"ต้นฟ้าอำพัน!"
เสียงของหลงยู่หมิงทำให้เทียนฉินตื่นจากภวังค์ แต่เมื่อรับรู้ได้ว่าเป็นเสียงของหลงยู่หมิงเขาจึงส่งกระแสจิตไปสอบถามข้อมูลของต้นไม้ประหลาดนี้ทันที
"ท่านรู้ใช่ไหมว่ามันมีประโยชน์อะไรบ้าง?"
"อืม! ต้นฟ้าอำพันนี้เป็นต้นไม้ที่ได้สูญพันธุ์ไปเนิ่นนานมากแล้ว ลำต้นและใบของมันนอกจากช่วยส่งเสริมในการฝึกฝน หากเจ้าบาดเจ็บสาหัสแต่ไม่ถึงขั้นจิตวิญญาณแตกสลาย เพียงแค่กัดกินลำต้นหรือใบเข้าไปเล็กน้อยก็สามารถช่วยให้คนผู้นั้นกลับมาฟื้นฟูร่างกายได้ในชั่วพริบตา!"
"แต่สิ่งที่สำคัญและมีประโยชน์มากที่สุดก็คือผลของต้นฟ้าอำพันนี้ เพราะมันจะช่วยทำให้เจ้าสามารถข้ามผ่านเคราะห์ทัณฑ์สวรรค์ได้ง่ายขึ้นเมื่อเจ้าบรรลุถึงระดับอมตะแล้ว!"หลงยู่หมิงกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น
"ดอกฟ้าอำพัน! มันมีประโยชน์มากขนาดนั้นเชียวหรือ?"
เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างตกตะลึง ต้องบอกเลยว่าการได้พบเจอต้นฟ้าอำพันนี้เขาไม่ได้คาดหวังมากนัก เพียงแค่รู้ว่ามันน่าจะมีส่วนช่วยให้เขายกระดับขึ้นได้ก็ถือว่าเป็นความโชคดีแล้ว แต่หากมันสามารถช่วยให้เขารอดพ้นเคราะห์ทัณฑ์สวรรค์ได้แล้วละก็ นั่นถือว่าเป็นสมุนไพรระดับสูงที่สำคัญมากสำหรับเขาทีเดียว
"ยามเมื่อกลีบดอกของมันร่วงโรยออกไปจนหมด เจ้าจะเห็นได้เองว่าผลของมันมหัศจรรย์เพียงใด!"หลงยู่หมิงอธิบายคุณสมบัติของต้นฟ้าอำพันให้เทียนฉินได้เข้าใจอย่างละเอียด
"แล้วเมื่อไหร่ที่ข้าสามารถเก็บผลของมันได้กัน?"
เทียนฉินยืนอยู่หน้าต้นฟ้าอำพันพรางจดจ้องดอกตูมสีเหลืองอ่อนดอกนั้นไม่วางตา ดอกไม้ดอกนี้มีขนาดเท่ากำปั้น กลีบดอกแต่ละกลีบมีริ้วรอยแห้งสีน้ำตาลอยู่เล็กน้อย และที่สะดุดตาคือเหมือนกับว่าจะมีกลีบๆหนึ่งได้ร่วงหลุดออกไปแล้ว และตัวของดอกฟ้าอำพันนี้ก็แพร่กระจายกลิ่นหอมชวนให้หลงไหลออกมา
"ตามการคาดเดาของข้าแล้วอย่างมากที่สุดไม่เกินห้าวัน ผลฟ้าอำพันผลนี้ก็จะสุกเต็มที่จนสามารถเด็ดออกมาได้แล้ว!"หลงยู่หมิงตอบกลับมาเสียงเรียบ
"ห้าวันอย่างนั้นรึ? ถ้าอย่างนั้นข้าจะฝึกฝนรออยู่ที่นี่ก็แล้วกัน!"
