ลูกน้องคนสนิทของคริมสันเฟรมวิ่งเข้ามาอย่างหน้าตั้ง สีหน้าแววตาดูตื่นตระหนก
"................?!!"
ซึ่งประโยคของเขาก็ทำให้ชายหนุ่มผมแดงถึงกับต้องผงะไป ท่าทางของเขาเองก็แปรเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน มันรีบหันขวับมามองด้วยแววตาที่ตกใจ
"อะไรนะ?!! ท่านพ่อรับศิษย์ยังงั้นเหรอ"
"มันเป็นไปได้ยังไง ท่านพ่อของข้าเนี่ยนะ"
เสียงอุทานที่ไม่น่าเชื่อได้ดังออกมาจากปากของชายหนุ่ม เพราะตัวของมันก็ย่อมรู้ดีถึงนิสัยที่เด็ดขาดของท่านพ่อตนเอง
ตั้งแต่ที่มันจำความได้ มีผู้ยิ่งใหญ่มากมายที่นำลูกหลานของตนเองมาฝากให้กับชายผู้นั้น มีแม้แต่ภูติวิญญาณประจำตัวระดับวีรชน
ทว่าท่านพ่อคนนั้นก็ไม่ได้รับเลือกใครทั้งสิ้น เขาไม่มีความคิดที่จะสนใจรับลูกศิษย์เลยด้วยซ้ำ แล้วตอนนี้ทำไมมันถึงได้กระทันหันแบบนี้ละเนี่ย
"ระ..เรื่องจริงครับลูกพี่เฟรม!!"
"ชายคนนั้นเป็นถึงผู้ครอบครองภูติวิญญาณประจำตัวระดับเทพมายา"
"เทพมารผู้บ้าคลั่งอาชูร่า ตัวตนที่เกิดปรากฏการณ์ขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน"
คำพูดของมันยิ่งทำให้หัวใจของคริมสันเฟรมต้องเต้นระรัวขึ้น นัยน์ตาเริ่มสั่นสะท้านเมื่อนึกถึงไปยังคำพูดในอดีต
ตัวของท่านพ่อเคยบอกบอกเอาไว้ว่าอยากจะมีลูกศิษย์ที่สืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างของตนเอง
ในเมื่อลูกหลานเช่นพวกเขามันไม่ได้เรื่อง
ท่านก็ต้องมองหาผู้สืบทอดคนต่อไป แล้วเงื่อนไขก็ต้องเป็นภูติวิญญาณระดับเทพมายา
ในหลายพันล้านคนของโลกมนุษย์ การถือกำเนิดขึ้นของภูติวิญญาณระดับนี้ก็มีน้อยครั้งได้ แต่ใครจะไปคิดละว่าเทพอาชูร่าที่พวกมันได้เห็นก่อนหน้านี้จะมาเป็นลูกศิษย์ของท่านพ่อตนแล้ว
บอกตามตรงว่ามันอิจฉาเป็นอย่างมาก อิจฉาซะจนอยากจะฆ่าเจ้านั่นให้ตายเลยด้วยซ้ำ
ในบรรดาลูกหลานของเจ้าเมืองมังกร ตัวของมันที่เป็นคนโตอันดับต้นๆของตระกูลคริมสันและยังเป็นหนึ่งในความหวังสืบทอดคนต่อไป มันเองก็อยากจะได้รับการสั่งสอนจากท่านพ่อสุดแกร่ง
ทว่าตอนนี้พวกเขาเหมือนจะไม่ได้รับสิทธิ์นั่นอีกต่อไป ท่านพ่อของพวกมันได้มีลูกศิษย์สืบทอดของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"หึ? ข้าจะกลับไปที่คฤหาสน์"
"ข้าเชื่อว่าพี่น้องคนอื่นๆก็ต้องรับรู้แล้วเช่นเดียวกัน พวกเขาก็คงอยากจะเห็นหน้าของมันเหมือนกับข้าเป็นแน่"
เฟรมพยักหน้ารับพร้อมกับพูดขึ้นด้วยความเฉยชา นัยน์ตาสีแดงสดของชายหนุ่มได้ทำให้ลูกน้องคนสนิทถึงกับต้องขนลุกซู่
"อึก? เดินทางปลอดภัยครับลูกพี่ใหญ่"
ลำคอได้แต่ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางจ้องมองไล่ตามแผ่นหลังสุดแข็งแกร่งของเขาไป
