หักพวงมาลัยเลี้ยวปากทางไม่นานรถกระบะส่งเสียงแต๊ก...แต๊ก...แต๊ก คนขับเหลือบดูเมฆดำบนฟ้าก่อนกระตุ้นเพื่อนยาก“อีกนิดไอ้แต๊ก แข็งใจอีกนิด” รถแล่นต่อได้หน่อยเครื่องกระตุกครืด ๆ ก่อนดับสนิทกระบะประจำบ้านชื่อ ‘เ้าแต๊ก’ ก็ด้วยเหตุนี้หนูจ้าเป่าลมออกปากพรืดคว้าโทรศัพท์ที่เบาะข้างมาดูแล้วโยนกลับเพราะแบตเตอรี่หมดฉวยเป้เดินไปไม่เท่าไหร่ฝนก็ตกปรอย ๆ ความหวังอยู่ที่มีรถคนรู้จักผ่านมา
ระหว่างเร่งฝีเท้ามีร่มยื่นมาคลุมกันฝนให้จากข้างหลังเธอชำเลืองรู้ว่าคนกางร่มเป็ใครก็ก้าวต่อไปเรื่อย ๆขณะที่เขาสาวเท้ามาเดินเคียงใต้ร่มเดียวกัน
เมื่อครู่ภารินธรขับรถมาเห็นกระบะจอดนิ่งชะลอเล็งดูในรถไม่มีใครขับต่อไปเดี๋ยวเดียวเห็นหนูจ้าแบกเป้สะพายหลังเดินตากฝนจึงคว้าร่มลงเดินตามแต่เ้าตัวหน้าเฉยไม่พูดไม่จา เขาเด็ดกิ่งไม้ข้างทางมาเคาะหัว
“เฮ้ใช่ลูกเต่าหรือเปล่า นี่พี่อ้วนไง...จำกันไม่ได้เหรอ ไปขึ้นรถเถอะ”
เธอชะงักกึกย่างเท้าออกจากใต้ร่ม“หยุดเรียกฉันว่าลูกเต่าซะที !”
เสียงมอเตอร์ไซค์ดังมาแต่ไกลโมนนั่นเองมารับ ไม่นานหนูจ้าซ้อนท้ายโมนห่างไปจนลับตาทิ้งให้คนยืนกางร่มค้างเก้ออยู่คนเดียวเขานึกถึงวันหนึ่งตัวเองกับน้องกลับจากโรงเรียนพร้อมกันหนูจ้าในชุดนักเรียนอนุบาลสะพายเป้หลังรูปเต่าทำท่าเก็บแขนเก็บขาหมอบบนสนามหญ้ายื่นคอจากกระดอง ชี้พี่ชายว่าหน้าเหมือนกระต่ายแล้วท้าวิ่งแข่ง
ลูกเต่ากลายพันธุ์เป็กอตซิลล่าพ่นไฟซะได้!
