เมื่อหลงชิงเหลียนก้าวเดินจากไปพร้อมอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นดุจเปลวเพลิงที่ยังไม่มอดดับ
บรรยากาศโดยรอบซึ่งก่อนหน้านั้นแข็งค้างราวถูกแช่แข็งก็พลันคลายตัวลงอย่างช้าๆ เหมือนโลกทั้งใบเพิ่งจะได้รับอนุญาตให้หายใจอีกครั้ง
“หะ.. เห้ย”
“รีบเข้าไปดูเร็ว!”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง นักเรียนหลายสิบคนทั้งชายและหญิงที่ยืนตะลึงงันอยู่ก่อนหน้านี้ ต่างก็เหมือนได้สติกลับคืนอย่างพร้อมเพรียง ดวงตาที่เคยเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อค่อยๆเปลี่ยนเป็นความตื่นตัว ก่อนที่ฝูงชนจะเริ่มเคลื่อนไหวอย่างโกลาหล
หลายคนรีบวิ่งกรูเข้าไปยังพุ่มไม้ใหญ่ซึ่งพังทลายลงจากแรงกระแทกก่อนหน้า
กิ่งไม้ที่หักสะบั้นยังคงกระจัดกระจาย ใบไม้สีเขียวสดปลิวว่อนเกลื่อนพื้น บางส่วนยังสั่นไหวเหมือนสะท้อนถึงแรงปะทะที่เพิ่งเกิดขึ้น
กลางพุ่มไม้นั้น ร่างของหวงเยี่ยนอนนิ่งไม่ไหวติง เขาสลบเหมือดไปโดยสมบูรณ์
ใบหน้าของเขาหันเอียงเล็กน้อย เส้นผมกระเซอะกระเซิงไปทั่วศีรษะ เสื้อผ้าบางส่วนยับย่นจากแรงกระแทก แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของทุกคนมากที่สุดกลับเป็นบริเวณแก้มซ้ายของเขา มันบวมเปล่งอย่างเห็นได้ชัด แดงก่ำราวกับถูกย้อมด้วยสีสด
ขนาดของมันใหญ่ผิดปกติ จนดูไม่ต่างอะไรจากตูดหมูตามที่ใครบางคนคิดในใจ
ภาพนั้นช่างน่าขบขันและน่าตกตะลึงในเวลาเดียวกัน
นักเรียนชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดถึงกับกลืนน้ำลาย ก่อนจะยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาอย่างไม่ลังเล สายตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนตกใจ
“แบบนี้..”
“ต้องบันทึกไว้เลยว่ะ!”
นิ้วของเขากดชัตเตอร์อย่างรวดเร็ว เสียงคลิกดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง
ภาพของหวงเยี่ยในสภาพหมดสติพร้อมแก้มที่บวมเป่งถูกบันทึกไว้อย่างครบถ้วน
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังรีบเปิดเครือข่ายแพลตฟอร์มมหาวิทยาลัยเทพอสูร ก่อนจะอัปโหลดภาพกับวิดีโอที่เกิดขึ้น พร้อมคำบรรยายอย่างเร่งรีบ
ข้อความถูกพิมพ์อย่างรวดเร็วแทบไม่ทันคิด
เพราะในสายตาของพวกเขา นี่มันคือข่าวใหญ่ ข่าวที่อาจทำให้ทั้งมหาวิทยาลัยสั่นสะเทือน
และยังเป็นเรื่องที่สามารถสร้างสีสันให้กับเครือข่ายแพลตฟอร์มได้อย่างมหาศาลเลยก็ว่าได้
ในขณะที่บางคนมัวแต่สนใจการบันทึกภาพและการเผยแพร่ข่าวสาร
มันก็ยังมีอีกหลายคนที่รีบเข้าไปล้อมรอบหวงเยี่ย พยายามตรวจสอบอาการของเขาอย่างจริงจัง
“ไอ้เด็กเวร..”
“แกเป็นยังไงบ้างวะ”
“รีบตื่นขึ้นมาเร็วเข้า!”
เสียงตะโกนดังขึ้นใกล้หูของเขา แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้สติ
“หรือว่าจะโดนรุ่นพี่หญิงหลงชิงเหลียนตบจนตายห่าไปแล้ว?”
อีกเสียงหนึ่งพูดแทรกขึ้นด้วยความกังวลปนตื่นตระหนก คนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดรีบก้มลงไปตรวจดูการหายใจ เพื่อสัมผัสจังหวะการเคลื่อนไหว
“เห้ย! เขายังไม่ตายวะ ยังหายใจอยู่ แต่ความรุนแรงนั้น ต่อให้จะเป็นนักล่ามังกรระดับสี่ก็ยังไม่รอด! ร่างกายของหวงเยี่ยที่ยังเป็นเพียงนักล่ามังกรระดับสองเท่านั้น ย่อมยากที่จะรับแรงกระแทกเช่นนั้นได้โดยไม่บาดเจ็บสาหัส!”
“ยังไงก็ช่างเถอะ นำร่างของเขาไปนอนบนเก้าอี้ยาวก่อนละกัน ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้มันก็แปลกๆใช่ไหมล่ะ?”
ข้อเสนอถูกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย
ไม่มีใครคัดค้าน
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยแทบจะในทันที
จากนั้นนักเรียนหลายคนก็ช่วยกันก้มลงยกร่างของหวงเยี่ยอย่างระมัดระวัง คนหนึ่งจับแขน อีกคนประคองขา บางคนช่วยพยุงลำตัว แม้จะมีท่าทีรีบร้อน ทว่าการเคลื่อนไหวกลับเต็มไปด้วยความระวัง เกรงว่าจะทำให้บาดแผลของเขาแย่ลงไปอีก
พวกเขาค่อยๆยกร่างที่หมดสติขึ้นจากพุ่มไม้ ระยะทางไปยังเก้าอี้ยาวที่อยู่ไม่ไกลนักดูเหมือนจะยาวนานกว่าปกติเล็กน้อย
เพราะทุกคนต่างพยายามเดินอย่างมั่นคงไม่ให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมากเกินไป
ในที่สุด พวกเขาก็พาหวงเยี่ยมาถึงเก้าอี้ว่างที่ตั้งอยู่ด้านข้างทางเดิน
ร่างของเขาถูกวางลงอย่างช้าๆ ศีรษะเอนพิงพนักเก้าอี้ แขนทั้งสองวางอยู่ข้างลำตัว ขณะที่ลมหายใจยังคงขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ
ถึงจะยังไม่ได้สติก็ตาม
แต่ชายหนุ่มก็ยังมีชีวิต
บางคนยังคงจ้องมองแก้มบวมของเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ บางคนหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเช็คความเคลื่อนไหวบนแพลตฟอร์ม
จนกระทั่งในท้ายที่สุด เครือข่ายแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยเทพอสูรระเบิดออกด้วยหัวข้อกระทู้ที่น่าเหลือเชื่อ
【เจ้าชายน้อยหวงเยี่ยอยู่ดีๆก็คว้ามือจับหน้าอกที่ใหญ่โตของเทพธิดาแห่งสายน้ำ หลงชิงเหลียน】
เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น ข่าวสารดังกล่าวก็แพร่กระจายออกไปราวกับคลื่นพลังทำลายล้างที่กวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ความเร็วในการกระจายของมันแทบจะเกินขีดจำกัดของการรับรู้
นักเรียนจำนวนมากที่กำลังฝึกฝนหรือทำกิจวัตรอยู่ต่างต้องหยุดมือทันทีเมื่อเห็นหัวข้อกระทู้นั้น
ความเงียบงันก่อนพายุเพียงชั่วอึดใจ จากนั้นทุกอย่างก็ระเบิดออก
คอมเมนต์นับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องราวกับน้ำตกที่ไม่มีวันเหือดแห้ง ตัวอักษรแต่ละบรรทัดปรากฏขึ้นแทบจะในทุกวินาทีจนหน้าจอแทบตามไม่ทัน เสียงแจ้งเตือนดังระงมในอุปกรณ์สื่อสารของนักเรียนทั่วทั้งมหาวิทยาลัย
《ฮ่าฮ่าฮ่า พวกแกเห็นภาพบันทึกนั่นใช่ไหม อยู่ดีๆไอ้เด็กเวรหวงเยี่ยก็ยกมือจับหน้าอกของนางซะงั้น? แถมยังจับเต็มไม้เต็มมือเลยด้วย!》
《พระเจ้าช่วย! นี่มันคือคนบ้าแห่งมหาวิทยาลัยเทพอสูรชัดๆ มันไม่อาจต้านทานลูกกลมๆสองลูกที่กวัดแกว่งไปมาได้เรอะ?!》
《นับจากวันนี้ไปท่านคือพี่ใหญ่ของข้า เทียนหลงไม่รู้จะพูดหรืออธิบายอะไรออกไปดี ทำได้เพียงแสดงความคารวะอย่างนอบน้อมเท่านั้น!》
《ไอ้บัดซบ! ทำไมถึงเป็นแกไม่ใช่ตัวของข้าวะ กล้าดียังไงไปจับหน้าอกสุดสะบึ้มและเย้ายวนของเทพธิดาแห่งสายน้ำ!》
《ไอ้เด็กเวรหวงเยี่ย นับจากวันนี้ไปแกคือศัตรูของนักเรียนชั้นปีสามเว้ย! อย่าให้เจอหน้ากันจังๆนะ ข้าจะโบกกระบาลแกให้แตกเลย》
กระทู้ดังกล่าวกลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจในทันที จำนวนผู้เข้าชมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวเลขไต่ขึ้นอย่างต่อเนื่องราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด การสนทนาภายในนั้นปะทุขึ้นเป็นระลอกๆดั่งคลื่นที่ซัดสาดไม่หยุดหย่อน
มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ยกย่องหวงเยี่ยในฐานะผู้กล้า ผู้ที่กล้ากระทำสิ่งต้องห้ามต่อหน้าเทพธิดาแห่งสายน้ำ
พวกเขามองเขาราวกับเป็นตัวแทนของความกล้าหาญที่ไร้ขีดจำกัด
ขณะเดียวกันก็มีอีกไม่น้อยที่กัดฟันแน่นด้วยความริษยา
หัวใจเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ตนมิใช่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ความรู้สึกอันซับซ้อนถาโถมจนยากจะควบคุม
หลงชิงเหลียน
ชื่อของนางถูกเอ่ยซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกความคิดเห็น ราวกับเป็นศูนย์กลางของพายุครั้งนี้
บางคนยังย้อนกลับไปดูภาพบันทึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามจับรายละเอียดทุกวินาทีของเหตุการณ์นั้น เสียงหัวเราะ เสียงอุทาน และคำสบถผสมปนเปกันไปทั่วทั้งเครือข่าย ไม่มีผู้ใดสามารถเมินเฉยต่อเรื่องนี้ได้ เพราะมันเกินกว่าจะมองข้าม
และในห้วงเวลานั้นเอง ชื่อของหวงเยี่ยก็ได้ถูกจารึกลงในความทรงจำของนักเรียนทั้งมหาวิทยาลัยอีกครั้ง
ในฐานะบุคคลที่มีชื่อเสียงและในฐานะคนบ้าที่กล้าสร้างเหตุการณ์อันน่าเหลือเชื่อที่สุดขึ้นมาได้