การกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2

    บทที่ 31 ผมอยากจะทำอะไรก็ได้

    บทที่ 31 ผมอยากจะทำอะไรก็ได้

     

    ในห้องประชุมขนาดใหญ่

     

    เจียวซื่อเหิงยิ้มพลางจับมือทักทายเหลิ่งชิงชิว “ประธานเหลิ่ง คุณช่างเป็นคนอายุน้อยมากความสามารถจริง ๆ เป็นสาวที่ทั้งเก่งและแกร่ง! เรามาเซ็นสัญญาทำงานร่วมกันเถอะครับ ฮ่า ๆ ๆ เพื่อความสำเร็จของทั้งสองฝ่าย!”

     

    เหลิ่งชิงชิวยิ้มตอบรับตามมารยาท “ขอโทษด้วยที่ให้คุณต้องรอนานนะคะ”

     

    “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรครับ มาก็ดีแล้ว! คุณต้องการอ่านสัญญาอีกครั้งไหมครับ?”

     

    เหลิ่งชิงชิวตอบ “ไม่ละค่ะ เซ็นได้เลย”

     

    “ดีครับ เฉียบขาดดี! สมแล้วที่เป็นนักธุรกิจสาวอันดับหนึ่งของประเทศเป่ย ทำงานรวดเร็วและฉับไว งั้นพวกเรามาเซ็นสัญญากันเลยเถอะครับ!”

     

    ตอนนี้เองที่ประตูใหญ่ถูกถีบจนเปิดออก

     

    เสียงนั้นดังโครมครามจนทุกคนต้องหันไปมองพร้อมกัน

     

    ประตูกระจกแตกกระจัดกระจายเต็มพื้น

     

    สองมือของลู่เฉิงเหวินสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เขายืนหน้าประตูด้วยท่าทางไม่เกรงกลัวใคร

     

    บอดีการด์ที่อยู่ข้าง ๆ จะเดินเข้ามาแต่ก็โดนจ้าวกังผลักออก

     

    จ้าวกังชี้หน้า “คุณชายลู่ทำงานอยู่ ไม่อยากตายก็อยู่ห่าง ๆ ซะ!”

     

    ชื่อเสียงด้านดี ๆ ของลู่เฉิงเหวินอาจจะไม่มี แต่ชื่อเสียฉาวโฉ่นั้นมีเต็มกระเป๋าหลัง

     

    ไม่รู้จักลู่เฉิงเหวิน ก็เท่ากับไม่เคยมาเมืองเสวี่ย

     

    ใครไม่เคยแอบด่าลู่เฉิงเหวินในใจเท่ากับไม่เคยอาศัยอยู่ในเมืองเสวี่ย

     

    ทว่าไม่มีใครกล้าแตะต้องลู่เฉิงเหวิน

     

    ลู่เฉิงเหวินดึงเนกไทให้คลายออก พลางเดินเหยียบเศษกระจกเข้ามาข้างใน คนนับสิบที่จ้าวกังพามาค่อย ๆ เดินตามเข้าไป ท่าทีคล้ายกับกลุ่มโจรป่า คนของสองบริษัทยืนกระจายตัวอยู่ทั้งสองด้าน

     

    จู่ ๆ เหลิ่งชิงชิวก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายเท่ระเบิด

     

    บรรยากาศก้าวร้าว แข็งกระด้างแบบไม่สนใจใคร ราวกับไม่มีใครใหญ่เกินตัวเองแบบนั้น มันเท่ซะจนไม่มีคำใดที่จะบรรยายได้

     

    เหลิ่งชิงชิวชอบคนแข็งกระด้าง

     

    เธอเกลียดพวกที่ชอบตามง้องอนเป็นที่สุด

     

    ผู้ชายที่ไม่มีความแข็งแกร่ง ไม่ใช่ลูกผู้ชายตัวจริง!

     

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหญิงสาวรู้ว่าเขาทำไปเพื่อปกป้องเธอ คุ้มครองเธอ ความโกรธแค้นภายในใจก็จะเหือดหายไป คงไว้แต่ความตื้นตันใจ

     

    ทว่าเธอก็ยังคงแสร้งทำเป็นโมโห “ลู่เฉิงเหวิน! คุณกำลังทำอะไรน่ะ?”

     

    เจียวซื่อเหิงเองก็ตกใจเหมือนกัน “ประธานเหลิ่ง คนคนนี้เป็นใครกันครับ? ทำไมถึงได้ไร้มารยาทสิ้นดี?”

     

    เหลิ่งชิงชิวตอบ “ไม่ต้องห่วงนะคะ ที่นี่ยังมีฉันอยู่”

     

    “เอ่อ... ครับ ครับ”

     

    หญิงสาวแสร้งทำเป็นโกรธ “ลู่เฉิงเหวิน พวกเรากำลังคุยธุรกิจกันอยู่ คุณอย่ามาก่อกวน!”

     

    “คุยธุรกิจบ้าบอน่ะสิ!”

     

    ลู่เฉิงเหวินราวกับลูกพี่ใหญ่ของแก๊งมาเฟีย เขาเดินเข้ามาพร้อมกับทำหน้าบึ้งตึง ใช้สายตาดุดันหันมองรอบด้าน ทุกคนในที่แห่งนั้นพากันก้มหน้าเงียบ และไม่กล้าสบสายตาด้วย

     

    ชายหนุ่มตะโกน “เจียวซื่อเหิง ออกมานี่สิ!”

     

    เจียวซื่อเหิงไหนเลยจะกล้าโผล่หัวออกไป ผู้ชายคนนี้ดูท่าทางไม่ใช่คนดีอะไรเลย!

     

    เขาหันกลับไปมองเหลิ่งชิงชิว และหญิงสาวก็พูดปลอบใจอีกฝ่าย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ วางใจได้ ที่นี่มีฉันอยู่ทั้งคน”

     

    เหลิ่งชิงชิวตวาดใส่ “ลู่เฉิงเหวิน คุณอย่ามาก่อกวนนะ! ระวังฉันจะไม่สนใจคุณอีก!”

     

    “ไม่สนใจ?” ลู่เฉิงเหวินหัวเราะ “วันนี้ผมจะเป็นฝ่ายไม่สนใจก่อน! คนแซ่เจียว เหลิ่งชิงชิวเป็นว่าที่ภรรยาของฉัน นายกล้าดียังไงมาจีบเธอ?”

     

    เจียวซื่อเหิงสะดุ้ง “โอ๊ย! คุณชายลู่นี่เอง! ขออภัยครับ ขออภัย ผมทำตัวเสียมารยาทไปเองครับ อีกอย่างเข้าใจผิดแล้ว ผมมาพูดคุยธุรกิจกับประธานเหลิ่ง ไม่ได้มาจีบอะไรเลยครับ!”

     

    สัญญาถูกฉีกและฟาดใส่หน้าเจียวซื่อเหิง “จัดการ!”

     

    จ้าวกังปล่อยหมัดชกเจียวซื่อเหิงจนกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น พลางขึ้นไปเหยียบอก จู่ ๆ มือที่ถือไม้กระบองก็หยุดนิ่ง “คุณชายลู่ จะให้ซัดยังไงดีครับ?”

     

    ลู่เฉิงเหวินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ประธาน ท่าทางของเขาราวกับเป็นเจ้าพ่อ “อัดจนกระทั่งวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงตรงก็ยังลุกไม่ขึ้น”

     

    “ครับ!” จ้าวกังกำลังจะควงกระบองลงมือกับอีกฝ่าย ทว่าทันใดนั้นก็หันกลับไปถามชายหนุ่มอีกครั้ง “คุณชายครับ เวลามันเป๊ะเกินไป ผมกลัวว่าไม่สามารถกะเวลาได้ตรงเป๊ะขนาดนั้นครับ!”

     

    “ให้ตายสิ ทำไมถึงได้มีคำถามเยอะจริง ๆ อัด ๆ ไปเถอะน่า!”

     

    คนของเจียวซื่อเหิงไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ทำให้ไม่มีใครคนไหนกล้าออกมาขวางทางชายหนุ่ม

     

    เจียวซื่อเหิงตะโกน “ประธานเหลิ่ง ช่วยด้วยครับ ช่วยผมอธิบายหน่อย!...”

     

    เหลิ่งชิงชิวเอ่ย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มีฉันอยู่ทั้งคน”

     

    “ฮะ? แบบนี้แล้วก็ยังคิดว่าไม่เป็นไรอีกเหรอ? โอ๊ย!”

     

    จ้าวกังเริ่มลงมือจัดการ

     

    ลู่เฉิงเหวินนั่งโยกเก้าอี้ประธานอย่างสบายใจ ถ้าในโลกนี้ไม่มีหลงอ้าวเทียน ฉันอยากจะทำอะไรก็ได้ไม่มีใครห้ามได้แล้ว

     

    เจียวซื่อเหิงถูกอัดจนร้องไม่เป็นภาษา

     

    เหลิ่งชิงชิวยืนพูดอยู่ข้าง ๆ “ลู่เฉิงเหวิน หยุดนะ! อย่าลงมือรุนแรงถึงขนาดนั้น!”

     

    ทว่าคนของเจียวซื่อเหิงไม่เข้าใจภาพตรงหน้าเลยสักนิด

     

    สองคนนี้กำลังเล่นพิเรนทร์อะไรอยู่?

     

    คนหนึ่งตั้งใจจะอัดเจ้านายของพวกเขาให้น่วมจนวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงตรงก็ยังลุกไม่ขึ้น

     

    ส่วนอีกคนหนึ่งกลับบอกว่า ‘อย่าทำรุนแรงถึงขนาดนั้น’ …แล้วต้องรุนแรงขนาดไหน? แบบนี้เรียกว่าห้ามงั้นเหรอ?

     

    ลู่เฉิงเหวินมองเหลิ่งชิงชิวพร้อมกับทำหน้าตาเลียนแบบคนชั่วช้า “ฉัน ลู่เฉิงเหวิน คุณชายผู้ชั่วช้าอันดับหนึ่งของเมืองเสวี่ย! นี่คือสไตล์ของฉัน มันจะทำไมฮะ?”

     

    เหลิ่งชิงชิวเห็นเขาแกล้งทำท่าผู้ชายชั่วร้ายแล้วรู้สึกขำ เธอพูดพร้อมกับผลักเขาเบา ๆ “เลิกอัดได้แล้ว”

     

    ท่าทีของหญิงสาวตอนนี้เหมือนกับกำลังออดอ้อน

     

    “ฮะ?”

     

    เหลิ่งชิงชิวค้อนใส่อีกฝ่าย “เลิกอัดเขาได้แล้ว ฉันไม่เซ็นสัญญาแล้ว”

     

    ลู่เฉิงเหวินร้องเรียก “จ้าวกัง”

     

    จ้างกังขานรับ “ครับคุณชาย! อีกแค่นิดเดี๋ยวก็จะถึงเวลาที่คุณชายกำหนดแล้วครับ ผมคาดว่ายังขาดอีกสามชั่วโมงยี่สิบห้านาทีกับอีกสามสิบเจ็ดวินาทีครับ!”

     

    มุมปากของหานเยว่กระตุก

     

    เธอคิดในใจว่าสองคนนี้กำลังเล่นบ้าอะไรอยู่? จะอัดคนให้ครบตามเวลาที่กำหนดจริง ๆ เหรอ? แล้วพวกนายเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์? คิดจะวัดกันละเอียดถึงวินาทีเลย?

     

    ลู่เฉิงเหวินสั่ง “พอได้แล้ว ไม่ต้องอัดแล้ว ปล่อยพวกเขาไป”

     

    ทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว

     

    เจียวซื่อเหิงคาดไม่ถึงว่าเงินจำนวนหลายพันล้านที่กำลังจะโอนเข้าสู่บัญชี สุดท้ายกลับหายไปง่าย ๆ แบบนี้

     

    และที่สำคัญนายจะอ้างอะไรก็ได้ทั้งนั้น ...แต่ทำไมถึงต้องอ้างว่าฉันตามจีบเหลิ่งชิงชิวด้วย! ฉันไม่มีแรงจีบหรอก...

     

    แม้แต่นายก็ยังจีบเหลิ่งชิงชิวไม่สำเร็จ ให้ฉันไปจีบไม่เท่ากับหาที่ตายหรอกเหรอ?

     

    เรื่องนี้มันมีพิรุธ!

     

     


    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2 ที่คุณอ่าน