“จักรพรรดิเนตรโลหิตตายแล้วอย่างนั้นหรือ?”
เย่เทียนตกใจมาก
คนคนนี้คือผู้ก่อตั้งวิหารเทพมนต์ดำแต่เขากลับต้องมาตายในสนามรบ!
“แล้วมันคือสัตว์อสูรประเภทไหนกัน?”
เย่เทียนถาม
“ฉันก็ไม่แน่ใจ!”จักรพรรดิจันทราส่ายหัว “สัตว์อสูรตัวนั้นมีขนาดใหญ่มาก ร่างของมันมีความยาวประมาณ3,000 เมตร มันพุ่งออกมาจากพื้นดินและใช้หางของมันสังหารจักรพรรดิเนตรโลหิตจากนั้นมันก็ใช้กรงเล็บฆ่าจักรพรรดิไปอีก 10 กว่าคน ถ้าไม่ใช่เพราะฉันมีสมบัติป้องกันที่ช่วยป้องกันกรงเล็บของสัตว์อสูรตัวนั้นได้เกรงว่าฉันคงถูกมันฆ่าในการโจมตีเดียวไปแล้ว จากลักษณะภายนอกของมัน แม้ว่ามันจะไม่ใช่มังกรที่แท้จริงแต่มันก็น่าจะมีสายเลือดของมังกร!”
“มังกร?”
เย่เทียนไม่แปลกใจเลยที่มีมังกรในโลกของสัตว์อสูรเสี่ยวเซวี่ยก็เป็นมังกรเช่นกัน
“ผิวของสัตว์อสูรตัวนั้นเป็นสีอะไร?”
เย่เทียนถาม
“สีดำ!” จักรพรรดิจันทรากล่าว
เย่เทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอกถ้าสีดำก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเสี่ยวเซวี่ย เขากลัวว่าอสูรตัวนี้อาจจะเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับเสี่ยวเซวี่ย
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเสี่ยวเซวี่ยนั้นไม่เลวเขาไม่อยากจะต่อสู้กับญาติของเสี่ยวเซวี่ย
“จักรพรรดิจันทราตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรดี? เราสามารถกลับไปได้หรือไม่?”
เย่เทียนถาม
จักรพรรดิจันทราส่ายหัว “เราไม่สามารถกลับไปได้ในตอนนี้ถ้ารอยแยกมิติถูกปิดกั้นไว้ มันจะไม่เปิดมันในระยะเวลาอันสั้น มิฉะนั้นสัตว์อสูรจะบุกเข้าไปในโลกผลที่ตามมาคุณก็น่าจะรู้ดี เราทำได้เพียงแค่เก็บตัวบ่มเพาะพลังอย่างเงียบๆ รอคอยเวลาอยู่ที่นี่เท่านั้น”
“ถ้าสัตว์อสูรสีดำตัวนั้นโจมตีรอยแยกมิติมนุษย์คงไม่สามารถต้านทานมันได้ใช่ไหม?”
เย่เทียนรู้สึกกังวลเล็กน้อย
“อย่าห่วงไปเลยฐานจงไห่เองก็มีไพ่ตายเช่นกัน มันไม่ง่ายเลยที่สัตว์อสูรจะเอาชนะมนุษย์ได้ ยกตัวอย่างเช่นกองทัพอสูรที่บุกเข้าไปในอดีตก็ไม่สามารถทำอะไรฐานจงไห่ได้นี่เป็นหลักฐานที่ดีที่สุด!” จักรพรรดิจันทรากล่าว
“ไพ่ตาย?ไพ่ตายอะไร?”
เย่เทียนถามอย่างสนใจ
“หอคอยเทพสงคราม!”
จักรพรรดิจันทรากล่าว
“หอคอยเทพสงคราม?”เย่เทียนนึกถึงหอคอยเทพสงครามที่ลึกลับที่สุดในฐานทัพจงไห่ เขาคิดว่าหอคอยเทพสงครามเป็นเพียงสมบัติที่ช่วยมนุษย์ในการฝึกฝนหรือว่ามันยังมีประโยชน์อย่างอื่นอยู่อีก?
“แม้ว่าคุณจะเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของหอคอยเทพสงครามแต่สิ่งที่คุณได้รับนั้นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง เมื่อคุณได้รับสิทธิ์เพิ่มขึ้นอีกระดับ คุณสามารถใช้หอคอยเทพสงครามโจมตีได้1 ครั้ง และในตอนนี้ที่ฐานจงไห่ มี 3 คนที่มีอำนาจนี้คนหนึ่งคือจักรพรรดิขวานสงคราม อีกคนคือฉินตี้จากนิกายฉิน และจักรพรรดิจ้านหลง จักรพรรดิจ้านหลงคนนี้คอยปกป้องหอคอยเทพสงครามมาโดยตลอดความแข็งแกร่งของเขาเป็นรองแค่จักรพรรดิขวานสงคราม จักรพรรดิทั้งสามคนนี้สามารถเปิดใช้งานการโจมตีของหอคอยเทพสงครามได้คนละ1 ครั้ง บางทีพวกเขาอาจจะใช้มันเพื่อโจมตีสัตว์อสูรตัวสีดำนั่น!”จักรพรรดิจันทรากล่าว
“เป็นเช่นนี้นี่เอง!”
