ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 85 น้องสาวของเขาโตแล้ว

            เมื่อจวินมู่ซีเห็นสีหน้าเศร้าใจปนกลัดกลุ้มของไป๋จื่อจินเขายิ่งกระหยิ่มยิ้มย่องมากขึ้นเรื่อยๆ

            เพื่อนผู้มีจิตใจฮึกเหิมผู้นี้วันๆ เอาแต่คิดว่าน้องสาวของตนอ่อนแอจำเป็นต้องได้รับการปกป้อง แต่เขาไม่รู้ว่าน้องสาวของเขาแข็งแกร่งกว่าผู้ใดสตรีเหล่านั้นจะเป็นคู่ต่อสู้ของนางได้อย่างไร โดยเฉพาะไป๋ชิงโหรวนั่นโง่เง่าอย่างกับอะไรดี

            อย่างไรก็ตามเขากำลังคิดหาวิธีระบายความโกรธแทนภรรยาที่ยังมิได้แต่งเข้าคนนี้

            ถึงกับกล้าตะโกนเสียงดังใส่ภรรยาของตนท่าทางจะกินจนอิ่มแล้วไม่มีอันใดทำแล้วกระมัง

            “แล้วเจ้าเล่าเหตุใดถึงได้มาขอน้องหญิงของข้าแต่งงานกัน”

            ทันใดนั้น ไป๋จื่อจินพลันเงยหน้าขึ้นมองจวินมู่ซีด้วยดวงตาเรียวยาวแววตาของเขาส่องประกายเย็นเฉียบและข่มขู่คุกคาม

            ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าแววตานี้แฝงไปด้วยกลิ่นอายนองเลือดจนทำให้จวินมู่ซีเก็บรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าไว้ทันทีเขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทางไม่จริงจังว่า

            “เจ้า... อย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนี้น่ากลัวจะตายชัก” จวินมู่ซีหดคอลง เสื้อผ้าสีแดงของเขาดูส่องประกายทิ่มแทงสายตาทว่ายามที่เขาสวมกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่าง ช่างน่าแปลกประหลาดเหลือเกิน

            “พูด!” ไป๋จื่อจินไม่หลงไปกับเล่ห์กลในครั้งนี้ของเขา

            สหายของเขาคนนี้ไม่เลวนัก นิสัยน่ะหรือ ไม่จำเป็นต้องพูดทว่าชื่อเสียงของเขานั้นไม่ดี เขาทิ้งชื่อไว้ในแหล่งมั่วโลกีย์มากมายอีกทั้งมักจะมีเหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้งเพราะรูปโฉมที่งดงามของเขา โลกภายนอกเล่าลือว่าเขาเจ้าชู้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าจวินมู่ซียังคงรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ได้แม้ว่าเขาจะชอบเข้าไปพัวพันกับคนเหล่านี้ทว่าก็เพียงเพื่อผลประโยชน์และเส้นทางของตนเองเท่านั้นอีกทั้งสหายผู้นี้ยังไม่มีสหายที่เป็นสตรี ไม่ว่าอย่างไรกับใครต่างล้วนรักษาระยะห่างที่เหมาะสมเอาไว้

            อีกทั้งตัวเขาเองย่อมเข้าใจได้ชัดเจนมากที่สุดตั้งแต่เล็กจนโต สหายผู้นี้ของเขาไม่มีสตรีในดวงใจเลยแม้แต่คนเดียว

            เพียงเพราะตนรู้ว่าเขาเป็นคนดี ดังนั้นไป๋จื่อจินจึงยังไม่ระเบิดโทสะทว่านั่นไม่ได้หมายความว่าตนไม่สนใจ

            เขาไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆ ก็มีข่าวเรื่องการหมั้นหมายของน้องหญิงออกมาอีกทั้งยังเป็นสหายผู้นี้ของเขา

            “ข้ามิได้หลอกลวงน้องสาวเจ้า”จวินมู่ซีรีบแก้ตัว ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง

            ไร้สาระ ไป๋จื่อจินยามลงมือไม่เคยไว้ไมตรีผู้ใดโดยเฉพาะยามที่ลงมือเพื่อน้องสาวของเขา ไม่แน่ว่าเขาอาจทุบตีตนเองจนตายก็เป็นได้

            ไป๋จื่อจินวางจอกชาลง มองจวินมู่ซีด้วยสายตาเย็นชาริมฝีปากบางของเขาเปิดขึ้น ก่อนจะปิดลง "เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใดเหตุใดเจ้ากับน้องหญิงของข้าถึง... แค่กๆ ถูกตาต้องใจกันได้”

            ในฐานะพี่ใหญ่เขาไม่อาจพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับกลยุทธ์ลอบตีเฉินชัง [1] ออกมาได้

            ถ้าหากสหายรักจริงใจอยากแต่งงานจริงๆอีกทั้งน้องสาวของเขาก็มีใจต้องการจะแต่งงานเช่นกัน

            หากทั้งสองมีใจให้กันและกัน เขาย่อมสนับสนุน

            ทว่าถ้าหาก...

            เมื่อเห็นไป๋จื่อจินเป็นเช่นนี้จวินมู่ซีก็พูดอย่างเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาทันทีว่า“มันไม่ใช่การละเล่นของเด็กอย่างแน่นอน ข้าขอนางแต่งงาน ข้าย่อมดีกับนางแน่นอนข้าจะไม่รับอนุหรือสาวรับใช้อุ่นเตียง นางระบำหรือหญิงคณิกาก็ล้วนไม่มีทางรับเช่นกัน”

            ไป๋จื่อจินไม่พูดอันใด ทว่าดวงตาของเขาค่อยๆ หรี่ลง...

            จวินมู่ซีถูกมองจนหนังศีรษะชา ความในใจเล็กๆนั่นเกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว ทว่าน่าเสียดายที่ถูกฝังกลบมาโดยตลอด กอปรกับไป๋เซียงจู๋ดูไม่มีท่าทีจะสนใจเขามักจะหลบอยู่ในจวนตระกูลไป๋ไม่ยอมออกมาเหตุให้พัฒนาความสัมพันธ์ช่างน้อยนิดจนเขาคิดว่านางหาได้มีใจให้แม้ว่าจะหงอยเหงาเศร้าสร้อย แต่ก็เป็นเรื่องที่พอจะยอมรับได้เช่นกัน

            จนกระทั่งเขาได้รับจดหมายด่วนจากหลงจู้หลี่ และรู้ว่านางกำลังวิ่งเต้นไปยังทุกหนทุกแห่งดูเหมือนว่านางต้องการจะแต่งงาน เขาจึงไม่อาจนั่งนิ่งได้อีกต่อมาเขาได้รู้ว่าเหล่าชนชั้นสูงรังเกียจรังงอนนางและเลือกมากเขาก็ยิ่งโมโหจนอยากจะลากคนที่ว่ากล่าวนางออกมาทุบตีให้ตายเลยทีเดียว

            ในเวลาเดียวกัน เขาก็ลอบยินดี โอบกอดการตัดสินใจที่ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดคือการถูกปฏิเสธนั้นเขียนหนังสือไปถึงจวนไป๋เพื่อขอเจรจาเรื่องงานแต่งและในที่สุดการทำงานหนักก็สำเร็จลุล่วงสมดั่งใจปรารถนาแล้ว

            สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นยิ่งกว่าก็คือ... นางเห็นด้วย และจวนไป๋ก็เห็นด้วยเช่นกัน

            ยามนี้รอตรวจดวงชะตา แลกของแทนใจนางก็สามารถแต่งงานกับเขาได้แล้ว...

            ไป๋จื่อจินมองดูท่าทางจริงจังของสหายหัวใจของเขาก็สบายใจขึ้นเรื่อยๆ เขาเหยียดขาก่อนจะเตะคนอีกฝั่งทันใดนั้นจวินมู่ซีก็กระโดดโหยงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดขึ้นมาทันที

            “เจ้ายังต้องการเลี้ยงสาวใช้อุ่นเตียง? นางระบำหรือหญิงคณิกา? เจ้าอยากตายหรือ?”

