ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 5 บทที่ 144 ไสหัวไป การสอบระดับชาติไม่มีที่สำหรับแก

            “ช่างเถอะ ตรงนี้ยังแย่งชิงกันดุเดือดเกินไปพวกเราเข้าไปข้างในต่อกันดีกว่า”

            เมื่อคิดได้ดังนี้ลู่เซิ่งก็ยังไม่หยุดพักอยู่ที่เดิมเขาขี่ออสการ์มุ่งหน้าลึกเข้าไปยังส่วนในสุดของดินแดนลับรกร้างอีกครั้ง

            หลังจากผ่านไปอีกไม่กี่นาที

            ในที่สุดลู่เซิ่งก็มาถึงพื้นที่ส่วนที่สามของดินแดนลับรกร้างที่เรียกว่า‘เขตมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูง’

            ซึ่งแตกต่างจากสองเขตก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

            ในเขตมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงนี้จำนวนผู้ใช้อาชีพลดฮวบลงไปกว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์มีเพียงผู้ใช้อาชีพไม่กี่คนที่กำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์และคนเหล่านี้ล้วนเป็นพวกอาชีพระดับอัจฉริยะและอาชีพลับทั้งสิ้น

            ขณะที่ในป่าทึบโดยรอบยังมีมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงเดินเตร่ไปมาอยู่ไม่น้อยโดยที่ไม่มีใครเข้ามาจัดการเลยสักคน

            ทว่าเรื่องนี้ลู่เซิ่งเองก็คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว

            เพราะมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงขึ้นชื่อเรื่องเลือดที่เยอะและพลังรบที่สูงส่ง

            มอนสเตอร์ระดับนี้อยู่ในขั้นที่ผู้ใช้อาชีพจำเป็นต้องตั้งทีมถึงจะกำจัดได้

            คงมีเพียงแต่พวกอาชีพระดับอัจฉริยะและอาชีพลับที่มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งกว่าเท่านั้นถึงจะพอฟาร์มเดี่ยวได้ไหว

            เมื่อคิดได้ดังนี้ลู่เซิ่งก็เริ่มมั่นใจเขาเหลือบมองค่าสถานะพื้นฐานของมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงเหล่านี้

            [เป้าหมาย: หมีป่าคลุ้มคลั่ง]

            [เผ่าพันธุ์: สัตว์ป่า]

            [ระดับ: ชนชั้นสูง]

            [เลเวล: 200]

            [ค่าพลังชีวิต: 12,700]

            [ค่ามานา: 8,000]

            [ระดับดาวพลังรบ: 720 ดาว]

            [สกิลเฉพาะ 1: เสียงคำรามบั่นทอน]

            [สกิลเฉพาะ 2: ขย้ำรุนแรง]

            [สกิลเฉพาะ 3: กรงเล็บจู่โจม]

            ...นี่คือสัตว์ป่าสุดสยองที่ทำให้ผู้คนขวัญหนีดีฝ่อ!

            ...

            “เลือด 12,000 ระดับดาวพลังรบ 720 ดาว...”

            เมื่อมองดูค่าสถานะพื้นฐานของมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงรอบๆลู่เซิ่งก็เอ่ยขึ้น

            “ออสการ์ ตามความสามารถของแกในตอนนี้ถ้าต้องรับมือกับมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงพวกนี้ แกจะฆ่าได้เร็วที่สุดตัวละกี่นาที?”

            ลู่เซิ่งถามออสการ์พลางมองไปยังมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงที่มีจำนวนไม่น้อยรอบกาย

            “ถ้าอยู่ในร่างมังกร ไอ้พวกสวะพวกนี้ข้าแค่สะบัดมือก็ฆ่าได้ในพริบตาแล้ว”

            ออสการ์ตอบอย่างหยิ่งผยอง

            แต่พอสิ้นคำพูดน้ำเสียงของมันก็เปลี่ยนไปใบหน้าสุนัขขนาดใหญ่ของมันปรากฏรอยยิ้มขมขื่นที่ดูราวกับมนุษย์

            “แต่ตอนนี้ข้าอยู่ในร่างพิทักษ์เลยแสดงพลังรบออกมาได้ไม่เต็มที่ทำได้แค่ใช้สกิลค่อยๆ ตอดเลือดไป... ตัวหนึ่งน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 นาทีนิดๆ”

