สตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า

    บทที่ 30 ภรรยาข้า

    เมื่อเหวินเจาเหยียนออกไปจัดการธุระ หยางลี่เจินนั่งอยู่ในห้องพักของโรงเตี๊ยม แม้ว่าเธอจะพยายามทำตัวตามสบาย แต่วิวทิวทัศน์ของเมืองหยางโจวที่คึกคักจากหน้าต่างกลับดึงดูดเธอจนทนไม่ไหว


    “ฉันจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้หรอก” เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง ขณะที่ตัดสินใจลุกขึ้น เธอเดินไปหยิบผ้าคลุมที่วางอยู่ข้างเตียง สวมทับเพื่อปิดบังตัวเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องพัก


    เมื่อก้าวลงมาถึงชั้นล่างของโรงเตี๊ยม หยางลี่เจินเหลือบมองรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีลูกน้องของเหวินเจาเหยียนอยู่ เธอยิ้มเล็กๆ อย่างโล่งใจเมื่อเห็นว่าทางสะดวก


    “ก็แค่เดินดูรอบๆ เอง ไม่ได้ไปไกลเสียหน่อย” เธอพูดปลอบตัวเองเบาๆ ก่อนจะก้าวออกไปสู่ถนนที่คึกคักของเมืองหยางโจว ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปมา เสียงตะโกนเรียกลูกค้าของพ่อค้าแม่ค้า และกลิ่นหอมของอาหารที่ปรุงใหม่ ทำให้หยางลี่เจินรู้สึกตื่นตาตื่นใจ เธอเดินดูร้านรวงสองข้างทาง ดวงตาเป็นประกายกับของแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน


    “ที่นี่น่าสนใจจริงๆ” เธอยิ้ม พลางหยุดมองร้านขายผ้าสีสันสดใส


    “แม่นาง สนใจไหม? ผ้าผืนนี้เป็นผ้าชั้นดีจากทางใต้” เจ้าของร้านเอ่ยเชิญชวน


    “ดูสวยดีค่ะ” เธอยิ้มตอบ แม้จะไม่ได้ตั้งใจซื้อ แต่ก็ตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็น ขณะที่เธอกำลังสนุกกับการสำรวจ มีเสียงผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลัง


    “คุณหนู… มาคนเดียวหรือ?” เธอหันกลับไปมอง เห็นชายร่างใหญ่สองคนยืนอยู่ ใบหน้าของพวกเขาแฝงไปด้วยความไม่น่าไว้วางใจ


    “ฉัน… แค่ออกมาเดินเล่นค่ะ” เธอตอบอย่างระมัดระวัง


    “เช่นนั้นหรือ? ดูเหมือนคุณหนูจะหลงทางนะ ให้พวกเราช่วยพากลับไหม?” ชายคนหนึ่งพูดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


    หยางลี่เจินรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย เธอถอยหลังเล็กน้อย “ไม่ต้องค่ะ ฉันรู้ทางกลับ”


    “แต่อย่างไรพวกเราก็ต้องช่วย” อีกคนพูดพร้อมกับพยายามเข้ามาใกล้เธอเริ่มตื่นตระหนก แต่ยังพยายามรักษาความสงบ “ฉันไม่รบกวนพวกคุณดีกว่าค่ะ”


    ในขณะที่เธอกำลังหาทางหนี มีเสียงเย็นชาดังขึ้นจากด้านหลัง


    “พวกเจ้า… กล้าล่วงเกินภรรยาข้าหรือ?”


    หยางลี่เจินหันขวับไป เห็นเหวินเจาเหยียนยืนอยู่ สีหน้าของเขาเย็นชาและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม ชายสองคนที่เห็นเขาก็หน้าเปลี่ยนทันที “ขะ… ขอโทษนายท่าน! เราไม่รู้ว่าเป็นคนของท่าน”


    “ถ้าไม่อยากมีปัญหา จงไสหัวไปเดี๋ยวนี้” เขากล่าวเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยอำนาจ 

    สองคนนั้นรีบวิ่งหนีไปทันที หยางลี่เจินยืนนิ่ง อ้าปากค้างเล็กน้อย


    “เจ้าออกมาทำอะไรที่นี่?” เหวินเจาเหยียนหันมาถาม น้ำเสียงเย็นชาเธอก้มหน้าลง รู้สึกผิด “ฉันแค่อยากออกมาเดินดูรอบๆ ค่ะ…”


    “ข้าบอกให้เจ้าอยู่ที่โรงเตี๊ยม” เขาพูดเสียงต่ำ “เจ้ารู้ไหมว่าเมืองนี้มีอันตรายแค่ไหน?”


    “ขอโทษค่ะ…” เธอพูดเบาๆ


    เขาถอนหายใจ “กลับโรงเตี๊ยมเดี๋ยวนี้” หยางลี่เจินพยักหน้า เธอเดินตามเขากลับไปอย่างเงียบๆ ใจเธอเต็มไปด้วยความสำนึกผิด แต่ลึกๆ แล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นกับวิธีที่เขาปกป้องเธอ


    เมื่อเหวินเจาเหยียนและหยางลี่เจินกลับถึงโรงเตี๊ยม บรรยากาศภายในห้องพักเต็มไปด้วยความเงียบงัน เหวินเจาเหยียนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ในห้อง สายตาเย็นชาของเขาจ้องตรงมาที่หยางลี่เจินที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้อง


    “เจ้าคิดอะไรอยู่ ถึงออกไปข้างนอกคนเดียว?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ


    หยางลี่เจินเม้มปากแน่น เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย 

    “ฉันแค่อยากเดินดูรอบๆ ค่ะ ฉันไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหา…”


    “ไม่ได้คิด?” เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้าไม่รู้หรือว่าเมืองนี้เต็มไปด้วยอันตราย?”


    เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสำนึกผิด “ฉันคิดว่าแค่เดินดูนิดหน่อยคงไม่เป็นอะไร…”


    “และผลคือเจ้าถูกพวกมันลอบเข้าหา” เขาพูดเสียงเย็น “หากข้าไปช้ากว่านี้ เจ้าคิดว่าตัวเองจะรับมือกับสถานการณ์แบบนั้นได้หรือ?”


    เธอกัดริมฝีปากอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษค่ะ ฉันไม่คิดว่ามันจะอันตรายขนาดนั้น”


    เหวินเจาเหยียนถอนหายใจยาว สีหน้าเขาผ่อนคลายลงเล็กน้อย “เจ้าไม่รู้จักที่นี่ดีพอ เจ้าคิดว่าแค่เดินเล่นในเมืองใหญ่จะปลอดภัยหรือ? ในฐานะคนของข้า เจ้าไม่ควรทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น”


    “ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกค่ะ” เธอพูดเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ


    เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูด “ดี… แต่คราวหน้า หากเจ้าดื้ออีก ข้าจะไม่ปล่อยผ่านง่ายๆ” คำพูดนั้นทำให้เธอสะดุ้ง เธอรีบพยักหน้า “ฉันจะไม่ดื้อค่ะ”


    เหวินเจาเหยียนลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ เขามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย


    “ข้าไม่ได้โกรธ… แค่เป็นห่วง” คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเบิกกว้างเล็กน้อย “คุณ… เป็นห่วงฉันเหรอคะ?”


    เขาไม่ตอบตรงๆ เพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ 

    “เจ้าเป็นคนของข้า ข้าย่อมไม่ต้องการให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย”


    เธออดยิ้มเล็กๆ ไม่ได้ “ฉันจะระวังตัวมากขึ้นค่ะ ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้”


    เขาหันหลังกลับไปนั่งที่เก้าอี้ “พักผ่อนเสีย… ข้าจะไปจัดการเรื่องงานต่อ”


    หยางลี่เจินมองตามเขา ใจเธอรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมา เธอรู้ว่าเขาเป็นคนที่แสดงออกน้อย แต่คำพูดของเขากลับแฝงความหมายที่ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกดี


    “คุณไม่ได้เย็นชาอย่างที่แสดงออกจริงๆ” เธอพึมพำเบาๆ ขณะที่เดินกลับไปนั่งที่เตียง


    ในห้องที่เงียบสงบ ทั้งสองคนต่างอยู่ในโลกของตัวเอง แต่ในใจลึกๆ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากำลังเปลี่ยนไปทีละน้อย โดยที่ทั้งสองยังไม่ทันได้รู้ตัว


    คล้ายกับเรื่องสตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า ที่คุณอ่าน