เมืองกลางหุบเขาแห่งนี้มิได้กลัวสัตว์อสูรทุกตัว
ผู้คนที่นี่เติบโตมากับเสียงคำรามจากแนวป่า โตมากับกลิ่นควันไฟหลังการล่า โตมากับภาพของนักล่าที่แบกเขี้ยว งา หนัง และกระดูกกลับเข้าประตูเมืองราวกับแบกคำประกาศว่ามนุษย์ยังมีชีวิตอยู่เหนือผืนป่าได้อีกหนึ่งวัน
เด็กบางคนในเมืองนี้เรียนรู้ชื่อสัตว์อสูรก่อนเรียนรู้ชื่อตัวอักษร
พวกเขารู้ว่าหมาป่าหางหนามไม่ควรวิ่งหนีเป็เส้นตรง
รู้ว่างูเขี้ยวแดงกลัวควันสมุนไพรขม
รู้ว่าเสียงนกเงียบกะทันหันมิใช่สัญญาณแห่งความสงบ แต่เป็คำเตือนว่าป่ากำลังกลั้นหายใจ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่อยู่ในบัญชีล่า
ไม่อยู่ในแผ่นประกาศรางวัล
ไม่อยู่ในเื่เล่าเมามายของนักล่าผู้ชอบอวดว่าตนเคยต่อยหมูเขี้ยวดินจนฟันหลุดสามซี่
หมีศิลา
ผู้ปกครองป่า
มันมิใช่สัตว์อสูรที่คนเมืองออกไปล่าเป็ประจำ มิใช่ทรัพยากรที่สมาคมนักผจญภัยตีราคาเป็เขี้ยว หนัง หรือแก่นพลัง และมิใช่เป้าหมายที่นักล่าหนุ่มใช้พิสูจน์ความกล้าให้หญิงสาวในร้านเหล้าประทับใจ
มันคือข้อตกลงที่มีลมหายใจ
ข้อตกลงระหว่างเมืองกับป่า
ตราบใดที่มนุษย์ไม่ล้ำเส้นของมันจนเกินไป ป่าจะยังคงเปิดทางให้ล่า
ตราบใดที่บรรณาการถูกส่งไปตามฤดูกาล เมืองจะยังคงหลับได้ในยามค่ำคืนโดยไม่ต้องกลัวว่าเงาูเาจะเดินมาถึงหน้าประตู
มันไม่ใช่ศรัทธา
ไม่ใช่ความเคารพ
แต่เป็ความกลัวที่ถูกฝึกให้สุภาพพอจะเรียกว่า “ประเพณี”
และวันนี้ ประเพณีนั้นกำลังแยกเขี้ยวใส่เมืองของพวกเขาเอง
โฮกกกกกกกก!!!
เสียงคำรามของผู้ปกครองป่ากระแทกผ่านหุบเขาราวกับฟ้าผ่าที่มีเืเนื้อ
ฝุ่นหินพุ่งขึ้นจากพื้นถนน รอยเท้าขนาดใหญ่กดลงบนดินแข็งจนเกิดหลุมลึก แผ่นศิลาบนไหล่และหลังของมันซ้อนกันเป็ชั้นหนาเหมือนเกราะูเา ทุกครั้งที่มันขยับ หินเ่าั้เสียดสีกันจนเกิดเสียงครืดคราดต่ำลึก ชวนให้ผู้คนรู้สึกเหมือนกำลังได้ยินูเาทั้งลูกบดฟัน
หน้าประตูเมือง แนวป้องกันที่ควรจะเป็แนวป้องกัน กลับดูคล้ายตลาดแตกหลังมีคนะโว่าเนื้อย่างแจกฟรี
นักล่าถือหอกวิ่งปะปนกับคนถือโล่
นักธนูยิงใส่หลังหมีศิลาอย่างสิ้นเปลืองลูกศร
ผู้ใช้เวทย์บางคนเริ่มร่ายคาถาทั้งที่เพื่อนร่วมเมืองยังยืนขวางแนวโจมตี