            “นาทีเศษต่อตัวงั้นเหรอ? งั้นก็น่าจะพอแล้ว”

            ลู่เซิ่งพยักหน้าก่อนจะเหลือบมองเวลาบนแผงคะแนน

            ในตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียง 54 นาทีก่อนการทดสอบจะสิ้นสุดลง

            ถ้าออสการ์กำจัดมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงได้หนึ่งตัวภายในเวลาประมาณ1นาที เมื่อการทดสอบจบลง มันก็น่าจะกำจัดได้อย่างน้อยมากกว่า 40ตัว

            มอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูง40ตัว ตัวละ 200 คะแนน นั่นก็คือ 8,000 คะแนน ซึ่งสูงกว่าคะแนนที่ได้จากการกำจัดมอนสเตอร์ระดับบอสสามตัวเสียอีก

            เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งก็เริ่มเบาใจ และเตรียมจะสั่งให้ออสการ์เริ่มลงมือทำงานทันที

            ทว่าในจังหวะนั้นเองเงาร่างหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกลับดึงดูดความสนใจของลู่เซิ่งเข้าเสียก่อน

            “สายฟ้าต่อเนื่อง”

            เปรี้ยง

            HP-122

            HP-135

            HP-136

            HP-129

            ภาพที่เห็นคือผู้ใช้อาชีพ‘วิถีรบอัสนี’ หลี่เทียนหัวยืนอยู่ริมลำธารสายเล็กๆทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งเขากำลังกระหน่ำโจมตีใส่มอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงตัวหนึ่งอย่างสุดกำลัง

            และพลังต่อสู้ของเขาก็ไม่ธรรมดาจริงๆเพราะเขาสามารถตอดเลือดของมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงตัวนั้นจนหายไปมากกว่าครึ่งดูท่าแล้วคงจะกำจัดได้ด้วยตัวคนเดียวในอีกไม่ช้า

            แต่ในชั่วพริบตานั้นเอง

            “โรคทรมาน: อาเจียนเป็นโลหิต”

            “โรคทรมาน: ลำไส้เน่าเฟะ”

            วูบวูบ...

            จู่ๆสัญลักษณ์ประหลาดสองอย่างก็ปรากฏขึ้นเหนือหัวของเขาโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

            “เอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้น?”

            หลี่เทียนหัวที่น่าสงสารยังไม่ทันตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้นก็รู้สึกพะอืดพะอมมวนท้องอย่างรุนแรง

            แหวะ

            วินาทีต่อมาเขาไม่อาจกลั้นไว้ได้จนต้องก้มตัวลง แล้วอาเจียนออกมาอย่างหนักตรงนั้นทันที

            ส่วนมอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูงก็ได้จังหวะกระหน่ำโจมตีใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง

            “กรงเล็บจู่โจม”

            ปังปัง

            HP-522

            HP-571

            “อ๊าก...”

            หลี่เทียนหัวที่ไม่ได้ระวังตัวถูกหมีป่าคลุ้มคลั่งตบจนกระเด็นไปสองตลบ เลือดหายวับไปทันทีพันกว่าหน่วย

            แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านี้

            ในจังหวะสำคัญที่เขาพยายามจะลุกขึ้นจากพื้นเพื่อโจมตีหมีป่าคลุ้มคลั่งต่อ

            พรวดพรวด...

            พร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยมาหลี่เทียนหัวรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่เป้ากางเกง

            เขาถึงกับถ่ายราดกางเกงตรงนั้นทันที

            ในขณะเดียวกันทั้งเลือดและมานาของเขาก็เริ่มลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นด้วยตาเปล่า

            “ไอ้สารเลว ไอ้คนขี้ขลาดที่ไหนบังอาจลอบกัดฉันจากข้างหลัง?”

            มาถึงจุดนี้หลี่เทียนหัวก็ไม่อาจสะกดกลั้นความโกรธแค้นในใจได้อีกต่อไปเขาไม่สนแม้แต่หมีป่าคลุ้มคลั่งที่อยู่ตรงหน้า และเริ่มตะโกนด่าทอไปรอบทิศ

            สิ้นเสียงด่าของเขา

            “ลมหายใจชั่วร้าย”

            ตูมตูม ตูม...

            ทันใดนั้นลมหายใจสามสายที่มีสีสันต่างกันก็พุ่งเข้าใส่จากระยะไกลกระแทกเข้ากับร่างของหมีป่าคลุ้มคลั่งที่เหลือเลือดไม่มากนักอย่างจังจนหลอดเลือดของมันว่างเปล่าทันที

            โฮก...

            พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวังก่อนตาย

            หมีป่าคลุ้มคลั่งล้มตึงลงกับพื้นและสิ้นใจไปในที่สุด

            “แย่แล้ว มอนสเตอร์ของฉัน”

            เมื่อเห็นภาพนี้หลี่เทียนหัวแทบจะถลนตาออกมาจากเบ้า

            ต้องรู้ก่อนว่าเมื่อครู่เขาต้องออกแรงมหาศาลกว่าจะตอดเลือดของหมีป่าคลุ้มคลั่งตัวนี้จนปางตายได้

            เขาถึงขั้นต้องยอมแลกด้วยเลือด60%และมานา 40% ของตัวเอง

            แต่สุดท้ายมอนสเตอร์กลับถูกชุบมือเปิบไปความพยายามทั้งหมดที่เขาทุ่มเทมากลับกลายเป็นการทำคุณเพื่อคนอื่นเสียอย่างนั้น

            แบบนี้จะไม่ให้เขาร้อนรนและโกรธแค้นได้อย่างไร?

            “ฮ่าฮ่า ลำบากแกช่วยฉันตีมอนสเตอร์แล้วนะ”

            ในตอนนั้นเองเงาร่างหนึ่งก็ค่อยๆ เดินออกมาจากพุ่มไม้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลู่เซิ่ง?

            “ฮะ? แกเองเหรอ? ลู่เซิ่ง?”

            เมื่อเห็นว่าเป็นลู่เซิ่งหลี่เทียนหัวก็ถึงกับเบิกตากว้างเขาเพิ่งจะอ้าปากตั้งใจถามว่าทำไมถึงมาแย่งมอนสเตอร์ที่เขาอุตส่าห์ตีจนน่วมไป

            แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไรในท้องก็เกิดอาการปั่นป่วนขึ้นมาอีกครั้งแถมยังปวดมวนที่ท้องน้อยอย่างรุนแรงจนดูเหมือนจะราดออกมาได้ทุกเมื่อ

            “แก... เมื่อกี้แกทำอะไรกับฉัน?”

            ในที่สุดหลี่เทียนหัวก็ทนไม่ไหวตะคอกถามลู่เซิ่งเสียงหลงพลางรีบตรวจสอบสถานะด้านลบบนร่างกายตัวเอง

            แต่พอเขาเหลือบมองดูเท่านั้นแหละก็แทบจะช็อกจนสิ้นสติไปตรงนั้น

            “อะไรนะ? ผลจากโรคงั้นเหรอ? แถมยังชำระล้างไม่ได้ด้วย?”

            “ไสหัวไปซะการสอบระดับชาตินี้เตรียมไว้สำหรับผู้ใช้อาชีพของประเทศเสินเซี่ยเท่านั้นไม่มีที่สำหรับพวกหน้าหมาอย่างแก”

            ลู่เซิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยมองหลี่เทียนหัวด้วยสายตาที่เหมือนมองสุนัขตัวหนึ่ง

            “ลู่เซิ่ง แกหมายความว่ายังไง นี่มันสนามสอบระดับชาตินะแล้วพวกเราก็ยังเป็นเพื่อนร่วมชั้น...” หลี่เทียนหัวได้ยินเข้าก็แทบจะกระอักเลือดด้วยความแค้นกำลังจะอ้าปากพูดต่อแต่ลู่เซิ่งกลับโบกมือขัดจังหวะ

            “ไปลงนรกซะเถอะ ฉันไม่มีเพื่อนร่วมชั้นขยะๆ แบบแก”

            ลู่เซิ่งด่าออกไปอย่างไม่ไว้หน้ากับหลี่เทียนหัวที่ทรยศต่อประเทศชาติของตนเองและคิดจะหนีไปเป็นสุนัขรับใช้คนอื่นจนกลายเป็นคนขายชาติลู่เซิ่งไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้แม้แต่นิดเดียว

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน