ตอนที่ 5 รางวัลสุ่มเหรียญทองเมื่อทำภารกิจสำเร็จ
สามีภรรยาเซียวจองเที่ยวบินกลับโดยเร็วที่สุด ซึ่งเป็คืนวันพรุ่งนี้ และพวกเขาจะเดินทางถึงเมืองเผิงจิงใน่กลางดึกของวันต่อมา
เซียวิเยวี่ยไม่มีเจตนาจะปิดบังเื่การขายอะพาร์ตเมนต์ เธอบอกกับพ่อแม่โดยให้เหตุผลว่า หากไม่ขายออกไป ครอบครัวลูกพี่ลูกน้องจะต้องยืนกรานที่จะอยู่ต่อและไม่ยอมคืนห้องให้พวกเขา
แม่เซียวสนับสนุนการตัดสินใจของเซียวิเยวี่ย ส่วนพ่อเซียวไม่ได้พูดสิ่งใด
เมื่อเธอบอกว่าลูกของฮ่วนฮ่วนที่คลอดออกมาไม่รอดชีวิต พ่อเซียวพลันนิ่งเงียบไปนาน จากนั้นเขากล่าวเตือน
เซียวิเยวี่ยว่าห้ามบอกที่อยู่ของบ้านหลังใหม่กับใคร และขอให้ระมัดระวังตัวเมื่อออกไปข้างนอก
หญิงสาวตอบรับอย่างเชื่อฟัง ในเวลานี้ครอบครัวลุงยังไม่ทราบที่อยู่บ้านใหม่ของเธอ และรู้แค่ว่าอยู่ทางตอนใต้ของเมือง ทว่าทางใต้ของเมืองนั้นเป็พื้นที่กว้างขวางมาก
ใน่ก่อนที่เสียชีวิตในชาติก่อน ลุงมาเยี่ยมเธอโดยอ้างว่า้าหาซื้อเสบียงอาหารสำหรับครอบครัว คราวนี้เธอจะไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ทำเื่ดังกล่าวอีกครั้ง
เซียวิเยวี่ยคุยกับพ่อแม่เป็เวลานานก่อนจะวางสายโทรศัพท์
ในเวลานี้ลูกพี่ลูกน้องของเธอคงจะฟื้นคืนสติแล้ว เนื่องจากมีข้อความหยาบคายหลายร้อยข้อความส่งเข้ามาในวีแชตของเซียวิเยวี่ย ซึ่งทั้งหมดส่งมาจากเซียวฮ่วนฮ่วน
[เซียวิเยวี่ย แกเป็คนฆ่าลูกของฉัน ฉันจะให้แกชดใช้มันด้วยเื รอฉันก่อนเถอะ]
เซียวิเยวี่ยไม่เคยเห็นคนไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน
[ใช่แล้ว ๆ เป็ฉันเองแหละที่ยืนกรานจะมีลูกคนที่สอง ทั้ง ๆ ที่หมอคัดค้านแล้ว เป็ฉันเองที่ยืนกรานจะสวาปามไขมันอ้วน ๆ แม้หมอจะแนะนำให้ควบคุมน้ำหนัก ฉันตั้งใจทำเองแหละ]
[ทั้งหมดเป็เพราะแกไม่ยอมบริจาคเืให้ฉัน! แล้วแกยังกล้ามาโทษฉันอีกเหรอ ลูกชายของฉันต้องตายเพราะความเห็นแก่ตัวของแก แกจะต้องตกนรกขุมที่สิบแปด ทรมานชั่วกัปชั่วกัลป์!]
เซียวิเยวี่ยกลอกตาด้วยความเหนื่อยใจ คนประเภทนี้คิดเพียงว่าตัวเองถูกเสมอโดยไม่มองถึงความเป็จริง
ต้องปิดกั้นและลบรายชื่อติดต่อ แล้วชีวิตจะสงบสุข
ครอบครัวของย่าและลุงให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว เนื่องจากลูกคนแรกเป็เด็กผู้หญิง เซียวฮ่วนฮ่วนจึงยืนกรานที่จะมีลูกคนที่สองให้ได้ ท้ายที่สุดพวกเขาต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานกับการสูญเสียเด็กชายคนนี้
แต่เื่นี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ
ที่ยังเก็บข้อมูลติดต่อของคนเหล่านี้ เป็เพราะเซียวิเยวี่ย้าเห็นความสิ้นหวัง ความคับข้องใจ และความทุกข์ทรมานของพวกเขา ตอนนี้เธอเห็นมันมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่จะทำความสะอาดรายชื่อผู้ติดต่อ
หลังจากลบทุกสิ่งที่ควรลบออกไป หญิงสาวรู้สึกว่าโลกช่างเงียบสงบเหลือเกิน
มีความสุขจริง ๆ!
ไม่กี่นาทีต่อมา เซียวิเยวี่ยก็ได้รับสายจากหมายเลขไม่รู้จัก
“นางสารเลว! แกกล้าเปลี่ยนกุญแจบ้านฉันงั้นเหรอ? ฉันจะให้เวลา 10 นาที เอากุญแจมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นแกตายแน่!”
“ฉันเปลี่ยนกุญแจและประกาศขายบ้านแล้ว ถ้ากล้าทำอะไรกับกุญแจบ้าน ฉันจะฟ้องแกในข้อหาลักทรัพย์ ไม่เชื่อก็ลองดู” เซียวิเยวี่ยนอนกินแอปเปิลอยู่บนโซฟาอย่างสบายใจ
“แล้วก็นะเซียวอวี่ ความจริงฉันเกลียดแกมากที่สุด แม้แต่เรือนหอของตัวเองก็ยังมาใช้บ้านคนอื่น รู้หรือเปล่าว่านี่เข้าข่ายฉ้อโกง เศษสวะจริง ๆ!”
ทันทีที่กล่าวเช่นนั้น เสียงหญิงสาวแหลมคมดังขึ้นจากปลายสาย
“อะไรนะ! บ้านหลังนี้ไม่ใช่ของคุณหรอกเหรอ? เซียวอวี่ไอ้คนหลอกลวง! ฉันจะไม่ทนใช้ชีวิตกับแกอีกแล้ว เราหย่ากัน!”
“ลี่ลี่ฟังคำอธิบายของผมก่อน…”
เซียวิเยวี่ยยักไหล่และกดวางสายโทรศัพท์
[นายท่าน ภารกิจใหม่ของท่านมาถึงแล้ว : ได้รับความโปรดปรานจากเสือเจิ้นซาน นายท่าน้ารับภารกิจนี้หรือไม่ นับเวลาถอยหลัง 3 วินาที 3 2…] จู่ ๆ ก็มีเสียงกลไกดังก้องในจิตใจของหญิงสาว
“ยอมรับ”
เซียวิเยวี่ยกลับเข้าไปในพื้นที่มิติทันที
[ภารกิจใหม่ถูกเปิดใช้งาน นายท่านโปรดดำเนินการ]
เซียวิเยวี่ยยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านไม้พลางมองไปรอบ ๆ ด้วยความสับสน เสือเจิ้นซาน จะไปหาเสือเจิ้นซานจากไหน?
เธอหันมองไปที่แม่ไก่ แกชื่อเสือเจิ้นซานหรือเปล่า?
เธอจ้องมองพลางครุ่นคิด หรือว่าไก่ของที่นี่จะถูกเรียกว่าเสือเจิ้นซาน?
แม่ไก่กลอกตาใส่เซียวิเยวี่ย ก่อนชูคอเดินผ่านหญิงสาวไปอีกทางพร้อมกับลูกไก่ที่เดินติดตามอย่างใกล้ชิด
เซียวิเยวี่ยพูดไม่ออก “…”
จู่ ๆ เธอก็นึกถึงลูกแมวที่เห็นในสวนหลังบ้าน คราวก่อนที่เข้ามาเธอยังไม่ได้เดินไปสำรวจทางด้านหลัง เป็ไปได้ไหมว่าเ้าลูกแมวตัวนั้นจะ…
คิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งไปดู อยู่นั่นเอง!
นี่คือเสือเจิ้นซานที่ยังอยู่ในวัยเด็ก เสือตัวน้อยมีคำว่า ‘าา’ เขียนไว้บนหน้าผาก เมื่อเห็นใครบางคนวิ่งเข้ามา มันพลันเอียงคอสังเกตเซียวิเยวี่ยด้วยดวงตากลมโตไร้เดียงสา
เซียวิเยวี่ยก้าวออกไปด้านหน้าและอุ้มเ้าเสือน้อยตัวอ้วนขึ้นมา มันดิ้นพล่านและส่งเสียงร้องขัดขืน
“น่ารักจัง ทั้งที่ดูเหมือนลูกแมวขนาดนี้ แต่ความจริงกลับเป็เสือ” เซียวิเยวี่ยแทบไม่อยากวางเพื่อนตัวน้อยลง
เสือเจิ้นซานตัวน้อย้าขู่เซียวิเยวี่ยด้วยสัญชาตญาณของาาเ้าป่า แต่ร่างเล็ก ๆ ที่ยังไม่หย่านมกลับไม่มีพลังอำนาจแบบนั้น แล้วยังกลายเป็ท่าทางที่น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เซียวิเยวี่ยกลับออกมาที่บ้านในชีวิตจริง หยิบขวดนมเทลงในชาม จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟเป็เวลา 2 นาที ก่อนจะกลับเข้าไปในพื้นที่มิติพร้อมนมอุ่น ๆ
ในที่สุดเสือเจิ้นซานตัวน้อยก็หยุดดิ้นรนขัดขืน มันจดจ่อกับการดื่มนมตรงหน้า และปล่อยให้หญิงสาวลูบหัวของมัน
ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความระแวดระวังค่อย ๆ จางหายไป และแทนที่ด้วยความไว้วางใจ
“เก่งมาก ต่อไปนี้จะเรียกแกว่าฟู่กุ้ยแล้วกัน”
ฟู่กุ้ยเงยหน้าขึ้นมองเซียวิเยวี่ยครู่หนึ่ง รอบปากของมันยังเต็มไปด้วยคราบนมสีขาว จากนั้นมันฝังหน้าของตัวเองลงไปในชามนมอีกครั้ง
เซียวิเยวี่ยรู้สึกขบขันกับท่าทีของมัน โชคดีที่มันเป็เสือเด็กและเข้าไปตีสนิทได้ง่าย หากเปลี่ยนเป็เสือโตเต็มวัย เธออาจตกเป็เหยื่อของมันแทน
เธอพยายามสร้างความสนิทสนมกับฟู่กุ้ย หลังจากเริ่มเข้ากันได้ดี เธอจึงพามันออกไปวิ่งเล่นด้านนอก
[ขอแสดงความยินดีกับนายท่านที่ได้รับความโปรดปรานจากเสือเจิ้นซาน ท่านจะได้รับรางวัลความสำเร็จเป็การสุ่มจำนวนเหรียญทอง เคล็ดลับดี ๆ : ยิ่งได้รับความโปรดปรานมากเท่าไหร่ อัตราเหรียญทองที่สุ่มจะมากขึ้นเท่านั้น ขอให้นายท่านทำงานหนักต่อไป!]
กริ๊ง กริ๊ง~
เหรียญทอง 2 เหรียญตกลงบนพื้นหญ้าด้านหน้า
ดวงตาเซียวิเยวี่ยเบิกกว้าง เหรียญทอง? ทองจริงเหรอ?
มีการปั๊มการันตีว่าทองแท้ 999 หรือเปล่านะ?
เซียวิเยวี่ยเริ่มรู้สึกว่าดินแดนอุดมคติเป็เหมือนเกมจำลองการเอาชีวิตรอดมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอหยิบเหรียญทองขึ้นมาและชั่งน้ำหนักในมือ โอ้ มันค่อนข้างหนักทีเดียว
หญิงสาวเก็บเหรียญทองเข้ากระเป๋าอย่างมีความสุข เดิมทีเธอวางแผนจะใช้เงินจากการขายบ้านเพื่อกักตุนสิ่งของ แต่ตอนนี้เธอมีเงินแล้ว
“ฟู่กุ้ยจ๋า ฟู่กุ้ยของแม่ แกนำพาเงินทองมาให้ฉันจริง ๆ! มาให้จูบหน่อยสิ!”
ต่อจากนี้ เซียวิเยวี่ยตั้งเป้าไว้ว่าจะพยายามดูแลเอาใจใส่อย่างเต็มที่ และรับใช้ฟู่กุ้ยอย่างขยันขันแข็งราวกับมันเป็บรรพบุรุษของเธอเอง
สิ่งเดียวที่เธอต้องทำคือเปลี่ยนไปใส่ชุดขันที ไล่ตามฟู่กุ้ยและเรียกเขาว่านายท่าน
เซียวิเยวี่ยหยิบเนื้อเกือบทั้งหมดในตู้เย็นมาวางไว้ให้ฟู่กุ้ยเลือก แม้แต่เนื้อวากิวเอห้า ที่ตัวเองลังเลที่จะกินก็ยังถูกนำออกมาวางไว้ คล้ายกับว่าเธอกำลังนำเสนอสมบัติล้ำค่าแก่เขา
“กินช้า ๆ จะได้ไม่ติดคอ อยากกินแคร์รอตเพื่อความสมดุลทางโภชนาการด้วยไหม?”
ฟู่กุ้ยเขี่ยแคร์รอตออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันมอง
“ถ้าแกไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน งั้นมาลองเนื้อวากิวเอห้าสดใหม่นุ่ม ๆ ดีกว่า” เซียวิเยวี่ยพูดกับเสือน้อยอย่างประจบประแจง
[ตรวจพบความโปรดปรานของเสือเจิ้นซานต่อนายท่านเพิ่มขึ้น รางวัลความสำเร็จคือการสุ่มจำนวนเหรียญทอง ขอให้นายท่านทำงานหนักต่อไป]
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง~
เหรียญทอง 4 เหรียญร่วงหล่นลงพื้นตรงหน้า เซียวิเยวี่ยก้มลงหยิบและเก็บใส่กระเป๋าทันที
ท้องของฟู่กุ้ยกลมโตอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่าเขากินและดื่มมากพอแล้ว เขาเดินไปยังกอหญ้านุ่มบนพื้น ก่อนพลิกตัวนอนหลับตาและเริ่มส่งเสียงกรนแ่เบา
เซียวิเยวี่ยพูดไม่ออก
พอหนังท้องตึง หนังตาก็หย่อนทันที
เซียวิเยวี่ยลูบหัวฟู่กุ้ยด้วยความเอ็นดู เธอหันหลังเดินออกจากพื้นที่มิติ แล้วนำรถจักรยานไฟฟ้าของครอบครัวเข้ามา
เธออยากจะดูว่าทุ่งหญ้านี้มีพื้นที่กว้างขวางขนาดไหน และมีจุดสิ้นสุดหรือไม่
เริ่มจากบ้านไม้เป็ศูนย์กลาง แล้วขี่ออกไปทางทิศตะวันออก
ขณะที่ขี่ไปสักพัก ทันใดนั้นดูเหมือนว่าเธอจะชนเข้ากับกำแพงโปร่งใส
แรงกระแทกอย่างกะทันหันทำให้เซียวิเยวี่ยเสียหลักล้มลงพื้น โชคดีที่ขี่มาด้วยความเร็วไม่มากนัก ไม่อย่างนั้นเธอคงได้รับาเ็
มีกำแพงที่มองไม่เห็น แต่สามารถััได้
“นี่คือจุดสิ้นสุดของพื้นที่มิติสินะ” เธอพึมพำ
เธอมองสำรวจไปรอบ ๆ และเห็นว่าสิ่งนี้คล้ายกับส่วนขอบที่เห็นในเกมจิ๊กซอว์ ซึ่งดูเหมือนว่าพื้นที่มิติก็คือเกมจิ๊กซอว์ในรูปแบบที่ขยายใหญ่
ตอนแรกเธอนึกว่ามันไม่มีจุดสิ้นสุด อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่พื้นที่ที่เล็กเลย แลดูกว้างขวางอย่างน้อย 200 เอเคอร์
หลังจากกลับบ้านและทำความสะอาดห้องครัว เซียวิ
เยวี่ยเปิดเว็บไซต์เถาเป่า*[1] และเริ่มสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จำนวนมาก
เนื่องจากเมืองเผิงจิงตั้งอยู่ในพื้นที่กึ่งเขตร้อน แม้แต่ใน่ฤดูหนาวก็ยังมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 0 องศาเซลเซียส ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีเสื้อผ้ากันหนาวตัวหนาขายในตลาดของเมืองเผิงจิง และไม่สามารถหาซื้อเสื้อกันหนาวขนเป็ดในห้างสรรพสินค้าได้เลย
เธอทำได้เพียงสั่งซื้อมันจากเถาเป่าเท่านั้น
[1]淘寶 เถาเป่า เป็แพลตฟอร์มช็อปปิงออนไลน์ของจีน มีสำนักงานใหญ่ในหางโจวและเป็ของอาลีบาบา