ทหารยามสามคนกำลังะโคำสั่งคนละทิศ คนหนึ่งบอกให้ถอย คนหนึ่งบอกให้ตั้งรับ อีกคนะโให้โจมตี ทั้งสามจึงทำหน้าที่เป็เสียงประกอบความวุ่นวายได้อย่างสมบูรณ์แบบ
และเหนือความโกลาหลนั้น เด็กหนุ่มผอมซีดคนหนึ่งยืนอยู่บนหลังคาบ้านหลังใกล้สนามรบที่สุด
เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง
ร่างกายซูบซีดราวกับคนเพิ่งถูกชีวิตเคี้ยวแล้วคายทิ้ง
ผมดำยุ่งเหยิงตามแรงลม
ทว่าแววตาสีดำลึกล้ำกลับกวาดผ่านสนามรบราวกับคนที่มองเห็นเส้นด้ายทุกเส้นในผืนผ้าที่กำลังจะขาด
“ถ้าพวกเ้าอยากเป็อาหารหมี ข้าจะไม่ห้าม แต่ถ้าอยากรอด—ตั้งแถวใหม่ แล้วฟังคำสั่งข้า!”
ความเงียบเกิดขึ้นเพียงชั่วลมหายใจ
ก่อนจะถูกความไม่พอใจของผู้ใหญ่จำนวนมากกลบจนมิด
“เด็กที่ไหนวะ!”
“ลงมาจากหลังคา! ตรงนั้นอันตราย!”
“ใครปล่อยเด็กขอทานขึ้นไปบนนั้น!”
“นี่ไม่ใช่ที่เล่น!”
โนเอลหลุบตามองพวกเขา สีหน้าไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
‘ดี อย่างน้อยปากยังทำงานกันครบ แปลว่ายังไม่ตาย’
เขาสูดลมหายใจเข้าอีกครั้ง
“ถ้าพวกเ้ามีแรงะโใส่ข้า แปลว่ายังมีแรงยืนให้ถูกตำแหน่ง!”
นักล่าคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองด้วยความโมโห
“เ้าหนู! ข้าล่าสัตว์อสูรมาก่อนเ้าจะเกิดเสียอีก!”
โนเอลเอียงคอเล็กน้อย
“เช่นนั้นเ้าก็ควรรู้ว่าการยืนขวางแนวโล่ของตัวเองคือวิธีตายที่น่าอายมากสำหรับคนแก่ประสบการณ์สูง”
เสียงหัวเราะสั้น ๆ ดังหลุดมาจากใครบางคน แล้วถูกกลืนหายไปทันทีเมื่อหมีศิลากระแทกอุ้งเท้าลงพื้น
ตึง!!!
พื้นถนนสั่นจนโล่หลายใบกระทบกันระรัว
ชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากแนวนักล่า
เขามีร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง ผิวคล้ำจากแดดและลมป่า สวมเสื้อหนังสัตว์หนาหลายชั้นและหมวกกระดูกสัตว์อสูรที่มีเขาโค้งยื่นออกสองข้าง บนหลังสะพายขวานคู่ขนาดใหญ่ คมขวานเต็มไปด้วยรอยบิ่นและคราบที่ผ่านการขัดล้างมานับไม่ถ้วน
เพียงเห็นเขา นักล่าหลายคนก็หลีกทางโดยไม่ต้องสั่ง
“พอได้แล้ว!” ชายคนนั้นะโ เสียงห้าวดุเหมือนหินกลิ้งลงเขา “ทุกคนอยู่ในแนวของข้า! ใครไม่ใช่นักล่า ถอยกลับไป!”
โนเอลเหลือบมองหมวกกระดูกบนศีรษะเขา
“เ้าหัวกระดูก เ้านั่นดูเหมือนคนที่พอจะออกคำสั่งได้บ้าง”
ชายคนนั้นหันขวับ
“เ้าหัวกระดูก?”
