ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 162 ทองเต๋า.

    “นี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น”

    เสียงแจ๊คตะโกนดังไปทั่วบริเวณ ทำให้ก้อนทองจำนวนมากสั่นไหวเล็กน้อย แจ๊ครีบเอาปากปิดปากทันที

    หลังผ่านไปสักพักหนึ่งก้อนทองทั้งหมดเริ่มหยุดสั่นไหวทำให้แจ๊คถอนหายใจ เขาหวาดกลัวมาเพราะแค่ตัวเดียวทำเอาเกือบตาย แต่ด้านล่างนี้มีเป็นร้อยกว่าตัว

    คงคิดสภาพของตนเองไม่ได้ถ้ามีผู้พิทักษ์ทองเต๋ามาโจมตีเขาร้อยกว่าตัว

    แจ๊ครีบถามหู่เสวียทันทีว่า

    “หู่เสวียหลักการทำงานของผู้พิทักษ์ทองเต๋าเป็นยังไง”

    หู่เสวียเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนจะพูดว่า

    “หลักการทำงานของผู้พิทักษ์ทองเต๋านั้นง่ายมากสิ่งมีชีวิตใดที่สะท้อนอยู่ในก้อนทอง ผู้พิทักษ์ทองเต๋าจะทำการสร้างร่างกายของสิ่งมีชีวิตตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นวิชา พลัง ความสามารถ จิตใจ ดวงวิญญาณ เต๋า พลังวิชา ร่างกายพิเศษก่อนจะออกมาต่อสู้กับคนตรงหน้า”

    “มันเหมือนกับบททดสอบแห่งความตาย??”

    “ใช่มันเหมือนกับบททดสอบแห่งความตาย แต่มันโหดร้ายยิ่งกว่าเพราะว่าร่างกายที่สร้างมามีพลัง ความสามารถ วิชา เต๋าและจิตใจมากกว่าร่างกายตรงหน้าถึง 50 เท่า”

    “50 เท่า บ้าไปแล้ว”

    “ใช่”

    แจ๊คเกือบจะบ้าตายเมื่อได้ยินว่ามีพลังมากกว่าร่างกายของคนที่ผู้พิทักษ์ทองเต๋าสร้างมาถึง 50 เท่าแบบนี้ใครจะไปสู้ไหว

    ระหว่างที่แจ๊คกำลังเป็นบ้าหู่เสวียได้พูดขึ้น

    “มันมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งและร้ายแรงมาก”

    แจ๊ครีบสงบสติอารมณ์ก่อนจะถามหู่เสวียกลับไป

    “ข้อเสียนั้นคืออะไร”

    “อย่างที่นายกำลังทำอยู่”

    “หายตัว??”

    “ใช่แค่ทำให้ผู้พิทักษ์ทองเต๋ามองไม่เห็นก็สามารถไปเอาทองเต๋า 12 สีได้มันเป็นจุดอ่อนที่แรงร้ายแต่ทองเต๋า 12 สีก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะก้อนทองไม่มีพลังในการสัมผัส ต้องมีคนสะท้านเงาตรงหน้าเท่านั้นถึงจะสร้างร่างกายขึ้นมาได้”

    แจ๊คจ้องมองผู้พิทักษ์ทองเต๋าก่อนจะเชื่อในคำพูดของหู่เสวีย เพราะแจ๊คอยู่ตรงหน้าผู้พิทักษ์ทองเต๋าแต่เขาไม่รู้สึกว่าก้อนทองสั่นไหวขึ้นมา

    แจ๊คจึงนั่งพักร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมในการค้นหาทองเต๋า 12 สี ระหว่างที่นั่งพักแจ๊คเฝ้ามองผู้พิทักษ์ทองเต๋าและดวงตาเกิดประกายขึ้น

    “หู่เสวีย ถ้าฉันต่อสู้กับผู้พิทักษ์ทองเต๋า ความสามารถในการต่อสู้ของฉันจะเพิ่มขึ้นไหม”

    หู่เสวียมองแจ๊คสลับกับผู้พิทักษ์ทองเต๋าด้านหน้า

    “เพิ่มได้ แต่มีคนเคยลองทำแบบที่นายคิด อย่างอยากรู้ผลลัพธ์ไหม”

    แจ๊คพยักหน้าอย่างสนใจเพราะการที่เขาสามารถต่อสู้กับตัวตนที่มีพลังมากกว่าเดิมถึง 50 เท่านั้นเป็นอะไรที่ดีมาก หู่เสวียเห็นแจ๊คพยักหน้าจึงพูดขึ้น

    “ผลลัพธ์คือ ตาย”

    แจ๊คตกตะลึงกับคำพูดของหู่เสวีย

    “ตายยังไง”

    “นายคิดว่าใครเป็นคนบังคับผู้พิทักษ์ทองเต๋า”

    “มันมีคนบังคับด้วยหรือไง”

    หู่เสวียแค่นเสียงอย่างเยือกเย็นก่อนจะตอบคำถามของแจ๊ค

    “มี มันคือทองเต๋า 12 สีเพราะว่าผู้พิทักษ์ทองเต๋ามันคือหุ่นเชิดของทองเต๋า 12 สีทำให้ทองเต๋า 12 สีมีความสามารถในการควบคุม ได้ยิน มองเห็นสิ่งที่ผู้พิทักษ์ทองเต๋าทั้งหมด มันเคยมีเทพในสมัยก่อนที่ความรู้ยังไม่มากจนถึงทุกวันนี้ ได้ลองใช้ผู้พิทักษ์ทองเต๋าเป็นตัวฝึกซ้อมวิชาของเขา ในตอนแรกทั้งเขาและผู้พิทักษ์ทองเต๋าสู้กับอย่างดุเดือดเพราะเทพคนนั้นคือปีศาจ ความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายแทบจะเป็นอมตะ จึงสามารถต่อสู้กับผู้พิทักษ์ทองเต๋าได้ แต่ใครจะไปคิดว่าระหว่างการต่อสู้มีผู้พิทักษ์ทองเต๋าโผล่ขึ้นมาอีก 50 ตัว เทพคนนั้นได้จบชีวิตลงข่าวนี้ดังไปทั่วในหมู่เทพ ทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่เคยมีใครกล้าคิดแบบนี้อีก”

    เมื่อได้ฟังดังนั้นแจ๊คกลืนน้ำลายของตนเองพร้อมกับมีสีหน้าขาวซีด แค่ตัวเดียวก็มีพลังมากกว่าคนตรงหน้าถึง 50 เท่า ถ้ามันมี 50 ตัวก็ให้เป็นพระเจ้าคงตาย

    “แบบนี้ทองเต๋า 12 สีก็แข็งแกร่งจนไม่มีใครสามารถสู้ได้”

    เมื่อได้ยินคำพูดของแจ๊ค หู่เสวียแค่นเสียงอย่างรุนแรงเพราะมันเหมือนกับหยามเกียรติของเทพ แจ๊คได้ฟังเสียงเยือกเย็นของหู่เสวียจึงฟื้นสติขึ้นมา

    “มันสามารถสร้างร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่สะท้านเงาได้ แต่มันก็มีระดับของตัวมันเอง เพราะตั้งแต่เทพระดับกลาง ทองเต๋า 12 สีไม่สามารถสร้างได้และความสามารถทั้งหมดของทองเต๋า 12 สีเมื่ออยู่ต่อหน้าเทพระดับกลางมันไร้ประโยชน์ทั้งหมด”

    “เทพระดับกลาง????”

    “ในตอนนี้นายยังไม่จำเป็นต้องรู้ถึงระดับเทพ แค่ปีศาจฝึกฝนนายไปให้รอดก่อน”

    แจ๊คไม่ได้โกรธจากคำพูดของหู่เสวียเพราะการรู้เยอะไปมันอาจจะไม่ดีเขาจึงเลิกสนใจเรื่องเทพกลับมาสนใจเรื่องทองเต๋า 12 สีต่อ

    “หู่เสวีย เวลาผู้พิทักษ์ทองเต๋าโจมตีฉันทำไมถึงขยับไม่ได้ และหมัดที่มันปล่อยออกมามันรุนแรงแบบนั้นได้ยังไง”

    แจ๊คจึงถามเรื่องผู้พิทักษ์ทองเต๋าที่เขาเจอเมื่อสักครู่นี้ หู่เสวียเห็นแจ๊คเลิกสนใจระดับเทพจึงโล่งอกเพราะการรู้เยอะอาจจะทำให้ร้ายกำลังใจของแจ๊คไป

    “ที่นายขยับไม่ได้เพราะผู้พิทักษ์ทองเต๋าใช่กฎและหมัดที่รุนแรงเพราะว่ามันคือเต๋าหมัด”

    “เต๋าหมัด เหมือนกับอาริโนที่ใช้ครึ่งเต๋าดาบโจมตีฉันใช่ไหม”

    แจ๊คจดจำชื่อ อาริโนได้อย่างดีเพราะมันทำให้แจ๊คบาดเจ็บความแค้นนี้ต้องชำระเมื่อถึงเวลา

    “ใช่”

    แจ๊คจ้องมองผู้พิทักษ์ทองเต๋าเพราะเขาอยากจะต่อสู้ด้วย แต่อีกอารมณ์หนึ่งคือเขาไม่อยากตายแจ๊คกัดฟันเพื่ออย่าใจตนเองและนั่งฟื้นฟูร่างกายต่อไป

    หลังร่างกายของแจ๊คฟื้นฟูมาเกือบเต็มทีแจ๊คลุกขึ้นเดินทางออกไปตามหาทองเต๋า 12 สีทันที

    ยิ่งเดินทางเท่าไรเขายิ่งหวาดกลัวเพราะตามทางเดิน 3 ก้าวแจ๊คเจอก้อนทองที่เป็นผู้พิทักษ์ทองเต๋า 1 ตัวและยิ่งเดินเข้าไปมากเท่าไร ยิ่งเจอผู้พิทักษ์ทองเต๋ามากขึ้นเท่านั้น

    เวลากินอาหารหรือพักฟื้นร่างกาย แจ๊คต้องแอบเจาะผนังหินเพื่อหลบสายตาของผู้พิทักษ์ทองเต๋าก่อนจะออกเดินทางต่อไป

    วันเวลาผ่านไปแบบนี้อยู่ อีก 6 เดือนแจ๊คเจอแสงสีรุ้งโผล่ออกมาจากปลายทางเดิน แจ๊คแทบจะกระโดดเพราะความดีใจ

    ตลอดเวลามาเขาต้องฝึกฝนจิตใจระหว่างการเดินทางเพราะแจ๊คอยากจะกลับหลายรอบมาก แต่พอหันหลังกลับไปเขาหาทางกลับไม่ถูก

    แผนที่ของจี่อู่ไม่มีเส้นทางภายในชั้นใต้ดิน ทำให้แจ๊คต้องกัดฟันเดินทางต่อไป เขาไม่อยากจะใช้แต้มผู้ร่วงหล่นเพราะการเปิดระบบผู้ร่วงหล่น หยิบของความสามารถชุดแห่งความว่างเปล่าจะหายไป

    ทำให้แจ๊คปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าผู้พิทักษ์ทองเต๋า แจ๊คระมัดระวังมากจึงไม่กล้าเสี่ยงที่จะทำแบบนั้น

    พอเจอกับแสงสีรุ้งปลายทางเดินทำให้แจ๊คร้องไห้ขึ้นความพยายามของฉันจะไม่ศูนย์เปล่า แม้ว่าจะเจอแสงสีรุ้งตรงทางเดินแจ๊คไม่กล้าวิ่งเข้าไปด้านใน

    แจ๊คเดินเข้าไปหาแสงสีรุ้งอย่างระมัดระวังตัวให้ถึงที่สุด แม้แต่การเดินแจ๊คยังพยายามให้มีเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้

    ยิ่งเดินเข้าใกล้แสงสีรุ้งมากเท่าไร แจ๊คยิ่งแปลกใจเพราะเขาไม่เจอผู้พิทักษ์ทองเต๋าแม้แต่ตัวเดียวตรงทางเดินเข้าไป ทุกทีมันต้องมีการป้องกันที่แน่นหนา

    ทำไมถึงเปิดโล่งเหมือนกับเชิญให้เข้าไป แจ๊คเกิดความสงสัยความรู้สึกของเขาบอกว่ามันแปลกประหลาดมาก

