ภายในห้องพักของสำนักของคนผู้หนึ่ง ภายในตกเเต่งด้วยสีขาวเรียบง่าย หน้าต่างตกเเต่งด้วยผ้าม่านสีขาว บนเตียงปูด้วยผ้าสีขาว เเม้เเต่บนโต้ะอาหารชุดชามชุดชายังเป็สีขาว ไป๋ชูเสวี่ยนนั่งขัดสมาธิเดินลมปราณอยู่บนเตียงที่ปูด้วยผ้าสีขาว ใบหน้านิ่งเฉย ขนาดหลับตายังเปล่งความงดงาม
คนผู้นี้อยู่ในขั้น หลอมรวมชั้นสูง เเต่บัดนี้ไม่อาจทะลวงเขตขั้นได้ ทันที่ที่เดินพลังคิดจะทะลวงข้ามเขตขั้นหรือเดินพลังต่อสู้นานเกินไป ร่างกายจะพลันเกิดอาการหนาวเย็นสะท้านไปทั่วร่างทำให้เกิดการเดินพลังติดขัดอันเนื่องมาจากพิษเย็นในร่างที่มีมาเเต่กำเนิด คนผู้นี้เกิดมาก็มี ‘พลังธาตุเเปรผัน’ ธาตุนำ้เเข็งคือธาตุของคนผู้นี้ ได้ยินว่าสำนักชิงฉู่มีวิชาลมปราณชั้นฟ้าที่ชื่อว่า ‘เก้าสุริยัน’ อันเป็วิชาสายหยางที่เเข็งเเกร่ง หากนำมันมาฝึกอาจจะข่มพลังหยินในร่างของเขาได้เเต่คาดว่าวิชาชั้นนี้อยู่บนหอคัมภีร์ชั้นเก้า นอกจากขึ้นเป็ศิษย์ชั้นสองเเล้วคาดว่าคงไม่มีวิธีอื่น ทุกวันจึงไม่อยากให้เสียเวลาเปล่า เข้าหอคัมภีร์จดจำทุกวิชาภายในสามชั้นให้จนหมดสิ้น กล่าวว่าคัมภีร์ธาตุอัสนีนั้นหากยากคัมภีร์ที่เกี่ยวกับธาตุเเปรผันนั้นหาได้ยากยิ่งกว่า สังเกตุได้ว่าครั้งก่อนที่สู้กับพฤษาปีศาจในป่า คนผู้นี้ไม่ใช้พลังธาตุเข้าช่วยเพื่อเสริมอนุภาพของวิชายุทธ์ใช้เพียงวิชาที่ใช้เพียงลมปราณทั่วไป
วันนี้ก็เหมือนเช่นเคยทันทีที่ฝืนจะทะลวงเขตขั้นพลันเกิดอากาศของพิาเย็นสะท้านไปทั่วร่างเ็ปยิ่งนัก ทำได้เพียงกินยาชนิดหนึ่งที่ปรุงขึ้นเองเดินลมปราณคอยๆขับพิษเย็นออกจากร่าง ภายใน่เวลาหนึ่งเค่อสีหน้าซีดเผือดกลับมามีสีเืปกติเมื่ออาการกลับสู่ปกติ
สวนสมุนไพรสำนัก
"เหนื่อยจะตายอยู่เเล้วมารดามันเถอะ!"
ซีห่าวที่วันนี้ทำงานดูเเลสวนสมุนไพรคนเดียวเนื่องจากวันนี้ไม่รู้เ้าอ้วนหายไปที่ใด ผู้าุโก็ไม่เห็นใจยังคงให้ค่าเเรงห้าสิบเหวิน!
พรวนดินเสร็จก็หว่านเมล็ดลงไป ดินที่สวนอัศจรรย์มากเพียงเเค่หว่านเมล็ดไม่ถึงสิบวันก็ขึ้นเป็ต้นอ่อนเเล้ว สมุนไพรที่นี้จึงโตเร็วมากไม่เเปลกที่ผู้าุโจะดูเเลไม่ไหว เเต่ข้าคนเดียวก็ไม่ไหวเช่นกันตาเเก่นั้นเอาเเต่นอนชมนกชมไม้ไม่ก็ยกกาสุราขึ้นดื่มเเล้วเผลอหลับไป ซีห่าวที่ตอนนี้หน้าเปื้อนไปด้วยเศษดินเอาเเต่ด่าทอในใจ ตอนนี้สมุนไพรทำยาก็เริ่มหมดเเล้วเดียวอาศัยตอนที่ผู้าุโไม่ทันสังเกตุเเอบฉกฉวยออกไปบ้าง ครั้งก่อนไปตลาดเซียนได้สมุนไพรทำยาชั้นกลางกลับมาไม่น้อยคาดไม่ถึงทำสำเร็จเพียงเม็ดเดียวมารดามันเถอะ! จากการััไอปราณภายในร่างอีกเเค่เพียงเส้นด้ายบางๆก็จะเข้าสู่ระดับปลาย ในใจล้วนด่าท้อพลั่วในมือก็พรวนดินต่อไป ไม่นานก็เสร็จล้มตัวลงนอนบนหญ้าด้วยความเหนื่อยล้า เอ่ยปากบ่นด่าท้อเ้าอ้วน "เฉนเกาเกานะเฉินเกาเกา คอยดูเถอะครั้งหน้าจะเเก้เต้นเ้า" ก่อนลุกขึ้นเดินตัดตรงไปยังกระท่อมของผู้าุโไปรับเงินค่าจ้าง
หลังรับเงินค่าจ้างเเล้วก็รีบเดินออกจากสวนหมายจะกลับที่พัก พลันเหล็อบไปเห็นไก่ป่าตนหนึ่งวิ่งตัดหน้าไป ในใจนึกคิดว่าลาบลอยเเล้ว รีบวิ่งไล่จับไก่ป่าตัวนั้นอย่างทุกรักทุเล วันนี้เ้าอ้วนไม่อยู่ เช่นนั้นไก่ป่าตัวนี้ก็เป็ของเขาเพียงผู้เดียว ลองสังเกตดูมองดูดีๆไก่ป่าตัวนี้มีรูปร่างอวบอ้วน
มีสีสามสีสลับกันไปมาเเถมขนหางก็ยาวผิดปกติ เเต่ช่างมันเถอะไหนๆมันก็จะเป็อาหารของบิดาเเล้วใครจะสนกัน ซีห่าวหลังจับไก่ป่าได้ก็หาที่เหมาะๆ เพื่อก่อไฟ หลังจากใช้สะบั้นัที่สหายไป๋เป็คนมอบให้เชือดคอห้อยมันเเล้วก็ตั้งหม้อนำ้ถอนขน นำ้ในหม้อร้อนได้ที่ก็ลงมือถอนขน นำไม้เสียบทะลุคั่นกลางเเล้วย่าง! เนื้อไก่ที่ผ่านการย่างไฟอย่างพิถีพิถันคอยๆอมสีเหลืองส่งกลิ่นหอมยั่วยวน ไม่รีบหยอดผงเครื่องเทศลงไป ยิ่งส่งกลิ่นหอมขึ้นไปอีก ไม่รอช้ารีบกัดกินจะดีกว่า
พริบตาเดียวไก่อวบอ้วนเหลือเพียงกองกระดูก เด็กหนุ่มตอบหน้าท้องเบาๆเเสดงถึงความอิ่มหนำ่สำราญใจ ก่อนลุุกเดินจากไป กลับยังที่พัก
กลับถึงที่พักก็ล้มตัวลงนอน วันนี้เหนื่อยมากไม่อาบนำ้เเล้วกัน ทันใดนั้นก็รู้สึกเเปลกๆภายในร่าง ทั้งร้อนทั้งหนาวรู้สึกสะท้านไปทั่วร่าง ความรู้สึกดั่งมีพลังเอ่อล้นออกมาจากตันเถียนภายในร่าง มารดามันเถอะเกิดอะไรขึ้น ซีห่าวรีบลุกขึ้นมาเดินพลังลมปราณ ใบหน้าถอดสี เหงื่อเย็นพลันเเตกเต็มทั่วร่าง ร่างสั่นสะท้าน ก่อนลืมตา เสื้อนอกของเขาพองลมจนขาดสะบั้น ร่างพลันปรากฏไอนำ้ลอยจากร่าง หลังลมปราณะเิออกก็รู้สึกโล่งสบายรู้สึกถึงลมปราณภายในร่างมารดามันเถอะ เข้าสู่ขั้นหลอมรวมชั้นต้นเเล้ว มารดามันเถอะพยายามมาหลายเดือนยังทำไม่สำเร็จกินไก่ตัวเดียวกลับทำสำเร็จ ไก่ตัวนั้นคงมิใช่สัตว์วิเศษกระมั่ง? ครุ่นคิดไปก็ปวดหัวนอนหลับเอาเเรงเสียดีกว่า
รุ่งเช้ามาถึงย่างเท้าไปถึงหอปรุงยาเพื่อเข้าเรียน วันนี้ผู้คนในหอปรุงยาดูวุ่นวายคล้ายกำลังหาสิ่งใดอยู่ ซีห่าวจึงเดินเข้าไปถามอาจารย์เหวินจิง ได้ความว่า ไก่เซียนสามสีที่ผู้าุโหอปรุงยาเลี้ยงไว้เกิดหายไป ไก่วิเศษตัวนี้ผู้าุโเลี้ยงไว้อย่างดีบำรุงด้วยยาเเละสมุนไพรชั้นดีหมายในภายภาคหน้ามันจะกลายเป็พญาหงษ์
เด็กหนุ่มได้ยินเช่นนั้นในหัวผุดความคิดหนึ่งทันที
"มารดามันเถอะไก่สามสีคงมิใช่ไก่ตัวนั้นหรอกนะมั่ง!"
หากพวกเขารู้ว่าข้ากินมันไปเเล้วต้องโดนเชือดเป็เเน่
จึงรีบเอ่ยหนึ่งวาจากับอาจารย์เหวินจิง "อาจารย์วันนี้ข้ารู้สึกไม่สบายขอตัว"
อาจารย์เหวินจิงไม่เอ่ยตอบเพียงพยักหน้าตอบก่อนเเสดงมือออกไปได้
หลังจากออกมาจากหอปรุงยาก็เอ่ยหนึ่งวาจา
"เ้าไก่เอ่ยไว้ข้าจะไปเชิงเม้งเ้าทุกปี"
ฤดูสารทผ่านพ้นไปก้าวเข้าสู่เดือนสิบสองฤดูเหมันต์มาเยือน บัดนี้บนเขาเต็มไปด้วยหิมะที่ตกปกคลุมไปทั่วทัศนียภาพบนเขาจากที่เคยเห็นป่าไผ่สีเขียวล้วนเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน บัดนี้ในสำนักเงียบสงัด เพราะลมหนาวที่เสียดกระดูก มีเพียง รอยเท้าที่เกิดจากร้องเท้า เซวียจื่อ ยำ่ไปในหิมะที่ตกลงมาจนเป็รอยเท้า อากาศหนาวหิมะตกเช่นนี้ ไม่มีสิ่งใดดีกว่าการอุ่นสุราดื่มกิน ถึงขนาดเหล่สอาจาร์ยยังเอ่ยปากบอกว่าพ้นฤดูเหมันต์คอยมาเรียน
มารดามันเถอะช่างดีเเท้!
อยู่ภายในสำนักมาเเปดเดือน ได้รับรู้วิชาการกลั่นสุราใบไผ่มาบ้างจากพวกศิษย์พี่ขี้เมาทั้งหลาย ซีห่าวอุ่นสุราไว้หลายกา นั่งชมมองดูทัศนียภาพสีขาวโพลนนอกหน้าต่างพลางจิ้บสุราไปพลาง ดื่มหมดไปหลายหาเริ่มเมาเเล้ว! เเน่นอนว่าดื่มคนเดียวไม่ใคร่มีความสนุกอยากจะหาคนมาร่วมดื่มด้วย จะไปหาเ้าอ้วนเฉินก็ไกลเกินไป เดินฝ่าดงหิมะไปคงได้หนาวตายเสียก่อน ไม่พ้นต้องไปหาสหายผู้เเซ่ไป๋ ไม่รู้คนผู้นี้จะชมชอบการดื่มสุราหรือไหม จึงยกสุราสองกาออกจากห้องตรงไปยังห้องของ ไป๋ชูเสวี่ย ทั้งเรียกทั้งเคาะประตูอยู่นานกว่าคนผู้นี้จะยอมออกมา เจอหน้าก็คิดจะเอ่ยปากไล่คน
ซีห่าวรู้ว่าคนผู้นี้จะเอ่ยวาจาอันใดจึง ทำเสียงจุจุ เอ่ยหนึ่งวาจา "หากวันนี้เ้าไม่ไปดื่มเป็เพื่อนข้าไล่อย่างไรก็ไม่ไป"
ไป๋ชูเสวี่ยเห็นว่าคนตรงหน้าเริ่มเมาเเล้วจึงตอบว่า "ข้าไม่ใคร่อากาศหนาว"
ซีห่าวได้ยินเช่นนั้นจึงตอบกลับว่า "งั้นไปดื่มในห้องเ้า"
ไป๋ชูเสวี่ยเห็นว่าคนผู้นี้เห็นทีคงไม่เลิกราจึงตอบว่า "ได้งั้นดื่มเป็เพื่อนเ้าสักกา"
พลันหยิบเหล้าหนึ่งกากะดกลงคอรวดเดียวหมดพร้อมเอ่ยว่าหมดเเล้วไสหัวไป
ซีห่าวฉีกยิ้มจะชวนคนดื่มไหนเลยจะเตรียมมาเเค่กาสองกา ในกระเป๋ามิติยังมีอีกเพียบ
ไป๋ชูเสวี่ยส่งเสียงเฮอะในลำคอเสียงหนึ่งก่อนหมุนตัวเข้าห้อง ซีห่าวคอยๆย่างเท้าตาเข้ามา
เดิมทีสองคนนี้ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกันมากเทียบกับเ้าอ้วนซีห่าวยังใครสนิทสนมกว่า ทั้งสองนั่งลงบนโต๊ะในห้องของไป๋ชูเสวี่ย สุราใบไผ่หลายสิบกาถูกวางเบื้องหน้า ไม่เมาไม่เลิก!
….