“เ้าสวมกระดูกไว้บนหัว ข้าจำง่าย”
“ข้าชื่อบรอนน์!”
“ดี เ้าหัวกระดูกมีชื่อด้วย”
เส้นเืบนขมับบรอนน์ปูดขึ้นทันที
“เด็กน้อย ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเ้า ข้าล่าสัตว์ป่านี้มาั้แ่เ้ายังไม่รู้จักจับช้อน!”
โนเอลมองเขาด้วยสายตาสงสาร
“น่าเสียดายที่การจับช้อนของข้าอาจมีระบบกว่าการวางคนของเ้าในตอนนี้”
“เ้า—!”
หมีศิลาคำรามอีกครั้ง มันก้มศีรษะลงต่ำ แผ่นศิลาบนไหล่ดันขึ้นราวกับกำแพงเคลื่อนที่ แล้วพุ่งเข้าใส่แนวป้องกันที่ยังตั้งตัวไม่เสร็จ
ครืนนน!!!
บรอนน์กัดฟัน ยกขวานคู่ขึ้น
“โล่หน้า! รับแรง!”
คนถือโล่หลายคนยกโล่ขึ้นตามสัญชาตญาณ ยืนเรียงเกือบเป็เส้นตรงหน้าประตูเมือง
โนเอลเห็นแล้วหน้าตึงทันที
“เ้าโง่ทั้งแถว! แนวตรงรับแรงตรงก็แตกตรงสิ!”
เขาะโสั่งด้วยเสียงเฉียบขาด
“เอียงโล่! สามชั้น! ซ้ายถอยครึ่งก้าว ขวาดันครึ่งก้าว กลางย่อเข่า! อย่ารับมันไว้ ปล่อยให้แรงมันไหลออกข้าง!”
คนถือโล่หลายคนชะงัก
“ทำตาม!” บรอนน์ะโออกไปโดยไม่รู้ตัว
ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงพูดเช่นนั้น
บางทีเพราะคำสั่งของเด็กบนหลังคามีความมั่นใจเกินกว่าจะมองข้าม
หรือบางทีเพราะสัญชาตญาณนักล่าของเขารู้ว่าแนวตรงกำลังจะถูกบดเละ
โล่สามชั้นเริ่มเอียงเป็มุมอย่างลนลาน
ไม่สวยงาม
ไม่พร้อมเพรียง
แต่ดีกว่ายืนเป็รั้วไม้รอใหู้เาชน
หมีศิลาพุ่งกระแทก
ตึงงงง!!!
แรงปะทะทำให้คนถือโล่แถวหน้าถูกดันถอยไปหลายก้าว บางคนล้มกลิ้ง บางคนร้องลั่น แต่แนวไม่แตกกระจายอย่างที่ควรจะเป็
แรงชนส่วนหนึ่งไหลเฉียงออกไปทางด้านข้าง ทำให้ร่างมหึมาของหมีศิลาเบี่ยงเล็กน้อย แทนที่จะบดตรงเข้าประตูเมือง
บรอนน์เบิกตากว้าง
“แนว…ไม่แตก?”