มันจะมีใครไม่รู้บ้างว่าบุตรชายคนที่สองของเจ้าเมืองมังกรนั่นเป็นอย่างไร เขาคือหนึ่งในความหวังในการเป็นผู้สืบทอดของท่านเจ้าเมืองมังกร ในบรรดาภรรยาทั้งหมดสามคนของท่านเจ้าเมือง ลูกพี่ใหญ่เฟรมคือลูกชายที่เกิดขึ้นมาจากภรรยาหลวง
เขาได้รับการถ่ายทอดรวมถึงสั่นสอนอะไรหลายๆสิ่งมากมาย เรียกได้ว่าเป็นบุตรชายสุดโปรดเลยทีเดียว ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่านี่แหละคือเจ้าเมืองคนต่อไป เป็นว่าที่เจ้าเมืองลำดับถัดไปของเมืองมังกรในอนาคต
แต่มันยังมีอีกคนนึงที่มีพรสวรรค์ไม่แพ้กับลูกพี่ใหญ่ของมัน เขาคนนั้นมีชื่อว่าคริมสันมิเกล
เป็นบุตรชายที่กำเนิดขึ้นมาจากภรรยาคนที่สองของท่านเจ้าเมือง ชายหนุ่มคนนี้เองก็กำเนิดขึ้นมาในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน มีนิสัยที่โหดเหี้ยมรวมถึงไม่เห็นหัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น ทำให้ทั้งสองไม่ถูกขี้หน้าและต้องเขม่นกันมาอย่างเนิ่นนาน
ทั้งคู่แข่งขันกันมาเพื่อประจบเอาใจท่านพ่อของตน อยากจะได้รับการเป็นผู้สืบทอดรวมถึงการเป็นคนโปรด ไม่ใช่แค่พวกเขา ในบรรดาลูกๆทั้งหลายของท่านเจ้าเมืองมังกรเอง ทุกคนก็อยากจะสืบทอดอำนาจรวมถึงอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น
ทว่าตอนนี้ตัวแปรคนใหม่ได้เข้ามาแทรกแซงระหว่างกึ่งกลางแล้ว มันคงทำให้สถานการณ์ภายในครอบครัวคริมสันต้องปั่นป่วนขึ้นแน่นอน
ขณะเดียวกันตัวของเซียนหลินก็ได้ถูกชายวัยกลางคนพามาที่อาณาเขตของคฤหาสน์เจ้าเมือง
สถานที่แห่งนี้กว้างใหญ่หลายตารางกิโลเมตร รายล้อมไปด้วยกำแพงหินที่ถูกสลักเอาไว้ด้วยความงดงาม ภายในอาณาเขตมีต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวขจี
มีถนนตัดผ่านเข้าไปยังด้านใน ตลอดทั้งสองข้างทางเองก็เต็มไปด้วยบรรดาคนรับใช้มากมาย
พวกเขากำลังทำกิจวัตรประจำวันต่างๆเหมือนเช่นเดิม คอยทำหน้าที่รับใช้ตระกูลคริมสัน
"นี่คือคฤหาสน์เจ้าเมืองหรือที่ทุกคนเรียกกันว่าอาณาเขตของมังกร"
"คฤหาสน์หลังตรงกลางคือที่พักของข้ารวมถึงภรรยาทั้งสามคนของข้า ส่วนบ้านเรือนอีกหลายหลังนั่นคือที่อาศัยของลูกๆข้าทั้งหมดห้าคน"
"ทว่าพวกเขาทั้งหมดก็แยกย้ายออกไปศึกษาอยู่ในสถาบันวิญญาณอื่นๆแล้ว จึงทำให้ตอนนี้มีเพียงแค่ลูกสาวคนเล็กสุดของข้าเท่านั้น นางเพิ่งมีอายุเพียงแค่7ขวบปี ยังไม่สามารถเป็นผู้ฝึกฝนวิญญาณได้"
เอชได้เล่าอธิบายถึงสถานการณ์คร่าวๆให้กับเซียงหลินได้รับฟัง ซึ่งชายหนุ่มเองก็ลอบแสยะยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้น
"ดูเหมือนท่านอาจารย์จะเสน่ห์แรงไม่น้อย"
"มีท่านอาจารย์หญิงอยู่ถึงสามคนเลยนะ?"