เย่เทียนตอบ
ไม่แปลกใจเลย ด้วยความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรสีดำมันสามารถทำลายฐานทัพในโลกของสัตว์อสูรได้อย่างง่ายดาย แต่มันไม่ได้บุกฝ่าไปยังรอยแยกมิติที่แท้มนุษย์ก็มีไพ่ตายอย่างหอคอยเทพสงครามอยู่ด้วย
ไพ่ตาย!
“จักรพรรดิจันทราหลังจากเปิดใช้งานการโจมตี 3 ครั้งของหอคอยเทพสงครามแล้วมันจะยังใช้ได้อยู่อีกไหม?”เย่เทียนถามอีกครั้ง
“ใช่มันสามารถใช้ได้อีกครั้งแต่ต้องเว้นระยะห่าง 10 ปี การโจมตีของหอคอยเทพสงครามครั้งสุดท้ายถูกใช้ไปเมื่อ20 ปีก่อน จนกระทั่งเมื่อ 10 ปีก่อน เพื่อที่จะกดดันสัตว์อสูรกลับไปยังรอยแยกโอกาส 3 ครั้งจึงถูกใช้งานไปจนหมด!” จักรพรรดิจันทรากล่าว
“เราต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
หากมนุษย์เปิดใช้งานหอคอยเทพสงครามจนครบ3 ครั้ง เช่นนั้นมันจะยากที่จะต้านทานสัตว์อสูรได้สถานการณ์รบบนโลกจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน นั่นย่อมเป็นอันตรายต่อมนุษยชาติอย่างใหญ่หลวงบางทีแม้แต่ฐานทัพระดับสุดยอดอย่างฐานจงไห่อาจจะต้องเผชิญกับหายนะ
“ฝึกฝนให้มากขึ้น!”
เย่เทียนตัดสินใจทันที
แต่ขณะที่เขากำลังจะฝึกฝนจักรพรรดิจันทราก็เอ่ยขึ้นว่า “เย่เทียน คุณต้องการที่จะเข้าไปยังหอเทพจันทราไหม?”
“หอเทพจันทราอย่างนั้นเหรอ?”เย่เทียนสงสัย “ตอนนี้พวกเรายังไม่สามารถกลับไปที่ฐานจงไห่ได้ แล้วผมจะเข้าไปในหอเทพจันทราได้อย่างไร?”
“ที่จริงแล้วหอเทพจันทราอยู่กับฉันเสมอหอเทพจันทราของนิกายเทพจันทราเป็นเพียงอาคารธรรมดาๆ เท่านั้นเอง!” จักรพรรดิจันทราเผยความลับเช่นนี้ต่อหน้าเย่เทียนอย่างง่ายดาย
“หอเทพจันทราอยู่กับคุณ!!!”
เย่เทียนตกใจอย่างแท้จริง
“ทำไมคุณถึงดีกับผมนัก?”เย่เทียนถามด้วยความสงสัย
ในเวลานี้ใบหน้าของจักรพรรดิจันทราปรากฏร่องรอยความลังเลและแก้มของเธอยังเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรฉันเพียงคิดว่านี่อาจจะเป็นโชคชะตา!”
จักรพรรดิจันทรากล่าว
“โชคชะตา?”แน่นอนว่าเย่เทียนไม่เชื่อเรื่องนี้ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าจักรพรรดิจันทรากำลังเขินอายอยู่เล็กน้อยราวกับสาวน้อยน่ารักคนหนึ่งนี่เป็นจักรพรรดิจันทราตัวจริงหรือไม่?