โนเอลแค่นเสียง
“ยังห่างไกลจากคำว่าดี แต่พอไม่ตายทันที ถือว่ามีความก้าวหน้า”
คนถือโล่คนหนึ่งที่เพิ่งรอดตายจากแรงชนเมื่อครู่เงยหน้ามองเด็กบนหลังคาด้วยสีหน้าสับสนระคนใ
หมีศิลาสะบัดหัวอย่างหงุดหงิด แผ่นหินบนไหล่ของมันมีรอยร้าวเล็ก ๆ จากการปะทะ ทว่าเพียงครู่เดียว รอยร้าวนั้นก็ถูกหินใหม่ดันขึ้นมาปิดทับ
โนเอลหรี่ตา
‘หินงอกซ่อมตัวเองได้เร็ว ไม่ใช่เกราะธรรมดา แต่เป็ปฏิกิริยาป้องกันตามสัญชาตญาณ’
เขามองไหล่ หลัง ขา และ่ท้องของมันอย่างรวดเร็ว
‘หลังหนา ไหล่หนา ขาหน้าหนาพอรับแรงชน แต่ใต้ท้อง…มันเก็บไว้ต่ำตลอด ไม่ยอมเปิดเลย’
มุมปากของโนเอลยกขึ้นเล็กน้อย
‘ดี แปลว่ามันรู้ว่าตรงไหนไม่ควรให้ใครเห็น’
เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังมาจากถนนด้านหลัง
ไดกอน แอสปาร์ และชิโซะวิ่งมาถึงพร้อมกับอาวุธในมือ
“เกิดอะไรขึ้น!” ไดกอนะโ ก่อนสายตาจะหยุดที่ร่างมหึมาของหมีศิลา
ใบหน้าของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ
แอสปาร์ที่วิ่งตามมาติด ๆ ชะงักเช่นกัน ดวงตาเรียวของเขาหรี่ลงเมื่อมองรูปทรงของสัตว์อสูรตรงหน้า
ชิโซะยกมือปิดปาก สีหน้าซีดลงทันที
“ไดกอน…” นางกระซิบเสียงเบา “มัน…เหมือนตัวเมื่อวาน…”
ไดกอนกำด้ามขวานแน่นขึ้น
“อย่าพูดตอนนี้”
แอสปาร์มองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนลดเสียงลงจนแทบเป็เพียงลมหายใจ
“ถ้าคนในเมืองรู้ว่าซากนั่นถูกขนเข้ามา…”
ไม่มีใครพูดต่อ
เสียงที่หายไปหลังประโยคนั้นหนักยิ่งกว่าคำสารภาพ
บนหลังคา โนเอลเหลือบมองพวกเขาแวบหนึ่ง
เขาเห็นสีหน้าของไดกอน
เห็นความซีดของชิโซะ
เห็นสายตาของแอสปาร์ที่หลบไปทางเกวียนสินค้าในเมืองเพียงเสี้ยววินาที
‘หืม…พวกผักสดมีเื่ปิดบังสินะ’
แต่เขาไม่ได้ถาม
เพราะตรงหน้ามีูเาขนดำกำลังหายใจใส่เมืองอยู่
“เ้าพวกผักสด!” โนเอละโ
ทั้งสามสะดุ้งพร้อมกัน
แอสปาร์เงยหน้าขึ้นมอง
“ตอนนี้ชื่อพวกเรากลายเป็ผักสดแล้วรึ?”
“อยากเป็ผักดองตอนนี้ก็ได้ ข้าไม่ติด”
“ผ่านก่อน”
“ดี เ้าั์เขียว ไปยืนหลังแนวโล่ด้านซ้าย ทำหน้าที่เบี่ยงแรง ไม่ใช่รับแรง เ้าหัวแหลม ขึ้นหลังคาตรงข้าม ยิงตา ข้อพับ และรอยต่อหิน อย่ายิงหลังมันให้เสียลูกศร เ้าเปียจิ๋ว เถาวัลย์ของเ้าห้ามรัดทั้งตัว รัดเฉพาะจังหวะที่มันก้าวผิด”
ชิโซะกลืนน้ำลาย
“ถ้ารัดไม่ทันล่ะ?”
“ก็อย่ารัดช้า”
“คำตอบไม่มีประโยชน์เลย!”
“แต่จำง่าย”
ไดกอนสูดลมหายใจลึก ก่อนพยักหน้า
“ทำตามที่เขาบอก!”
บรอนน์หันขวับมองไดกอน
“เ้ารู้จักเด็กนั่น?”
ไดกอนยิ้มแห้ง
“เพิ่งรู้จักไม่นาน แต่ถ้าเขาด่า แปลว่าเราน่าจะรอดขึ้นเล็กน้อย”
แอสปาร์วิ่งขึ้นหลังคาเตี้ยด้านข้างอย่างคล่องแคล่ว พึมพำระหว่างะโ
“คำอธิบายที่แย่ที่สุด แต่ดันน่าเชื่อที่สุด”
หมีศิลาหมุนตัวกลับมาอีกครั้ง
คราวนี้มันไม่ได้พุ่งตรงทันที
มันกวาดอุ้งเท้าขนาดใหญ่เข้าหาแนวโล่ด้านขวา
โนเอลชี้นิ้วทันที
“ขวาถอย! กลางดัน! หอกแทงต่ำ อย่าแทงหิน แทงช่องใต้ข้อ!”
คนถือหอกบางคนลังเล แต่เมื่อเห็นไดกอนพุ่งเข้าไปตามตำแหน่งที่โนเอลชี้ พวกเขาก็ขยับตาม
อุ้งเท้าหมีศิลากวาดผ่านแนวโล่ด้านขวา
ปึงงง!!!
โล่สามใบกระเด็น แต่คนที่ควรโดนเต็มแรงกลับถอยทันเพราะคำสั่งก่อนหน้า หอกหลายเล่มแทงสวนเข้ารอยต่อใต้ข้อเท้า
เืสีคล้ำซึมออกมาเล็กน้อย
หมีศิลาคำรามด้วยความเ็ป
“ได้ผล!” ใครบางคนร้อง
“อย่าดีใจเหมือนเพิ่งชนะา!” โนเอละโ “นั่นแค่สะกิดให้มันรู้ว่าพวกเ้ามีตัวตน!”
บรอนน์กัดฟัน ก่อนะโตาม
“นักล่า! ฟังเด็กนั่นก่อน!”
คำสั่งของบรอนน์ทำให้คนจำนวนมากเริ่มขยับ
ไม่ใช่เพราะทุกคนเชื่อโนเอล
แต่เพราะบรอนน์คือคนของเมือง
และบรอนน์เริ่มเชื่อเสียงจากหลังคาแล้ว
ผู้ใช้เวทย์สายดินสามคนยืนเรียงกันด้านซ้ายและขวา เริ่มร่ายคาถายกคันดินขึ้นเป็แนวต่ำ ๆ เพื่อบีบเส้นทางของหมีศิลา
ครืดดดด…
ดินแข็งถูกยกขึ้นเป็กำแพงเตี้ยไม่สูงพอจะหยุดมัน แต่สูงพอจะบังคับให้มันต้องเลือกทิศทาง
นักธนูหยุดยิงใส่หลังตามคำสั่ง แล้วเริ่มเล็งดวงตา ข้อพับ และรอยต่อหิน
คนถือโล่ตั้งแนวเฉียงซ้ำ แม้ยังไม่สมบูรณ์ แต่เริ่มเป็รูปเป็ร่าง
ความวุ่นวายที่เคยเหมือนฝูงมดแตกรัง ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สิ่งที่ใกล้เคียงกับสนามรบ
โนเอลมองภาพนั้นแล้วพยักหน้าเล็กน้อย
‘ยังหยาบ ยังช้า ยังเสียงดังเกินไป แต่ดีกว่าเดิม’
เขาหรี่ตามองหมีศิลา
‘ต่อไปคือทำให้มันเปิดท้อง’
หมีศิลาย่อตัวต่ำอีกครั้ง เตรียมพุ่งชนแนวโล่ตรงหน้า
โนเอลยกมือขึ้น
“ทุกคนรอจังหวะข้า!”
บรอนน์กำขวานคู่แน่น
“เ้าจะทำอะไร?”
“ทำใหู้เาล้ม”
“พูดให้เหมือนคนปกติได้ไหม!”
“ข้าไม่ถนัด”
หมีศิลาพุ่งเข้ามา
ครืนนน!!!
“โล่เฉียง!”
แนวโล่เอียงรับแรงชนอีกครั้ง
ตึงงง!!!
ร่างหมีศิลาเบี่ยงไปทางซ้ายเล็กน้อย
“ดินซ้าย ดัน!”
คันดินด้านซ้ายพุ่งสูงขึ้นในจังหวะที่ขาหน้าของมันก้าวผิด
“เปียจิ๋ว!”
“รู้แล้ว!”
เถาวัลย์หนามพุ่งออกจากพื้น รัดขาหลังข้างหนึ่งไว้เพียงเสี้ยววินาที
ไม่ใช่เพื่อหยุด
แต่เพื่อขัดจังหวะ
“หัวแหลม!”
ลูกศรของแอสปาร์พุ่งออกไปก่อนเสียงเรียกจะจบ
ฟิ้ว!
มันปักเข้ารอยต่อใต้ข้อพับขาหน้า
หมีศิลากระตุก ร่างมหึมาเอียงไปด้านข้าง
“เ้าหัวกระดูก! ขวา!”
บรอนน์คำราม พุ่งเข้าไปพร้อมขวานคู่
ฉัวะ! ฉัวะ!
คมขวานฟันเข้ารอยแตกด้านข้างลำตัว ไม่ลึกมาก แต่พอทำให้หมีศิลายกขาหน้าขึ้นเพื่อทรงตัว
ใต้ท้องของมันเปิดออกชั่วขณะ
ดวงตาของโนเอลเป็ประกาย
“ตอนนี้!”
หอก ธนู มีด ขวาน และเวทย์พื้นฐานหลายบทพุ่งเข้าใส่จุดเดียวกันพร้อมกัน
ฉึก! ฉึก! ปัก! เปรี้ยง!
เสียงปะทะดังซ้อนกันจนกลายเป็คลื่นเดียว
เืสีเข้มกระเซ็นออกจากใต้ท้องของผู้ปกครองป่า
หมีศิลาคำรามลั่น
โฮกกกกกก!!!
ผู้คนหลายคนร้องออกมาด้วยความดีใจ
“เข้าแล้ว!”
“ทำได้!”
“มันเืออก!”
แต่รอยยิ้มของโนเอลไม่ได้ปรากฏ
เขามองาแใต้ท้องนั้น แล้วคิ้วขมวดลงเล็กน้อย
‘ตื้นเกินไป’
แม้จะเป็จุดที่มันปกป้อง แม้จะอ่อนกว่าหลังและไหล่ แม้จะโจมตีพร้อมกันได้สวยงามกว่าที่เขาคาดจากกลุ่มคนวุ่นวายเหล่านี้
แต่ขนาดตัวของหมีศิลานั้นใหญ่เกินไป
ชั้นผิว หนัง กล้ามเนื้อ และหินที่แทรกอยู่ตามร่างหนาเกินกว่าการโจมตีชั่ววูบจะทะลวงลึกถึงจุดตาย
มันเจ็บ
แต่มันยังไม่พอ
และความเจ็บนั้นกลับปลุกบางสิ่งที่เลวร้ายกว่าเดิม
หมีศิลาก้มศีรษะต่ำลง
เสียงหายใจของมันเปลี่ยนไป
จากเสียงหอบหนัก กลายเป็เสียงครางต่ำในลำคอที่สั่นะเืถึงพื้นดิน
หินบนหลังของมันเริ่มขยับ
กรอบ…กรอบ…กรอบ…
แผ่นศิลาซ้อนใหม่งอกขึ้นปิดบริเวณข้างลำตัวและท้องอย่างรวดเร็ว ราวกับมันเรียนรู้จากาแเมื่อครู่ในทันที ดวงตาแดงฉานของมันกวาดมองมนุษย์ตรงหน้าด้วยความเดือดดาลที่ไม่ใช่เพียงสัญชาตญาณการป้องกันตัว
มันโกรธ
โกรธราวกับทุกคนในเมืองนี้สมควรถูกบดเป็เศษดิน
ชิโซะหน้าซีดลงกว่าเดิม
แอสปาร์ที่อยู่บนหลังคาตรงข้ามสบตากับไดกอนแวบหนึ่ง
ไม่มีใครพูด
แต่ทั้งสามคนคิดถึงสิ่งเดียวกัน
ซากที่ถูกขนเข้ามา
หนังที่ถูกเลาะ
กลิ่นเืที่อาจยังติดอยู่ในสินค้า
บรอนน์เห็นสีหน้าของทั้งสามคนเล็กน้อย แต่สถานการณ์ตรงหน้ารุนแรงเกินกว่าจะไล่ถาม
หมีศิลากระแทกอุ้งเท้าลงพื้น
ตึง!!!
