ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 87 รายการสินค้า

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 87 รายการสินค้า



            ร่างชายหนุ่มในชุดสีขาวสะอาดเข้ามาอยู่ในป่าโปร่งอีกครั้ง กำลังยืนอยู่หน้ากระท่อมเล็กๆ แห่งหนึ่ง


            จะสังเกตเห็นได้ว่ามิติความฝันในวันนี้ดูสดใสผิดปกติไปจากเมื่อก่อน เมฆหมอกที่เคยปกคลุมอยู่จางหายไปหมดแล้ว แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาจากด้านบนให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย


            ครืด


            บานประตูไม้ไผ่ที่เคลื่อนเปิดออกขูดไปกับพื้นจนเกิดเสียง


            “สวัสดียามราตรีท่านบรรพบุรุษ” คาลอสที่รู้ตัวว่าบรรพบุรุษมาหาในความฝันก็รีบออกมาต้อนรับทันที ประสานมือทั้งสองไว้เบื้องหน้า


            “สวัสดียามราตรีเช่นกัน ข้าทราบเรื่องที่เจ้าเตรียมจะเดินทางลงใต้แล้ว ไปต่างบ้านต่างเมืองไม่คุ้นชินก็ระวังตัวเอาไว้ให้มาก เหมือนกับที่มาคัสบอกนั่นแหละ อะไรที่ปล่อยไปได้ก็ปล่อย ชีวิตของเรานั้นมาเป็นอันดับหนึ่ง” ชายหนุ่มชุดขาวทักทายคาลอสกลับไปพร้อมกับกล่าวเตือน


            “ขอรับ” คาลอสก้มหน้าตอบรับ


            “เรื่องของที่นี่ให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง ข่าวดีก็คือพลังวิญญาณของข้าก้าวหน้าไปถึงระดับที่เก้าแล้ว ต่อให้ตระกูลหวงหลงส่งกองกำลังหลักมาก็ไม่สามารถทำอะไรตระกูลของเราได้ ฉะนั้นเจ้าจงมั่นใจ เมื่อข้ายังอยู่ที่นี่ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับตระกูลพีไรซ์” จินแจ้งข่าวดีของตนเอง พร้อมทั้งยืนยันว่าตัวเขาสามารถปกป้องตระกูลได้ไม่ยาก


            ถึงแม้จะยังมีศัตรูที่น่ากลัวอย่างสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬอยู่อีก แต่เบื้องบนของสมาคมไม่น่ามีเวลาว่างมาจัดการตระกูลเล็กๆ


            อย่างมากสุดก็คงส่งมาแค่ตัวหมากใช้แล้วทิ้งในสมาคม ซึ่งพวกนั้นทำอะไรตระกูลพีไรซ์ไม่ได้อยู่แล้ว


            “ท่านบรรพบุรุษก้าวหน้า! ยินดีด้วยขอรับ เช่นนี้ความปลอดภัยของตระกูลพีไรซ์ก็รับประกันได้แล้ว!” คาลอสมีสีหน้าตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มด้วยความดีใจ


            เหตุการณ์ร้ายแรงหลายครั้งที่ผ่านมา ก็มีบรรพบุรุษเป็นผู้ช่วยเหลือตระกูลมาโดยตลอด ยิ่งบรรพบุรุษแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ ความปลอดภัยของตระกูลก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ไม่แปลกใจเลยที่คาลอสจะดีใจเช่นนี้


            “อืม ความปลอดภัยของตระกูลนั้นรับประกันได้แน่นอน เพียงแต่ลูกหลานเช่นพวกเจ้าก็ต้องพัฒนาต่อไปให้มากกว่านี้ด้วย บนโลกนี้ทุกอย่างไม่มีสิ่งที่แน่นอน ข้าก็ใช่จะอยู่ไปชั่วฟ้าดินสลาย พวกเจ้าจำเป็นต้องยืนบนลำแข้งของตนเองให้ได้ ตอนนี้ทุกอย่างในตระกูลของเรากำลังเป็นไปได้ด้วยดี อย่าได้หยุดพัฒนาตนเองเด็ดขาด” ชายหนุ่มชุดขาวเตือนสติอีกฝ่ายไม่ให้ยินดีเกินไปนัก


            “นี่......ขอรับ ข้าจะพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก จะเป็นกำลังสำคัญให้กับตระกูลต่อไป!” คาลอสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะผงกหัวหลายครั้ง รับปากว่าเขาจะต้องพัฒนาต่อไปให้ได้มากกว่านี้


            “ถ้าเช่นนั้นก็มาฝึกซ้อมฝีมือกันหน่อยเป็นอย่างไร การเข้าฝันครั้งหนึ่งข้าเองก็สูญเสียทรัพยากรไปบ้างเช่นกัน ในเมื่อมีเวลาเหลืออยู่ ทำไมถึงจะไม่ใช่ให้มันคุ้มค่าเล่า?” จินค่อยๆ เผยรอยยิ้มออกมาขณะที่มองไปยังลูกหลานรุ่นที่แปดตรงหน้า


            ฉับพลัน ท้องฟ้าก็เปลี่ยนสี พื้นดินสั่นสะเทือนแตกระแหง เปลี่ยนสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นสถานที่สำหรับการต่อสู้หลากหลายรูปแบบ


            “รับหมัด!” เสียงตะโกนดังมาจากชายชุดขาว ก่อนที่แรงกระแทกจะพุ่งเข้าปะทะคาลอสอย่างรวดเร็ว


            ตูม!


            ร่างของสมาชิกตระกูลพีไรซ์รุ่นที่แปดกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ตกลงสู่บึงน้ำขนาดใหญ่ มองเห็นร่างเงาวูบไหวของบรรพบุรุษวิ่งวนไปรอบตัว แต่ไม่สามารถเอื้อมมือไปสัมผัสอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย


            แรงหน่วงจากผืนน้ำที่ท่วมมาจนถึงหน้าอกทำให้เขาเคลื่อนไหวได้อย่างยากลำบาก อีกทั้งความเร็วของจินก็ยังไวมากแม้จะออมพลังไว้แล้วก็ตาม


            สถานการณ์หลังจากนั้นจึงกลายเป็นคาลอสตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว พยายามป้องกันไม่ให้ตนเองบาดเจ็บหนักจนเกินไป เมื่อถึงจุดที่คาลอสทนไม่ไหวอีกต่อไป ร่างกายก็จะได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีแรงฉุด ลากเขาไปยังสภาพแวดล้อมแบบใหม่ๆ ทุกครั้ง


            ทั้งคืนคาลอสถูกย้ายสถานที่ไปเรื่อยๆ เป็นสิบๆ แห่ง สิ่งที่เขาทำได้คือป้องกันเท่านั้น แทบไม่มีโอกาสต่อสู้กลับไปได้เลย


            แต่คาลอสก็เรียนรู้บางอย่างจากความผิดพลาดนับครั้งไม่ถ้วน เขาปรับตัวกับสภาพแวดล้อมในรูปแบบต่างๆ ได้ดีขึ้นทุกครั้งที่เปลี่ยนสถานที่ไป แม้จะเป็นสถานที่ใหม่ที่ไม่คุ้นชิน แต่เขาก็สามารถสำรวจและปรับตัวตามสภาพแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว


            การฝึกฝนของจินนั้นไร้คำพูด ใช้มือและเท้าเท่านั้นทุบตีอีกฝ่ายให้อยู่ในสภาวะจนตรอก เปลี่ยนสถานการณ์และสถานที่ไปเรื่อยๆ แต่กลับได้ผลดี ทำให้คาลอสปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น


            นี่คือสิ่งที่จินพอจะช่วยคาลอสได้มากที่สุดแล้วในเวลาสั้นๆ เท่านี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางไกล ไปยังที่ที่ไม่รู้จัก คำพูดคำสอนใดก็ไม่เห็นผลเท่าสร้างสถานการณ์ให้เผชิญด้วยตนเอง


            เวลาทั้งคืนของคาลอสก็ใช้หมดไปด้วยประการฉะนี้


            …


            เช้าวันรุ่งขึ้น คาลอสลากร่างกายออกมาจากห้องพร้อมสัมภาระในสภาพอิดโรย ถึงทั้งหมดจะเป็นความฝัน และเขาก็นอนหลับอยู่ตลอดเวลา แต่การที่ต้องโดนโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวนั้นช่างเป็นประสบการณ์ที่สิ้นหวังและเหนื่อยล้าจิตใจอย่างยิ่งยวด


            คาลอสตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ เก็บข้าวของทุกอย่างเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางออกไปกับขบวนรถของซีเลีย


            ชายหนุ่มแวะไปแจ้งข่าวกับซีเลีย และมอบสัมภาระทุกอย่างขึ้นรถไป ก่อนจะแวะไปหาหัวหน้าตระกูลเพื่อรับเสื้อคลุมและชุดเกราะ


