ตอนที่19หักคะแนนอย่างไม่เป็ธรรม
ความรู้สึกเป็ห่วงใยแฝงลึกอยู่ภายในจิตใจมันยิ่งทำให้อบิเกลเป็ห่วงคนเป็ห่วงอามากกว่าเดิมในวันนั้นเธอส่งจดหมายฉบับที่สองต่อหลังจากเฮ็ดวิกกลับมาตอนตกดึกเธอให้มันพักก่อนจะให้มันเดินทางต่อในยามดึก ไม่นานก็วันถัดมาเธอก็ได้จดหมายจากอาสก็อตแต่ประโยคที่อาเขียนนั้นสั้นและชัดเจนจนเธอใที่อีกฝ่ายส่งข้อความนี้มาให้เธอมันเป็ประโยคที่ไม่ถามอะไรนอกจาก
‘เกิดอะไรขึ้น?’
อบิเกลจ้องมองจดหมายนั้นก่อนที่หมึกมันจะหายไปแล้วก็มีข้อความปรากฏขึ้นอีกครั้ง
‘เล่ามา?’
อบิเกลเห็นข้อความนั้นก่อนจะเขียนตอบกลับไป่เช้าเธอเล่าทุกอย่างให้อาสก็อตฟังว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันก่อนนั้นทำให้อาสก็อตและเข้าใจเธอกับอาสก็อตเข้าใจกันและกันว่าต่างคนต่างทำอะไรที่แปลกไปนิดหน่อยก็รับรู้ว่าต้องมีอะไรที่อีกฝ่ายเจอเขาเห็นว่าเธอส่งจดหมายในวันเดียวสองฉบับแปลว่าต้องมีอะไรแน่ๆ เขาถึงส่งจดหมายล่องหนมาเพื่อคุยระยะสั้นพอเขาเข้าใจทุกอย่างขึ้นมาทันทีว่าหลานกำลังเจออะไรแล้วกำลังห่วงเขาแค่ไหนเขาเลยสัญญากับหลานสาวว่าจะส่งจดหมายมาให้ทุกวันเพื่อให้หลานสบายใจโดยที่เธอไม่ต้องส่งกลับมา อบิเกลรู้สึกสบายใจที่อาสก็อตเข้าใจเธอ
ในวันที่สามอบิเกลได้จดหมายั้แ่บ่ายเธอเก็บมันเอาไว้อ่านก่อนนอนแล้วพอกลับมาห้องแล้วทำธุระทุกอย่างจนหมดเธอก็หยิบจดหมายออกมาอ่านถึงสถานการณ์วันนี้ของอาสก็อตว่าเจออะไรมั้งเหมือนเขียนบันทึกประจำวันไม่มีผิดอบิเกลอ่านก็ยิ้มไปด้วยจนเด็กหญิงทั้งหลายมองอบิเกลที่กำลังยกยิ้มเมื่ออ่านจดหมายจนหนึ่งในนั้นเอ่ยเรียกเธอ
“อบิเกล...”
“...”
เสียงเรียกไร้การตอบรับทุกคนต่างมองหน้ากันก่อนจะเอ่ยเรียกพร้อมกัน
“อบิเกล!!!”
“จ้า!!!” อบิเกลสะดุ้งตัวตรงมองทุกคนที่กำลังมองเธอ“มีอะไรกันเหรอ?”
“เลิกอ่านจดหมายฉบับนั้นสักทีเถอะ ฉันเห็นเธออ่านเกือบสองสามวันแล้ว?”
อบิเกลยกคิ้วขึ้นมามองอย่างงุนงง “เอวา...ฉันพึ่งเอามันมาอ่านเองนะ?”
“หือ?”เอวามองอย่างงุนงง
“เอ๋? อย่าบอกนะว่าสองวันมานี่...เธออ่านจดหมายฉบับละซองเลยเหรอ?
“ใช่...อาของฉัน...เขากลัวว่าฉันจะห่วงเกิดไปเขาเลยส่งจดหมายที่เล่าว่าเมื่อวานเจออะไรมั้งนะ...”
“ทำไมเขาต้องทำยังงั้นด้วยล่ะ?”
“อ๋อ...ก็...ฉันห่วงเขาว่า...จะเจอเหตุไม่คาดคิด...จากพ่อของฮิวโก้นะ”
“พ่อฮิวโก้? อ๋อ...เขาเป็หัวหน้ามือปราบมารนี่น่า!!” ลูน่าเอ่ยพูดขึ้น
“เธอรู้ก็ยังถามโง่ ๆ” เอวาพูดแบบนั้นใส่ลูน่า
อบิเกลจ้องมองด้วยสีหน้าไม่ชอบใจที่ว่าลูน่าว่าโง่ออกมาเอวาเห็นก็ได้แต่ยิ้มแสยะแล้วกล่าวขอโทษ
“ขอโทษ...ไม่ได้ตั้งใจ...”
“ไม่เป็ไร...”
“แต่ก็อย่างที่อบิเกลบอก...ฮิวโก้อาจจะเอาเื่นี้ไปฟ้องพ่อเขาก็ได้นะนี่ผ่านมา 2 วันไม่เห็นตัวเลยนะ!!”
“คงยังรักษาตัวอยู่นั้นล่ะ เห็นว่าเข้าเฝือกยังไม่ดีขึ้นเลยหมอนั้นล้มไปรอบหนึ่งจนกระดูกร้าวกว่าเดิมนะ” ฟาร่ากำลังหวีผมตัวเองพร้อมกับพูดไปด้วย
“ดี!! อยากมาแข่งกับอบิเกลเอง อบิเกลไม่ได้ท้าให้มาแข่งด้วยซะหน่อย!!” แพนซี่กล่าวอย่างอารมณ์เสีย
“อืม ๆ อบิเกลไม่เคยท้าแข่ง เ้าตัวอยากมาแข่งเอง!!”เจนน่าเห็นด้วยกับแพนซี่
“ขอบใจทุกคนนะ...ที่พูดแบบนั้นนะ...”
“พวกเราเป็เพื่อนกันนะ มีอะไรก็ต้องทุกข์ไปด้วยกัน สุขไปด้วยสิ!!”
“จ้า” อบิเกลยกยิ้มให้ทุกคน
“จริงสิ พรุ่งนี้มีเรียกวิชาอะไรนะ?”
“เป็วิชาที่ฉันไม่ชอบอ่ะ...” ลูน่าเริ่มทำหน้าหงอยขึ้นมา
“อย่าบอกนะ...ว่ายัยอาจารย์นั้นเหรอ?”
เจนน่าหยิบกระดาษตารางการเรียนที่หมุนเป็เกลียวขึ้นมา “อืม...ใช่...คาบแรกก็วิชาป้องกันตัวเลยล่ะ...”
“อบิเกล!! อาจารย์คนนั้นเอาแต่หาเื่เธอ!! แบบนี้เธอจะทำยังไง?”
ทุกคนต่างหันมามองอบิเกลด้วยสายตาเป็ห่วงว่าเพื่อนของตนเองนั้นจะต้องลำบากเพราะอาจารย์คนนั้นแต่อบิเกลนั้นได้แต่ยกยิ้มก่อนจะเก็บจดหมายลงในลิ้นชักข้างเตียงของเธอก่อนจะยกผ้าห่มขึ้นมาพรมตัวเอง
“ไม่ต้องห่วง ฉันมีวิธีรับมือยัยนั้นถ้าเขาอยากหาเื่ฉัน...ก็เตรียมตัวฉันจะเล่นคืนในวันสุดท้ายของการปิดเทอมละกัน~”
คำพูดของอบิเกลทำให้ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างงุนงงว่าอีกฝ่ายนั้นจะทำอะไรอบิเกลหลับตาลงเตรียมนอนทุกคนต่างพากันนอนลงกับเตียงของตนเองเจนน่ายกไม้กายสิทธิ์ขึ้นแล้วสะบัดไม่กี่ทีไฟทั้งห้องก็ดับลงอบิเกลกำลังเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันก็ต้องได้ยินเสียงหวี่ ๆเหมือนมีบางอย่างกำลังบินนั้นทำให้เธอลืมตาตื่นขึ้นก็ต้องรีบจับมันอย่างรวดเร็วนั้นทำให้เธอไม่ชอบใจที่มันมาทำความรบกวนให้เธอก่อนนอน
“แก...ไม่หลับไม่นอนหรือไง?”
อบิเกลเอ่ยถามเ้าลูกโกลเด้นสนิชที่หลังจากวันที่ออกมาจากห้องอาจารย์ใหญ่เธอก็ไม่เห็นมันอีกแล้วจนมาวันนี้มันบินไปบินมาตอนที่เธอจะนอนแถมตอนนี้ร่างกายของมันกำลังเรือนแสงอีกเธอจ้องมองมันที่อยู่ในมือของเธอแล้วหยุดบินนั้นทำให้เธอสงสัยว่ามันเป็อุปกรณ์เวทมนตร์แบบใดกันก่อนที่มันอยู่ในมือเธอเหมือนสัตว์เลี้ยงที่หยุดนิ่งเหมือนหลับไปแล้ว
“ดู ๆ กลับมาก็มาหยุดนิ่งอยู่ในมือฉันเนี่ยนะ? เ้าสิ่งที่ไม่มีชีวิตไม่ได้น่ารักเหมือนพวกสัตว์ตัวน้อยของฉันสักนิด!!”
อบิเกลเอ่ยพูดเบา ๆ ไม่ให้รบกวนเพื่อน ๆของเธอที่น่าจะหลับไปแล้ว แต่ข้าง ๆ เธอที่เป็เตียงของลูน่ากำลังนอนอยู่ลูน่าก็ลืมตาขึ้นมามองเห็นอะไรราง ๆ เหมือนมีคนนั่งอยู่ตรงเตียงของอบิเกลเธอก็เอ่ยพูดขึ้นมา
“นอนไม่หลับเหรอ? อบิเกล”
อบิเกลได้ยินเสียงของลูน่าก็หันไปยิ้มให้ “เปล่านะ...พอดีเหมือนมีอะไรมารบกวนเลยลุกขึ้นมาดูนะ”
“อ๋อ...งื้อ...นอนเถอะ...พรุ่งนี้เราจะเจอกับปัญหาอีก...” ลูน่าพูดพร้อมกับหลับต่อ
“จริงของเธอ...” อบิเกลพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเอาเ้าลูกโกลเด้นสนิชยัดใส่ลิ้นชัก
ทุกอย่างเงียบสงัดลงอบิเกลคิดว่ามันคงหลับไปแล้วก่อนจะนอนลงกับเตียงเธอจ้องมองเพดานเตียงของเธอสักพักก่อนจะหลับตาเพื่อข่มตาหลับ
ยามเช้าอันสดใสอีกวันเสียงนาฬิกาปลุกเด็กน้อยทั้งหลายภายในห้องเด็กหญิงทั้งหกคนต่างพากันลุกจากเตียงด้วยท่าทางอันี้เีอบิเกลที่ได้ยินเสียนาฬิกาปลุกเธออยากจะพังมันแต่ก็ต้องยอมลุกขึ้นพอเสียงปลุกเงียบลงเธอก็มองรอบ ๆทุกคนกำลังบิดตัวี้เีกันนั้นอยู่นั้นก็มีเสียงบางอย่างรบกวนความเงียบเสียงสั่นมาจากไหนไม่รู้จนทุกคนต่างพากันมองหน้าเสียงที่กำลังทรงเสียงเหมือนเสียงหวี่ๆ อบิเกลได้ยินก็รู้สึกว่ามันใกล้มาก ๆจนเธอหันขวับไปด้านข้างโต๊ะข้างเตียงของเธอกำลังสั่นอยู่ทุกคนต่างพากันมองอย่างงุนงงว่าอะไรกำลังสั่นอยู่ในนั้น
“อบิเกล...อะไรในโต๊ะข้างเตียงเธอนะ?”
“จริงด้วย...มันสั่นจนโต๊ะมันสั่นมากเลยนะ”
“หรือว่าสัตว์วิเศษของเธอ?”
“ไม่ใช่...แต่...ถ้ามันออกมาช่วยกันจับนะ!!”
“เอ๊ะ!?”
ทุกคนต่างมองกันอย่างตาลุกวาวอย่างงุนงงพวกเธอไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในนั้นก่อนที่อบิเกลจะจับลิ้นชักแล้วเปิดออกมาทันทีบางอย่างก็พุ่งตรงออกมาทันทีทุกคนก็มองหาทันที ก่อนที่จะเห็นมันหยุดอยู่ตรงกลางห้อง
“ลูกโกลเด้นสนิช!!”
“มันมาจากไหนนะ!!”
“มันบินหนีไปแล้ว!!”
“อยู่ไหนแล้วนะ!?”
ทุกคนต่างหันสายหันขวากันมองว่าเ้าลูกโกลเด้นสนิชหายไปไหนแต่มีเพียงอบิเกลนั้นที่สายตาไวจับทางได้ว่ามันกำลังบินไปไหนจนเธอนั้นล็อกเป้าไว้ได้ว่ามันกำลังจะบินไปไหนก่อนที่เธอจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วก้าวขาไปข้างหน้าแล้วะโไปข้างหน้าไม่ให้หัวชนกับเพดานเตียงเธอยืดมือไปข้างหน้าคว้าเ้าลูกโกลเด้นสนิชได้อย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างกายของเธอจะตกลงแล้วสไลด์ไปข้างหน้าเพราะพื้นห้องพวกเธอเป็พรมลื่น ทุกคนต่างอ้าปากค้างกับการกระทำอีกฝ่ายอบิเกลที่ไม่ได้มองทุกคนเธอกำลังจับลูกสีทองขึ้นมาต่อว่า
“รบกวนการนอนของฉันหมด! เ้าลูกสีทองนี้!!”
ลูกโกลเด้นสนิชขยับปีกไปมาทำเอาอบิเกลขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจก่อนที่หนึ่งในหน้าจะพูดบางอย่างออกมา
“เดี๋ยว!? อบิเกล ทำไมเ้าลูกโกลเด้นสนิชนั้นมาอยู่กับเธอกัน”
“จริงด้วยแล้วเมื่อกี้อีกการะโจับมันโดนที่ทุกคนมองไม่ทันกับสุดยอดเลยนะนั้น!!” เอวาชอบการกระทำของอีกฝ่ายมากจนเธอตื่นเต้นสุดๆ
“เหอะ ๆโทษทีนะ...เ้านี่...ศาสตราจารย์ใหญ่บอกว่ามันเลือกฉัน...นั้นทำให้ฉันกลายเป็เ้าของของมัน...”
“จริงดิ? มันไม่ใช่ของโรงเรียนเหรอ?”
“ฉันก็เคยถามนะ...แต่คำตอบนั้นทำให้ฉันไม่ชอบใจ...”
“ทำไมเหรอ?”
“ศาสตราจารย์ใหญ่คนก่อนหน้าให้มันกับชายคนหนึ่ง...แล้วชายคนนั้นคือ...แฮร์รี่พอตเตอร์!!”
“ว่าไงนะ!!”
ทุกคนได้ยินก็มองกันอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายจะมีสีหน้าอย่างใดทุกคนมองก็เห็นสีหน้าดูหงุดหงิดของอีกฝ่ายก็รุ้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นไม่น่าจะพอใจกับสิ่งของที่เป็ของคุณพอตเตอร์เท่าไหร่
“เธอ...โอเคไหม...ที่เ้าลูกโกลเด้นสนิชนั้น...ต้องมาอยู่กับเธอ...?”
อบิเกลหันไปยิ้มด้วยใบหน้าแจ่มใสแต่มันเหมือนฝืนยิ้มมากกว่า“อืม...โคตรโอเคเลย!!”
‘ไม่น่าใช่แบบนั้นแน่ ๆ’ ทุกคนต่างคิดพร้อมกัน
ทุกคนต่างพากันไปอาบน้ำก่อนจะกลับมาแต่งตัวแล้วเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างพวกเธอออกจากโซนหอพักหญิง สกอร์เปียสกำลังรอสาว ๆ ลงมาเขากำลังดูแผลตรงแขนของเขาที่มันช้ำจากการโดนทำร้ายเขาได้ยินเสียงสาว ๆ ก่อนจะปิดรอยนั้นแล้ว แล้วมองสาว ๆ ที่กำลังลงมาพวกเขาเตรียมเดินไปยังห้องโถงใหญ่ทันทีพวกเขาทั้งเจ็ดเดินกันไปตามทางหลายคนที่เห็นกลุ่มเธอก็แอบซุบซิบเมื่อเห็นสกอร์เปียสหลายคนแอบแซวอีกฝ่ายว่าเป็เกย์ใช่ไหมถึงอยู่กลุ่มผู้หญิงพวกเธอทั้งหกต่างหยุดมองคนพูดก่อนจะต่อว่าด้วยคำที่ไม่ควรจะพูดซะเท่าไหร่ทำเอาคนโดนด่าต้องตาค้างไปชั่วขณะสกอร์เปียสที่เห็นสาว ๆ ด่าพวกที่ด่าเขาให้ทำเอาแอบอมยิ้มหน่อย ๆ
พวกเธอเดินต่อกันไปยังห้องโถงทุกคนต่างพวกเธอที่กำลังเดินเข้ามาอบิเกลก็ใช้สายตามองรอบ ๆระหว่างนั้นเ้าลูกโกลเด้นสนิชก็หนีออกมาจากกระเป๋าเสื้อของอบิเกลนั้นทำให้เธอต้องมองตามการบินของมัน ก่อนจะไปมาด้วยสายตาไม่ชอบใจก่อนจะส่ายหน้าหนีไปนั่งโต๊ะของเธอลูกโกลเด้นสนิชเหมือนรู้ว่าเ้าของไม่ยอมมาไล่จับมัน มันก็บินมาใกล้ ๆอยู่ตามหัวของเธอ อบิเกลรู้สึกไม่ชอบใจก่อนที่จะยกมือจับมันทันทีนั้นทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่จ้องมองเธอสะดุ้งเล็กน้อยอบิเกลรู้สึกถึงสายตาที่กำลังจับจ้อง เธอหันไปทางท้ายแถวของบ้านก็เห็นรุ่นพี่ปีสูง ๆ หันหน้าหนีกันหมดนั้นทำให้เธอสงสัยว่าพวกเขามองเธอทำไมก่อนจะหันไปตักอาหารเพื่อกินอาหารเช้า แล้วเตรียมตัวไปเรียนวิชาแรกของวันอบิเกลนั่งคิดเธอเตรียมพร้อมที่จะปะทะกับอีกฝ่ายแล้วจริง ๆ
หลังทานอาหารเสร็จทุกคนต่างพากันลุกออกไปเตรียมที่จะเดินทางไปยังห้องเรียนที่พวกเธอจะไปเรียนระหว่างทางเดินลูน่าก็กล่าวบางอย่างออกมา
“ฉันไม่อยากเรียนวิชานี้เลย...อยากไปเรียนกับพ่อมากกว่า...” ลูน่าพูดน้ำเสียงหงอยๆ
“อย่าคิดมาก ลูน่า พวกเราอยู่ข้าง ๆ มีอะไรพวกเราจะช่วยเธอนะ”
“ใช่ ลูน่า เธอยังมีท่านเอวาคนนี้อยู่นะ”
“งื้อ...อยากกลับบ้าน...”
“โอ้ ๆ น่า...”
ทุกคนปลอบลูน่ากันยกใหญ่ดูเหมือนเธอจะไม่ชอบอาจารย์บริตนีย์เท่าไหร่เพราะเธอดุและเอาแต่จ้องมองมาทางกลุ่มพวกเธอตลอดตอนเรียนนั้นทำให้ลูน่ากลัวจนไม่อยากเรียนวิชานี้ พวกเธอเดินกันมาถึงห้องเรียนอบิเกลจ้องมองภายในห้องเรียนก็เห็นนักเรียนหลายคนที่เธอรู้จักพวกเขาบางคนต่างหันมาทางเธอแล้วโบกมือให้ เธอก็โบกมือตอบก่อนจะเดินหาที่นั่งกันอบิเกลให้เพื่อน ๆเข้าไปก่อนที่เธอจะนั่งริมทางเดินเพื่อที่ว่าเธอโดนเรียกขึ้นมาจะได้เดินออกมาสะดวกไม่ลำบากเพื่อนๆ ที่ต้องลุกขึ้นให้เธอสกอร์เปียสมองอีกฝ่ายที่นั่งริมด้านทางเดินก็สงสัยก่อนจะเอ่ยถาม
“ให้ฉันนั่งริมก็ได้นะ อบิเกล เธอจะได้ไม่โดนยัยอาจารย์นั้นเล่นงาน”
“ไม่ต้องหรอก ฉันนั่งตรงนี้ดีสุดล่ะ”
เสียงประตูเปิดออกมาอย่างดังก้องภายในห้องนั้นพร้อมเสียงฝีเท้ากำลังเดินเข้ามาทุกคนไม่กล้าที่จะหันไปมองเลยว่าคนที่เข้ามาจะเป็ใครที่กำลังเดินเข้ามาแต่ทว่าคนที่กล้าที่จะหันไปมองคนที่กำลังเดินเข้ามาคืออบิเกลที่หันไปมองพอดีกับอีกฝ่ายกำลังเดินมาถึงตัวเธอทั้งสองคนต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าไม่ชอบกันก่อนที่อาจารย์คนนั้นจะเอ่ยพูดเรียกเธอให้ตามมา
“คุณเมอร์รัล!! มาหน้าห้อง!!”
เสียงซุบซิบเกิดขึ้น พวกเพื่อน ๆต่างมองอบิเกลที่โดนเรียกไปหน้าห้อง อบิเกลได้แต่ต้องยอมก่อนจะลุกขึ้นออกจากที่ของเธอแล้วเดินไปหน้าห้อง อาจารย์บริตนีย์เห็นว่าอีกฝ่ายมาอยู่ที่หน้าห้องเธอก็เริ่มการสอน
“เอาล่ะวันนี้ครั้งก่อน ๆ ฉันไม่ได้สอนเยอะงั้นวันนี้เราจะเรียนประวัติศาสตร์มืดกัน คุณเมอร์รัล ศาสตร์มืดคืออะไร?”
“จะให้ตอบยังไงคะ?” อบิเกลถามด้วยความสงสัยแต่มันก็เหมือนการย้อนเล็กน้อย
บริตนีย์จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาบก่อนจะพูดขึ้น“เอาที่เธอเข้าใจ ถ้าไม่ฉันจะอธิบายให้ฟัง”
อบิเกลทำสายตามองบนทำเอาบางคนที่เห็นเกิดขำหน่อย ๆก่อนที่เธอจะตอบอีกฝ่าย
“ตามความเข้าใจของหนู ศาสตร์มืด คือ เวทมนตร์ทุกประเภทที่ตั้งใจจะส่งผลกระทบเชิงลบหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นไม่ว่าจะเป็การทำร้ายร่างกาย บงการจิตใจหรือสร้างความทุกข์ทรมานอันแสนเ็ปค่ะ!!” อบิเกลเน้นประโยคสุดท้ายใส่อีกฝ่าย
บริตนีย์ฟังคำตอบเด็กทำเอาเธอหน้าชาไปเลยเธอไม่นึกว่าเด็กจะตอบได้ เพราะเธอเห็นอีกฝ่ายดูไม่สนใจวิชาเธอเหมือนครั้งก่อนหน้าพวกสกอร์เปียสยกนิ้วให้อีกฝ่ายที่เก่งสุด ๆ ที่ตอบคำถามอาจารย์ได้แต่สายตาของอาจารย์ก็หันมาจิกใส่พวกเขา ทำให้พวกเขารีบเก็บมือลงทันที
“แล้วศาสตร์มืดที่เธอรู้จักมันมีอะไรมั้ง?”
อบิเกลหันไปมองอีกฝ่ายต่อ “1.คาถาต้องห้าม2.เครื่องดื่มมนต์ดำ 3.วัตถุที่ถูกปลุกเสก4.สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์มืด”
“แล้ว-”
“ถ้าถามหนูว่าสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์มืดคืออะไร หนูก็ขอตอบว่าหนึ่งในนั้นคือ ผู้คุมิญญาที่อยู่ในคุกอัซคาบันนะคะ!!”
“!!!” ทุกคนได้ยินก็ใที่อีกฝ่ายกล้าพูดถึงสถานที่น่ากลัวนั้น
บริตนีย์ได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายทำให้เธอไม่ชอบใจที่เด็กตรงหน้าทำอวดเก่งใส่เธอแต่คำถามของเธอก็เป็อย่างที่เด็กพูด
“หักบ้านสลิธีริน 5 คะแนนกับการกระทำของคุณเมอร์รัลที่ไม่เคารพอาจารย์!!”
“ว่าไงนะ!!”
พวกบ้านสลิธีรินแต่ละคนต่างงุนงงว่าอาจารย์เป็อาจารย์ประจำชั้นดันมาหักคะแนนนักเรียนประจำบ้านตัวเองซะงั้นอบิเกลตาโตมองอย่างงุนงงก่อนที่จะเอ่ยถามอาจารย์
“แค่หนูพูดแทรกขึ้นมาอาจารย์จะหักคะแนนเลยเหรอคะ?”
“ไม่ใช่แค่นั้นคุณเมอร์รัล คุณมันทำตัวอวดเก่งคิดว่าตัวเองฉลาดแล้วฉันจะพอใจหรือไง?”
อบิเกลกอดอกมองอีกฝ่ายที่พูดแบบนั้น “อ๋อ...อาจารย์พูดเองนะคะ...?”
“ทำไม? คุณเมอร์รัล? คิดว่ามีผู้ปกครองเป็เ้าหน้าที่ของกระทรวงแล้วตัวเองจะวางอำนาจแถวนี้หรือไง?”
อบิเกลยกคิ้วมองอีกฝ่ายว่าอีกฝ่ายได้ยินอะไรมาผิดหรือเปล่าเื่เธอก่อนที่สกอร์เปียสจะยกมือขึ้นมาเอ่ยพูด
“อาจารย์ครับ ไม่ใช่แค่พ่อของอบิเกลเป็เ้าหน้าที่กระทรวงนะครับอบิเกลก็เป็เ้าหน้าที่กระทรวงที่มีเอกสารและบัตรเ้าหน้าที่นะครับ!!”
อาจารย์บริตนีย์ได้ยินแบบนั้นก็ตาลุกวาวก่อนจะหันกลับมามองเด็กตรงหน้าที่ดึงเสื้อคลุมของเธอออกทำให้เห็นบัตรเ้าหน้าที่กระทรวงที่เธอจะติดตัวไว้ตลอดเพื่อความปลอดภัยเวลามีเหตุอาจารย์บริตนีย์ได้เห็นก็ใบหน้าแดงก่ำอย่างไม่พอใจมาก ๆ
“กลับไปนั่งที่!!!”
อบิเกลส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ของเธอทุกคนมองอบิเกลที่โดนหักคะแนนอย่างไม่ยุติธรรมชั่วโมงเรียนนั้นเป็อะไรที่น่าอึดอัดมาก ๆ จนไม่อยากเรียนแต่ก็ต้องทำใจเรียนหมดชั่วโมงเรียนนั้นไปอย่างรวดเร็วทุกคนก็ไปเรียนวิชาต่อไป วิชาดูแลสัตว์วิเศษอาจารย์แฮกริดพาทุกคนไปยังพื้นที่ใหม่หลังจากเกิดเหตุครั้งนั้นเขตที่เกิดเื่เลยต้องปิดไปเป็ที่ใหม่อยู่ใกล้ๆ บ้านอาจารย์แฮกริดชั่วโมงเรียนก็ไม่มีอะไรมากนอกจากให้ศึกษาและเฝ้ามองสัตว์วิเศษที่มีให้ทุกคนเรียนรู้ด้วยตัวเองไปก่อนแต่คาบนี้คงมีคนเดียวที่ไม่อยากทำอะไรเพราะรู้ทุกเื่ของสัตว์วิเศษอยู่แล้วจนเธอนั้นมานั่งอยู่คนเดียวอย่างเงียบ ๆโดยมีสีหน้าอันหงุดหงิดจนคิ้วขมวดเข้าหากันจนอาจารย์แฮกริดเห็นก็สงสัยว่าเด็กน้อยที่มีความสามารถอันดีเลิศถึงมานั่งคนเดียวด้วยสีหน้าแบบนั้น
“หนูเมอร์รัลเป็อะไร?”
“อ๊ะ...” อบิเกลเงยหน้ามองก็เห็นอาจารย์แฮกริดมานั่งข้างๆ โดยไม่สนใจว่าพื้นจะเลอะไหม “หนูไม่ได้เป็อะไรคะ...”
“จริงหรือ...?” แฮกริดยกคิ้วมองอย่างสงสัยก่อนที่เขาจะขยับมือไปที่ปลายคางอบิเกล “แต่ใบหน้าของเธอนั้นคิ้วจะผูกได้อยู่แล้วนะ”
อบิเกลได้ยินแบบนั้นก็ยกมือขึ้นมาจับหัวคิ้วที่กำลังจะชนเข้าหากันเธอก็ใช้นิ้วเคลียร์มัน แฮกริดเห็นท่าทางเด็กน้อยก็เอ่ยถามขึ้นมา
“ไหน...ลองเล่าให้คนแก่คนนี้ฟังหน่อยสิว่ามีอะไรที่ทำให้หนูหงุดหงิดั้แ่เช้าแบบนี้?”
อบิเกลได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไปแป๊บหนึ่งก่อนจะเอ่ยพูด “อาจารย์แฮกริด...ถ้าเราตอบโต้ใครบางคนที่กำลังทำร้ายคนอื่น...เราผิดไหมคะ?”
“ไม่นะ นั้นถือว่าเรามีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่เลวร้ายถ้าหนูสามารถจัดการเื่นั้นได้”
“ถ้ามันถูก...ทำไมคนพวกนั้นยังทำตัวแย่ ๆ แล้วยังหาเื่เรา?”
“คงเพราะ...พวกเขาไม่ชอบหนู...หนูไปทำอะไรให้พวกเขาไม่ชอบงั้นหรือ?”
“หนูแค่ปกป้องรุ่นพี่...จนทำให้หนึ่งในนั้นได้รับาเ็ก่อนจะไปฟ้องอาจารย์ประจำชั้นกับอาจารย์ใหญ่”
“แล้วไงต่อ...?”
”ทุกคนปกป้องหนูทำให้พวกนั้นโดนอาจารย์ใหญ่เรียกไปที่ห้องพร้อมอาจารย์ประจำชั้น...แต่นั้นเป็จุดเริ่มต้น...”
แฮกริดฟังเด็กน้อยก็เข้าใจสถานการณ์ของเด็กน้อยทันที “ฉันเข้าใจล่ะ...ยัยบริตนีย์กับเด็กพวกนั้นหาเื่หนูสินะ?”
“ยัยบริตนีย์?”
“หึ ๆ เด็กนั้นอายุน้อยกว่าฉันอีก ฉันไม่เรียกยัยหนูก็พอ” แฮกริดกล่าวพร้อมกับขยับเข้าหาเด็กน้อยเล็กน้อย“แล้วเด็กนั้นทำให้หนูล่ะ?”
“เธอหักคะแนนหนูแต่...หักด้วยคะแนนบ้านเราแทนนะคะ”
“บ้าหรือไง!?” แฮกริดกล่าวขึ้นเขาไม่อยากนึกว่าอาจารย์คนนั้นจะหักคะแนนเด็กอย่างไม่มีเหตุผลแทนเป็เด็กบ้านตัวเองด้วย“ยัยนั้นช่างเหมือนกับโบว์ทรักเกิลจริง ๆ”
“โบว์ทรักเกิล เ้ากิ่งไม้สีเขียวนั้นนะเหรอคะ?”
“ใช่”
อบิเกลได้ยินก็หลุดขำออกมาเธอหัวเราะอย่างชอบใจเมื่อนึกถึงสภาพของมันที่ผอมแห้งและหน้าตาที่ไม่คล้ายกันเลยสักตัวจนนึกถึงอาจารย์บริตนีย์ทันที
“แต่ว่า...โบว์ทรักเกิลเป็สัตว์รักสงบนะคะ?”
“แต่เธอน่าจะรู้นะว่าเวลาไหนทำมันไม่พอใจจะดุร้ายแค่ไหนถึงจะตัวเล็กก็ตามที”
“มันก็จริงนะคะ...”
อบิเกลหันหน้าไปมองทุกคนที่กำลังมีความสุขเธอก็แอบที่จะยิ้มไม่ได้จริง ๆ ที่เธอมาทุกข์ทำไมโดยที่ตัวเองบอกเองว่าจะจัดการอีกฝ่าย
“ดีใจที่หนูยิ้มได้นะ...”
“อ๊ะ...ค่ะ~”
อบิเกลเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้อีกฝ่ายทำให้แฮกริดเห็นภาพซ้อนของเด็กชายใส่แว่นที่เขารู้จักนั้นทำให้เขานั้นรู้สึกแน่นที่หน้าอกขึ้นมาอย่างคนอยากร้องไห้เขาคิดเลยว่าถ้าลูกของแฮร์รี่ยังอยู่คงได้มานั่งเล่นกับเขาแบบนี้เป็แน่อบิเกลรู้สึกถึงกลิ่นอายที่เปลี่ยนไปของอาจารย์แฮกริด เธอรู้สึกชอบอาจารย์มาก ๆเหมือนคุณปู่คนหนึ่งทำให้เธอคิดอยากมาหาอาจารย์บ่อย ๆ
“อาจารย์แฮกริดค่ะ”
“ว่าไงเด็กน้อย”
“หนูมานั่งดื่มชาที่บ้านอาจารย์ได้ไหมคะ? มาคุยเล่น ๆกับอาจารย์เื่สัตว์วิเศษก็ได้นะคะ”
“เอาสิ ฉันจะรอนะเด็กน้อย~”
จบตอนที่ 19 โปรดติดตามตอนที่20 ต่อไป