            ยามที่เอ่ยก็ยกมือขึ้นเพื่อตีจวินมู่ซี

            ไป๋จื่อจินผู้ซึ่งปกป้องน้องสาวของเขาอย่างสุดความสามารถจะไม่ยอมให้น้องสาวสุดที่รักของเขาถูกทำร้ายแม้แต่นิดเดียวหากอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่จวินมู่ซีสหายของเขาแล้วล่ะก็ เขาก็คงจะไม่ทนจนถึงตอนนี้

            จวินมู่ซีเห็นดวงตาที่เย็นยะเยือกของไป๋จื่อจินแล้วเขาพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ยกมือขึ้นก่อนจะร้องตะโกนว่า "ไม่ ไม่ ไม่ข้าจะกล้าได้อย่างไร"

            "เฮอะ"

            ไป๋จื่อจินมองออกไปนอกหน้าต่างและไม่สนใจเขาอีก ทว่าในสมองของชายหนุ่มกลับกำลังขบคิดเรื่องนี้อย่างหนักหากเป็นความปรารถนาของน้องสาวเขาจริงๆ เขาก็ทำได้แค่เพียงสนับสนุนไป๋จื่อจินรู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อยเมื่อคิดถึงน้องน้อยที่คอยตามหลังเขาต้อยๆกำลังจะแต่งงาน

            .....

            อีกด้านหนึ่งไป๋เซียงจู๋มองไปที่ใบหน้าขาวซีดของไป๋ชิงโหรวหัวใจของนางเปี่ยมไปด้วยความเย็นชา

            อวี๋ซื่อรีบยอมรับความผิดพลาดทันที นางกล่าวว่า"เป็นลูกสะใภ้ที่สอนผิดเอง โหรวเอ๋อร์ ยังไม่รีบมานี่อีก!"

            ไป๋ชิงโหรวรู้สึกเจ็บช้ำ หลังจากที่นางเสียท่า อีกทั้งยังโดนด่านางก็โมโหจนต้องกระทืบเท้า ยังจะมีเหตุใดอันใดได้อีก “ท่านแม่ คนผู้นี้เหยียบย่ำ—”

            ก่อนที่นางจะพูดจบ อวี๋ซื่อพลันตบนางหนึ่งฉาด“ยังไม่รีบหุบปากอีก!"

            เรื่องที่จะจัดการกับไป๋เซียงจู๋ลับหลังอย่างไรย่อมเป็นเรื่องหนึ่งทว่าต่อหน้าฮูหยินเฒ่าแล้วจะพูดคำว่า ‘นางแพศยา’ ออกไปได้อย่างไรบุตรสาวของนางถูกนางตามใจจนเสียคนแล้ว

            สิ่งที่ไป๋ชิงโหรวพูดออกมานั้นย่อมเข้าหูฮูหยินเฒ่าแน่นางพลันพูดอย่างเคร่งขรึมขึ้นมาทันที “จากนี้ไป จงคัดอักษรคำสอนหญิงให้ข้าร้อยจบและเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกจนกว่าเจ้าจะทำเสร็จ! ลูกสะใภ้เจ้ายังไม่รีบพานางเข้าไปอีกหรือ อย่าทิ้งให้นางทำตัวขายหน้าอยู่ที่นี่ต่อ!”

            “เจ้าค่ะ” อวี๋ซื่อรีบลากไป๋ชิงโหรวเข้าไปในจวนทันที

            ไป๋ชิงโหรวปิดหน้าร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด นางจ้องเขม็งไปที่ไป๋เซียงจู๋อย่างโกรธเคือง

            ภายในใจของไป๋เซียงจู๋ลอบยิ้มอย่างเย็นชา

            ในใต้หล้านี้ผู้ใดจะแพศยาหรือไม่นั้นมิได้ขึ้นอยู่กับคนรอบข้าง แต่ขึ้นอยู่กับตัวนางเอง!