    ตรงเดินมาถึงปลายทางแสงสีรุ้งเจอกับทางเข้า แจ๊คหลับตาลงคิดว่าจะเข้าไปดีหรือไม่เพราะความรู้สึกอันตรายได้เตือนแจ๊คว่าข้างในไม่ปลอดภัย

    สีหน้าของแจ๊คเปลี่ยนไปและมีเหงื่อไหลทั่วตัว เขากำลังตีกับตัวเองว่าเข้าไปหรือไม่ สัญชาตญาณของเขาไม่เคยโกหกตัวเอง

    แจ๊คเชื่อว่าด้านในต้องมีอันตราย แต่เขาไม่สามารถถอยหลังกลับไปได้ ถ้าไม่เข้าไปก็อยู่ภายในชั้นใต้ดินตลอดกาล

    เขาไม่ต้องอยู่ชั้นใต้ดินไปตลอดชีวิตแบบนั้น แจ๊คกัดฟันแน่นและเดินเข้าไปด้านในทันที แสงประกายสีรุ้งจำนวนมากได้เรืองแสงขึ้นพร้อมกับทำให้แจ๊คหลับตา

    ทันทีที่แจ๊คลืมตาขึ้นทำให้เขาเกือบจะส่งเสียงร้องออกมาเพราะตรงหน้าเขาเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ สูง 100 เมตรกว้าง 150 กิโลเมตรทองและมีทองสีรุ้งจำนวนมากตรงหน้าเขากำลังประกายราวกับสมบัติล้ำค่า

    ทองตรงหน้าแจ๊คมีแค่ 7 สีเท่านั้นแจ๊คกดความรู้สึกที่อยากจะขโมยของพวกนี้ออกไปเพราะเป้าหมายของเขามันยิ่งใหญ่กว่านี้

    แจ๊คกวาดสายตาไปทั่วห้องโถงขนาดใหญ่และพบเจอกับสิ่งหนึ่งที่แปลกประหลาดเพราะมีทองแท่งหนึ่งอยู่สูงกว่าทอง 7 สีมาก ทองแท่งนั้นใช่ทอง 7 สีในการสร้างเป็นฐาน

    สิ่งที่แจ๊ครู้สึกแปลกคือทองแทงนั้นไม่มีสีอะไรแม้แต่นิดเดียวราวกับเป็นก้อนหินเปล่า ๆ อันหนึ่ง แจ๊ครู้สึกสงสัยว่าทองแทงนั้นคือทองเต๋า 12 สีหรือไม่

    “หู่เสวียทองแท่งนั้นคือทองเต๋า 12 สี”

    “ใช่สายตาของนายอาจจะคิดว่าเป็นก้อนหินธรรมดาเพราะว่าดวงตาของนายยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมองเห็นสมบัติของเหล่าเทพได้ บางอย่างต้องใช้ความสามารถถึงจะมองเห็นได้ ทองเต๋า 12 สีคือตัวอย่าง”

    แจ๊คพยักหน้าให้กับคำพูดของหู่เสวียเพราะแจ๊ครู้สึกว่าทองแท่งนั้นเหมือนกับก้อนหินธรรมดาจริง ๆ แบบนี้ต้องให้อยู่ในนี้สักหมื่นปีก็ไม่มีคนเจอทองเต๋า 12 สี

    ระหว่างที่แจ๊คกำลังสำรวจทองเต๋า 12 สีอยู่ หู่เสวียได้ส่งข้อความมาเตือนแจ๊คว่า

    “ในตอนนี้ นายต้องสู้อย่างสุดความสามารถ นายต้องดึงความสามารถของมิติมาให้ได้ถึงจะปลอดภัย”

    คำพูดของหู่เสวียทำให้แจ๊คตกตะลึงเพราะหู่เสวียไม่เคยพูดล้อเล่น สีหน้าของแจ๊คตึงเครียดทันทีและใช้สายตาไปสำรวจบริเวณห้องทั้งหมด ห้องนี้สร้างมาจากหินธรรมดา

    แต่ความธรรมดานั้นทำให้แจ๊ครู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรกัน

    ระหว่างที่แจ๊คกำลังสับสนอยู่ อยู่ ๆ แจ๊คได้ยินเสียงปริศนาดังขึ้นภายในจิตใจของเขา

    “ยินดีต้อนรับผู้รุกบุก”

    ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................