            เกราะหนังเกล็ดโลหะและเสื้อคลุมเคลื่อนคล้อยดารานั้นนับเป็นของวิเศษ นอกจากความสามารถหลักๆ ของมันแล้ว ยังสามารถปรับขนาดให้เข้ากับผู้สวมใส่ได้ทุกคน ไม่ว่าจะรูปร่างแตกต่างกันแค่ไหนก็สามารถใส่ให้พอดีตัวได้


            ร่างของคาลอสเดินออกมาพร้อมกับเสื้อคลุมชุดใหม่ ลวดลายก้อนเมฆสีขาวประดับอยู่บนตัวผ้า ตัดกับพื้นหลังสีแดงสด ดูโดดเด่นอย่างยิ่ง ขับเน้นให้คาลอสดูทรงอำนาจมากขึ้นไปอีกขั้น


            เกราะหนังเกล็ดโลหะถูกซ่อนเอาไว้ใต้เสื้อคลุม น้ำหนักของมันเบามากราวกับสวมใส่เสื้อผ้าธรรมดา ทว่าความสามารถในการป้องกันนั้นเป็นของจริง ถึงแม้ที่ผ่านมาจะไม่เคยนำไปต่อสู้กับศัตรูที่มีระดับสูงกว่าอเวกระดับหก แต่ก็มั่นใจได้ว่านั่นไม่ใช้ขีดจำกัดสูงสุดของเกราะหนังตัวนี้


            ซีเลียที่มองเห็นอีกฝ่ายเดินมาก็ใจสั่นทันที หลังจากเปลี่ยนเครื่องแต่งกายแล้ว อีกฝ่ายนั้นหล่อเหลาขึ้นอย่างมาก เสื้อผ้าอาภรณ์ขับเน้นลักษณะทรงอำนาจของชายหนุ่มขึ้นไปอีกระดับ


            “เจ้าดู...เหมาะกับชุดนี้ดีนะ” ปากของซีเลียพูดออกไปตามที่คิด สายตายังจ้องค้างอยู่ที่คาลอส


            “โอ้ ข้า...เอ่อ...ขอบคุณ” ชายหนุ่มไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมีอาการเช่นนั้นก็วางตัวไม่ถูกเช่นกัน ทำได้เพียงเอ่ยปากขอบคุณออกไป


            “อ้อใช่ ข้าว่าจะไปศาลบรรพชนสักครู่ แล้วเดี๋ยวพวกเรามากินข้าวกันก่อนออกไป ครัวของตระกูลข้าเตรียมสำรับไว้ให้ทุกคนในขบวนของเจ้าเรียบร้อยแล้ว” คาลอสใช้เวลาตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดในสิ่งที่ตนต้องการจะบอกออกมาได้


            “ศาลบรรพชนงั้นหรือ? ข้าไปด้วยได้หรือไม่ บรรพชนก็เหมือนกับผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้าน หัวหน้าตระกูลหรือผู้อาวุโสข้าก็ทักทายมาแล้ว เหลือแต่บรรพชนเท่านั้นที่ข้ายังไม่ได้ไปทักทายเลย” หญิงสาวหันมายิ้มแป้นให้กับคาลอส


            ชายหนุ่มงุนงงไปชั่วครู่ก่อนจะพาหญิงสาวตามมาด้วย


            เมื่อทั้งคู่มาถึงก็คุกเข่าเข้าไปด้านใน คาลอสประสานมือก่อนจะก้มคารวะป้ายชื่อ หญิงสาวมองชายหนุ่มแล้วจึงเลียนแบบท่าทาง ทั้งคู่ทำความเคารพโดยมีสายตาของวิญญาณชุดขาวจ้องมองอยู่พร้อมกับนับแต้มระบบที่เพิ่มขึ้น


            ถึงแม้ว่าตอนนี้การเคารพของซีเลียจะยังไม่ได้มอบแต้มระบบให้บรรพบุรุษอย่างเขา แต่อีกไม่นานเขาอาจจะได้รับผู้ที่ช่วยมอบแต้มระบบเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ร่างโปร่งแสงแอบยิ้มอยู่ที่มุมหนึ่งของศาลบรรพชน


            หลังทั้งคู่ออกไป ขบวนรถก็จัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อม สามารถออกเดินทางได้ทุกเมื่อ


            ทุกคนรับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำ ก่อนที่คาลอสจะร่ำลาทุกคนในตระกูลเพื่อเดินทางไปพร้อมกับซีเลีย