เทียนฉินมองไปทางหน้าผานั้นด้วยแววตาเป็นประกายด้วยความหวัง จากนั้นจึงเดินไปที่ริมหน้าผาก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง เพราะบริเวณด้านนอกหน้าผานั้นล้วนอบอวลไปด้วยพลังจิตวิญญาณธรรมชาติที่เข้มข้นมาก เขาไม่รอช้าก้าวเดินไปทางหน้าผานั้นพร้อมกับนั่งลงแล้วขับเคลื่อนเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีทันที
และเมื่อเวลาผ่านไปเพียงแค่สี่วันเท่านั้น กลีบดอกที่ห่อหุ้มบนต้นฟ้าอำพันก็หลุดร่วงออกมาจนหมด ก่อนจะปรากฏแสงสว่างแผ่กระจายเป็นวงกว้าง ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ และเมื่อผ่านไปชั่วอึดใจแสงสว่างที่กระจายอยู่ก็เริ่มค่อยๆจางลง จนมองเห็นผลไม้ขนาดเท่ากำปั้นผลหนึ่งห้อยอยู่บนกิ่งพร้อมทั้งกำลังซึมซับแสงที่กระจายอยู่รอบๆเข้าไปข้างใน
เทียนฉินไม่รอช้าพุ่งทะยานเข้าไปเด็ดผลฟ้าอำพันรวมถึงต้นของมันทันที จากนั้นจึงหยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากแหวนมิติแล้ววางผลฟ้าอำพันใว้ด้านในอย่างทนุถนอม เขายืนมองดูที่ผลฟ้าอำพันอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง ก็เห็นว่าผลของมันมีสีเหลืองอ่อนๆ แต่กลิ่นอายที่กระจายออกมานั้นกลับทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก อีกทั้งเมื่อได้สัมผัสกับผิวของผลฟ้าอำพัน ทำให้เขารู้สึกราวกับว่ามีพลังบางอย่างไหลผ่านเข้าไปในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว
"ตอนนี้ดอกฟ้าอำพันนี้อาจจะยังไม่มีประโยชน์กับตัวข้ามากนัก แต่วันใดวันหนึ่งที่ข้าเดินทางเข้าสู่เส้นทางอมตะได้ หวังว่าดอกฟ้าอำพันดอกนี้จะช่วยให้ข้าผ่านเคราะห์ทันฑ์สวรรค์สำเร็จ!"เทียนฉินหักห้ามใจตนเองก่อนเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติทันที
และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาได้เด็ดผลฟ้าอำพันออกมานั้นเอง บันไดสีฟ้าครามก็ได้ถอดยาวลงมาถึงหน้าผาที่เขายืนอยู่อย่างรวดเร็ว แต่เทียนฉินกลับไม่รีบร้อนที่จะขึ้นไป ก่อนจะหันหลังออกไปเก็บสมุนไพรที่หลงเหลืออยู่ตามรอบบึง
เพราะตอนนี้เขาสัมผัสได้ถึงพลังของเขาแล้วว่าใกล้จะบรรลุระดับก่อกำเนิดขั้นสูงแล้ว และสมุนไพรที่เขามีอยู่ตอนนี้ก็ไม่น่าจะเพียงพอให้เขาได้ใช้อีกนานนัก เขาจึงไม่รังเกียจเลยที่จะออกไปเก็บสมุนทุกต้นที่มีประโยชน์กับเขาให้หมดก่อนที่จะขึ้นไปยังชั้นเจ็ด
ช่วงเวลาที่บันไดได้ทอดยาวลงมาที่ชั้นหกของหอคอยเก้าธารา ในนิกายเมฆอนันต์ก็พลันเกิดความโกลาหลอลม่านขึ้นจากเสียงระฆังที่ดังก้องกังวาลถึงสองครั้ง ลูกศิษย์บางคนกำลังดีใจกับผลตอบแทนที่ได้มาจากการกวาดล้างลัทธิอีกาดำ ก็พลันตกใจสะดุ้งจนของรางวัลที่ได้มาตกเกลื่อนพื้น ส่วนอาวุโสหลายคนรวมถึงอวิ๋นต้าโหว อวิ๋นจ้างยี่ ก็ยังรีบพากันเหาะไปยังหอคอยเก้าธารากันอย่างตื่นตระหนก
เพียงไม่นานอวิ๋นจ้างยี่ก็ได้มาถึงเป็นคนแรก เขารีบเหาะมาทางหยางชิงเว่ยพร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ไม่น่าเชื่อเลยว่าลูกศิษย์ของประมุขหยางคนนี้จะสามารถฝ่าด่านชั้นที่หกของหอคอยเก้าธาราไปได้!"
