ระบบสุดยอดเทพเจ้า

    ตอนที่ 44 นักฆ่ากระหายเลือด

    จากนั้นบางคนที่เหลืออยู่ของสำนักโลหิตก็หันกลับมา เพื่อจัดการกับหวังอีฮังตามที่ชายหนุ่มคนนั้นบอก”พี่กังซิงเหตใดถึงต้องไปสนเจ้าคนอ่อนแนั้นกันเล่น”


    “ใช่ข้าไม่รู้สึกเลยว่าเขานั้นจะเป็นภัย ข้าเห็นเขายืนนิ่งหวาดกลัวอยู่กับที่มาตั้งแต่เริ่มต่อสู้แล้ว”


    “พี่กังซิงท่านต้องการอะไรกันแน่ หรือท่านกำลังเล่นตลกกับพวกข้ากัน”


    กังซิงนั้นส่ายศีรษะและพูดขึ้น”พวกเจ้าไม่สังเกตเลยหรือว่า เจ้าเด็กนั้นมันใช้พลังสนับสนุนให้กับทุกคน หลักฐานก็คือเขานั้นเปิดใช้ประตูอยู่”กังซิงพูดมาแบบนี้ ก็เริ่มทำให้คนอื่นตระหนักได้ว่าหวังอีฮังนั้นกำลังใช้พลังจริงๆ 


    แต่ทุกคนก็สับสน เพราะหวังอีฮังนั้นใช้เพียงแระตูบานที่หนึ่งเท่านั้นในการสนับสนุน ซึ่งพลังในการสนับสนุนของประตูบานที่หนึ่งนั้นอ่อนแออย่างมาก มันเพิ่มดลังให้กับประตูบานที่สี่หนึ่งในยี่สิบส่วนเท่านั้น 


    มันเป็นพลังที่เพิ่มมาไม่ได้มากด้วยซ้ำไป เพียงใช้กลยุทธ์ก็สามารถตอบโต้ได้อย่างสบายใจ


    กังซิงนั้นขมวดคิ้ว”พวกเจ้าจะซักช้าอยู่ทำไม พลังของมันนั้นเพิ่มมากกว่าที่ความรู้ของพวกเจ้ามี”กังซิงคำรามด้วยความไม่พอใจ


    ตัวโตนั้นต่อสู้กับผู้ที่เปิดประตูบานที่ห้าทั้งสองคน “ซิ น่าลำคาญทำไข้าถึงยังจัดการเจ้าขยะนี่ไม่ได้ซักที” นักฆ่าทั้งสองรู้สึกไม่สบอารมณ์ โล่ของตัวโตนั้นทรงพลังอย่างมากมันสามารถป้องกันอาวุธจิตวิญญาณบานที่ห้าของพวกเขาได้


    ตัวโตคำราม มีที่ยาวสองเมตรของเขาฟันไปข้าหน้าด้วยพลังมหาศาล เนื่องจากพวกนักฆ่านั้นมีความเร็วที่เร็วกว่าระดับเดียวกันจึงมำให้สามารถหลบการโจมตีของตัวโตได้


    นักฆ่าอีกคนแยกไปลอบโจมตีด้านหลังของตัวโต แต่ทว่ากำไลที่ข้อมือตัวโตนั้นก็ปลดปล่อยพลังลมปราณออกมาเพื่อเพิ่มพลัง คลื่นพลังลมปราณเหล่นั้นถูกปลดปล่อยมันก็ได้เพิ่มพลังให้กับตัวโตอย่างมหาศาล


    พลังลมปราณที่เอ่อล้นออกมากลายเป็นโล่ลมปราณชั้นบางๆรอบๆตัวเขา “สมบัตงั้นเหรอ” นั้กฆ่าที่ลอบโจมตีนั้นอุทานเขาโจมตีไปที่ด้านหลังของตัวโต ถึงเขาจะแทงทะลุโล่ลมปราณไปได้แต่ชุดเกราะที่เปร่งแสงสีม่วงออกมานั้นเขาไม่สามารถแทงทะลุได้เลย


    ตัวตัวนั้นหมุนและฟันดาบไปลอบตัวเพื่อที่ยะจัดการนักฆ่าที่รอบโจมตีเขา ส่วนนักฆ่าอีกคนที่ยืนดูก็ได้แต่สลด”ไอร่เจ้าหมอนี้มันจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว


    ส่วนทางด้านของซิลเขานั้นสามารถสังหารนักฆ่าเปิดประตูบานที่สี่ได้สองคนและกำลังยะสังหารนักฆ่าเปิดประตูบานที่ห้าอีกคน ทั้งคู่นั้นแลกกันโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่ซิลนั้นก็ได้เปรียบจากการสนับสนุนของหวังอีฮัง


    จึงทำให้เขาไร่ต้อนนักฆ่าให้จนมุมได้”พวกเจ้ามันเป็นสัตว์ประหลาด” เมื่อนักฆ่าคนนั้นพูดจบ คอของเขาก็ถูกตัดออกศรีษะของเขานั้นรอยขึ้นฟ้า เขานั้นไม่อยากจะเชื่อว่า เขาภูกสังหารโดยตัวตนนะดับเปิดประตูบานที่สี่ ที่อ่อนแอกว่าเขาหนึ่งขั้น


    เหม่านั้นยังคงความคุมนักรบสงครามสามตัวที่เขาสร้างเข้าต่อสู้กับนักฆ่าระดับหกคนหนึ่ง เจียงจื่อเองก็เช่นกันการต่อสู้ของพวกเขานั้น ทำให้คนที่จะเขามารอบโจมตี จะต้องคิดถอยออกไป ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงตายไม่รู้ตัว


    หวังอีฮังโดนนักฆ่าสามคนรอบสังหาร มีคนที่เปิดประตูบานที่สามสองคนและเปิดประตูบานที่สี่อีกหนึ่งคนที่เข้ามาโจมตีเขา เหม่าและคนอื่นได้ เริ่มเสียสมาธิ เพราะพวกเขานั้นรู้ดีว่าหวังอีฮังนั้นใช้ได้เพียงพลังสนับนุน


    “ไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้าสามารถป้องกันได้ หวังอีฮังใช้มืล้วงเข้าในกระเป๋าจากนั้นโล่สีม่วงก็ปรากฏขึ้น มันสามารถรับการโจมตีของตัวตนระดับเปิดประตูบานที่สี่ได้อย่างง่ายได้ ไม่ต้องพูดถึงตัวตนเปิดประตูบานที่สามเลย พวกเขาไม่สามารถฝากรอยขีดข่วนไว้ได้แม้แต่น้อย


    ทุกคนที่เห็นดังนั้นรู้สึกโล่งใจที่หวังอีฮังนั้นไม่เป็นอะไรไป เนื่องจากพลังสนับสนุนของหวังอีฮังพวกเขาจึงเหลืคู่ต่อสู้อยู่เพียงแปดคน


    นักฆ่าสองคนต่อสู้กับตัวโตซึงในตอนนี้ซิลก็ได้เข้าไปช่วยสู้แล้ว อีกคนนั้นสู้กับเหม่า เขานั้นไม่อาจที่จะทะลวงนักรบสงครามเข้ามาได้เลย นักฆ่าคนที่สี่นั้นต่อสู้กับเจียงจื๋อซู่ พวกเขานั้นแลกวิชากันอย่างรุนแรงแต่ยังไม่รู้ว่าใครแพ้หรือใครชนะได้เลย


    ส่วนอีกสามคนที่ลุ่มโจมตีโลของหวังอีฮังนั้นก็ได้เข้าต่อสู้กับศิษย์ทั้งสามของสำนักไผ่เงิน พวกเขานั้นสามารถจัดการนักฆ่าทั้งสามอย่างง่ายดาย


    ส่วนกังซิงนั้นมองการต่อสู้อย่างน่าเบื่อเขามองไปที่หวังอีฮังและสัมผัสได้ว่าหวังอีฮังนั้นไม่ใช่ตัวตนระดับธรรมดาอย่างแน่นอน พลังจากประตูบานที่หนึ่งนั้นบอกเขา ด้วยจิตวิญญาณนักวิเคราะแล้วก็ไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอน


    หวังอีกฮังนั้นบอกให้ทั้งสามไปช่วยตัวโตและซิลต่อสู้กับนักข้า ส่วนปิงเฮยนั้นกระโดดขึ้นมาบนไหล่ของหวังอีฮัง มันนั่นทำท่าขี้เกียจ แมวตัวอ้วนกลมนั้นนอนอยู่บนไหล่ของหวังอีฮังอย่างสบายใจ


    “วิชากระบี่ดาวตก”เสียงของเหม่าคำราม นักฆ่าที่ใช้มีดทั้งสองข้าง ต้องยกมีดมาป้องกันกระบี่ที่เหม่านั้นปลดปล่อยออกมาคลื่นลำแสงของกระบี่นั้นราวกับดวงดาวที่อยู่บนฟ้า ปละกำลังพุ่งลงมา 


    นักฆ่านั้นสำผัสได้ถึงอันตลาย “วิชาระดับปฐพีขั้นเก้าอย่างงั้นเหรอ” เขานั้นดูตกตลึง ถึงแม้จะเป็นสำนักระดับกลาง วิชาระดับปฐพีขั้นเก้านั้นศิษย์ธรรมดาไม่สามารถฝึกได้ นอกจากผู้อาวุโสของสำนักไปก็เป็นศิษย์สืบทอดของเจ้าสำนักเท่านั้น ถึงจะมีคุณสมบัติในการฝึก


    เมื่อเหม่าใช้วิชานี้ออกมา ก็ทำให้คนที่คิดจะเข้ามาแทรกแซงการต่อสู้นั้นหยุดไป นักฆ่าคนนั่นรีบใช้วิชา ดาบโลหิต จากนั้นดาบก็กลายเป็นสีแดงฉาน การโจมตีของนักฆ่านั้นรวดเร็วและแม่นยำ เขาจึงสามารถป้องกัน กระบี่ดาวตกได้


    แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ใช้พลังมหาศาลในการป้องกันตัวอยู่ดี เหม่าที่ได้โอกาสที่นักฆ่าไม่ทันได้ระวังตัว “กระบี่สวรรค์” จากนั้นจิตแห่งกระบี่ก็ก่อตัวกันกลายเป็นกระบี่ขนาดใหญ่ที่ยาวสามเมตร มันตัดอากาศอย่างรวดเร็วและตัวไปที่ศรีษะของอีกฝ่าย


    “ฉั๊วะ”


    ศรีษะนั้นล่วงลงสู่พื้น นักฆ่าคนนั้นไม่อยากจะเชื่อว่าเขานั้นถูกสังหารด้วยคนที่อ่อนแอกว่าเขา เหม่านั้นรู้สึกเหนื่อยเขาเดินกลับไปหาหวังอีฮัง


    กังซิงนั้นขมวดคิ้ว”วิชาระดับสวรรค์งั้นเหรอ”เขานั่นพึมพัมออกมา เจียงจื่อเเองก็ไม่น้อยหน้าเขาใช้วิชากระบี่ระดับปฐพีขั้นที่สาสังหารนักฆ่าอีกคนเช่นกัน ในตอนนี้เหลือเพียงดังซิงที่ยังอยู่ ทางด้านของตัวโตและซิลสามารถสังหารนักฆ่าสองคนได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากมีสามคนจากสำนักไผ่เงินมาช่วยเหลือ กังซิงนั้นจู่ๆเขาก็ยิ้มขึ้นมา


    โลหิตในสนามรบนั้นเริ่มเดือดพล่าน และลอยขึ้นมา กังซิงนั้นรวมโลหิตจากคนที่ตายทั่วสนามรบเข้ามารวมที่ตนเอง จากนั้นพลังของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาหาศาล ประตูบานที่หกของเขาดูดเโลหิตที่อยู่บนพื้นอย่างต่อเนื่อง


    “ประตูโลหิต” จากนั้นชุดเกราะโลหิตที่ทรงพลังก็ปรากฏออกมา และมีมีดเล่มหนึ่งลอยออกมาด้วย ทุกคนต่างอุทาน


    “ประตูสีแดงนั้น ไม่ผิดแน่ มันจะต้องเป็นประตูไร้ระดับ” ในตอนนี้พลังของดังซิงยกระดับขึ้น ทำให้แรงกดดันของเขานั้นแพร่ไปทั่วทั้งสนามรบ


    แม้แต่ศิษย์จากสำนักที่ดูยิ่งยะโลยังกล่าวชม”ไม่เลวเลย เขาสามารถเพิ่มพลังได้จากโลหิตของพักเวกและศัตรู คงเป็นคู่ต่อสู้ที่ยากเอาการ”ชายที่ดูมีเสเน่วิเคราะออกมา ชายที่ยื่นอยู่ข้างก็พูด


    “ถึงยังไงมันก็เป็นแค่สำนักระดับกลางเท่านั้นไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหนเลย”ชายคนนี้กอดอกและพูดอย่างโอหัง


    กังซิงนั้นมีพลังในระดับเปิดประตูบานที่แปดแล้วในตอนนี้ หวังอีฮังที่เห็นดังนั้นจึงให้ทุกคนมาจับที่ตัวเขาไว้ จากนั้นคลื่นพลังมหาศาล และจิตสังหารที่แกร่งกล้าก็โจมตีมาที่พวกเขา


    ตู้ม!!


    แรงระเบิดนั้นรุนแรงอย่างมาก คนอื่นๆนั้นหนีด้วยความหวาดกลัว ทุกคนนั้นคิดว่าพวกของหวังอีฮังนั้นไม่รอดแล้วอย่างแน่นอน แต่เมื่อฝุ่นควันหายไป พวกของหวังอีฮังก็หายไปเช่นกัน ซิงกังนั้นขมวดคิ้ว


    “วิชาเคลี่ยนย้ายงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้ท่านอาจารย์ของข้าบอกว่าไม่มีของแบบนั้นอยู่บนโลก” ซิงกังคำรามจากนั้นเขาก็เริ่มการล่าสังหารทุกคนที่เห็น


     


     


     


     

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดเทพเจ้า ที่คุณอ่าน