คันดินด้านซ้ายแตกกระจาย
ผู้ใช้เวทย์สายดินคนหนึ่งถูกแรงะเืซัดล้มลง
“ถอย!” บรอนน์ะโ
แต่หมีศิลาเร็วกว่า
มันเหวี่ยงร่างด้านข้างเข้าหาแนวโล่ด้วยแรงมหาศาล
ปึงงง!!!
โล่แตกไปสองใบ คนถือโล่กระเด็นกลิ้งไปกับพื้น นักล่าหลายคนแตกแถวทันที ความเป็ระบบที่เพิ่งเริ่มก่อตัวสั่นคลอนราวกับสะพานไม้กลางน้ำเชี่ยว
โนเอลยืนบนหลังคา ดวงตาหรี่ลง
‘แผนเปิดใต้ท้องใช้ได้ แต่พลังเจาะไม่พอ’
เขามองแผ่นหินบนหลังของมัน
หนา
แข็ง
ซ้อนกันเป็เกราะหลายชั้น
แต่เพราะหนาเกินไป จึงมีเส้นแรงสะสมอยู่ในตัวมันเอง
เหมือนกระเบื้องที่แข็งมากจนรับแรงผิดมุมไม่ได้
โนเอลขยับปลายเท้าเล็กน้อย ััน้ำหนักของร่างกายตนเอง
ร่างนี้ไม่มีมานาให้พึ่ง
แต่มีความทนทานและแรงกายที่ผิดสามัญอย่างน่าขัน
เขาเคยสงสัยว่ามันทำได้ถึงเพียงใด
ตอนนี้มีูเาขนดำตัวหนึ่งเหมาะแก่การทดสอบพอดี
โนเอลแสยะยิ้ม
“ทุกคนถอยออกไป!”
เสียงของเขาดังลั่นสนามรบ
บรอนน์เงยหน้าขึ้น
“อะไรอีก!”
“ถอย!” โนเอละโซ้ำ “ถ้าไม่อยากโดนหินกระเด็นใส่หัว ก็ถอยออกจากหลังมัน!”
ไดกอนเห็นแววตาของโนเอลแล้วขนลุกทันที
เขาไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นคิดจะทำอะไร
แต่เคยเห็นสายตาแบบนั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง
บนถนนข้างเกวียนสินค้า ก่อนสัตว์อสูรตัวหนึ่งจะถูกคว่ำด้วยวิธีที่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็ไปได้
“ถอย!” ไดกอนะโตาม “ทุกคนถอยจากหลังมัน!”
แอสปาร์ะโถอยไปอีกหลังคา
ชิโซะดึงเถาวัลย์กลับทันที
บรอนน์กัดฟัน แต่สัญชาตญาณนักล่ากรีดร้องให้เชื่อคำสั่งนั้น เขาจึงะโถอยพร้อมขวานคู่
พื้นที่กลางหลังของหมีศิลาเปิดโล่งเพียงชั่วขณะ
โนเอลยืนอยู่บนหลังคา ชายเสื้อขาดรุ่งริ่งปลิวสะบัด
เขาย่อเข่าลง
‘ระยะพอได้ ความสูงพอใช้ จุดลงเท้ากว้างเกินพลาด และถ้าแรงหมุนพอ…’
มุมปากของเขายกขึ้น
‘อย่างน้อยก็ไม่เสียชื่อข้าเกินไปนัก’
บรอนน์มองขึ้นไปแล้วเบิกตา
“เดี๋ยว เ้าหนู เ้าคิดจะ—”
โนเอละโออกจากหลังคา
ร่างผอมซีดพุ่งผ่านอากาศราวกับเศษผ้าที่ถูกพายุหอบขึ้นฟ้า
ทว่ากลางอากาศนั้น ร่างของเขาบิดหมุนอย่างงดงามเกินกว่าจะเป็การตกธรรมดา
หนึ่งรอบ
สองรอบ
แรงเหวี่ยงสะสมผ่านสะโพก ลำตัว หัวไหล่ และไหลลงสู่ขาขวา
ทุกคนในสนามรบเงยหน้ามองอย่างลืมหายใจ
เด็กผอมซีดที่ไม่มีมานาสักหยด กำลังหมุนตัวกลางอากาศเหนือผู้ปกครองป่า
โนเอลเหยียดส้นเท้าลง
“ถ้าจุดอ่อนมันหายาก…”
เสียงของเขาดังผ่านฝุ่นและลม
“ข้าก็จะสร้างจุดอ่อนของมันขึ้นมาเอง”
ส้นเท้าของโนเอลฟาดลงกลางหลังหมีศิลา
ตึงงงงงงงงง!!!
เสียงกระแทกดังราวกับระฆังั์ถูกฟาดด้วยูเา
วินาทีแรก ทุกอย่างนิ่งสนิท
วินาทีถัดมา รอยร้าวสีขาวแตกกระจายออกจากจุดที่ส้นเท้ากระแทกลง
แกร๊กรรรก!!!
แผ่นหินหนาบนหลังผู้ปกครองป่าปริแตกเป็ใยแมงมุม
แล้วะเิออก
บรึ้ม!!!
เศษศิลากระเด็นออกทุกทิศทางราวกับฝนหิน ทหารยามที่ถอยออกไปทันยกโล่กันใบหน้าด้วยความใ นักธนูหลายคนล้มก้นจ้ำเบ้าเพราะแรงสั่นะเื บรอนน์ยกขวานคู่ไขว้กันบังเศษหิน ดวงตาใต้หมวกกระดูกเบิกกว้างจนแทบหลุดออกมา
หมีศิลาทรุดลงทั้งสี่ขา
เสียงคำรามเ็ปดังลั่นหุบเขา
โฮกกกกกก!!!
กลางหลังของมันซึ่งเคยเป็เกราะศิลาหนาทึบ บัดนี้มีรอยแตกกว้างเผยให้เห็นเนื้อสีคล้ำและเืที่เริ่มซึมออกมาตามรอยแยก
โนเอลดีดตัวออกจากหลังมันลงมายืนบนพื้นอย่างไม่สง่างามนัก แต่ก็ไม่ถึงกับล้ม
เขาเซไปครึ่งก้าว ก่อนปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“ฝุ่นอีกแล้ว…”
สนามรบเงียบสนิท
ไม่มีใครพูด
ไม่มีใคระโ
แม้แต่หมีศิลายังเหมือนต้องใช้เวลาทำความเข้าใจว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกับหลังของมัน
ไดกอนกลืนน้ำลาย
“เขา…ใช้ส้นเท้า?”
แอสปาร์ที่ยืนอยู่บนหลังคาอีกฝั่งลดคันธนูลงช้า ๆ
“ใช่”
ชิโซะพึมพำเสียงเบา
“น้องชายสุดเก่ง…สุดเก่งเกินไปแล้วจริง ๆ”
บรอนน์มองรอยแตกบนหลังหมีศิลา แล้วมองเด็กผอมซีดที่กำลังปัดฝุ่นออกจากแขนเสื้อ
“เ้าเด็กนั่น…”
เขาพูดต่อไม่ออก
โนเอลเงยหน้าขึ้น มองหมีศิลาที่ยังคงหอบหายใจหนักอยู่ตรงหน้า ก่อนแสยะยิ้มบาง ๆ
“เอาล่ะ”
เขายกมือชี้ไปยังรอยแตกกลางหลังของผู้ปกครองป่า
“ทีนี้ก็มีจุดให้ตีแล้ว”