คำพูดเอ่ยแซวของเซียงหลินได้ทำให้ชายวัยกลางคนถึงกับชะงักค้าง
"ชะ..ชั่งเรื่องของข้าเถอะไอ้เด็กบ้า"
"ในอดีตเสน่ห์ของข้ามันแรงอยู่แล้ว"
สีหน้าของเขาเริ่มแดงก่ำและไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ยังไงดี การมีภรรยาหลายคนในยุคสมัยแห่งนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เพราะหลังจากที่โลกใต้พิภพได้เชื่อมต่อกับโลกมนุษย์ในยุคสมัยปัจจุบัน วิธีการรวมถึงหลักศีลธรรมต่างๆก็ค่อนข้างจะแปรเปลี่ยนไปอยู่ไม่น้อย
ผู้ฝึกฝนวิญญาณที่แข็งแกร่งเองก็ย่อมถูกยอมรับโดยหญิงสาวมากมายที่เข้าหา การมีภรรยาหลายคนในยุคสมัยแห่งนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
"ครับๆ ในอนาคตผมต้องเป็นเหมือนอาจารย์ให้ได้เลย อยากมีภรรยาคนสวยระดับไฉ่หลินซัก2-3คนเลยละกัน!!"
เมื่อได้ยินว่าลูกศิษย์ของตนอยากจะได้เทพธิดาจิ้งจอกมาเป็นภรรยา ตัวของเอชก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมาพร้อมกับจ้องมองไปยังความทะเยอทะยานของเจ้าเด็กบ้าเซียงหลินคนนี้ ในใจเองก็กำลังขบขันกับคำพูดที่เกิดขึ้นของเขา
"เหอะๆ เจ้าลูกศิษย์เอ้ย"
"เจ้ารู้หรือเปล่าว่ากำลังพูดถึงใครอยู่?"
"นี่เป็นถึงหนึ่งในสาวงามระดับเทพธิดาของโลกมนุษย์ อีกทั้งยังเป็นสุดยอดผู้มีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งไม่แพ้กับเจ้า แม้แต่บรรดาลูกชายของข้าก็ยังหลงใหลในตัวของนางทั้งสิ้น ทว่านางกลับไม่เคยตอบรับการแต่งงานของใครเลย"
"แล้วแบบนี้เจ้าจะใช้วิธีใดในการพิชิตใจตัวของเทพธิดาจิ้งจอกสวรรค์ได้กัน บอกตามตรงมันเป็นไปไม่ได้หรอก"
ถึงตัวของอาจารย์เช่นมันอยากจะให้กำลังใจในตัวศิษย์ใหม่คนนี้อย่างมาก แต่เขาต้องพูดความจริงออกมาเพื่อให้ชายหนุ่มนั้นตัดใจ
"หึหึ ท่านอาจารย์ มีความฝันมันก็ดีไม่ใช่หรอ?"
"ในอนาคตถึงยังไงผมก็ต้องขึ้นสู่ผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดอยู่แล้ว การมีคนระดับเทพธิดาอยู่เคียงข้าง แน่นอนว่ามันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วละ"
"ท่านอาจารย์จำคำพูดนี้ไว้เลยนะครับ"
คำพูดที่มั่นหน้าของเซียงหลินยิ่งทำให้ชายวัยกลางคนถึงกับไปไม่เป็น เขาได้แต่ถอนหายใจออกมา
ดูเหมือนมันจะรับศิษย์ที่มีความทะเยอทะยานเป็นอย่างมากเข้ามาแล้วสิ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ใช่แค่อยากจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งของโลกมนุษย์ ทว่าเขาอยากจะมีเมียเป็นคนระดับเทพธิดาเลยด้วย
ถ้าเกิดว่ามันเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้กับคนอื่นๆฟัง พวกมันทั้งหมดคงจะหัวเราะเยาะในความคิดของเซียงหลินอย่างแน่นอน
"เอาเถอะไอ้เจ้าเด็กบ้าคนนี้"
"ไว้ถึงเวลาเจ้าก็จะเข้าใจเอง"