เสี้ยวอู่ิ
บุรุษหนุ่มหน้าตาธรรมดา บุคลิกปล่อยตัวตามสบาย ทำให้ดูไม่องอาจหาญกล้าเท่าใด มักจะยิ้มให้กับคนอื่น โดยเฉพาะผู้ที่ถูกใจ แต่ถ้าไม่ชอบจะไม่ค่อยพูดจา ปกติเหมือนไม่มีงานทำ มักจะถือพัดเดินชมเมืองชมตลาด แท้จริงมีตำแหน่งคล้ายตำรวจลับ สังกัดเว่ยกงกง พลังฝีมือลึกล้ำ กำลังภายในหนักหน่วงรุนแรง แต่ไม่ชอบต่อสู้โดยไม่จำเป็ มีความสามารถพิเศษในการดมกลิ่นเกือบเท่าสุนัข คืนหนึ่งบังเอิญพบเหมยฮวาถูกทำร้ายจึงเข้าไปช่วยเหลือ ชอบเหมยฮวาแบบเปิดเผย เลยคอยติดตามนางอยู่ตลอด แม้คล้ายจะถูกปฏิเสธ แต่ก็พยายามจะเอาชนะใจนาง
นางมารน้อยหายไปเกือบเดือนแล้ว
นี่แม้ทำให้บางคนเงียบเหงา แต่ย่อมมีคนเบิกบาน
ผู้ที่เงียบเหงาเป็เสี้ยวอู่ิ
ผู้เบิกบานย่อมเป็เจียเจีย
เมื่อเหมยฮวาไม่อยู่ นางสังเกตว่าบุรุษหนุ่มมักจะกลับมาคอยมองหาที่โรงเตี๊ยมบ่อยขึ้น แม้มิได้พบปะพูดคุย ขอเพียงรู้ว่ามันอยู่แถวนี้ นางก็สำราญใจ
แต่นางเองก็ไม่ได้เจอมันมาเกือบเดือน
ใกล้ถึงกำหนดพิธีศิษย์รุ่นใหม่กราบพบเ้าสำนัก เจียเจียต้องอยู่บ้านช่วยงานมารดาตระเตรียมสิ่งของสถานที่
วันนี้นางสวมชุดสีส้มทะมัดทะแมง เกล้าผมแน่นเป็ระเบียบ ยืนชี้นิ้วบงการเหล่าศิษย์ในสำนัก ราวแม่ทัพชำนาญศึกในสมรภูมิ สำหรับศิษย์น้องธิดาเ้าสำนักที่ครึ่งน่ารักครึ่งน่าเกรงขามคนนี้ เหล่าศิษย์พี่ล้วนยินยอมถอยให้
เจียเจียยามอยู่บ้าน มิค่อยแต่งหน้าทำผม ใบหน้าแดงเปล่งปรั่งมีหยาดเหงื่อซึมงดงามตามธรรมชาติ นางไม่ห่วงความสวย เอาแต่คอยะโเร่งเร้าคนงานจำเป็ให้แบกหามสิ่งของอยู่วุ่นวาย
มองเผินๆ นี่คล้ายน้องชายคนหนึ่ง
ทำงานอยู่จนเย็น หวงฮูหยินจึงเข้ามาจับมือน้อยไว้ พร้อมกับรอยยิ้มการุณ
“ศิษย์พี่เ้าล้วนเหนื่อยจนตัวขาดแล้ว เ้าเองก็คุมงานมาทั้งวัน ไปอาบน้ำเถิด เย็นนี้ท่านพ่อมีแขก จะได้ทานข้าวด้วยกัน ”
“ขออีกหน่อยเถิดท่านแม่ คนพวกนี้อ่อนแอไร้เรี่ยวแรง เจียเกรงว่าจะจัดเตรียมงานมิทัน”
มารดายิ้มอ่อนหวาน
“มีแม่งานอย่างเ้า หรืองานจะไม่สำเร็จ กลัวว่าเหล่าศิษย์พี่เ้าจะขาดใจไปก่อนละไม่ว่า”
เจียเจียกอดแขนมารดา
“ว่าแต่วันนี้ผู้ใดจะมาหาท่านพ่อ”
หวงฮูหยินยิ้มกว้างขึ้นอีก
“เดี๋ยวเ้าก็รู้เอง”
เวลาอาหารเย็น
เจียเจียอาบน้ำขัดผิวกาย พี่เลี้ยงประพรมน้ำหอม นางสวมเสื้อคลุมบางสีเขียว กระโปรงสีน้ำตาลอ่อน เมื่อพี่เลี้ยงจะแต่งหน้าให้ นางผลักมือเบาๆ
ค่ำแล้ว จะแต่งมากไปใยพี่จ๋า เดี๋ยวก่อนนอนเสียเวลาล้างออกอีก
พี่เลี้ยงสาวยิ้ม เขียนคิ้วสักหน่อยเถิดคุณหนู วันนี้มีแขกมาเยือน
เจียเจียทำหน้าตึง แก้มกลมป่อง กอดอกให้พี่เลี้ยงแต่งหน้าอย่างมิยินยอมเท่าใด
เมื่อเดินเข้ามาใกล้ห้องอาหาร ก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่วนของประมุขหวงดังลั่นอยู่ก่อน
ผู้ใดทำให้ท่านพ่อครึกครื้นได้ถึงเพียงนี้
จนเข้ามาในห้อง เจียเจียถึงกับยืนนิ่ง หน้าแดงสดใส
บุรุษหนุ่มหน้าตาธรรมดาถือพัดโบก นั่งยิ้มพยักหน้าฟังเ้าสำนักหวงพูดคุยอย่างออกรส
นางกำลังจะหันหลังกลับไปขอให้พี่เลี้ยงเขียนคิ้วเพิ่ม
ประมุขหวงเหลือบมาเห็นเสียก่อน
“อ้าว มาพอดี มา มา มาคำนับท่านเสี้ยวอู่ิ นี่คือบุตรีหนึ่งเดียวของเรา”
เจียเจียกัดริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาย่อกายคารวะ บุรุษหนุ่มยิ้มแย้ม ลุกขึ้นคารวะตอบ
“ได้ยินกิตติศัพท์คุณหนูมานาน วันนี้พานพบ นับเป็บุญของข้าพเ้าแล้ว”
เจียเจียช้อนตาขึ้นค้อนมันดังขวับ แล้วก้มหน้าเดินไปนั่งข้างมารดา
อาหารเย็นวันนี้ประกอบด้วย ยำแมงกะพรุน โหวงก๋วย ไก่ผัดมะม่วงหิมพานต์ เป็ดยัดใส้ และเครื่องเคียงอื่นๆ อีกมากมาย
ที่สำคัญคือ วันนี้มีสุราเหมาไถ
ศิษย์รุ่นใหญ่ของสำนักอีกสี่คนถูกตามมาร่วมโต๊ะ
เจียเจียก้มหน้ารับประทาน พยายามใช้ตะเกียบคีบอาหารชิ้นเล็กที่สุดเข้าปาก เวลาพูดจาเสียงผะแ่ราวแมลงหวี่ไม่สบาย
ประมุขหวงไม่สนใจท่าทีของธิดา หลังกินอิ่มก็ชักชวนบุรุษหนุ่มชิมรสเข้มข้นของสุรา เสี้ยวอู่ิไม่ปฏิเสธแม้แต่น้อย สร้างความสนุกสนานให้ชายชราอย่างยิ่ง
เจียเจียเหมือนไม่ค่อยสนใจเื่ที่พี่น้องแก่หนุ่มคู่นี้พูดคุยกัน แต่ก็ “รักษามารยาท” มิยอมลุกจากไป
หวงฮูหยิน ใช้ตะเกียบคีบไก่ชิ้นใหญ่ให้บุตรสาว
“วันนี้ไฉนทานน้อย”
“เจียไม่ค่อยหิวท่านแม่” เสียงท้องร้องดังแ่ๆ
หวงฮูหยินยิ้มหวานละมุน
“ทานเยอะๆ เถอะ เ้าเหน็ดเหนื่อยคุมงานทั้งวัน อิ่มแล้วมีอันใดค่อยคุยกับพี่เขา”
เจียเจียแก้มร้าวผ่าวราวไฟลวก ก้มลงไปหน้าผากเกือบถึงจานข้าว
“เจียไม่มีสิ่งใด”
ฮวงหูหยินยกแขนเสื้อขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ
นิสัยนี้คงได้มาจากมารดา
สวนดอกไม้
ประมุขหวงนั่งอยู่ในเก๋ง สุรากับแกล้มถูกโยกย้ายมา
ผู้ที่นั่งด้วยมีเพียงบุรุษหนุ่มถือพัด
"ฝากเรียนกงกงโปรดวางใจ ฝ่ายเราเตรียมการอย่างพรักพร้อม"
เสี้ยวอู่ิยกจอกสุราขึ้นคารวะ
“เป็ห่วงแต่สุขภาพของพระนาง หากพวกมันล่วงรู้จะอาจหาญก่อการใหญ่”
บุรุษหนุ่มเงียบ ใช้ความคิด
นี่เป็ผู้ร่วมสนทนาที่ดี
“พระนางชราแล้ว” เสี้ยวอู่ิรำพึง
ประมุขหวงเงียบบ้าง
เราก็ชราแล้วเช่นกัน มันคิด
อากาศ่ปลายชุนเทียนยามค่ำเริ่มเย็นลง หวงฮูหยินเกรงว่าสามีจะไม่สบาย กึ่งลากกึ่งขอร้องให้กลับเข้าไปพักผ่อน
กับภริยาสุดรัก ประมุขเฒ่าถูกดึงไปประดุจทารกผู้หนึ่ง ก่อนจากยังหันมามองเหมาไถด้วยสายตาอาวรณ์
เสี้ยวอู่ิขอชมสวนต่อสักเล็กน้อย
เสียงฝีเท้าแ่เบาดังขึ้นเื้ั
“ท่านมาทำไม เสียงสดใสคาดคั้น”
บุรุษหนุ่มแย้มยิ้ม “ย่อมมาสมัครคนสวน”
“คนสวนเยี่ยงใดประมุขถึงต้องตอนรับขนาดนี้”
“ย่อมเป็คนสวนที่มีฝีมือ อาจเลื่อนมาล้างชามในครัวภายในสามปี เก็บเงินสู่ขอตบแต่ง”
มันคล้ายถูกจี้สกัดจุดที่เอว ก่อนได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งจากไป
วันพรุ่งนี้คงต้องแวะไปร้านขายของเบ็ดเตล็ด หาซื้อจอบเสียมมาเตรียมไว้