ตอนที่ 62 เงามืดที่ถูกเปิดเผย
เสียงอาวุธกระทบกันดังก้องไปทั่วจัตุรัสกลางเมือง ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเหนือท้องฟ้า เสียงร้องคำรามของเหล่านักสู้ทั้งสองฝ่ายดังกระหึ่มราวกับพายุคลั่ง การปะทะระหว่างเหล่าผู้กล้าและสมาคมเงามืดดำเนินไปอย่างดุเดือด
เยี่ยเฉินเผชิญหน้ากับไป๋เทียนหลงโดยตรง ดาบของทั้งคู่ฟาดฟันกันอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดแรงปะทะที่ทำให้พื้นดินสะเทือนคล้ายแผ่นดินไหว ดวงตาของไป๋เทียนหลงเต็มไปด้วยความโกรธเคืองและความกระหายเลือด เขาตวัดดาบของตนใส่เยี่ยเฉินด้วยความเร็วที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่า
“เจ้าเป็นใครกันแน่!?” ไป๋เทียนหลงตะโกนลั่น ขณะที่ดาบของเขาสะท้อนแสงเย็นเยียบในยามค่ำคืน
เยี่ยเฉินไม่ตอบ เขาเพียงแค่หลบหลีกและโจมตีกลับด้วยความแม่นยำ เสียงดาบที่เสียดสีกันเปล่งประกายวูบวาบท่ามกลางความมืด ความเร็วของเยี่ยเฉินทำให้ไป๋เทียนหลงเริ่มกดดัน
ในอีกมุมหนึ่งของสนามรบ หลี่เฉิน เซียวหรง และหลินซือเยว่ กำลังต่อสู้กับสมาชิกของสมาคมเงามืดที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่
“ระวังตัวด้วย!” เซียวหรงตะโกนเตือนขณะที่เขาใช้ทวนของตนปัดป้องดาบของศัตรูที่พุ่งเข้าใส่
หลี่เฉินฟาดกระบี่ของเขาเข้าใส่ศัตรูเบื้องหน้า สังหารลงไปได้อีกหนึ่งคน แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่ หลินซือเยว่หมุนตัวตวัดกระบี่ฟาดฟันศัตรูด้วยท่วงท่าที่สง่างามและรวดเร็ว นางราวกับสายลมที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง
“เราต้องหาทางโค่นพวกมันให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นพวกมันจะเรียกกำลังเสริมมาอีก!” หลี่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เสียงกรีดร้องของศัตรูที่ถูกสังหารดังก้องไปทั่วบริเวณ ศพของเหล่าสมาคมเงามืดเริ่มกองเป็นหย่อม ๆ แต่ทว่าพวกมันยังไม่ยอมล่าถอย
ในขณะเดียวกัน เยี่ยเฉินยังคงต่อสู้กับไป๋เทียนหลง การปะทะกันของทั้งสองรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ พลังของทั้งคู่สาดกระจายไปทั่วพื้นที่โดยรอบ เยี่ยเฉินกระโดดถอยหลังไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เจ้าคิดว่าคืนนี้พวกเจ้าจะชนะได้งั้นหรือ?”
ไป๋เทียนหลงหัวเราะเยาะ “ฮ่า ๆ ๆ เจ้าประเมินข้าต่ำเกินไปแล้ว เยี่ยเฉิน! ข้าจะให้เจ้าเห็นว่าเพราะเหตุใดสมาคมเงามืดถึงสามารถดำรงอยู่ในยุทธภพได้มาเนิ่นนาน!”
