"โฮ่งๆๆ!!"
ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงเห่าอย่างออดอ้อนดังขึ้นพอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นทิเบตันมาสทิฟสีดำตัวหนึ่งนั่งอยู่ตรงประตู มันแลบลิ้นกระดิกหางรอรับอย่างตั้งใจ
จ้าวลี่อิ่งร้องอย่างดีใจ "ต้าเฮย! ฮี่ๆ... พี่ซือซือ เห็นมั้ยต้าเฮยตั้งใจมารอต้อนรับเราที่หน้าประตูเลยนะ น่ารักไหมล่ะ... หืม? ต้าเฮย อะไรห้อยคอแกอยู่น่ะ"
พูดไปเธอก็ขมวดคิ้วไป พอสังเกตดีๆก็เห็นว่าขนบริเวณคอของต้าเฮยที่น่าจะถูกเล็มสั้นแล้วกลับดูเหมือนยาวขึ้นพอมองชัดๆ ก็พบว่ามันคือผ้าดำผืนหนึ่ง...
เดี๋ยวก่อน...นั่นไม่ใช่เศษผ้าธรรมดานี่ ทำไมดูคุ้นตาจัง ทำไมดูคล้ายๆ กับกระโปรงตัวใหม่ที่ฉันเพิ่งซื้อเมื่อไม่กี่วันก่อน...
หัวใจของจ้าวลี่อิ่งเริ่มจมดิ่งด้วยลางสังหรณ์บางอย่างเธอไม่แม้แต่จะเปลี่ยนรองเท้า รีบเดินตรงไปหาต้าเฮยแล้วเอาเศษผ้าดำนั่นออกจากคอมันทันที
"โฮ่งๆ..."
ต้าเฮยยังไม่รู้อะไรเลย มันยังคงจำหลักว่าต้องคอยเอาใจเจ้านายใหม่ให้ดี กระดิกหางเดินวนไปรอบๆ ตัวจ้าวลี่อิ่ง
จ้าวลี่อิ่งเพ่งดูอย่างละเอียด แล้วก็พบว่า... ใช่จริงๆ ด้วย นี่มันกระโปรงของเธอ!แม้จะดูไม่ออกเพราะมันกลายสภาพเป็นเศษผ้าไปแล้วก็ตาม...
"อะไรเนี่ย ทำไม...ทำไมเป็นแบบนี้ได้..."จ้าวลี่อิ่งเบิกตากว้าง ก้มหน้ามองต้าเฮย แล้วพูดเสียงเครียด "ต้าเฮย!แกทำอะไรลงไปเนี่ย!"
"โฮ่ง?" ต้าเฮยหยุดเดินวนแล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายสาวด้วยแววตาไร้เดียงสา
ตอนนั้นเอง หลิวซือซือก็เดินมาหยุดอยู่ข้างจ้าวลี่อิ่งเธอมองดูเศษผ้าในมือ แล้วหันไปมองต้าเฮยอีกครั้งจากนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นเหมือนสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังห้องนั่งเล่น แล้วก็ถึงกับชะงัก สีหน้าตกตะลึง
สำหรับเธอแล้ว การจะแสดงสีหน้าแบบนี้ออกมาถือว่าไม่ง่ายเลย
จ้าวลี่อิ่งเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติ เธอขยับตัวออกจากทางเข้าบ้านก้าวไปด้านข้างเล็กน้อย ก่อนจะได้เห็นภาพในห้องนั่งเล่นเต็มสองตา...
ริมฝีปากเล็กๆ ของเธออ้าออกโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกโพลงแสดงออกถึงความตกตะลึงสุดขีด
ภายในห้องนั่งเล่นราวกับเพิ่งผ่านเหตุการณ์โลกาวินาศหรือเหมือนมีทีมรื้อถอนเพิ่งทำงานเสร็จสิ้น พื้นที่ทั้งห้องเต็มไปด้วยซากความวินาศโซฟาถูกกัดพรุนเป็นรู โต๊ะน้ำชามีรอยข่วนเต็มไปหมด ตู้ใต้ทีวีเปิดค้างข้าวของกระจัดกระจาย แม้แต่ผ้าม่านตรงระเบียงก็ยังขาดวิ่น...
"กรี๊ดด!!"
หลังยืนตะลึงไปหลายวินาทีจ้าวลี่อิ่งก็ส่งเสียงกรีดร้องจนหลิวซือซือที่อยู่ข้างๆ สะดุ้ง
ต้าเฮยเองก็สะดุ้งถอยหลังไปครึ่งเมตร
"นี่มัน... นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!!"
จ้าวลี่อิ่งหน้าเปลี่ยนสี พุ่งเข้าไปในห้องนั่งเล่นมองสภาพเละเทะตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ แล้วพึมพำไม่หยุด"ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้!"
"ว้าย! ห้องฉัน!"
เมื่อเธอมองเลยไปถึงห้องนอนของตัวเอง เธอก็ยิ่งกรีดเสียงหลงคราวนี้เสียงแทบจะกลายเป็นสะอื้น เธอวิ่งเข้าไปในห้องเห็นสภาพภายในไม่ต่างจากห้องนั่งเล่นเลยสักนิด ก็แทบจะร้องไห้ออกมาตรงนั้น
"โฮ่งๆ?"
เสียงเห่าดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้จ้าวลี่อิ่งได้สติกลับมาเธอหันกลับไปเห็นต้าเฮยที่ยังยืนอยู่หน้าห้องนอน กระดิกหางมองเธอด้วยแววตาออดอ้อน
เลือดลมพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง จ้าวลี่อิ่งเบิกตา แก้มพองแล้วเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น ชี้หน้าต้าเฮยแล้วตะโกนลั่น "ต้าเฮย! นี่ฝีมือแกใช่ไหม! ฮ้า?!"
"โฮ่ง?" ต้าเฮยเอียงคอมองอย่างไม่เข้าใจเพราะในชีวิตหมาของมัน ยังไม่เคยมีประสบการณ์อย่าง 'พังบ้านแล้วจะโดนอะไร'
เห็นต้าเฮยทำหน้าเซ่อซ่าแบบนั้น จ้าวลี่อิ่งก็ยิ่งเดือดปุดๆสภาพในบ้านเป็นแบบนี้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือหมาแน่นอน
แม้เธอไม่เคยเจอกับตัว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นภาพกับคลิปในเน็ตทว่าในความทรงจำของเธอ หมาที่ชอบก่อเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ฮัสกี้หรอกเหรอแล้วทำไมทิเบตันมาสทิฟถึง...
เดี๋ยว... ช้าก่อน!!
"มั่วมั่วล่ะ!"
จ้าวลี่อิ่งเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีหมาอีกตัวอยู่ในบ้านแถมยังเป็นหมาที่มีประวัติไม่ค่อยดีด้วย เธอรีบหันซ้ายหันขวา มองหาเจ้าฮัสกี้ทันที
"บรู๋วว..."
ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงหอนแบบงัวเงียดังมาจากข้างๆ
จ้าวลี่อิ่งหันไปมอง เห็นเจ้าฮัสกี้เดินสะลึมสะลือออกมาจากห้องนอนเล็กหน้าตายังเหมือนเพิ่งตื่น
ฮัสกี้เดินออกมาแล้วเห็นจ้าวลี่อิ่ง ก็กระดิกหางเห่าเบาๆ เหมือนทักทายแล้วหันไปมองห้องนั่งเล่นที่เละไม่มีชิ้นดี
มันดูเหมือนชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วก็เอียงคอทำหน้างงราวกับจะถามว่า 'เกิดอะไรขึ้นเนี่ย'
จ้าวลี่อิ่งเองก็อึ้ง เธอเดินไปที่หน้าประตูห้องนอนเล็ก แล้วมองเข้าไปเห็นว่าข้างในยังเรียบร้อยดีทุกอย่าง ที่เตียงยังมีรอยยุบเหมือนเพิ่งมีคน(หรือหมา) นอนอยู่
เธอหันกลับมามองฮัสกี้ แล้วพูดด้วยสีหน้าแปลกใจว่า "เมื่อกี้แกนอนอยู่เหรอ"
ไม่รู้ว่าเจ้าฮัสกี้ไม่ได้ยินหรือไม่เข้าใจ มันไม่ได้ตอบอะไรเพียงเดินวนรอบห้องนั่งเล่นเหมือนกำลังสำรวจสถานการณ์แล้วก็เงยหน้ามองจ้าวลี่อิ่งด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัย เหมือนจะพูดว่า 'ฉันแค่นอนหลับไปตื่นเดียว บ้านถึงกับเละขนาดนี้เลยเหรอ'
จ้าวลี่อิ่งเริ่มรู้สึกสับสนในใจ...
หรือว่านี่จะไม่ใช่ฝีมือฮัสกี้จริงๆ?
ต้าเฮยเดินมาหาสวี่มั่ว ถามด้วยความสงสัยว่า "ลูกพี่ๆทำไมเจ้านายดูแปลกๆ อะ"
เสียงของต้าเฮยทำให้เพลิงโทสะในใจจ้าวลี่อิ่งปะทุขึ้นอีกครั้ง
ฮัสกี้จะเกี่ยวไม่เกี่ยวก็ช่างเถอะ ยังไงทิเบตันก็ผิดชัวร์!!
เพราะท่ามกลางผ้าห่มที่ขาดยับเยินบนพื้นห้องนอนเมื่อครู่นั้นจ้าวลี่อิ่งเห็นขนสุนัขสีดำติดอยู่ไม่น้อย ชัดเจนว่าหลุดมาจากต้าเฮยแน่ๆ
แม้ทิเบตันมาสทิฟจะเพิ่งตัดขนและอาบน้ำมาแต่ก็ยังมีขนที่ตัดแล้วหลงเหลืออยู่บ้าง
"เจ้าต้าเฮย!! แก...แกทำฉันโมโหจนจะเป็นบ้าอยู่แล้วนะ!! ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย!!"
จ้าวลี่อิ่งหน้าแดงก่ำเพราะความโกรธ ตะโกนใส่ต้าเฮยเสียงดังลั่น
"โฮ่ง?" ต้าเฮยเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสีหน้างุนงงใบหน้าเซ่อซ่าเหมือนไม่รู้สึกผิดยิ่งทำให้จ้าวลี่อิ่งโมโหหนักเข้าไปอีก
เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป รีบย่อตัวลงคว้าหูสองข้างของต้าเฮยมาเขย่าแรงๆแล้วพูดดังลั่นอย่างคับแค้น "ฉันอุตส่าห์นึกว่าแกเป็นหมานิสัยดีแท้ๆ!!แค่ฝากบ้านครั้งแรกก็เล่นซะเละขนาดนี้! ทำไมๆ ทำไมถึงทำแบบนี้!!แกทำฉันโมโหมากเลยรู้ไหม!!"
"โฮ่ง บรู๋วว... บรู๋ววว... (ช่วยด้วยๆ ลูกพี่ๆ!เจ้านายเป็นอะไรไปเนี่ย!)"
ต้าเฮยถูกเขย่าจนหัวหมุน งงเป็นไก่ตาแตกยังไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองผิดอะไร มันรีบหันไปขอความช่วยเหลือจากสวี่มั่ว
สวี่มั่วปรายตามองมันแล้วพูดสั้นๆ ว่า "อย่าพูดมาก!ยอมรับผิดไปซะก็จบแล้ว!"
"ยอมรับผิด? ยอมรับอะไรอะ...ผม... โอ๊ยๆ!!"
ต้าเฮยยังพูดไม่ทันจบ จ้าวลี่อิ่งก็คว้าคอมัน แล้วลากตรงไปยังระเบียงเธอฮึดฮัดก่อนตะคอกว่า "ไป! ไปยืนคิดให้ดีๆ ว่าแกทำอะไรลงไปบ้าง!!"
เห็นจ้าวลี่อิ่งทั้งดุทั้งไล่ต้าเฮยที่ตัวใหญ่เกินเอวไปอยู่ที่ระเบียงหลิวซือซือที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ถึงกับกำมือแน่นอย่างลุ้นระทึก ในใจได้แต่คิดว่า
นั่นมันทิเบตันมาสทิฟนะ! ลี่อิ่ง เธอนี่ใจกล้าจริงๆ...