
....ลมหนาวยามค่ำคืนพัดเย็นยะเยีอก เสียงใบไม้เสียดสีกันในพงไพรชวนให้รู้สึกไม่สบายใจ ดวงจันทร์เพียงเสี้ยวลอยสูงอยู่กลางฟ้า ราวกับดวงตาที่จับจ้องลงมายังผู้เดินเดียวดายในเส้นทางเปลี่ยว
หลินเซียนออกจากหมู่บ้านชาวนามาได้ 2 วันแล้ว เขากำลังเดินทางสู่เมืองใหญ่ หวังจะหาสมบัติเซียนหรือยาสมุนไพรเซียนเพิ่มเติม
จู่ๆลมก็พัดกลิ่นคาวลมปราณประหลาดกลับลอยมาตามลม ราวกับเงาของใครบางคนกำลังติดตามอยู่ในความมืด
เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ดังขึ้น “หึหึหึ… เราเจอกันอีกแล้วนะ เจ้าหนุ่มหลิวเซี่ยง”
ก้าวเท้าที่มั่นคงของหลินเซียนชะงักทันที เขาเหลียวมองไปด้านข้าง เห็นเงาร่างหนึ่งในชุดคลุมดำปรากฏตัวใต้เงาไม้ แมงมุมหยกเกาะที่หัวไหล่ เส้นด้ายสีเงินบางเบานับไม่ถ้วนย้อยระย้าอยู่รอบกายชายผู้นั้น ดุจใยแมงมุมที่ส่องแสงเย็นยะเยือกในความมืด
“เจ้า… คือผู้เชิดหุ่นตอนนั้น?” หลินเซียนขมวดคิ้ว สายตาแข็งกร้าว “ไม่คิดว่าจะได้พบเจ้าอีกครั้งเร็วขนาดนี้”
ชายชุดดำยกมือขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวสั่นไหว เส้นด้ายวิญญาณเบื้องหลังเขาก็สะท้อนแสงจันทร์เป็นริ้วๆ
“ข้าย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะได้หยอกล้อกับเจ้า”
หลินเซียนหรี่ตา กระบี่วารีจำนวน 10 เล่มออกมากระจายรอบตัวเขา
“เจ้ามีธุระอะไรกับข้า”
“ธุระอย่างนั้นหรือ? หึหึหึ” ชายเชิดหุ่นหัวเราะเบา ก่อนเอื้อมมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบสิ่งของออกมาช้า ๆ
แสงจันทร์สาดลงมาเผยให้เห็น… ขนมเคลือบน้ำตาลสีทอง ที่ยังติดเศษกระดาษห่อเล็ก ๆ กับ รองเท้าเด็กหญิงคู่เล็ก ที่มีรอยเปื้อนดินอยู่
หลินเซียนเบิกตากว้าง ใจเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น
“นั่นมัน…ของหลันหลิน!”
ชายเชิดหุ่นเอียงคอ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวเย็นชา “สิ่งของเหล่านี้ ข้าเก็บมาด้วยความเอ็นดู… กลัวว่าเจ้าจะไม่มีอะไรเป็นของดูต่างหน้า”
เสียงลมหายใจของหลินเซียนหนักขึ้น ทันทีที่สายตาเห็นรองเท้าเล็ก ๆ ภาพของ หลันหลิน เด็กหญิงผู้เคยมาหาเขาที่กระท่อมหลังหมู่บ้าน พลันแล่นวาบขึ้นในหัว เสียงหัวเราะใส ๆ ของนางยังคงก้องอยู่ในความทรงจำ
“เจ้าทำอะไรนาง…!?” เสียงของหลินเซียนแผ่วต่ำแต่แฝงแรงโทสะ พลังปราณในร่างพลันสั่นสะท้าน
ชายเชิดหุ่นเพียงหัวเราะเบา ๆ แสงจันทร์สะท้อนแววตาของเขาที่เต็มไปด้วยความบิดเบี้ยว
“พวกมนุษย์ไร้ค่า…”
มันพูดแล้วก็โยนทั้งขนมเคลือบน้ำตาลและรองเท้าลงที่เบื้องหน้าหลินเซียน
"ไว้เราค่อยเจอกันใหม่ หึหึ"
เส้นด้ายวิญญาณเบื้องหลังพลันเคลื่อนไหวดั่งฝูงงูเงิน กวัดแกว่งรอบร่างเขาอย่างน่าหวาดหวั่น แล้วมันก็หายไปกับความมืดราวกับไม่เคยมีอยู่
ใบหน้าหลินเซียนคมชัดในเงามืด เขากำหมัดแน่น เส้นเลือดบนหลังมือเต้นชัดราวกับจะระเบิดออกมา
เส้นด้ายที่มองไม่เห็น ล่ามหัวใจผู้คนได้แน่นหนายิ่งกว่าโซ่ตรวนเหล็ก
หลินเซียนรีบขึ้นกระบี่เหาะกลับไปที่หมู่บ้าน หลันหลิน คุณลุง คุณป้า คุณน้า ทุกๆคน อ...อย่า อย่าเป็นอะไรนะ!
