันตัวขึ้น ร่างกายเหมือนเปลี่ยนจังหวะการหายใจ คล้ายกับว่าพลังวิญญาณไหลเวียนเร็วขึ้น》


            《ข้าก็สังเกตเหมือนกัน เหมือนเขากำลังทะลวงขีดจำกัดบางอย่าง?》


            《ตอนที่แรงโน้มถ่วงปิด เขาคุกเข่าลงทันที ใบหน้าซีดมาก ข้าคิดว่าหวงเยี่ยคนนี้จะเป็นลมหมดสติไปเสียแล้ว!》


            《แต่เขายังหัวเราะนะ เหมือนคนที่ได้สิ่งที่ต้องการ》


            《หมายความว่าร่างกายได้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นนึงแล้วสินะ?》


            การถกเถียงดำเนินไปอย่างดุเดือด กระทู้ถูกดันขึ้นสู่หน้าแรกของแพลตฟอร์มในเวลาอันสั้นเลยก็ว่าได้


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน