ณ ฐานลับของท่านหยางสือ
“เจ้าไม่ได้คุ้มกันเหวยเหนียงอย่างนั้นหรือเหตุใดถึงอยู่ที่นี่” องค์ชายหกทรงแปลกพระทัย
“หม่อมฉันได้ปฏิบัติหน้าที่ตามแผนการของท่านหานฟงหรืออาจารย์ของเหวยเหนียงเพคะคือนำบันทึกความอัดอั้นตันใจของหยุนฮวาที่ท่านหานฟงปลอมแปลงขึ้นมาไปซ่อนไว้ในตำหนักของอดีตฮองเฮาหยุนฮวาเพื่อที่ว่าหากมารจันทน์ผาได้พบและอ่านเข้าเขาก็จะได้เลิกเข้าข้างฝ่าบาทองค์ปัจจุบันเสียทีเพคะ” เผิงเจินรายงาน
“หวังว่าแผนการจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนะ”องค์ชายหกตรัส
“แล้วพระองค์ทรงกำลังจะไปไหนหรือเพคะ”เผิงเจินสงสัย
“เราจะลอบไปช่วยขุนนางที่ถูกฝ่าบาทจับตัวไปน่ะสิ”องค์ชายหกตรัส
“งั้นขอหม่อมฉันไปด้วยนะเพคะ”เผิงเจินอยากช่วย
“งั้นรีบไปกัน” องค์ชายหกพร้อมกับจอมยุทธ์อีกสิบคนแอบลอบไปปล้นคุกหลวงเพื่อช่วยเหล่าขุนนางที่ถูกจับตัวไปทรมานและแล้วภารกิจนี้ก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีพระองค์ทรงสามารถช่วยเหลือเหล่าขุนนางจำนวน 20 คนหลบหนีมาทางช่องทางลับได้สำเร็จ
“ทำไมถึงมีกันเพียงเท่านี้ล่ะเราได้ยินข่าวว่าฝ่าบาททรงจับขุนนางเยอะกว่านี้นี่” องค์ชายหกทรงแปลกพระทัย
“เมื่อวานนี้ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ทหารคุมตัวเหล่าขุนนางที่เป็นปรปักษ์ต่อฝ่าบาทไปขังที่คุกเมืองสุ่ยโจวแล้วพะย่ะค่ะ”ขุนนางคนหนึ่งกล่าว
“ทำไมต้องย้ายไปที่นั่นด้วย”องค์ชายหกทรงไม่เข้าพระทัย
“ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้มีการประหารชีวิตพวกเขาที่นั่นเพื่อไม่ให้เลือดของพวกเขาแปดเปื้อนพื้นดินบริเวณเมืองหลวงพะย่ะค่ะ” ขุนนางกล่าว
“ฝ่าบาททรงฆ่าล้างขุนนางไปมากมายเช่นนี้ช่างไม่กลัวบาปกลัวกรรมบ้างเลย” องค์ชายหกตรัส
“พระองค์ทรงต้องช่วยขุนนางเหล่านั้นให้จงได้นะพะย่ะค่ะ”ขุนนางอีกคนกล่าว
“อย่าห่วงเลยเราจะช่วยพวกเขาให้เร็วที่สุด” องค์ชายหกทรงไม่ต้องการให้ใครตายอีก
ดังนั้นองค์ชายหกและท่านหยางสือจึงนำพรรคพวกอีกห้าสิบคนเดินทางมุ่งหน้าไปที่เมืองสุ่ยโจวเพื่อไปช่วยเหล่าขุนนางที่กำลังจะถูกประหารชีวิตอย่างไม่เป็นธรรม เนื่องจากพวกเขาแค่ไม่พอใจการปกครองของฝ่าบาทแต่พวกเขาไม่ได้ร่วมมือก่อการกบฏเลยสักนิด
*****************************
ทางด้านซูเยี่ยนนั้นได้ตั้งค่ายกลห่างจากเมืองหลวงไม่ไกลมากเขาไม่ต้องการเข่นฆ่าชาวแคว้นฉินด้วยกันดังนั้นค่ายกลที่เขาสร้างล้วนทำเพื่อจับกุมเหล่าทหารของฝ่ายฝ่าบาทไว้เป็นเชลยรอแค่วันผลัดเปลี่ยนรัชสมัยพวกเขาก็คงจะยอมหันมาสวามิภักดิ์ต่อฮ่องเต้พระองค์ใหม่เอง
แม่ทัพเหวินตี้รู้สึกเจ็บใจที่ฝ่ายตนไม่อาจทำลายค่ายกลของซูเยี่ยนได้และไม่ว่าตนจะส่งทหารไปรบมากมายแค่ไหนทหารทุกคนที่เข้าไปในค่ายกลก็จะถูกจับเป็นเชลยแทบทุกคนดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนแผนใหม่คือไม่เข้าไปในค่ายกลอีกแต่จะเผาทำลายค่ายกลทั้งหมดเลยเพราะยังไงฝ่ายของแม่ทัพเหวินตี้ก็มีมากกว่าฝ่ายกบฏอยู่แล้วการโอบล้อมค่ายกลไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับกองกำลังนับพันของแม่ทัพเหวินตี้
“ยอมจำนนเสียเถิดทหารของข้าล้อมค่ายกลของเจ้าไว้หมดแล้ว ข้าแค่จุดไฟเผาทำลายค่ายพวกเจ้าก็ไม่รอดแล้ว” แม่ทัพเหวินตี้ตะโกนบอก
ซูเยี่ยนคิดเจ็บใจที่ฝ่ายของเขามีน้อยกว่ามากและการสร้างค่ายกลก็เป็นเพียงค่ายเล็กๆ เท่านั้นในตอนนี้ตัวเขาและเหล่าสหายที่ร่วมรบต่างพากันแอบซ่อนอยู่ภายในค่ายกลเพื่อคอยดักลอบทำร้ายข้าศึกที่หลงเข้ามาในค่ายกลแห่งนี้แต่ในเมื่อฝ่ายนั้นไม่ยอมเข้ามาในค่ายก็เท่ากับว่าแผนการจับกุมทหารฝ่ายฝ่าบาทก็เสียเปล่า
“ข้าจะไปเจรจากับแม่ทัพเหวินตี้เอง”ซูเยี่ยนกล่าว
“เขาจะยอมฟังอย่างนั้นหรือ”หุ่ยเหวินสงสัย
“คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงยังไงโอกาสก็ต้องเข้าข้างพวกเรา” ซูเยี่ยนแอบเชื่อคำทำนายของฮูหยิน
“นี่ท่านเชื่อคำทำนายของฮูหยินของท่านอย่างนั้นหรือ”ถังหู่กล่าว
“ตอนนี้พวกเรากำลังเข้าตาจนทหารฝ่ายนั้นกำลังจะยิงธนูไฟใส่ค่ายกลของพวกเรายังไงพวกเราก็หนีฝ่าวงล้อมออกไปไม่ได้อยู่ดี สู้ลองเชื่อตามคำทำนายไปก่อนก็ไม่เสียหลายนี่”ซูเยี่ยนไม่มีทางเลือก
“ข้าจะไปกับท่านด้วย” หุ่ยเหวินยอมร่วมเป็นร่วมตายกับท่านซูเยี่ยน
“ข้าก็จะไปด้วย” ถังหู่เองก็คิดเหมือนหุ่ยเหวิน
“พวกเจ้าทั้งสองจงไปบอกแผนการเจรจาให้พรรคพวกฟังเถิดให้ข้าไปคนเดียวก่อน หากเกิดอะไรขึ้น ข้าจะส่งสัญญาณบอกพวกท่านให้เตรียมเข้าปะทะกับทหารของฝ่ายศัตรูเอง”ซูเยี่ยนกล่าวแผน
“อย่างนั้นก็ได้” หุ่ยเหวินเข้าใจ
ซูเยี่ยนยกธงขาวเดินออกมาจากค่ายกลโดยลำพังและเผชิญหน้ากับแม่ทัพเหวินตี้อย่างองอาจ
“ยอมแพ้แล้วหรือซูเยี่ยน”แม่ทัพเหวินตี้รู้สึกดีใจที่เห็นฝ่ายกบฏยอมจำนนแต่โดยดี
“ข้าขอเจรจา” ซูเยี่ยนกล่าว
“นักโทษกบฏอย่างเจ้าจะมีอะไรมาต่อรอง”แม่ทัพเหวินตี้กล่าวเพราะตนถือไพ่เหนือกว่า
“ข้าอยากคุยกับท่านตามลำพัง”ซูเยี่ยนยังคงยืนยันที่จะเจรจา
“ไม่ได้นะท่านแม่ทัพ! นี่อาจเป็นกลลวง เขาอาจลอบปองร้ายท่าน” ท่านรองแม่ทัพรีบเตือน
“ท่านเป็นแม่ทัพที่องอาจจะมากลัวอะไรกับอีแค่นักโทษกบฏเพียงคนเดียว จริงมั้ย” ซูเยี่ยนกล่าว
“ก็ได้! พวกเจ้าจงรอคุมเชิงอยู่ที่นี่ข้าจะไปเจรจากับนักโทษกบฏ หากฝ่ายมันเล่นตุกติกข้าจะส่งสัญญาณให้พวกเจ้ายิงธนูไฟใส่ค่ายพวกมันเอง” แม่ทัพเหวินตี้กล่าว
“ขอรับ” รองแม่ทัพรับคำ
แม่ทัพเหวินตี้เดินตามซูเยี่ยนไปอีกด้านเพื่อไปคุยกันตามลำพัง
“มีอะไรต่อรองก็ว่ามา” แม่ทัพเหวินตี้ไม่อยากเสียเวลาอีก
“ท่านเห็นด้วยกับการกระทำของฝ่าบาทพระองค์นี้อย่างนั้นหรือ”ซูเยี่ยนเกริ่น
“มันไม่ใช่เรื่องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแต่มันคือหน้าที่ที่ข้าจะต้องปกป้องแผ่นดินฉิน” แม่ทัพเหวินตี้กล่าว
“การสนับสนุนผู้นำที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดมันคือการปกป้องแผ่นดินฉินอย่างนั้นหรือ”ซูเยี่ยนพยายามเตือนสติ
“ข้าแค่…” แม่ทัพเหวินตี้พูดไม่ออกเพราะเขาเองก็ไม่พอใจกับการกระทำของฝ่าบาทเช่นกัน
“นั่นไง ท่านพูดไม่ออกล่ะสิท่านเห็นการกระทำของฝ่าบาทหรือไม่ เพียงเพื่อตามล่าเหล่ากบฏฝ่าบาททรงถึงขั้นจับกุมตัวขุนนางที่ต้องสงสัยทั้งหมดไม่ว่าขุนนางนั้นจะดีหรือเลวเพียงใด พระองค์ก็ทรงไม่สนพระทัยหากใครที่เป็นปรปักษ์ต่อพระองค์ ก็ทรงสังหารแทบทุกคน ดูอย่างใต้เท้าฉายจิ้งสิท่านเองก็รู้ว่าใต้เท้าเป็นคนซื่อตรงเพียงใดและมีความจงรักภักดีมากแค่ไหนใต้เท้าก็ยังถูกประหารได้เลย นับภาษาอะไรกับท่าน” ซูเยี่ยนกล่าวยืดยาว
“นี่เจ้ากำลังจะยุให้ข้าทรยศฝ่าบาทอยู่นะ”แม่ทัพเหวินตี้ไม่พอใจ
“หากท่านยังคงสนับสนุนฝ่าบาทพระองค์นี้ต่อไปเรื่อยๆต่อไปก็ต้องมีขุนนางเช่นเดียวกับใต้เท้าฉายจิ้งอีกมากที่ถูกประหารชีวิตอย่างไม่เป็นธรรมแล้วท่านคิดว่าแคว้นฉินของพวกเราจะเหลืออะไรอีกหน่อยก็คงตกอยู่ภายใต้อำนาจแคว้นหลีเป็นแน่” ซูเยี่ยนกล่าว
“ข้าเองก็อยาก…” แม่ทัพเหวินตี้เริ่มคล้อยตาม
“ท่านก็อยากเข้าร่วมกับฝ่ายองค์ชายหกล่ะสิแต่ท่านไม่กล้าใช่หรือไม่” ซูเยี่ยนรู้ทัน
“ข้าจำเป็นต้องถามความสมัครใจของทหารข้าก่อน”แม่ทัพเหวินตี้ไม่อยากบังคับลูกน้อง
“ลูกน้องของท่านต่างรักและเคารพท่านมากหากท่านอยู่ฝ่ายใด พวกเขาก็พร้อมที่จะติดตามท่านอยู่แล้ว” ซูเยี่ยนกล่าว
“ก็ได้! ข้าจะลองถามพวกเขาดูก่อนข้ายินดีสนับสนุนองค์ชายหกขอเพียงอย่าให้พระองค์ใช้อำนาจบาตรใหญ่เหมือนกับฝ่าบาทพระองค์นี้ก็พอ” แม่ทัพเหวินตี้กล่าว
ซูเยี่ยนมองดูแม่ทัพเหวินตี้เดินกลับไปตะโกนบอกเหล่าทหารลูกน้องอย่างกล้าหาญ
“ข้าขอโทษด้วยพี่น้องทหารทุกคนข้านั้นไม่อาจจงรักภักดีต่อฝ่าบาทพระองค์นี้ได้อีกต่อไปพี่น้องทุกคนก็เห็นว่าฝ่าบาททรงทำอะไรกับเหล่าขุนนางที่น่าเคารพนับถือบ้างเพียงเพราะพวกเขามีความคิดแตกต่างพระองค์ก็ยังทรงสั่งประหารพวกเขาอย่างไร้ความปราณีและคงมีสักวันที่ฝ่าบาททรงจะประหารข้า ข้าไม่บังคับพวกเจ้าให้ทรยศฝ่าบาทหากใครมีความคิดแตกต่างจากข้า ก็ขอให้พวกเจ้ากลับไปหาฝ่าบาทได้เลยข้าอนุญาตและจะไม่ทำร้ายพวกเจ้าอย่างแน่นอน” แม่ทัพเหวินตี้ตะโกนบอกลูกน้อง
เหล่าทหารต่างมองหน้ากัน และพากันฉุกคิดพวกเขาต่างรักและเคารพแม่ทัพเหวินตี้เป็นอย่างมากดังนั้นพวกเขาต่างพร้อมใจกันตอบว่า “พวกเราพร้อมที่จะติดตามท่านแม่ทัพไปทุกที่ท่านอยู่ฝ่ายใด พวกเราก็จะอยู่ฝ่ายนั้นขอรับ”
“ขอบคุณมากทุกคน” แม่ทัพเหวินตี้รู้สึกซึ้งใจ
ซูเยี่ยนดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามคำทำนายของฮูหยินในตอนนี้แม่ทัพเหวินตี้ได้หันมายอมสวามิภักดิ์ต่อองค์ชายหกเป็นที่เรียบร้อยแล้วดังนั้นซูเยี่ยนและท่านแม่ทัพก็เลยนำกองกำลังบุกยึดวังหลวงเพื่อยึดอำนาจของฝ่าบาททันที
*****************************
ณ เมืองสุ่ยโจว
องค์ชายหกและท่านหยางสือสามารถปล้นคุกช่วยเหลือเหล่าขุนนางที่กลายเป็นนักโทษประหารได้สำเร็จก็จริงแต่นั่นเป็นเพียงตัวล่อองค์ชายหกเท่านั้น เพราะอยู่ดีๆ มารจันทน์ผาก็ปรากฏตัว
เหล่าจอมยุทธ์ที่ติดตามองค์ชายหกมารีบคอยอารักขาพระองค์แต่กลับถูกซัดด้วยฝ่ามือมารและล้มระเนระนาดเพราะไม่อาจต่อกรมารจันทน์ผาได้
“หนีไปพะย่ะค่ะ กระหม่อมจัดการเอง”หยางสือกล่าว
“ไม่! เจ้าจงพาเหล่าขุนนางและพรรคพวกของเราหนีไปเราเชื่อว่ามารจันทน์ผาคงต้องการแค่ตัวเราเท่านั้น” องค์ชายหกตรัส
“ฉลาดมาก! ใช่แล้วหากเจ้ายอมไปกับข้าดีๆ รับรองว่าข้าจะไม่ฆ่าพรรคพวกของเจ้า” มารจันทน์ผากล่าว
“เรายอมแล้ว โปรดรักษาสัจจะด้วย”องค์ชายหกทรงไม่ต้องการให้ใครต้องมาตายเพื่อพระองค์
“งั้นไปกับข้าเดี๋ยวนี้” มารจันทน์ผาจับแขนชายสูงศักดิ์ให้เดินไปบนอากาศด้วยกัน
“แย่แล้ว! องค์ชายหกทรงถูกมารชั่วจับตัวไปแล้วไหนว่าคืนพระจันทร์เต็มดวง สถานการณ์ทุกอย่างจะเข้าข้างฝ่ายเราไงล่ะแสดงว่าคำทำนายของเหวยเหนียงก็ไม่แม่นน่ะสิ” หยางสือกล่าว
“ตอนนี้พวกเราจะต้องรีบหนีก่อนที่จะมีทหารตามมานะขอรับ”จอมยุทธ์คนหนึ่งเตือน
“พวกเรามาทางนี้” หยางสือยอมรีบพาพรรคพวกหนี ส่วนเรื่องช่วยเหลือองค์ชายหกค่อยว่ากันทีหลัง
เหล่าจอมยุทธ์ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่รุนแรงมากเพราะมารจันทน์ผาไม่ได้ต้องการฆ่าใครพวกเขาช่วยกันคุ้มกันเหล่าขุนนางให้หนีออกจากคุกโดยเร็วที่สุดและเป็นการโชคดีที่ท่านหยางสือสามารถเลือกเส้นทางที่สามารถหลบเลี่ยงทหารฝ่าบาทได้ดังนั้นแผนการช่วยเหลือนักโทษประหารจึงสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเว้นแต่ผู้นำกบฏถูกจับกุมตัวไปเท่านั้น
*****************************
ณ คุกหลวง
มารจันทน์ผานำตัวองค์ชายหกไปขังไว้ในคุกหลวง
“555 เจ้าช่างอ่อนแอจริงๆข้าไม่ต้องออกแรงอะไรมากมายก็สามารถจับกุมตัวเจ้าได้อย่างง่ายดายเช่นนี้เจ้าจงนอนรอความตายอยู่ที่นี่เถอะ เดี๋ยวฝ่าบาทก็สั่งประหารเจ้าในไม่ช้านี้”มารจันทน์ผาหัวเราะสะใจ
“ช้าก่อน มารจันทน์ผาเจ้าอย่าเพิ่งไป” องค์ชายหกทรงรีบรั้ง
“มีอะไรไม่ทราบ” มารจันทน์ผาสงสัย
“ลูกศิษย์ของท่านยังถูกฝ่าบาทสั่งประหารได้เลยนับภาษาอะไรกับตัวท่าน ท่านแน่ใจนะว่าจะเข้าข้างฝ่าบาทพระองค์นี้” องค์ชายหกทรงต้องการยั่วยุ
“นั่นเพราะฝ่าบาทถูกมนตร์คุณไสยของฮองเฮาเหมยหลิงต่างหากความจริงเขารักหยุนฮวามาก พอมนตร์สะกดคลาย เขาก็รู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเอง”มารจันทน์ผากล่าวอ้าง
“แน่ใจงั้นหรือมันอาจเกิดจากความหวาดระแวงของฝ่าบาทเองก็เป็นได้” องค์ชายหกทรงยังไม่ยอมแพ้
“ข้าไม่สนใจหรอกข้าแค่ทำตามคำขอร้องของหยุนฮวาก็พอ” มารจันทน์ผาแค่ทำตามจดหมายของหยุนฮวาเท่านั้น
“แน่ใจนะว่าหยุนฮวาต้องการให้ท่านทำเช่นนี้” องค์ชายหกตรัส
“หมายความว่ายังไง” มารจันทน์ผาสงสัย
“ตอนเราไปช่วยหยุนฮวาที่ถ้ำอสรพิษตอนนั้นนางรู้สึกเจ็บช้ำกับการกระทำของฝ่าบาทอย่างมาก นางแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป”องค์ชายหกทรงกล่าวอ้าง
“หยุนฮวายังไม่ตายงั้นหรือ”มารจันทน์ผาแอบดีใจ
“ใช่! นางยังมีชีวิตอยู่”องค์ชายหกทรงยอมเผย
“นางทุกข์ใจเพราะฝ่าบาทมากเลยงั้นหรือ”มารจันทน์ผาสงสัย
“ไม่เชื่อท่านก็ไปอ่านบันทึกที่ตำหนักเก่าของนางสิผิงหลางที่ดูแลหยุนฮวาอยู่บอกข้าว่าหยุนฮวาไม่ได้นำบันทึกที่นางเขียนระบายความในใจติดไปด้วย”องค์ชายหกตรัสอ้าง
“เจ้ากำลังจะยุให้ข้าแตกคอกับฝ่าบาทสินะ”มารจันทน์ผาระแวง
“ตามใจก็แล้วกันหากท่านทำตรงกันข้ามกับเจตนารมณ์ที่แท้จริงของหยุนฮวาก็อย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน” องค์ชายหกตรัสขู่
มารจันทน์ผาเริ่มฉุกคิด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาได้มองเห็นฝ่าบาทพระองค์นี้ทรงเข่นฆ่าทั้งฮองเฮาและขุนนางไปมากมายเขาเองก็เริ่มคิดว่าต้องมีสักวันที่ฝ่าบาทพระองค์นี้จะหันมาแว้งกัดเขา
“ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก ข้าไปล่ะ”มารจันทน์ผาแสร้งทำเป็นไม่สนใจ
องค์ชายหกทรงดำริในพระทัยว่า “แม้เจ้าจะเป็นจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจแต่สีหน้าของเจ้าปิดไม่มิดเสียเลย ปากของเจ้าบอกว่าไม่เชื่อเราแต่สีหน้าของเจ้าเชื่อเราแทบหมดใจ”
*****************************
มารจันทน์ผารีบไปค้นที่ห้องบรรทมของอดีตฮองเฮาหยุนฮวาจนทั่วจนกระทั่งเขาได้เห็นบันทึกของหยุนฮวาซ่อนไว้อยู่ใต้ที่นอนจริงๆ
“นี่ไง! เจอแล้ว!ว่าแต่หยุนฮวาเขียนบันทึกด้วยงั้นหรือ” มารจันทน์ผาเปิดดูบันทึกคร่าวๆก็พบว่านี่คือลายมือของหยุนฮวาจริงๆ เขาขี้เกียจอ่าน เขาก็เลยเลือกอ่านหน้าท้ายๆ ความว่า
“ฝ่าบาทเพคะพระองค์ทรงรักหม่อมฉันบ้างหรือเปล่าหม่อมฉันอุตส่าห์ประกอบพิธีบูชายัญสังเวยชีวิตเด็กหญิงวัย 8 ขวบเพื่อเสริมดวงของฝ่าบาทและเพื่อไม่ให้มีใครสามารถต่อต้านพระองค์ได้แต่แล้ววันหนึ่งพระองค์ก็ทรงหลงเชื่อคำยุยงของสนมเอกเหมยหลิงคำพูดของนางเพียงไม่กี่คำก็สามารถทำลายความเชื่อใจทั้งหมดได้แล้ว ทั้งๆที่หม่อมฉันก็รักและทุ่มเทเพื่อพระองค์มากมายถึงเพียงนี้ พระองค์ก็ยังทรงหวาดระแวงหม่อมฉันจนถึงขั้นกล่าวหาว่าหม่อมฉันเป็นแม่มดหมอผีทำคุณไสยใส่พระองค์ไม่เพียงเท่านั้นพระองค์ทรงยังเชื่อว่าหม่อมฉันเป็นคนทำคุณไสยฆ่าลูกของสนมเซียวหลินอีกทำไมพระองค์ทรงไม่ไต่สวนหาข้อเท็จจริงเสียก่อนทำไมพระองค์ถึงทรงตัดสินประหารหม่อมฉันทันทีนั่นหมายความว่าพระองค์ทรงหวาดระแวงหม่อมฉันมาเนิ่นนานแล้วดังนั้นพอมีคนกลั่นแกล้งใส่ร้ายหม่อมฉันด้วยการนำตุ๊กตาไปซ่อนที่ตำหนักของพระองค์พระองค์ก็ทรงนำมาเป็นข้ออ้างประหารหม่อมฉันใช่มั้ยเพคะ พระองค์ทรงอำมหิตยิ่งนักแม้กระทั่งลูกในครรภ์ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพระองค์เองพระองค์ก็ทรงไม่เคยคิดที่จะปกป้องเด็กในครรภ์เลยสักนิด
อาจารย์เจ้าคะข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ คนที่ข้ารัก เขาก็ไม่เคยรักข้าเลยทำไมข้าถึงรู้สึกทรมานใจเช่นนี้ อาจารย์จันทน์ผาช่วยศิษย์ด้วยเจ้าค่ะ”
มารจันทน์ผากำหมัดไว้แน่น เขารีบวางบันทึกไว้บนโต๊ะแล้วรีบมุ่งหน้าไปที่ตำหนักของฝ่าบาททันที
*****************************
ณ ที่ประทับของฝ่าบาท
“อ้าว มารจันทน์ผาเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าได้ตัวองค์ชายหกหรือไม่” ฝ่าบาทตรัส
“ข้าจับเขาไปขังในคุกหลวงแล้ว”มารจันทน์ผารายงานสั้นๆ
“ดีมาก! ท่านไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลยนะ”ฝ่าบาททรงดีพระทัย
“เจ้าเคยรักลูกศิษย์ข้าบ้างหรือเปล่า”มารจันทน์ผารีบถามเพราะไม่อยากเสียเวลาอีก
“ทำไมถามเราอย่างนั้นล่ะ!เราก็ต้องรักหยุนฮวามากอยู่แล้วสินางอุตส่าห์ทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อเรานี่” ฝ่าบาทตรัส
มารจันทน์ผารีบพุ่งตัวเข้าหาฝ่าบาทแล้วบีบพระศอของพระองค์ทันที
“เจ้าทำแบบนี้ทำไมเราไปทำอะไรให้เจ้า” ฝ่าบาทตรัสอย่างลำบาก
“เจ้าสั่งประหารหยุนฮวากับลูกของตัวเองโดยที่เจ้าไม่ยอมไต่สวนให้ความเป็นธรรมแก่นางเลยนี่หรือคือความรักที่เจ้ามีต่อหยุนฮวา ห๊า” มารจันทน์ผากล่าวอย่างเอาเรื่อง
“นั่นเพราะเราถูกเหมยหลิงทำคุณไสยใส่ไงล่ะทำให้เราหลงผิดทำร้ายหยุนฮวา” ฝ่าบาทตรัสอ้าง
“ในตอนนั้นเหมยหลิงยังไม่ได้ทำคุณไสยใส่เจ้าเจ้ายังคงมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนทุกประการนั่นหมายความว่าเจ้าหวาดระแวงหยุนฮวาอยู่ก่อนแล้วพอมีเรื่องนี้เจ้าก็เลยถือโอกาสกำจัดนาง โชคดีที่องค์ชายหกช่วยชีวิตหยุนฮวาไว้”มารจันทน์ผากล่าว
“อะไรนะ! ตอนนี้หยุนฮวายังไม่ตายอย่างนั้นหรือ”ฝ่าบาทตรัสด้วยความดีพระทัยที่นางยังไม่ตาย
“แต่อีกไม่นานหรอก นางก็ต้องตายเพราะนางยอมแลกอายุขัยของตัวเองเพื่อทำพิธีศักดิ์สิทธิ์นั่นนางเสียสละเพื่อเจ้าถึงขนาดนี้แล้ว เจ้าไม่เห็นใจนางบ้างเลยงั้นหรือ” มารจันทน์ผารู้สึกเจ็บแค้นแทนลูกศิษย์
“เป็นความจริงงั้นหรือแล้วทำยังไงนางถึงมีอายุยืนล่ะ” ฝ่าบาทตรัสถาม
“ไม่มีหนทางช่วยนางได้หรอกแต่ในเมื่อนางยังไม่ตาย ในตอนนี้นางเห็นธาตุแท้ของเจ้าแล้วอีกไม่นานหรอกนางคงยอมบอกวิธีแก้พิธีศักดิ์สิทธิ์ แล้วเจ้าก็จะล่มจมไม่มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ใดสามารถช่วยเจ้าได้อีกแล้ว” มารจันทน์ผาขู่
“อะไรนะ! มีวิธีแก้ด้วยงั้นหรือ”ฝ่าบาททรงตกพระทัยเพราะทรงไม่อยากสูญเสียอำนาจไป
“แน่นอน! เจ้าเตรียมตัวไว้ให้ดีเถิด”มารจันทน์ผาขู่
สักพักทหารองครักษ์คาวีก็ซัดเข็มพิษใส่มารจันทน์ผาดังนั้นจอมมารจึงกระโดดหลบทำให้เข็มไปปักผนังห้องหมดทุกเล่ม
“ฝ่าบาท เจ้าเตรียมการไว้สินะแต่ไม่มีใครสามารถต่อกรข้าได้หรอก” มารจันทน์ผากล่าว
“อย่ามั่นใจตัวเองให้มากนักเลย”องครักษ์คาวีไม่ยอมแพ้
มารจันทน์ผาเข้าจู่โจมองครักษ์คาวี และซัดฝ่ามือมารใส่เขาจนเขาได้รับบาดเจ็บ
“เป็นไงล่ะยังกล้าสบประมาทข้าอีกหรือไม่” มารจันทน์ผารู้สึกสะใจ
มารจันทน์ผาเดินมุ่งหน้าชักดาบเตรียมแทงใส่ฝ่าบาทแต่ทว่าอยู่ดีๆ เขาก็รู้สึกปวดหัวหนักมาก จนเขาถึงขั้นปล่อยดาบและเอามือกุมหัวไว้
“โอ๊ย! ปวดหัวเหลือเกินช่วยด้วย” มารจันทน์ผารู้สึกปวดหัวอย่างทรมาน
“555 เราก็แค่เอาพิษที่เจ้าเก็บไว้ในห้องพักผสมใส่อาหารให้เจ้ากินทีละเล็กทีละน้อยเท่านั้นเองเคยได้ยินมั้ยล่ะว่าหมองูตายเพราะงูน่ะ” ฝ่าบาททรงสะพระทัย
“เจ้าวางยาพิษอะไรกันน่ะทำไมข้าถึงปวดหัวหนักเช่นนี้” มารจันทน์ผาอยากรู้
“555 เราหยิบขวดยาพิษที่เขียนว่าพิษปลิดชีพ ไงล่ะ” ฝ่าบาทตรัส
“เจ้าคิดฆ่าข้าเลยงั้นหรือเสียแรงที่ข้าเคยช่วยเจ้า” มารจันทน์ผากล่าวด้วยความเจ็บใจ
“ช่วยไม่ได้ เจ้าอยากโง่เองมารจันทน์ผา” ฝ่าบาทตรัสอย่างมีชัย
“จงจำไว้ เจ้าไม่ได้ตายดีแน่นอน”มารจันทน์ผารู้สึกแค้นใจ
สักพักมารจันทน์ผาก็หมดสติไป
“เป็นยังไงบ้างมันตายแล้วหรือยัง” ฝ่าบาทตรัสกับองครักษ์คาวี
“กระหม่อมขอตรวจสอบดูก่อนพะย่ะค่ะ”องครักษ์คาวีอังจมูกของมารชั่วก็พบว่าเขายังคงหายใจอยู่ก็เลยกล่าวว่า“มารจันทน์ผายังไม่ตายพะย่ะค่ะ เขาแค่หมดสติเท่านั้น”
“ฆ่ามันซะ” ฝ่าบาทตรัสสั่ง แต่สักพักเหล่าทหารก็บุกรุกเข้ามาในที่ประทับของฝ่าบาท
“ฝ่าบาท! ทรงยอมจำนนเสียเถิดพะย่ะค่ะเหล่าทหารทั้งหมดยอมสวามิภักดิ์องค์ชายหกกันหมดแล้ว” ซูเยี่ยนตะโกนบอก
“บังอาจ! เจ้ากล้าทรยศหักหลังเราเลยอย่างนั้นหรือ”ฝ่าบาทตรัสเมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นแม่ทัพเหวินตี้
“กระหม่อมไม่อยากเห็นพระองค์เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์อีกพะย่ะค่ะ”แม่ทัพเหวินตี้กล่าว
“ยอมจำนนแต่โดยดีเถอะพะย่ะค่ะกระหม่อมไม่อยากฆ่าพระองค์” ซูเยี่ยนขู่
“เจ้าได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ทัพผู้ซื่อสัตย์เหตุไฉนถึงกลายเป็นคนคิดคดทรยศแบบนี้ไปได้” ฝ่าบาททรงผิดหวังในตัวแม่ทัพเหวินตี้
“กระหม่อมเลือกที่จะสวามิภักดิ์ผู้นำที่มีคุณธรรมยอมทำทุกอย่างเพื่อปวงชนแคว้นฉินต่างหากพะย่ะค่ะ”แม่ทัพเหวินตี้ยึดทำตามอุดมการณ์
“เจ้ากล้าว่าเราเป็นผู้นำเห็นแก่ตัวงั้นหรือ”ฝ่าบาททรงกริ้ว
“ทรงรู้ตัวพระองค์ดีไม่ใช่หรือพะย่ะค่ะ”แม่ทัพเหวินตี้กล่าวอย่างไม่ไว้หน้า
“ฝ่าบาทพะย่ะค่ะทหารโอบล้อมไปทั่ววังหลวงแล้ว พวกเราหนีไปไหนไม่ได้แล้วพะย่ะค่ะ” องครักษ์คาวีรายงาน
ฝ่าบาททรงเจ็บพระทัยและทรงดำริในพระทัยว่า “ไหนว่าพิธีศักดิ์สิทธิ์นั่นจะช่วยทำให้เรายิ่งใหญ่ไม่มีใครสามารถต่อต้านอำนาจเราได้ไงล่ะ เห็นทีพิธีของเจ้าจะเป็นราคาคุยเสียแล้วหยุนฮวา”
ซูเยี่ยนกำลังจะเดินเข้าไปจับกุมตัวฝ่าบาทแต่ทว่า พอพระอาทิตย์ขึ้นเท่านั้นแหละ อยู่ดีๆ ก็มีเสียงแตรดังสนั่นหวั่นไหว
“มันเกิดอะไรขึ้น ใครเป่าแตร”ซูเยี่ยนแปลกใจ
“แย่แล้วท่านซูเยี่ยน! ทหารแคว้นหลีโอบล้อมพวกเราอีกชั้นหนึ่งขอรับ” ทหารรีบเข้ามารายงาน
“ทหารแคว้นหลีอยู่ที่แคว้นฉินได้อย่างไรกัน”ซูเยี่ยนไม่เข้าใจ
“ส่งตัวฝ่าบาทมาเรายังไม่อยากรบกับท่านในตอนนี้ กองกำลังของเรามีเป็นหมื่นสามารถยึดแคว้นท่านได้อย่างสบายๆ” แม่ทัพแคว้นหลีตะโกนบอก
“น่าเจ็บใจนัก กำลังจะกำจัดฝ่าบาทได้แล้วเชียว”ซูเยี่ยนรู้สึกเจ็บใจ
“พวกเราอย่าเสียกำลังพลโดยใช่เหตุเลยส่งตัวฝ่าบาทให้ฝ่ายแคว้นหลีไปเถิด” แม่ทัพเหวินตี้ประเมินสถานการณ์แล้วเขาคิดว่าไม่ควรปะทะกันในตอนนี้
“แล้วพวกเราจะเอายังไงดี”ถังหู่กังวล
“ตอนนี้ท่านหยางสือไปช่วยองค์ชายหกที่คุกหลวงสำเร็จแล้วหรือยัง”ซูเยี่ยนเป็นห่วงองค์ชายหก
“เราอยู่นี่” องค์ชายหกทรงปรากฏตัว
“องค์ชายหกทรงปลอดภัยใช่มั้ยพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนรีบถาม
“เราปลอดภัยดีตอนนี้พวกเราจำเป็นต้องจับฝ่าบาทเป็นตัวประกันแล้วรีบออกจากวงล้อมของทหารแคว้นหลีให้เร็วที่สุด” องค์ชายหกทรงกล่าวแผน
“แล้วมารจันทน์ผาล่ะพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนสงสัย
“ในเมื่อเขายังไม่ตายก็แบกเขากลับไปด้วยเถิด บางทีหมอเทวดาอาจช่วยชีวิตเขาได้” องค์ชายหกตรัส
“หากรักษาแล้วมารชั่วยังแว้งกัดพวกเราล่ะพะย่ะค่ะ” หยางสือสงสัย
“ให้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกทีรีบดำเนินการเร็วเข้า ไม่เช่นนั้นทหารแคว้นหลีจะเข้าปะทะกับทหารของแม่ทัพเหวินตี้จนกลายเป็นสงครามครั้งใหญ่”องค์ชายหกทรงกังวล
“พะย่ะค่ะ” ทุกคนรับคำ
ซูเยี่ยนจับล็อคตัวฝ่าบาทไว้เพื่อให้พระองค์ทรงเป็นตัวประกันแล้วพากันเดินออกไปเผชิญหน้ากับแม่ทัพโจวฉือ แห่งแคว้นหลี
“ให้พวกเราเคลื่อนกำลังพลออกนอกวังหลวงเสียก่อนแล้วเราจะปล่อยตัวฝ่าบาท ว่าแต่พวกท่านมาที่นี่ได้อย่างไรกันหรือว่าฝ่าบาททรงเป็นผู้ขอความช่วยเหลือจากท่านอ๋อง” องค์ชายหกทรงสงสัย
“มีจดหมายของฮองเฮาหยุนฮวาส่งไปถึงท่านอ๋องว่าวันนี้จะมีการก่อการกบฏครั้งใหญ่ พระนางได้ทวงสัญญาให้ทางเราช่วยเหลือฝ่าบาทพระองค์นี้ให้ถึงที่สุดท่านอ๋องทรงถือสัจจะ พระองค์จึงทรงส่งข้ามาช่วยเหลือฝ่าบาทแคว้นฉิน” แม่ทัพโจวฉือยอมเผย
“หยุนฮวาทำนายล่วงหน้าไว้อีกแล้วและนางก็เตรียมการเพื่อฝ่าบาทอีก นางช่างรักฝ่าบาทมากมายเสียจริงๆขนาดฝ่าบาททรงทำกับนางถึงขนาดนี้แล้ว นางก็ยังไม่เลิกสนับสนุนพระองค์อีก” องค์ชายหกตรัส
“พระองค์ทรงเคยรู้สึกผิดต่อนางบ้างหรือเปล่าพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนถามฝ่าบาท
“เราผิด ที่หลงเชื่อคนผิดแต่ในเมื่อตอนนี้นางยังไม่ตายไม่ใช่หรือ” ฝ่าบาทตรัส
“ใครบอกพระองค์พะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนแปลกใจ
“มารจันทน์ผาเป็นคนบอกไว้ให้เรากำราบพวกเจ้าให้ได้เสียก่อน เราค่อยไปรับตัวนางกับลูกมาอยู่ด้วยก็ไม่สาย”ฝ่าบาทตรัสอย่างพระทัยเย็น
“กว่าจะถึงตอนนั้นนางอาจเปลี่ยนใจเข้าข้างฝ่ายกระหม่อมไปแล้วพะย่ะค่ะ” องค์ชายหกทรงขู่
“อะไรนะ!” ฝ่าบาททรงตกพระทัยและเริ่มระแวงขึ้นมาอีก
“แก้วที่มันร้าวไปแล้วแม้จะนำมาประสานกันใหม่ มันก็คงไม่อาจเป็นเช่นเดิมได้พะย่ะค่ะ” องค์ชายหกตรัส
“คอยดูกันต่อไปก็แล้วกัน”ฝ่าบาททรงไม่เชื่อว่าหยุนฮวาจะทำร้ายพระองค์
พอกองทัพทหารของแม่ทัพเหวินตี้ออกจากวงล้อมของทหารแคว้นหลีไปแล้วซูเยี่ยนก็เลยพาตัวฝ่าบาทไปส่งให้กับแม่ทัพโจวฉือแห่งแคว้นหลีด้วยความจำใจจากนั้นซูเยี่ยนก็รีบกระโดดหนีหายไปทันที เพราะกลัวฝ่ายศัตรูรุมเข้ามาจับกุมตัวเขา
“ทรงเป็นอะไรหรือเปล่าพะย่ะค่ะ”แม่ทัพโจวฉือกล่าว
“ขอบใจมาก เราปลอดภัยดีต้องขอบคุณท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีจริงๆ ทรงเมตตาให้ความช่วยเหลือเราเสมอ” ฝ่าบาททรงซึ้งพระทัย
“ว่าแต่เหตุใดทหารแคว้นฉินทั้งหมดถึงยอมสวามิภักดิ์ต่อองค์ชายหกล่ะพะย่ะค่ะ” แม่ทัพโจวฉือสงสัย
“แม่ทัพเหวินตี้เป็นคนพูดจาหว่านล้อมเก่งเขาคงพูดจาปรักปรำเราทำให้เหล่าทหารทั้งหมดหลงเชื่อน่ะสิ” ฝ่าบาทตรัสอ้าง
“กระหม่อมจะยึดทหารของพระองค์คืนมาและปราบปรามพวกเหล่ากบฏให้หมดเองพะย่ะค่ะ”แม่ทัพโจวฉือขันอาสา
“ขอบใจเจ้ามาก” ฝ่าบาททรงรู้สึกโล่งพระทัย
“กระหม่อมขอตัวไปตั้งค่ายใกล้ๆเมืองหลวงก่อนพะย่ะค่ะ” แม่ทัพโจวฉือจำเป็นต้องปักหลักอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเหลือฝ่าบาท
“ต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมสามารถแจ้งองครักษ์คาวีได้เลย”ฝ่าบาทตรัส
“พะย่ะค่ะ” แม่ทัพคารวะแล้วรีบเดินออกไปคุมทหารสร้างค่ายทันที
และแล้วด้วยอำนาจฤทธิ์เดชของพิธีศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถช่วยทำให้ฝ่าบาททรงแคล้วคลาดปลอดภัยเช่นเคย
*****************************
ณ ฐานลับของท่านหยางสือ
“มารจันทน์ผาเป็นอย่างไรบ้าง”องค์ชายหกตรัสถามหมอเทวดา
“ชีพจรเต้นปกติพะย่ะค่ะเพียงแต่ยังไม่ฟื้นเท่านั้น” หมอเทวดารายงาน
“นี่มารไม่ใช่คนอย่างนั้นหรือขนาดถูกพิษปลิดชีพยังไม่เป็นอะไรเลย” ท่านหยางสือบ่น