...กระบี่เหาะค่อย ๆ ร่อนลงเหนือหมู่บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของผู้คน ทว่าในบัดนี้กลับเหลือเพียงเถ้าถ่านและควันไฟที่ยังกรุ่นอยู่ในอากาศ
บ้านไม้ทุกหลังถูกเผาวอดวาย ท่อนเสาและคานล้มระเนระนาด ร่องรอยเปลวเพลิงยังอุ่นแดงเรืองอยู่ใต้กองขี้เถ้า
ข้าวของเครื่องใช้ที่เคยบ่งบอกถึงชีวิตความเป็นอยู่ ถูกทำลายจนแตกกระจายเกลื่อนพื้น ราวกับพลังอำมหิตตั้งใจล้างผลาญทุกสิ่งไม่มีเหลือ
สิ่งที่ทำให้หัวใจของหลินเซียนแทบหยุดเต้น คือภาพของ ชาวบ้านมากมายที่นอนแน่นิ่งอยู่กลางหมู่บ้าน เนื้อตัวเหี่ยวแห้ง ราวกับถูกสูบพลังชีวิตจนสิ้น มียืนแห้งกรังไปทั้งอย่างงั้นอยู่บ้างไม่กี่คน
ดวงตาที่เคยสดใสของเด็ก ๆ บัดนี้ปิดสนิทไร้แวว หญิงชราที่เคยยิ้มทักทายกลับกลายเป็นร่างไร้วิญญาณนอนขดอยู่มุมหนึ่ง
ความเงียบงันคล้ายเสียงร่ำไห้สะท้อนก้องในหู หลินเซียนกำหมัดแน่น ความเจ็บปวดแล่นผ่านหัวใจจนแทบขาด
เขาไม่เพียงเห็นหมู่บ้านถูกทำลาย… แต่ยังได้เห็นความไร้เมตตาของโลกเซียนที่โหดร้ายสะท้อนออกมาอย่างแจ่มชัด
หลินเซียนวิ่งฝ่าไปท่ามกลางกองเพลิงและซากศพ ดวงตาสอดส่ายหาคนเพียงคนเดียวที่เขาอยากเห็นยังมีชีวิตอยู่
“หลันหลิน… เจ้าอยู่ที่ไหน…?” เสียงสั่นเครือดังลอดออกมาในความเงียบ
เขาค้นหาไปตามซอกบ้านที่พังยับ ซากไม้ที่ถล่มลงมา เสียงเท้าของเขาเร่งรีบยิ่งกว่าใจที่กำลังเต้นรัว
แล้วในที่สุด… ดวงตาของเขาก็สะดุดหยุดที่ร่างเล็ก ๆ ของเด็กหญิงผู้นั้น ถูกไม้เสาอันใหญ่แทงทะลุร่าง เลือดไหลรินออกจากปากน้อย ๆ แดงฉานย้อมพื้นดิน
“หลันหลิน!!”
หลินเซียนร้องลั่น รีบพุ่งเข้าไปอุ้มร่างเล็กนั้นขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเพียงแรงสัมผัสก็จะพรากนางไป
เลือดอุ่น ๆ ซึมเปรอะเสื้อผ้าสีขาวของเขาจนกลายเป็นสีแดง แต่เขาไม่สนใจแม้แต่น้อย มือหนึ่งรีบกุมมือเล็กเย็นเฉียบของเด็กหญิงไว้แน่น
ดวงตาคู่เล็กค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างอ่อนแรง มองใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของชายหนุ่มตรงหน้า เสียงแผ่วเบาเอื้อนเอ่ย
“…ท…ท่าน… ท่านอา…”
น้ำตาหลินเซียนไหลพรากไม่ขาดสาย เขาสั่นศีรษะอย่างสิ้นหวัง
“ไม่… เจ้าอย่าหลับตา เล่นซ่อนหาจบแล้ว! หลันหลิน! อาอยู่ตรงนี้… ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว!!”
ริมฝีปากเล็ก ๆ พยายามยกยิ้มอันแสนอ่อนแรง แต่แล้วเปลือกตาก็ค่อย ๆ ปิดลง พร้อมลมหายใจสุดท้ายที่ขาดห้วงไปในอ้อมกอดของเขา
“ไม่!!! หลันหลินนนนน!!!”
เสียงกรีดร้องของหลินเซียนดังก้องสะท้อนขึ้นฟ้า พลังปราณในร่างพลันปะทุคลุ้งไปรอบกาย ละอองน้ำจำนวนมากพุ่งไปทุกทิศจนไฟมอดดับทั้งหมด ซากบ้านที่ถูกไฟไหม้พังครืน
บัดนี้มีเพียงท่านเซียนชุดขาวถูกย้อมด้วยสีแดงของเลือดเด็กผู้หญิงที่เขารักและคราบจากน้ำตามากมายที่หลั่งรินราวกับไม่มีวันจบสิ้น....