ทันใดนั้น ไป๋เทียนหลงก็ชักมีดสั้นอีกเล่มจากแขนเสื้อของตน เขาพุ่งเข้าหาเยี่ยเฉินด้วยความเร็วสูงจนแทบจะมองไม่เห็น เยี่ยเฉินเบี่ยงตัวหลบและตอบโต้กลับไปด้วยดาบของเขา แต่ไป๋เทียนหลงกลับสามารถหลบได้อย่างหวุดหวิด
การต่อสู้ของทั้งสองดำเนินไปอย่างดุเดือด จนกระทั่งเยี่ยเฉินสามารถเปิดช่องโหว่ของไป๋เทียนหลงได้ในจังหวะหนึ่ง เขาพุ่งดาบเข้าไปหมายจะปลิดชีพอีกฝ่าย แต่ในเสี้ยววินาที ไป๋เทียนหลงกลับยิ้มออกมา
“ข้ารอจังหวะนี้อยู่แล้ว!”
ไป๋เทียนหลงดีดตัวถอยหลัง และทันใดนั้น กลุ่มนักฆ่าในชุดดำหลายสิบคนก็โผล่ออกมาจากเงามืดล้อมรอบเยี่ยเฉินเอาไว้
“คืนนี้เจ้าต้องตายที่นี่!” ไป๋เทียนหลงตะโกนลั่น พร้อมกับเหล่านักฆ่าที่พุ่งเข้าหาเยี่ยเฉินพร้อมกัน
แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงแหลมของลูกศรที่พุ่งผ่านอากาศดังขึ้น!
ฉึก!
ร่างของนักฆ่าคนหนึ่งร่วงลงไปกับพื้น ลูกธนูปักอยู่กลางหน้าผากของเขา ทุกคนหันไปมองทิศทางของลูกศร และพบว่าบนหลังคาของตึกสูงในจัตุรัส มีร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่พร้อมกับคันธนูในมือ
“พวกเจ้าคิดจะล้อมสหายของข้าหรือ? ฝันไปเถอะ!”
เสียงของบุรุษผู้นั้นดังก้อง และในเสี้ยววินาที เขาก็ยิงลูกธนูออกไปอีกสองดอก สังหารศัตรูลงไปอีกสองคน
“เสี่ยวหาน!” เยี่ยเฉินร้องเรียกชื่อของเขา
เสี่ยวหานกระโดดลงจากหลังคาพร้อมกับควงคันธนูของเขาราวกับเป็นอาวุธประชิดตัว แล้วเขาก็ใช้มันกระแทกใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้สุดจนกระเด็นออกไป
การปรากฏตัวของเสี่ยวหานทำให้สมดุลของการต่อสู้เปลี่ยนไป ขณะที่หลี่เฉินและพรรคพวกเริ่มตีโต้กลับอย่างหนักหน่วง พวกเขาค่อย ๆ บีบสมาคมเงามืดให้จนมุม
ไป๋เทียนหลงที่เห็นว่าฝ่ายของตนเริ่มเสียเปรียบ กัดฟันแน่นก่อนจะตะโกนออกมา
“ถอย! ถอนกำลังเดี๋ยวนี้!”
เหล่าสมาคมเงามืดที่เหลืออยู่รีบล่าถอยเข้าไปในเงามืด หายไปในตรอกซอกซอยของเมืองอย่างรวดเร็ว
เยี่ยเฉินพยายามจะไล่ตามไป๋เทียนหลง แต่เขาก็หลบหนีไปได้สำเร็จ
ศึกแห่งรัตติกาลสิ้นสุดลง ทิ้งไว้เพียงร่างไร้วิญญาณของผู้ที่ล้มตาย และเมืองที่ได้รับความเสียหายจากการต่อสู้
หลี่เฉินมองรอบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว “แม้เราจะปกป้องเมืองเอาไว้ได้ แต่พวกมันก็ยังไม่หมดไป”
เยี่ยเฉินพยักหน้า “ใช่ สมาคมเงามืดต้องมีแผนสำรองแน่นอน เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งต่อไป”
ทุกคนพยักหน้าอย่างเคร่งเครียด คืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของศึกที่แท้จริงเท่านั้น…
(ติดตามตอนต่อไป… แผนลับของสมาคมเงามืด!)