            นางพาตู้เจวียนไปยังหออี้ผิ่น

            ทว่ารถม้าของมู่จื่อรั่วกลับติดตามนางมาอย่างตั้งใจแต่ก็เหมือนกับมิได้ตั้งใจ

            “คุณหนูเหตุใดรถม้าของจวนตระกูลมู่ถึงตามเรามาเล่าเจ้าคะ”

            ตู้เจวียนเห็นความแปลกประหลาดของรถม้าที่อยู่ด้านหลังนางพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาเป็นอย่างยิ่ง

            ไป๋เซียงจู๋หยักโค้งริมฝีปากเป็นรอยยิ้ม มู่จื่อรั่วผู้นี้ชอบตามนางเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่านางเห็นชายสองคนกำลังคุยกันอยู่ไม่ไกลและมองนางด้วยสายตาที่มุ่งร้ายเป็นอย่างยิ่ง

            นี่กำลังหาเรื่องนางหรือ? ไม่เป็นไร ทุกวันนี้เรื่องราววุ่นๆลดไปเยอะแล้ว อีกทั้งพิษที่อยู่ในมือของนางก็ไม่มีหนูทดลองให้ทดสอบด้วย

            “ไม่ต้องไปสนใจนาง รีบไปกันเถิด”

            ไป๋เซียงจู๋เดินอย่างรวดเร็วไปยังถนนอีกสายหนึ่งพร้อมกับตู้เจวียน

            แล้วชายสองคนในซอยก็ขยิบตาให้กัน ก่อนจะเริ่มลงมือ

            ไป๋เซียงจู๋ค่อยๆ หวนนึกถึงเรื่องราวของชีวิตในอดีตทุกๆเรื่อง นางมักจะพบกับพวกอันธพาลยามที่เดินบนถนน ทว่าชาติที่แล้วนางมีดวงหน้าอัปลักษณ์ ย่อมทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้นางพวกเขาทำเพียงแค่ด่าว่าและรังแกที่นางน่าเกลียด เสียดสีเยาะเย้ยจนกระทั่งลงแรงตบตี

            ยิ่งเรื่องมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งไม่กล้าออกไปไหนประกอบกับการเกิดใหม่ในชีวิตนี้ นางมองเห็นอะไรหลายๆ อย่างได้ชัดเจนขึ้นหญิงสาวคิดว่าคงเป็นเพราะมีคนวางแผนลับหลังนางดังนั้นแล้วเรื่องราวลำบากรบกวนจิตใจนี้จึงเกิดขึ้นกับนาง

            ดียิ่ง วันนี้นางจะเชือดไก่ให้ลิงดู

            ไป๋เซียงจู๋ไม่รีบเร่งไปหาจวินมู่ซีอีกต่อไปแต่เดินเตร่ไปกับตู้เจวียนอย่างไร้จุดหมาย

            มู่จื่อรั่วที่ตามหลังมาไกลๆ มองไปที่ใบหน้ามีเสน่ห์ของไป๋เซียงจู๋ที่ซ่อนอยู่หลังหมวกทรงสูงนางกัดฟันกรอดด้วยความเกลียดชัง ดวงหน้านั้นช่างงดงามล่มเมือง นางต้องทำลายมันทำลายชื่อเสียงของนาง อย่าคิดว่าตระกูลจวินจะต้องการรองเท้าพังๆ [2] เช่นนาง

                                                                  

            เชิงอรรถ

     [1]暗度陈仓 กลยุทธ์ลอบตีเฉินชัง เป็นหนึ่งในกลศึกสามก๊กกลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการใช้โอกาสที่ฝ่ายศัตรูตัดสินใจที่จะรักษาพื้นที่เขตแดนของตนไว้และแสร้งทำเป็นนำกำลังทหารบุกเข้าโจมตีทางด้านหน้าแต่ลอบนำกำลังทหารบุกเข้าโจมตีในพื้นที่เขตแดนที่ฝ่ายศัตรูไม่ทันคาดคิดและสนใจวางแนวกำลังป้องกัน

     [2]破鞋 รองเท้าพังๆ เป็นคำแสลงหมายถึงผู้หญิงแพศยามั่วผู้ชาย

             

    คล้ายกับเรื่องความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828