อย่างไรก็ตาม
สิ่งที่เย่เทียนไม่รู้ก็คือโชคชะตาที่จักรพรรดิจันทราว่าไม่ใช่วาสนาธรรมดาแต่เป็นวาสนาของการแต่งงาน
มรดกที่จักรพรรดิจันทราได้รับคือมรดกของนิกายจันทราที่เป็นอารยธรรมโบราณในมรดกของนิกายจันทรามีสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่ง นั่นก็คือหยกแห่งโชคชะตา ใครก็ตามที่ปรับแต่งหยกแห่งโชคชะตาชิ้นนี้จะสามารถสัมผัสถึงคู่ชีวิตที่จะได้แต่งงานด้วยในอนาคตได้
และครั้งสุดท้ายที่เย่เทียนเห็นจักรพรรดิจันทรากลับมาจากนอกฐานจักรพรรดิจันทราก็สังเกตเห็นเขาเช่นกัน ภายในใจของเธอนั้นสัมผัสได้ว่าคนคนนั้นคือเย่เทียนคนที่เธอจะต้องแต่งงานด้วย
ด้วยเหตุนี้เธอจึงยอมให้เย่เทียนเป็นคนที่ช่วยเธอในภารกิจ
มิเช่นนั้น แม้ว่าภารกิจของเธอจะล้มเหลวแต่เธอก็ไม่อนุญาตให้ใครจับมือเธอแน่
จักรพรรดิขวานสงครามและคนอื่นๆต่างสงสัยว่าทำไมจักรพรรดิจันทราถึงมีนิสัยที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
แต่จักรพรรดิขวานสงครามและคนอื่นๆนั้นไม่ได้รู้เรื่องของหยกแห่งโชคชะตา ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะตกใจกับจักรพรรดิจันทราที่เปลี่ยนไป
แน่นอน
จักรพรรดิจันทราไม่สะดวกที่จะกล่าวเรื่องเหล่านี้ออกมาเธอรู้สึกเขินอายเกินกว่าที่จะพูด
นอกจากนี้ ในตอนนี้เธอแค่มีความรู้สึกที่ดีต่อเย่เทียนและสนใจในตัวเขาเล็กน้อยเท่านั้นเธอยังไม่ถึงขั้นรักเย่เทียน
ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกว่าเย่เทียนยังอ่อนแออยู่มากดังนั้นจึงต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งของเย่เทียนเพื่อให้เย่เทียนปกป้องตัวเองให้มากที่สุดในการต่อสู้ครั้งนี้
นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมเธอถึงอนุญาตให้เย่เทียนเข้าไปฝึกฝนในหอเทพจันทราเป็นเวลา1 เดือน
“เย่เทียน นี่คือหอเทพจันทรามันจะทำให้คุณสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น!”
อาคารทรงกลมที่ถูกสร้างขึ้นจากหยกขาวปรากฏบนฝ่ามือของจักรพรรดิจันทรามันมีทั้งหมด 3 ชั้น เดิมทีมันเป็นเพียงอาคารขนาดเล็กแต่เมื่อปล่อยออกไปมันก็ขยายขนาดใหญ่ขึ้นมีความสูงราว 10 เมตร
เย่เทียนเดินเข้าไปในหอเทพจันทราโดยไม่ลังเลโอกาสดีๆ เช่นนี้เขาจะปล่อยมันไปง่ายๆ ได้อย่างไร
เมื่อเย่เทียนเข้ามาในหอเทพจันทราเสียงของจักรพรรดิจันทราก็ดังขึ้น
“เย่เทียน ตอนนี้ฉันสามารถเปิดหอเทพจันทราได้เพียงชั้นแรกเท่านั้นคุณสามารถฝึกฝนในชั้นแรกได้”
จักรพรรดิจันทรากล่าว
“เข้าใจแล้ว!”
เย่เทียนนั่งขัดสมาธิและเริ่มฝึกฝนพยายามเปิดพื้นที่สมองของเขา
ตูม!!!
กลิ่นอายลึกลับสายหนึ่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเย่เทียนช่วยเร่งการเปิดพื้นที่สมอง
“เร็วมาก!”
เย่เทียนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
จากนั้นเขาก็เริ่มเร่งความเร็วของเวลาขึ้นสามเท่าและฝึกฝนต่อไป
หลังจากนั้นไม่นาน เย่เทียนก็เปิดพื้นที่สมองขึ้นมา1% ซึ่งมันเร็วกว่าเดิมตั้งไม่รู้กี่เท่า
“จักรพรรดิจันทราสามารถเปิดพื้นที่สมองได้100% ในสามปี และเรามีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับตะวัน ด้วยความเร็วเช่นนี้คาดว่าเราจะสามารถเปิดพื้นที่สมองได้ครบ100% ภายในเวลา 6-7 เดือน และเรายังสามารถเร่งเวลาขึ้น3 เท่า ซึ่งจะเท่ากับ 2 เดือนของโลกภายนอก!”
เย่เทียนคาดเดา
น่าเสียดายที่เขาสามารถฝึกฝนที่นี่ได้เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น
“หนึ่งเดือนก็ดีแล้วเราไม่ควรโลภมากเกินไป ตามที่จักรพรรดิจันทราบอก การจะเปิดใช้งานหอเทพจันทรานั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากคราวนี้เพื่อช่วยเรา เธอคงสูญเสียทรัพยากรไปไม่น้อย!” เย่เทียนคิด
เวลาผ่านไปทุกวัน การบ่มเพาะของเย่เทียนพัฒนาขึ้นด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ
พริบตาเดียวก็เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว!