ตอนที่เจ็ดสิบสอง อาหรับราตรี 5
โฮเวอร์บอร์ดที่ผมซื้อมาจากโลกของรถไฟสายกาแลกซี่ทำให้ผมลอยตัวขึ้นไปตามลูกบอลที่ผมสั่งให้นำทางล่วงหน้า
ว่าหากลูกบอกไปกระทบอะไรมันจะได้รับความเสียหายแทนผมก่อน
ผมไม่คิดจะทำตัวเป็นดินเดียน่าโจนส์กระโดดหลบกับดักหรือแก้กับดักในถ้ำมหาสมบัติแต่อย่างใด
และพยายามไม่แตะกองสมบัติในถ้ำหรือแตะรูปปั้นที่จะกระทบถูกกลไกใดใดก็ตามที่อยู่ในถ้ำ
ผมยึดคติ
ชาร์ลีกับโรงงานช็อคโกแลต
ว่าเด็กที่เข้ารับการทดสอบและได้สมบัติโรงงานช็อคโกแลตไปครอบครองคือเด็กที่ไม่ดื้อไม่ซนนั่นเอง
Do nothing, win
ใม่ทำอะไรเลยแต่ชนะ
ตามที่ชาวตะวันตกมองชาวแดนมังกรว่าไม่ค่อยจะทำอะไรในระหว่างประเทศนั่นเอง
แน่นอนในโลกปัจจุบันและแนวคิดนิยายยุคใหม่กำหนดบทเรียนสอนใจให้คนที่ไม่ทำอะไรเลยและเป็นเด็กดีทำตามกฎคือคนที่พ่ายแพ้
แต่ในโลกอาหรับราตรีนี้ยังยึดถือบทเรียนดั้งเดิมเสมอ
ในโลกที่หากมีชาวบ้านบอกว่าอย่าออกมาตอนกลางคืนเราก็ไม่ควรจะออกไปตอนกลางคืนจริงๆ
ดังนั้นผมก็ทำอย่างนั้นล่ะ
ออกมาจากถ้ำมหาสมบัติโดเอามาแค่ตะเกียงไม่แตะต้องสมบัติอย่างอื่น
เพราะตะเกียงนี้มีค่าเหนือกว่าทรัพย์สมบัติใดใด
โฮเวอร์บอร์ดนำผมมาที่โอเอซิสที่อยู่ข้างๆ
ลมทะเลทรายราตรีคงจะหนาวจับใจแต่ผมอยู่ในชุดอวกาศปรับอุณหภูมิเลยไม่มีปัญหา
แสงดาว สายลมของทะเลทรายราตรีมีความลึกลับเปี่ยมมนต์ขลัง
สภาพแวดล้อมรอบข้างที่ไร้ผู้คน
ผมจ้องตะเกียงอยู่สักครู่หนึ่งก่อนที่จะเริ่มถูมัน