"ฮ่าๆ! นี่เป็นเพียงแค่ครึ่งทางของหอคอยเท่านั้นเอง ไม่แน่ว่าอาวุโสอวิ๋นอาจจะต้องตกตะลึงเป็นแน่ หากเห็นว่าเทียนฉินได้ผ่านไปถึงชั้นที่เก้าสำเร็จ!"หยางชิงเว่ยตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี
"ประมุขหยางคงมั่นใจในตัวลูกศิษย์มากสินะ!"อวิ๋นต้าโหวที่ตามมาถึงพลันเอ่ยปากเหน็บแนมอย่างอดไม่ได้ เพราะหอคอยเก้าธารานี้อยู่คู่กับนิกายเมฆอนันต์มานานแล้ว แต่ยังไม่เคยมีผู้ใดเลยที่จะผ่านชั้นที่หกของหอคอยไปได้ จึงทำให้อวิ๋นต้าโหวทั้งอิจฉาทั้งทึ่งในความสามารถของเทียนฉิน
"ประมุขอวิ๋นก็คอยดูเองก็แล้วกัน!"หยางชิงเว่ยตอบกลับไปอย่างไม่ถือสาอะไรนัก เพราะเขามั่นใจว่าเทียนฉินจะต้องผ่านไปถึงชั้นที่เก้าได้อย่างแน่นอน
"หึ!"อวิ๋นต้าโหวแสดงท่าทีไม่พอใจก่อนจะหันไปมองดูหอคอยเก้าธาราอีกครั้ง
หลังจากนั้นไม่นานอาวุโสคนอื่นๆก็ได้เดินทางมาถึง เมื่อได้สอบถามกันจนแน่ชัดแล้วว่าเทียนฉินได้ผ่านชั้นที่หกของหอคอยเก้าธาราไปได้จริง ต่างคนต่างก็เริ่มพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง แต่ทันใดนั้นก็มีอาวุโสคนหนึ่งเหาะมาหาอวิ๋นต้าโหวด้วยท่าทางรีบร้อน ก่อนจะก้มไปกระซิบที่ข้างหูอยู่นานสองนาน
อวิ๋นต้าโหวสอบถามอาวุโสคนนั้นอีกเล็กน้อย ก็ขอตัวรีบจากไปทันที จนทำให้หยางชิงเว่ยที่สังเกตุเห็นพลันขมวดคิ้วจ้องมองด้วยความสงสัย
"มีเรื่องอะไรกันหรืออาวุโสอวิ๋น?"
อวิ๋นจ้างยี่ที่รู้สึกสงสัยอยู่เหมือนกันจึงกวักมือเรียกอาวุโสคนนั้นมาสอบถาม ทำให้ได้รู้ว่าที่อวิ๋นต้าโหวรีบร้อนจากไปนั้น แท้จริงแล้วได้มีประมุขของอีกสามนิกายมาหานั่นเอง และพวกเขาก็พอคาดเดาได้ว่าที่ทั้งสามประมุขมาหาอวิ๋นต้าโหวนั้น คงจะไม่พ้นเรื่องที่นิกายเมฆอนันต์ได้ทำการกวาดล้างลัทธิอีกาดำไปเมื่อหลายวันก่อนแน่
"ประมุขหยางไม่ต้องกังวลไป เพียงเพราะพวกเขาคงอยากมาสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นเท่านั้นเอง!"อวิ๋นจ้างยี่บอกหยางชิงเว่ยด้วยรอยยิ้ม
"อืม!"
หยางชิงเว่ยพยักหน้ารับคำสั้นๆก่อนจะหลับตาลงไม่สนใจอะไร ส่วนอวิ๋นจ้างยี่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก แต่เดินไปนั่งใต้ต้นไม้พร้อมกับปิดตานั่งรอดูอย่างใคร่รู้ว่าเทียนฉินจะผ่านด่านไปถึงชั้นที่เก้าได้จริงหรือไม่
ภายในหอคอยเก้าธาราเทียนฉินได้เดินขึ้นมาถึงชั้นที่เจ็ดแล้ว เพียงแต่เมื่อเดินเข้ามาด้านในเขาก็พบความผิดปกติของชั้นนี้ทันที เพราะบรรยากาศของชั้นที่เจ็ดนี้ล้วนมืดมิดแทบจะมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เทียนฉินใช้เวลาปรับสายตาของตนเองเล็กน้อย ก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้น
ท้องฟ้าที่เคยมืดมิดอยู่นั้นค่อยๆมีกลุ่มเมฆเคลื่อนตัวแยกย้ายออกจากกัน ทันใดนั้นก็ปรากฎแสงจันทร์สีเหลืองนวลส่องสว่างลอดผ่านทะลุช่องเมฆมาจางๆ และด้วยแสงจันทร์ที่ส่องสลัวๆนี้เอง ดวงตาที่เฉียบคมของเทียนฉินจึงค่อยๆกวาดมองไปทั่ว กระทั่งมาถึงยังมุมด้านหนึ่งความสนใจของเขาจึงตกไปอยู่ตรงต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเท่าไหร่นัก ใต้ล่างของกิ่งไม้ที่แผ่ขยายออกมากิ่งหนึ่ง มีวัตถุสีน้ำตาลเข้มเกาะ
อยู่ราวกับว่ามีใครมาแขวนหินก้อนใหญ่ติดใว้อยู่บนนั้น
จบตอนที่ 151