มอเตอร์ไซค์พาคนซ้อนถึงบ้านในสภาพเปียกม่อล่อกม่อแลกหลังอาบน้ำเสร็จเธอหิวโซไปหาของกิน คุณอ้วนมาช่วยแม่ทำกับข้าวอยู่หน้าเตาแล้วเขาเอี้ยวตัวมาทั้งตะหลิวในมือ เธอเห็นผัดผักกุนเชียงในกระทะน่ากินมาก ๆแต่ตีหน้าบึ้งถอยออกไป แม่แก้วส่ายหน้าไม่เข้าใจลูกสาวเลยจริง ๆ สั่งให้ชวนพี่อ้วนมากินข้าวทีไรพูดซ้ำเป็นกแก้วนกขุนทองเขาไม่มาหรอก...เขาไม่มาหรอก ลูกนุ่นเลยยุให้ลองโทร.ชวนตาอ้วนดูว่าจะเป็อย่างเ้าจ้าพูดหรือไม่ปรากฏว่าชวนปุ๊บรับปากปั๊บไม่มีเอ่ออ่าสักแอะทั้งที่ตอนรับสายเขาเริ่มกินมื้อเย็นอยู่ในห้องพักแล้วแท้ ๆนี่เลยมาเจอเ้าแต๊กดับสนิท
ตอนแม่มาตามลูกไปกินข้าวหนูแด่นต้วมเตี้ยมมาหมอบหงอย ๆ นายมันย่อลงตรวจท้องด้านซ้ายตรงหลังซี่โครงถามแม่ไปด้วยว่าเอาอะไรให้หนูแด่นกิน กินข้าวแล้วกินน้ำตามมากไปหรือเปล่าท้องมันผูก
“เอ๊ะเ้านี่ หมาอึไม่ออกโทษแม่”
“ไงหนูแด่นหรือแกไปกินเศษกระดูกที่ไหนมา”
ระหว่างนั้นตาอ้วนตามเข้ามาสมทบน้าแก้วเอ่ย
“หนูจ้าเราไปเล่นเปียโนกับพี่เขาเถอะ เดี๋ยวแม่ดูหนูแด่นเอง”
แต่ลูกสาวคว้าถุงมือยางมาสวมหมับ
“มือนี่ไม่ได้มีไว้เล่นเปียโนมันมีไว้ทะลวงตูดหมา !”
เท่านั้นเองเ้าหมาท้องผูกวิ่งจู๊ดไปร้องงี้ดๆ นอกบ้าน นายมันชูยาสวนทวารตามไป สองคนในห้องเสียววาบตามเสียงหมาครางโหยหวนเสียงคนดังตามมา “แม่ไม่ต้องให้น้ำกับอาหารหนูแด่นจนกว่าจะพรุ่งนี้จ้าย้ำแม่แล้วไง หลังอาหารอย่าเติมน้ำมากกว่าที่เคยกะให้ดูเวลามันเหนื่อยมาให้หายเหนื่อยก่อนค่อยเติมน้ำให้กิน”
น้าแก้วสบตากับตาอ้วนป้องปากพยักหน้าไปทางลูกสาวที่หลังประตู “สัตวแพทย์ -- สัตวแพทย์”
ชายหนุ่มรีบเม้มปากกลั้นขำระหว่างหนูจ้ากลับมานั่งแปลงานต่อเขาชะโงกมองจอคอมพิวเตอร์ “ช้าอย่างนี้เมื่อไหร่จะเสร็จ” เปรยแล้วลงนั่งเบียดข้างหยิบเอกสารมาช่วยแปลปากเปล่าให้น้องพิมพ์ตาม ศัพท์เฉพาะคำไหนใช้คำไม่ตรงให้บอกด้วยเธอเหยียดริมฝีปากกระชากเอกสารคืน แม้ว่างานพิเศษที่รับมาจากอาจารย์ต้องส่งคืนนี้เขาหน้าเสียแต่ยังพูด
“หนูจ้ารู้จักทำงานเองไม่เหมือนสมัยเด็กพี่ก็ดีใจ”
ชายหนุ่มหมายถึงสมัยปิดเทอมวัยเรียนเด็กหญิงจ้าตะลุยเล่นซนหัวหกก้นขวิดส่วนเด็กชายอ้วนทำการบ้านเสร็จั้แ่ปิดเรียนใหม่ ๆพอพี่ถามว่าเมื่อไหร่จะทำการบ้าน น้องทำหน้าเป็บอกมีแผนแล้วไม่ต้องรีบ ถึงเวลาพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนการบ้านยังไม่ได้ทำสักตัวตกหนักที่พี่ชายต้องช่วยไปสั่งสอนไปว่าปิดเทอมหน้าให้ทำด้วยกันแต่เนิ่น ๆไม่ต้องใช้อุบายไหนทั้งนั้น พี่ไม่ชอบให้ลูกเต่าเ้าเล่ห์
หญิงสาวข้างกายยังง่วนกับงานไม่เหลือบแลมาเขาจึงถอนตัวถอยออกมาเงียบ ๆ เธอปรายตาขุ่นเคืองยังชายที่เจื่อนจนต้องลุกไปเอง
เชอะ !ฉันรู้จักทำเองมาตั้งนานไม่งั้นจะอยู่รอดเรอะ...
ใครกันแน่คนเ้าเล่ห์
รถยุโรปคันใหญ่แล่นมาจอดข้างต้นแก้วตรงลานหลังบ้าน คนขับมองไปรอบ ๆหนูจ้าขับกระบะมาพอดี เขาเปิดประตูก้าวลงไปหาและชี้ที่รถยนต์คันใหม่บอกว่าคุณตาให้เป็โบนัสจากการตะลอนฝึกงานสองปี
เธอชายหางตามองปราดเดียว
“พี่เอามาให้หนูจ้าใช้แทนเ้าแต๊กก่อน”เขาวางมือบนขอบกระบะ “ใช่ไหม มันชื่อเ้าแต๊กใช่ไหม” แล้วจับมือน้องจูงไปยังรถยนต์ป้ายแดง“พรุ่งนี้พี่มีประชุมต้องกลับกรุงเทพฯไม่อยากกังวลว่าเราจะขับรถไปดับกลางทางอีก”
“ไม่เอา”เธอสะบัดมือเขาทิ้ง
“น่าประเดิมขับไปทานข้าวเย็นที่โรงแรมกัน ชวนคุณนุ่นกับโมนด้วย”
“ไม่”
“เราก็เอาไว้ขับก่อนรอพี่กลับมาค่อย...”
เ้าตัวเตะล้อรถหรูป้าบ! “ฉันชอบรถซังกะบ๊วย !”
นายว่าไงสมุนพลอยตามหนูแด่นวิ่งดุบ ๆ มายกขาหลังฉี่ใส่ล้อที่ลูกพี่เตะ เ้าของรถอ้าปากค้างหนูจ้ากลับขึ้นกระบะสับปะรังเค กระแทกประตูปิดปึงสตาร์ตเครื่องตัวถังะเืสั่นพั่บ ๆ ทั้งคัน กระทืบคันเร่งขับกระบะโคลงเคลง ๆผ่านรถยนต์ป้ายแดงไป
หลังกินข้าวกับโมนในตลาดเธอเถลไถลต่อจนค่ำขากลับเ้าแต๊กสวนกับรถยนต์ที่แล่นออกจากรั้วบ้านสติ๊กเกอร์ที่ติดกระจกบ่งว่าเป็รถจากโรงแรมก้าวเข้าบ้านเธอมองปราดยังกระเป๋าเสื้อผ้ากับคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ คนขับรถเมื่อกี้ขนมาส่งเ้านายสิท่า
แม่จิกสายตาข่มลูกไว้ก่อน“แม่ชวนพี่อ้วนค้างที่นี่ คืนนี้เรานอนกับแม่”
เธอเข้าห้องตัวเองโดยไม่โต้ตอบคุณอ้วนรีบตามมาบอกว่าไม่ต้องไปนอนที่อื่น เขาจะนอนโซฟาห้องข้างนอกอึดใจต่อมาคนในห้องกลางเห็นเขาหน้าตื่นถอยกรูดจากประตูหนูจ้าอุ้มตู้อิกัวน่าไล่จี้มาติด ๆ
“เ้าจ้า!” แม่แก้วตาเหลือก “อย่าบ้านะ คืนนี้เอาเ้าด้วงไปไว้นอกบ้าน”
“จ้านอนไหนเ้าด้วงนอนนั่น!” ลูกยื่นคำขาด
แม่ส่ายหัวบ่น“อ้ายเ้านี่ พรรคพวกรอบตัวไปหมด”