สักพักมารจันทน์ผาก็รู้สึกตัวตื่น
ทุกคนตกใจรีบชักดาบไว้รอเพราะยังไงคนตรงหน้าก็เป็นมารร้าย
“ข้าหิวจังเลย” มารจันทน์ผากล่าว
“เจ้าหิวอย่างนั้นหรือมารจันทน์ผา”องค์ชายหกทรงสงสัย
“ใครคือมารจันทน์ผาข้าจะกลับบ้านไปหาท่านแม่แล้ว” มารจันทน์ผากล่าวอย่างไร้เดียงสา
“เจ้าไม่ใช่มารจันทน์ผาแล้วเจ้าเป็นใคร” องค์ชายหกตรัสถาม
“ข้าชื่อฝานซ่ง” มารจันทน์ผายอมบอกชื่อที่แท้จริง
“เจ้าเจ็บปวดตรงไหนหรือไม่”องค์ชายหกทรงเป็นห่วง
“ไม่นี่! ขอซาลาเปาให้ข้ากินหน่อยข้าหิว” มารจันทน์ผายื่นมือมารอรับซาลาเปา
“นี่ซาลาเปา กินซะสิ” ซูหลินรีบนำซาลาเปาจากห้องครัวมาให้กิน
“ขอบคุณพี่สาว” มารจันทน์ผารับซาลาเปามาทานอย่างยินดี
“เจ้าเรียกข้าว่าพี่อย่างนั้นหรือ”ซูหลินแปลกใจ เพราะคนตรงหน้านั้นมีอายุมากแล้ว
“ข้าอายุแค่สิบขวบข้าควรเรียกท่านว่าน้าหรืออย่างไร” มารจันทน์ผาสงสัย
ทุกคนต่างพากันมองหน้ากันด้วยความงงงวย
ซูเยี่ยนนึกขึ้นได้ก็เลยว่า “มารจันทน์ผาน่าจะโดนพิษลืมตนพะย่ะค่ะ”
“เป็นพิษลืมตนไม่ใช่พิษปลิดชีพอย่างนั้นหรือ”องค์ชายหกทรงสงสัย
“มารจันทน์ผาคงจะเขียนชื่อพิษสลับขวดกันน่ะ”หมอดูหานฟงอธิบาย
“ท่านคือ” องค์ชายหกทรงไม่รู้จักอาจารย์ของเหวยเหนียง
“กระหม่อมคือ หมอดูหานฟงเป็นอาจารย์ของเหวยเหนียงพะย่ะค่ะ” หานฟงแนะนำตัว
ซูเยี่ยนเห็นฮูหยินก็เลยรีบเดินเข้าไปกอดทันที “ข้าดีใจที่เห็นเจ้าปลอดภัยนะเหวยเหนียง”
“เอ่อ ท่านพี่เจ้าคะคนอยู่กันเยอะแยะ อายเขาเจ้าค่ะ” เหวยเหนียงปรามสามี
ซูเยี่ยนก็เลยคลายอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนเป็นจับมือฮูหยินไว้เพื่อดูเหตุการณ์ในห้องประชุมด้วยกัน
มารจันทน์ผากินซาลาเปาจนหมด ก็เลยว่า “ข้าง่วงนอนแล้ว”
“กลับบ้านกับข้านะ” หานฟงกล่าวด้วยดีๆ
“ท่านเป็นใคร” มารจันทน์ผาจำอดีตช่วงหนึ่งไม่ได้
“ข้าคือพ่อของเจ้า” หานฟงกล่าวอ้าง
“พ่อข้าตายไปแล้วนี่” มารจันทน์ผาจำได้
“แม่เจ้ายกเจ้าให้เป็นบุตรบุญธรรมของข้าเอง”หานฟงแต่งเรื่อง
“ทำไมล่ะ” มารจันทน์ผาสงสัย
“ข้าจะช่วยอบรมเลี้ยงดูเจ้าเสียใหม่”หานฟงถือโอกาส
“ข้าเป็นเด็กดีจะตายไป” มารจันทน์ผากล่าวอย่างมั่นใจ
“ข้ารู้! แต่บ้านของข้ามีผลไม้เยอะแยะเลยเจ้าไปอยู่แล้ว ไม่มีวันอดตายแน่นอน” หานฟงเกลี้ยกล่อม
“เป็นความจริงงั้นหรือ” มารจันทน์ผาอยากไปอยู่ด้วย เพราะเขาจำได้ว่าช่วงในวัยเด็กเขาอยู่ในครอบครัวที่ยากจน
เหวยเหนียงคิดในใจว่า “เป็นความจริงสิเจ้าคะเพราะข้าปลูกผลไม้ทดแทนพืชมีพิษของท่านเองกับมือนี่”
“รีบไปกันเถอะ ข้าไม่ชอบผู้คน”มารจันทน์ผากล่าว
“ข้าขอตัวพามารจันทน์ผากลับถ้ำของข้าก่อนนะ”หานฟงกล่าวกับทุกคน
“แล้วเขาจะไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อท่านภายหลังอย่างนั้นหรือ”องค์ชายหกทรงเป็นห่วง
“พิษของมารจันทน์ผาเป็นแบบถาวรพะย่ะค่ะไม่มียาแก้หรอก ดังนั้นเขาจะกลายเป็นเด็กที่มีอายุสิบขวบไปตลอดชีวิตของเขา”หานฟงอธิบาย
“เขาก็กลายเป็นเฒ่าทารกไปตลอดชีวิตน่ะสิ”หยางสือกล่าว
“นี่เป็นเพราะเขาชอบใช้พิษทำร้ายผู้อื่นด้วยแรงกรรมแท้ๆ จึงทำให้เขาได้รับพิษของตัวเอง ดังคำที่ว่า ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว” หานฟงส่ายหน้า
“ไปได้แล้วหรือยังท่านพ่อข้าอยากไปนอนแล้ว” มารจันทน์ผาขี้เกียจฟัง
“รีบไปกันเถอะ” หานฟงรีบฉุดตัวมารจันทน์ผาแล้วกระโดดหนีหายไปด้วยกันทันที
องค์ชายหกทรงส่ายพระพักตร์และทรงดำริในพระทัยว่า “โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆจากมารเฒ่าผู้เก่งกาจเหนือใครก็สามารถกลายเป็นเฒ่าทารกวัยใสได้ในชั่วพริบตา”