ท่านเทพเจ้าขา ข้าต้องการปลาทองของท่าน

    46.โลกกว้างใบนี้

            " ฉันจะให้โอกาสพวกนายติดตามฉันแต่ว่านะจะให้เรียนรู้ทุกอย่างเลยก็คงไม่ไหวเพราะดูท่าแล้วพวกนายไม่สามารถที่จะไปถึงขั้นนั้นเหมือนเจ้า 3 ตัวนั้นเลย " ซ่งซิงเหลียนมองไที่ศิษย์สามตนที่กำลังต่อล้อต่อเถียงโต้แย้งกันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับการตากสมุนไพร


           " เอาเป็นว่าฉันจะให้คำชี้แนะก็แล้วกันอยู่ที่ว่าพวกนายจะสามารถไปถึงขั้นไหนกันเองได้ "


           คำพูดสั้นๆของซ่งซิงเหลียนสร้างความตกตะลึงและความดีใจให้แก่ชายทั้ง 5 อย่างมากพวกเขาไม่คิดเลยว่าจะได้รับคำชี้แนะจากท่านผู้สูงศักดิ์ที่มีแต่ในตำนานเท่านั้น คนพวกนี้ที่อยู่คนละโลกกับเขาที่เขาไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลยแต่วันนี้เขาอยู่ในฐานะผู้ติดตามแล้วไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าบรรพบุรุษของเขาจะทำบุญมาซักกี่ชาติกัน


           ท่านบรรพบุรุษข้าจะเซ่นไหว้ท่าน


       " ขอบคุณครับคุณหนูพวกเราจะทำให้ดีที่สุดไม่ทำให้คุณหนูผิดหวัง "


           " ฉันก็ไม่อยากจะผิดหวังหรอกและฉันก็ไม่ได้ตั้งความหวังไว้ที่พวกนายขนาดนั้น " คำตอบตรงๆแบบนี้ยิ่งทำให้พวกเขายิ่งฮึกเหิมการมีเจ้านายเก่งกาจโดยไม่หวังพึ่งลูกน้องนี่มันโคตรเสียศักดิ์ศรีชัดๆและยิ่งกระตุ้นให้พวกเขาเกิดการต่อสู้ในใจอย่างรุนแรง


       " ผมจะทำให้ดีที่สุด "


       " พวกเราจะทำให้ดีที่สุดไม่ทำให้สิ่งที่คุณหนูมอบให้เสียเปล่าครับ "


           " ฉันก็หวังว่าอย่างนั้นฉันไม่อยากเสียของเปล่าจริงๆนั่นแหละ "


           " แต่ว่านะอย่างมากฉันก็คงจะช่วยให้พวกนายแข็งแกร่งขึ้นเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปสามารถต่อยตีกับพวกที่มีพลังวิเศษได้หรือไม่ก็ต่อยตีกับพวกผีได้แต่ถ้าจะให้เป็นผู้ฝึกวิชาไปเลยพวกนายไม่ได้มีรากฐานแบบนั้นขอให้เข้าใจไว้ด้วย "


           เธอรีบพูดสิ่งที่ควรจะพูดอย่างรวดเร็วไม่อยากให้พวกเขาตั้งความหวังจนผิดหวัง พวกเขาเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ไร้รากฐานถ้าเป็นมนุษย์มีรากฐานหน่อยเธอก็คงจะรับเป็นศิษย์สายนอกไปแล้วหรือต่อให้มีวิธีเปิดรากฐานในโลกใบนี้ก็คงไม่มีของแบบนั้นเพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิดต่อจะให้มนุษย์พวกนี้จะมีความพยายามขนาดไหนก็คงไม่สามารถทำได้อยู่ดีเธอจึงไม่อยากกดดังเพราะเขามากนัก


           เพราะอย่างนั้นเขาเธอจึงไม่พูดเรื่องนี้ออกไปเอาเป็นว่าเธอจะคอยดูพวกเขาอยู่ห่างๆเมื่อถึงเวลานั้นหากพวกเขาสามารถไปถึงจุดที่สามารถเปิดรากฐานได้จริงแม้ว่าจะต้องลำบากในการหาสิ่งเหล่านั้นมาเธอก็จะหามาให้พวกเขาสักหน่อยก็แล้วกันจากนั้นก็อยู่ที่ว่าพวกเขาจะสามารถต่อสู้ไปได้ถึงขั้นไหน


           " นี่คือยาปรับสมดุลร่างกายจะทำให้พวกนายแข็งแกร่งขึ้น ขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวให้พวกเขาคนละขวด กินก่อนฝึกร่างกายทุกวันหลังจาก 7 วันไปแล้วก็น่าจะรู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงขึ้นก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนตนเองให้หนักกว่าเดิมที่สุด "


           นี่เป็นรากฐานในการฝึกร่างกายให้แข็งแกร่งแบบมนุษย์ที่เธอจะมอบให้พวกเขาได้ก็ถือว่าเป็นรางวัลและบททดสอบก็แล้วกัน


       "ขอบคุณครับคุณหนู "


           ด้วยความเคารพอย่างสูงสุดของดีขนาดนี้ที่เรียกว่าการทำงานทั้งชีวิตของเขาก็แลกมาไม่ได้แม้แต่นิดเดียวแต่นี่คือสามารถมอบให้ทั้งขวดคุณค่าของมันไม่ต้องพูดถึงเรื่องเงินมหาศาลทีเดียวเป็นเม็ดยาที่แม้แต่ตระกูลใหญ่ๆต่อให้มีเงินขนาดไหนก็ไม่สามารถซื้อได้ แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงความกรุณาที่คุณหนูมอบให้ทั้งขวดแบบนี้


           เพราะเขาเชื่อแล้วว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในการสร้างอำนาจก็คือเงินตราและกำลังแต่คุณหนูของเขามีทั้งเงินตราแต่คงไม่มีกำลัง พวกเขาถึงได้มีโอกาสแบบนี้สวรรค์ขอบคุณจริงๆพวกเขามีโอกาสกลับไปครั้งนี้พวกเขาจะต้องไปไหว้เจ้าขอบคุณท่านที่เป็นโชคลาภซะแล้ว


           พวกเขายอมเป็นกำลังให้คุณหนูใช้ทั้งชีวิตยอมเป็นทาสรับใช้ที่ซื่อสัตย์ตลอดไป


       " ขอบคุณครับคุณหนู "


           ของล้ำค่าขนาดนี้คุณหนูกล้าให้พวกเขา ได้แต่อิจฉาเจ้าศิษย์สามตัวที่ไม่ใช่คนของคุณหนูซะแล้ว


           สายตาของชายทั้ง 5 มองไปด้านหลังอย่างพร้อมเพียงเลยระยะสายตาไปเล็กน้อยทั้ง 3 ศิษย์ของคุณหนูนั้นกำลังช่วยกันจากสมุนไพรอย่างแข็งขันและช่วยกันเก็บข้าวของเล็กๆน้อยๆ


           ดูเหมือนว่าการเป็นศิษย์จะสะดวกสบายและได้รับผลประโยชน์และความเมตตาจากคุณหนูสุดๆแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขารู้สึกอิจฉาเจ้าพวก 3 ตัวนี้อยู่ดีทำไมพวกเขาเป็นได้แค่ลูกสมุนก็คงเพราะพวกเขายังไม่มีความสามารถมากพอแน่ๆถ้าคุณหนูก็บอกแล้วว่าพวกเขาขาดอะไรไปและจะไม่มีวันได้มันมาง่ายๆและถ้าหากมันได้มันมาง่ายๆล่ะพวกเขาก็มีโอกาสใช่ไหม


           ด้วยความมุ่งมั่นดูเหมือนว่าเป้าหมายในชีวิตของเขาจะชัดเจนขึ้นยิ่งกว่าเดิม


           " ไปเถอะไปเตรียมตัวเอาไว้เดี๋ยวเจ้านายใหญ่เขาจะมาแล้วนี่ "


       " ท่านน่าจะถึงช่วงเช้าครับจะให้ผมจัดการอะไรให้เพิ่มไหม " เฉินเย่ที่ยังคงกำขวดกระเบื้องขาวไว้ในอกอย่างของลำเป็นของล้ำค่าก่อนจะค่อยๆซ่อนเอาไว้ในอกเสื้อของตนเอง


           " ต้องเตรียมอะไรล่ะไม่เห็นต้องเตรียมอะไรเลย "


           ซ่งซิงเหลียนไม่เห็นด้วยที่จะต้องมาเตรียมต้อนรับอะไรพวกเขาก็ในเมื่อพวกเขามาอย่างแขกที่ได้รับเชิญแบบครอบครัวถ้าพวกเขารับไม่ได้กับการรับเชิญแบบครอบครัวเธอก็ไม่ยินดีที่จะต้อนรับเท่าไหร่หรอกนอกจากพูดคุยบางอย่างให้เสร็จสิ้นจะได้ดูท่าทีพวกเขาก่อนตัดสินใจ


           " ไปกินยาแล้วฝึกถ้าไม่เรียกก็ไม่ต้องมา ดูท่าแล้วหลังจากกินยาพวกนายก็คงจะต้องกินอีกครั้ง " ซ่งซิงเหลียนถามมาแล้วว่าพวกเขาจะต้องถูกลงโทษอะไร ถึงได้ครั้งนี้ถึงให้ยาพวกเขาไปก่อนอย่างน้อยหลังจากการรับโทษแล้วร่างกายของพวกเขาจะยังแข็งแรงสามารถรับใช้จะได้อีกโดยไม่บาดเจ็บกลับมานัก


       " ครับคุณหนู "


           นี่สินะศิษย์ของถึงได้บอกว่าถ้าได้ติดตามท่านอาจารย์น้อยของพวกเขารับรองเลยว่าชีวิตนี้จะสุขสบายเพราะท่านเป็นพวกรักพวกของตัวเองสุดๆ


           จะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็ไม่ใช่เพราะเธอเป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อหนังและหัวใจ ให้บอกว่าเป็นความรู้สึกยังไงก็คงจะเป็นความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบผู้ที่มีสายเลือดเดียวกันแล้วและรู้สึกหวาดกลัวก็ได้ที่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะมีความรู้สึกแบบไหนต่อเธอ


           ประโยคที่ว่าให้กำเนิดไม่เท่าการเลี้ยงดูตอนนี้เธอรู้สึกแล้วว่ามันสำคัญขนาดไหนเพราะถ้าให้เลือกระหว่างพ่อกับแม่แท้ๆกับพ่อแม่ที่ดีลงมาเธอย่อมเลือกพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาโดยไม่ลังเลใจเลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าได้ไปอยู่กับพวกเขาล่ะความรู้สึกที่ดีๆและความผูกพันที่จะเกิดขึ้นอีกใหม่อีกกับพ่อแม่แท้ๆหากถูกถามประโยคนี้อีกครั้งเธอก็อาจจะเลือกไม่ได้เลยด้วยซ้ำ


           " การเป็นมนุษย์นี่ทำลำบากไม่น้อยเลยทีเดียวจริงๆนะเนี่ย " มนุษย์มีความรู้สึกมีเลือดเนื้อไม่ต่างกับเซียนแต่ความคิดสลับซับซ้อนมากกว่าทำให้ทุกอย่างไม่สามารถตัดสินใจได้ทันท่วงทีเด็ดขาด


       " กุ๊กๆๆท่านอาจารย์ท่านอาจารย์ข้าถามท่านตั้งนานท่านคิดอะไรอยู่ "


           เสี่ยวเฟยที่ร้องถามอาจารย์น้อยของมันมานานแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรมันจึงบินมาหาก่อนจะเกาะบนโต๊ะด้วยความงงงวยท่านอาจารย์ของมันไม่เคยที่จะไม่มีสติแบบนี้ดูเหมือนว่าความคิดของท่านอาจารย์จะล่องลอยไปไกลซะแล้วถึงขนาดทำให้ท่านนั่งนิ่งมือถือจอกที่หมดไปแล้วเกือบ 10 นาทีได้


           " จับเวลาฉันเลยเหรอ "


       " กุ๊กๆท่านอาจารย์ก็ไม่ถึงขนาดนั้นเจ้าค่ะแค่เห็นท่านแปลกๆเท่านั้นเองเลยมองนาฬิกาบนฝาผนังนั้น "


           เสี่ยวเฟยที่เก่งกาจถึงขนาดรู้จักกาลเวลาตัวหนังสืออย่างภาคภูมิใจเพราะนอกจากจะการฝึกวิชาแล้วมันยังได้รับการฝึกอ่านเขียนเรียนรู้จากเอียนหยาหลานที่ได้รับคำสั่งจากท่านอาจารย์ของมันอีกที มันเป็นไก่มีการศึกษานะ


           " ดูเหมือนว่าพวกนายจะรู้ตัวหนังสือเยอะแล้วนะ "


       " ถ้าเทียบกับการเรียนศิษย์พี่ทั้งสองน่าจะอยู่ในชั้นประถมปลายแล้วครับ "


           เอียนหยาหลานชมเชยทันทีที่ได้รับโอกาสพูดบ้าง เขาสั่งสอนไม่สิเพราะเขาสอนศิษย์พี่นั้นมันยากซะจนเขาแทบกุมขมับไปในแต่ละวันเพราะความช่างสงสัยและช่างถามแต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองก็เรียนรู้อย่างรวดเร็วทำเอาเขาที่เป็นอาจารย์นอกตำราพวกนี้กับถึงกับภาคภูมิใจเล็กๆไม่ได้


           " โอ้ถ้าอย่างนั้นขั้นต่อไปพวกเธอก็จะสามารถฝึกอาคมได้แล้วล่ะ "


       " กุ๊กๆ/จิ๊บๆ/ฝึกอาคมหรือขอรับ "


           เอาแล้วไงหางานเข้าให้ตัวเองแล้วยังไงล่ะทั้งสามได้แต่คร่ำครวญร้องไห้ไร้น้ำตา


           ในเมื่อพวกมันพึ่งจะผ่านพ้นวิกฤตตำรามากับว่าต้องเข้าตำราอีกแล้ว



     

    คล้ายกับเรื่องท่านเทพเจ้าขา ข้าต้องการปลาทองของท่าน ที่คุณอ่าน