หมดเื่ที่หลับที่นอนต่างคนต่างแยกย้ายหนูจ้าอาบน้ำเสร็จก็เข้าห้องแม่ คู่หูต่างวัยกระจายกำลังประกบซ้ายขวาฉับไวพูดรับส่งเหมือนไม่มีบุคคลที่สามก้าวเข้ามา แม่เปิดฉาก
“นุ่นรู้หรือเปล่าจ๊ะตาอ้วนเป็เด็กดีมีน้ำใจมาแต่ไหนแต่ไร”
“เหรอคะไม่น่าล่ะคุณอ้วนเอารถป้ายแดงมาให้ใครขับไม่รู้ เห็นว่าเป็ห่วงกลัวคันเก่าจะแต๊กๆ ๆ ไปตายกลางทางอีก”
“นุ่นรู้ไหมจ๊ะตอนตาอ้วนเด็ก ๆ พวกเราเรียก ‘เทวดาองค์น้อย’ ”
“เหรอคะแล้วแม่รู้ไหม คนบางคนใจแล้งใจดำ จะถนอมน้ำใจขอบคุณสักคำยังไม่มีแถมพาลเตะรถยังกับหมาบ้า” ลูกนุ่นเตะอากาศเปรี้ยงเป็ท่าประกอบ
รู้ว่ากำลังโดนรุมเ้าตัวกอดอกท้าทายแม่กับกองหนุนซึ่งเข้าขากันส่งลูกกระทบกระเทียบ
“นุ่นรู้หรือเปล่าจ๊ะตอนเด็ก ๆ อีกคนฉายาว่าอะไร”
“อะไรเหรอคะ”
“เด็กปีศาจ!”
“แม่มด!”
“ฏทมิฬ!”
“ผีกองกอย!”
“ผีจอมปลวก!”
“ผีพุ่งไต้!”
“ผีพรายทะเล!”
“อสุรกาย!”
“ควายธนู!”
คนโดนถล่มยับจับตู้เลี้ยงอิกัวน่าเหล่ตาไปยังฝ่ายตรงข้าม
“เ้าด้วงอยากออกมาเดินเล่นไหม”
“อย่านะ”แม่ร้องลั่นเมื่อลูกสาวล้วงมือลงจับเ้าตัวตะปุ่มตะป่ำ “ปล่อยไอ้ด้วงเพ่นพ่านฉันงดให้อาหารแกทั้งเดือน”
“งั้นว่ามาตรงๆ พูดจบหยุดเลยนะ จ้าจะทำบัญชี”
“พี่อ้วนพักโรงแรมคนเดียวก็เหงาแม่ชวนมานอนบ้านเรา แกเฮี้ยนอะไรต้องวางปึ่งใส่เมื่อก่อนพี่อ้วนก็มานอนที่นี่ประจำ”
“เขาอยากมาจริงหรือเปล่าเที่ยวไปห่วงอยู่เมืองนอกได้หลายปีดีดักจะมาเหงาอะไรตอนนี้”
“แกล่ะอีแมวอีเมลคุยกับพี่เขา มาวางท่าเป็คนอื่นคนไกลอะไรตอนนี้”
หนูจ้าหลบตาแม่ลดท่าทีตอบโต้ลงกะทันหัน
“แล้วพี่อ้วนมากินข้าวด้วยเนี่ยแกต้องดอดไปตลาดทำไมฮึ เ้าจ้า ร้อยวันพันปีร้องแต่จะกินข้าวบ้าน”
“เดี๋ยวมาขอของกินเดี๋ยวมาขอที่นอนเด็กอนาถาหรือไง”
“ใจคอแกจะงกกับแค่นี้เรอะทีพี่อ้วนเอารถเอามือถือ...”
เ้าตัวสะบัดหน้าไป“พี่นุ่น ! มาเขียนบทหรือสอดแนมฮะ”
ลูกนุ่นหดหลบหลังแม่แก้วซึ่งตาเขียวปั้ดใส่ลูกสาว
“แล้วไอ้ที่เรียกคุณๆ ๆ เนี่ย ขอทีได้ไหม สาว ๆ ตั้งเท่าไหร่อยากเรียกพี่เขาว่าพี่ได้อย่างแกบ้างกินบุญเก่าพ่ออยู่ยังไม่รู้ตัวอีก”
“น่าเบื่อพูดจาให้มีฟอร์มหน่อยได้ไหม”
“ชะชะชะ! อย่างแกต้องมีฟอร์มอะไรอีกเฮอะ เพียบพร้อมอย่างตาอ้วนไม่นำเสนอให้จะแจ้งเมื่อไหร่พี่เขาจะแลแก”
กองหนุนยื่นหน้าสลอนจากหลังแม่
“ใช่เมื่อไหร่คุณชายจะแลแก”
“พี่นุ่น! จ้าจะไม่ขับรถพาเที่ยวไหนอีก ยุ่งนักอยู่แต่บ้านเลยนะ”
กลัวจะอดเที่ยวรุ่นพี่เลยหงอปีนหน้าต่างหายไปปล่อยแม่แก้วบรรเลงเดี่ยวต่อ
“มือไม่พายเอาเท้าราน้ำแกมันทื่อมะลื่อไม่ฉอเลาะจิ๊จ๊ะจี๋จ๋า”
“แม่รู้ไหมเนี่ยว่าตัวเองมีลูกสาว”
“รู้สิจ๊ะลูกจ้าจ๋า...รู้ซึ้งเลยว่ามีลูกสาวแบบแกนี่ไง เทพบุตรอย่างตาอ้วนมาเคาะประตูบ้านถึงต้องเร่งมือ”
“ให้เข้าไปปล้ำคืนนี้เลยไหม”เ้าตัวเสียงนิ่งหน้าซื่อ
แม่หยิกพุงมับ“ไม่ต้องมาเฉโกโฉเก ฉันไม่ได้เชียร์ไม่ลืมหูลืมตา เห็นมาแต่อ้อนแต่ออกว่าเป็เด็กดีโตเป็ผู้ใหญ่ยิ่งเห็นแววเจริญรุ่งเรือง แกนี่แหละกะโปโลกว่าพี่เขาตั้งเท่าไหร่ชิชะ ! หน้าเหมือนนังหนูแด่นเข้าไปทุกวันยังไม่เจียมตัว”
“แม่กับพี่นุ่นยุ่งอะไรนักหนาเล่า”
“มีผู้ชายขนาดตาอ้วนมาบังเกิดในบ้านเราไม่ลุ้นให้แก ฉันก็ไม่ใช่แม่คนแล้ว ใช่ไหมนุ่น” แม่ร้องหาพวก
ลูกคู่โผล่หัวหยิกยุ่งขึ้นตรงหน้าต่าง“ใช่เลยแม่ คุณหนูจุฑาสิรีเพี้ยนไปแล้ว”
ฉวยของใกล้มือได้หนูจ้าจับเขวี้ยงร่างกลมป้อมนอกหน้าต่างร่อนหลบไวอย่างกับบิน
นาทีต่อมาลูกสาวเซแซดๆ ออกจากห้อง แม่ตามจะฟาดสักป้าบแต่ต้องล่าถอยเพราะตู้อิกัวน่าที่เ้าตัวอุ้มไว้แกว่นกล้าได้แค่ยื่นหน้า
“พี่อ้วนนี่แหละสมบัติล้ำค่าชิ้นสุดท้ายที่พ่อแกทิ้งไว้แกต้องทำตัวให้น่ารัก”
“ไม่! หล่อแล้วทำไม รวยแล้วทำไม แหวะ ไอ้อ้วน !”
“เ้าจ้า!” แม่ง้างมือสุดแขน
ลูกกึ่งสู้กึ่งถอยมายื่นหน้าร้องยั่ว“ไอ้อ้วน ! ไอ้อ้วน ! ไอ้อ้วน !”
เวลานั้นชายผู้ถูกพาดพิงกำลังจามฟืดฟาดอยู่บนเตียงส่วนคนเคืองยืนอุ้มตู้อิกัวน่าตวัดหางตาแข็งขึงยังประตูห้องตัวเอง
“ชะ! หาแต่เื่เดือดร้อนมาให้”