            ประตูสีแดงบานใหญ่เปิดออกจนสุด ขบวนรถก็ค่อยๆ เคลื่อนออกจากตระกูล โดยมีสมาชิกตระกูลพีไรซ์หลายคนมาส่ง โบกมือร่ำลาให้กับคาลอสจนขบวนรถหลบมุมหายไป


            บานประตูค่อยๆ ปิดกลับมาอีกครั้ง ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ


            วันเวลาผ่านเลยไป ไม่รู้ว่าคาลอสเดินทางไปถึงที่ไหนแล้ว แต่ในสิบวันที่ผ่านมา สมาชิกในตระกูลพีไรซ์พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องด้วยผลจากโอสถเสริมพลังงาน


            อย่างเมลิกที่ฝึกฝนอยู่เป็นเวลานาน ในที่สุดก็ก้าวตามหลังมาดิออสทัน พัฒนาเป็นอเวกระดับที่หกได้สำเร็จ


            สมาชิกตระกูลคนใดที่เป็นอเวกระดับที่สามล้วนก้าวขึ้นมาเป็นอเวกระดับที่สี่กันทุกคน และอเวกระดับที่สี่บางคนอย่างเช่นเคนและคาเบโร่ถึงกับก้าวขึ้นมาเป็นอเวกระดับห้าได้ด้วยความมุ่งมั่น


            ส่วนหลายคนในตระกูลที่ยังไม่พัฒนาระดับ ก็ยังคงฝึกฝนต่อไป แม้ยังไม่สามารถเลื่อนระดับขึ้นไป แต่พัฒนาการยังมีอยู่ตลอด อีกไม่นานคงจะได้เห็นผลลัพธ์นั้น


            สำหรับการพัฒนาของสมาชิกภายในตระกูล ในฐานะของบรรพบุรุษอย่างจินนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ดียิ่ง แต่วิญญาณชายหนุ่มกำลังตื่นเต้นกับเรื่องอื่นมากกว่า... นั่นเพราะหนึ่งเดือนวนมาบรรจบ พิธีเคารพบรรพบุรุษที่จินรอคอยกลับมาอีกครั้ง!


            ร่างวิญญาณโปร่งแสงลอยอยู่กลางอากาศ เฝ้าดูเหล่าลูกหลานกำลังจัดพิธีใหญ่ด้วยรอยยิ้ม


            พิธีนั้นเรียบง่ายอย่างยิ่ง มีการจัดของคาวหวาน จุดธูปเทียนไหว้บรรพชน และแล้วเสียงที่จินรอคอยก็มาถึง


            [พิธีเคารพบรรพชนประสบความสำเร็จ ได้รับโปรโมชั่นสุ่มลดราคาจำนวน 7 ชิ้น ดังต่อไปนี้]


            [1.หนังสือตำนานพื้นบ้าน 1 เล่ม                        ราคา 200 แต้มระบบ

            2.ยันต์เข้าฝัน 1 แผ่น                                ราคา 500 แต้มระบบ

            3.ยันต์ปัดเป่า 1 แผ่น                                ราคา 1,200 แต้มระบบ

            4.ยันต์วิญญาณสถิต 1 แผ่น                         ราคา 2,000 แต้มระบบ        

            5.คัมภีร์ฝึกฝนพลังระดับต่ำ 'วารีสดใส'                ราคา 6,800 แต้มระบบ

            6.คัมภีร์ฝึกฝนพลังระดับกลาง 'หัวใจอสูร'                ราคา 17,000 แต้มระบบ

            7.แหวนมิติระดับกลาง                                ราคา 250,000 แต้มระบบ]


            วิญญาณโปร่งแสงจ้องมองหน้าต่างระบบตรงหน้าด้วยความแปลกใจ โปรโมชั่นสุ่มลดราคามีของให้เลือกซื้อเพิ่มขึ้นมาเป็นเจ็ดชิ้น!


            ดูเหมือนว่าการเพิ่มระดับของตระกูลมีให้ผลลัพธ์ซ่อนเร้นที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขความสามารถ หรือไม่ก็เป็นเพราะเขาพัฒนาระดับของตนเองขึ้นมาจนเทียบเท่าอเวกระดับเก้าได้สำเร็จ


            แต่ไม่ว่าจะเป็นไปผลมาจากกรณีใด การมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นย่อมดีเสมออยู่แล้วสำหรับจิน



    คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน