STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)

    ภาคที่ 5 Elforia ตอนที่ 1 จอมมาร

    "เฮ้อ...ปวดหัวชะมัดเลย"  ซึฮากิลืมตาตื่นที่ชายฝั่งบนหาดทรายสีขาวเมื่อมองไกลออกไปก็เห็นเพียงต้นไม้สูงใหญ่ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตเลย

    รู้สึกว่าเราจะล่องเรือลงทะเลไปแล้ว โชคดีแค่ไหนที่ไม่จมน้ำตาย

    ทันใดนั้นก็มีเสียงเล็กแหลมจากเบื้องบน นกอินทรีตัวหนึ่งบินลงมาเกาะที่ไหล่ของเขา

    "แกเองเหรอ ถ้าคุยกับสัตว์ได้จะดีกว่านี้จะได้เอามันไปสำรวจรอบ ๆ"

    เขาเดินเท้าไปตามชายหาดด้วยสภาพอันน่าเวทนาเสื้อผ้าหน้าผมเละเทะอีกทั้งยังไม่มีรองเท้าเวลาเดินก็เป็นต้องร้องโอ๊ยเมื่อเหยียบกับเศษหินหรือเปลือกหอย

    "นี่แฟรงค์ แกคิดว่าฉันบ้าไหมที่คุยกับนก...ก็แน่ล่ะปกติแทบจะไม่คุยกับคนอื่นเลย...เพราะอะไรนะเหรอ? เพราะฉันไม่สามารถไว้ใจพวกเขาได้ทั้งหมดไม่เหมือนกับสัตว์แบบแก" แววตาที่ดูมีชีวิตชีวากำลังมองดูกำไลข้อมือที่ได้มาจากฟรานพลางคิดในใจว่าถ้าไม่มีมันคงจะไม่รอดแน่ ๆ กำไลที่ช่วยนำมานาหากขาดมันไปก็ไร้สิ้นวิธีต่อสู้

    "ใครจะคิดล่ะว่ากำไลหินนี่จะเป็นหินเวทแถมยังบริสุทธิ์มาก ๆ เลยด้วยเมื่อเทียบกับของที่เคยใช้แ...เจ้านี่มันดีกว่าอีก" ซึฮากิยื่นมือซ้ายออกไปส่งมานาไปยังกำไลหินและยิงกระสุนลมขึ้นกางอากาศเหมือนว่าง

    "นั่นมันเสียงอะไร?" ไม่นานนักที่ซึฮากิกำลังเดินเอ้อระเหยก็มีเสียงฝีเท้าเหยียบกับเศษใบไม้เข้ามาใกล้ ๆ

    "ออกมาได้แล้ว !" เขาตะโกนออกไปไม่รู้สึกเกรงกลัวเลยว่าภายในป่านั้นจะเป็นใครหรือตัวอะไร

    "คนแปลกหน้า" ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมกับหอกยาวเล็งมาทางซึฮากิ

    "บอกได้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน?" ถ้าปกติเราต้องสื่อสารกันได้เหมือนอย่างเคย

    "แกเป็นคนจากข้างนอกใช่หรือไม่?" 

    ท่าทางระวังตัวน่าดู ตอนนี้คงต้องทำตัวเป็นมิตรเข้าไว้เพื่อจะได้หลอกถามข้อมูล "เรือของผมถูกคลื่นซัดจมทะเลโชคดีที่รอดมาได้"

    "น่าสงสัยทำไมถึงพูดภาษาเราได้ แกเป็นสายลับจากคนบนพื้นสินะ" ชายคนนั้นทำเพียงแค่การตะคอกเสียงเป็นเหมือนสัญญาณให้กับพรรคพวกของเขาออกมา 

    ห้า หกดูเหมือนจะมีแค่นี้ "ใจเย็นนะครับผมแค่หลงทางจะดีมากถ้าบอกว่าที่นี่คือที่ไหน?"

    "ออกไปเจ้าคนบนพื้น ! พวกเราไม่ต้อนรับพวกแก" 

    ดูเหมือนการเจรจาจะไม่ดีนักแต่เท่าที่ตรวจสอบดูเลเวลมากสุดก็แค่สี่ซึ่งไม่เป็นปัญหาเลยถ้าจะจัดการ

    "ก็ได้ ๆ แต่ผมต้องไปที่ไหนช่วยบอกได้ไหมครับ?"

    +[ตรวจจับ] ทำไมจู่ ๆ ถึงได้สกิลใหม่ล่ะ ซึฮากิจ้องมองดูสเตตัสและสกิลของตนแต่ในมุมของชาวเกาะแล้วมันเหมือนกับซึฮากิกำลังจ้องหน้าพวกเขาอยู่

    "ไล่มันออกไปเสียก่อนที่จะนำพาหายนะมาให้พวกเรา" หอกแหลมทั้งหกอันกระหน่ำแทงซึฮากิไม่ยั้งไล่ต้อนไปจนถึงทะเล

    ไม่มีทางเลือกแล้ว ซึฮากิปาดมือจากขวาไปซ้ายสร้างกำแพงลมหยุดยั้งพวกเขาไว้ก่อนจะวิ่งหนีสุดฝีเท้าเข้าไปในป่า

    ต้องมีทางหนีบ้างสิแล้วทำไมพวกเขาถึงต่อต้านคนนอกขนาดนั้นทั้ง ๆ ที่ตัวเราไม่มีอาวุธหรือพรรคพวกเราสักคน

    "เจอมันแล้วตามไปเร็ว !" หอกแหลมพุ่งปักลงพื้นเฉียดหัวของซึฮากิไปคืบเดียว

    "กรี๊ด !" เสียงกรีดร้องดังมาจากด้านหน้าไม่ไกลซึฮากิรีบวิ่งไปดูทันทีทั้ง ๆ ที่กำลังหนีพวกชนพื้นเมือง

    เด็กสาวผิวกายสีคล้ำกำลังกวัดแกว่งใบมีดสั้นใส่เสือเขี้ยวดาบท่าทางลนลานกลัวจนตัวสั่น

    ทำไมถึงมีเด็กตัวเล็ก ๆ มาอยู่กลางป่าคนเดียว ซึฮากิรวบรวมมานาไว้ที่กำปั้นและปล่อยใส่กรามของเสือตัวนั้นกระเด็นออกไปหลายเมตรแต่มันก็ยังลุกขึ้นพร้อมกับกระโจนใส่เด็กสาวตรงหน้า

    "ไม่นะ !" น้ำตาหยดไหลซึมออกมาจากดวงตาที่กดไว้ด้วยความกลัว ใบมีดแสนสั้นที่ชูไปข้างหน้าหวังจะป้องกันเสือได้บ้างแต่มันก็ยังเปราะบางและทื่อเกินไปเพียงแค่การตะปบด้วยกรงเล็บก็ทำให้มีดนั่นหักครึ่งไปในทันที

    "หมอบลงไป !" ซึฮากิตะโกนออกไปก่อนจะกระโดดถีบขาคู่เมื่อมันเสียหลักล้มลงซึฮากิไม่รอช้าวิ่งเข้าไปเตะเสยจากด้านล่างให้ตัวมันลอยขึ้นมาและต่อด้วยหมัดฮุกขวายัดเข้าที่ซี่โครงของเสือผู้น่าสงสารก่อนจะกระหน่ำหมัดที่เต็มไปด้วยมานาอัดแน่นจนแน่นิ่งไป

    "ไม่เป็นอะไรนะหนู" ซึฮากิใช้ฝ่ามืออันหยาบกร้านเช็ดหยดน้ำตาบนแก้มน้อย ๆ ออกก่อนที่พวกชนพื้นเมืองจะตามมา

    "เฮ้ย ! มันอยู่นั่นมันจะจับเด็กเป็นตัวประกัน" ซึฮากิหันหลังกลับอย่างไววิ่งหลบหอกแหลมที่ขว้างออกได้ไม่ยากเย็นโบกมือเล็กน้อยให้กับเด็กสาวคนนั้น

    หลังจากที่ซึฮากิวิ่งหนีทิ้งระยะห่างมาได้สักพักหนึ่งจนได้พบกับหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ติดชายฝั่งทะเล ที่นั่นมีชาวบ้านเดินไปมาดูครึกครื้นแต่เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นซึฮากิทุกคนก็ตกใจจนวิ่งหนีห่างปล่อยให้ชายหนุ่มหลายสิบคนถืออาวุธออกมาปกป้องหมู่บ้าน

    "เจอตัวแล้ว !" ไม่นานพวกที่ไล่ซึฮากิตั้งแต่ตอนแรกก็มีตามมาสมทบกลายเป็นว่าเขาถูกล้อมหน้าล้อมหลัง

    "หนีไปไหนไม่ได้แล้วเจ้าคนบนพื้น" หอกแหลมพุ่งแทงกระหน่ำแต่เพียงแค่หอกธรรมดาไม่อาจทำอะไรซึฮากิได้ แค่การห่อหุ้มร่างกายด้วยมานาก็สามารถตอบโต้กับของมีคมแบบนั้นได้สบาย ๆ

    "หลีกไป ! เราต้องใช้มนตร์ตรา" ชายหนุ่มร่างกำยำเดินแหวกกลุ่มคนเข้ามาพร้อมกับหอกสีเงินที่เต็มไปด้วยออร่ามานา

    "[ขอพระองค์ทรงคุ้มครองเหล่าผู้ศรัทธา ตัวข้าผู้เป็นเสมือนตัวแทนของเหล่าชาวสมุทรขออนุญาตลงทัณฑ์ผู้บุกรุกตรงหน้าด้วยเถิด]"

    ใครใช้ให้ร่ายยาวขนาดนี้ ซึฮากิยิงกระสุนลมกระแทกหอกให้หลุดมือไปขณะที่กำลังร่ายเวท

    "ไม่นะ ! พรจากองค์เทพ" หอกที่กำลังก่อรวมมานาแต่ถูกขัดโดยซึฮากิกำลังจะปะทุออก

    ซวยแล้วมีเด็กอยู่ใกล้ ๆ เด็กสาวคนเดิมยืนอยู่ด้านหลังของชายหนุ่มคนหนึ่ง เมื่อซึฮากิเห็นจึงคว้าเอาหอกนั่นและขว้างออกไปไกลเกือบร้อยเมตรทั้ง ๆ ที่คนรอบ ๆ ตรงนั้นไม่มีใครกล้าทำและยังวิ่งหนีเอาตัวรอดอีก

    "..." พวกเขาเบือนหน้ามองซึฮากิเป็นตาเดียวกันครู่หนึ่งอย่างกับเป็นเพื่อนเล่น

    "เฮ้ย ! จังหวะนี้แหละจับมันเสีย" ซึฮากิใช้หลังมือตบแขนของชายตรงหน้าที่กำลังยื่นมาจับก่อนจะถีบเข้าที่ท้องจนล้มลงไป

    "จับไม่ได้ง่าย ๆ หรอก" เขาวิ่งเบี่ยงออกไปจากจุดที่มีเด็กอยู่ไปยังที่โล่งแจ้งริมหาดทรายสีขาวแต่ในขณะที่กำลังจดจ่อกับพวกชนพื้นเมืองก็มีคลื่นสูงซัดเข้าฝั่งอย่างกับสึนามิ

    "ท่านจ้าวทะเลโกรธแล้ว ! ก้มกราบขอขมาเร็ว"

    ก้มกราบก็บ้าแล้วคลื่นจะซัดตัวเองอยู่แล้วแท้ ๆ แววตาอันน่าเวทนาที่กำลังมองดูชนพื้นเมืองกราบแนบพื้นทรายไม่เงยหน้าขึ้นมาแม้แต่น้อยขณะที่เขากำลังใช้เวทมนตร์ป้องกันคลื่นลูกนี้ไว้

    "ย-หยุดแล้ว คลื่นความพิโรธของท่านจ้าวทะเลหยุดแล้วแสดงว่าท่านให้อภัยต่อบาปที่เราไม่สามารถจับคนบนพื้นได้" เสียงตะโกนโห่ร้องเรียกถึงท่านจ้าวทะเลใครเห็นก็นึกว่าลัทธิบูชาอะไรสักอย่าง

    "เฮ้อ...สงสัยถูกล้างสมองไปละ" ซึฮากิพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะวิ่งหน้าตั้งทิ้งระยะให้ห่างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อที่พวกเขาจะได้หยุดตามสักที

    จ้าวทะเลที่พูดถึงใช้พวกเดียวกับในข่าวลือจากกลุ่มพ่อค้าไหมนะ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเราก็อาจจะอยู่ตามเกาะหรือไม่ก็ชายฝั่งสักทีเมื่อคาดการณ์จากแรงลมก่อนที่จะหมดสติ หลังจากที่ทิ้งระยะห่างมามากพอสมควรเขาก็หยุดวิ่งและเดินไปเรื่อย ๆ มองหาลู่ทางไปต่อ

    แรงลมพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปยังทิศตะวันตกแสดงว่ามีสองทางก็คือส่วนล่างของอาณาจักรอาฟหรือไม่ก็เกาะทางใต้ของอาณาจักรอาฟด้วยเวลาแค่ไม่กี่วันไม่มีทางที่จะลอยไปไกลกว่านี้

    "เจ้ามนุษย์เราได้เจอกันอีกแล้วสินะ" เสียงอันเลื่อนลอยที่เหมือนกับมาจากภายในหัวของตัวเอง

    "ใคร !" ซึฮากิตะโกนออกไปรอบ ๆ แต่เสียงนั่นก็เงียบหายไป

    "ข้าเอง...เจ้าคงจะจำไม่ได้เพราะตอนนั้นเจ้าแทบจะไม่มีสติเหลืออยู่เลย" เสียงคลื่นน้ำซัดบางสิ่งมาเกยฝั่งเมื่อมองดูจึงได้เห็นร่างกายที่เปียกโชกผมน้ำเงินที่กลืนไปกับทะเล

    "รูปร่างแบบนั้น...เธอคือนางเงือกสินะ" ดวงตาใสราวกับมรกตจ้องมองไม่กะพริบ

    "อืม...ใช่ฉันเป็นเผ่ามนุษย์เงือกแล้วก็เป็นหนึ่งในจ้าวทะเลด้วย" ครีบหางสะบัดน้ำอย่างกับปลาเกยตื้นดูไม่มีราศีความเป็นจ้าวทะเลเลยสักนิด

    "ถ้าเป็นถึงจ้าวทะเลแต่ท้อมาถึงบนบกต้องมีจุดประสงค์อะไรอยู่ด้วย...สินะ?" แม้นางเงือกนางนั่นจะเปิดเผยมือทั้งสองข้างแสดงให้เห็นว่าไม่มีอาวุธอื่นแต่ซึฮากิก็ไม่ลดการป้องกันลง

    "เป็นอย่างที่ท่านหญิงบอกเลย ถ้าเขาไม่บอกไว้ป่านนี้นายคงโดนรุมตายไปแล้ว" 

    "โดนรุมเหรอ?" ทันทีที่เธอพูดประโยคนี้ออกมามันก็ทำให้ซึฮากิย้อนนึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ได้

    "มนุษย์ ! ฆ่ามัน" เสียงคลื่นน้ำแหวกว่ายเข้าหาจากทุกทิศทางอีกทั้งยังเต็มไปด้วยกลุ่มก้อนมานากำลังแปลเปลี่ยนเป็นเวทมนตร์

    "พวกแกหยุดเดี๋ยวนี้ !" หญิงสาวคนหนึ่งตะโกนสุดเสียงแหวกว่ายฝ่ากลุ่มมนุษย์เงือกเข้ามาดูใบหน้าอันทรหดร่างกายเต็มไปด้วยแผล

    "เขาเป็นคนที่นายหญิงบอกไว้เราต้องปล่อยเขาไป" 

    "ฉันจำได้ละถึงตอนนั้นจะแทบไม่เหลือสติแต่ก็มีมนุษย์เงือกหญิงที่เข้ามาช่วยไว้" ซึฮากิลดอาวุธลงเหลือบตามองรอบ ๆ หาสิ่งผิดปกติ

    "ไม่เห็นต้องระแวงขนาดนั้นเลย ถ้าฉันอยากจะจัดการเจ้าก็ทำได้ไม่ยาก"

    ถูกของเธอ หลังจากที่ตรวจสอบดูเลยทำให้รู้ว่าเลเวลสูงกว่ายากที่จะต่อสู้

    "ทำไมเธอถึงช่วยฉันล่ะ?" 

    "ทำไมเหรอ? ก็นายหญิงเป็นคนสั่งจะไม่ทำก็ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้านายหญิงโกรธขึ้นมาเดี๋ยวทะเลจะปั่นป่วนเอา" 

    "นายหญิงที่ว่าคือใครกันแน่?" ซึฮากิยอมวางใจนั่งคุยกับเธอต่างคนต่างอยู่คนละฝั่งระหว่างพื้นทรายและทะเล

    "อืม...น่าจะรู้จักนะเพราะท่านคนข้างดังไปทั่ว ชื่อของจอมมารเนเน่น่ะ" เพียงเอ่ยชื่อของจอมมารออกมาก็ทำเอาผืนทะเลสั่นสะเทือนก่อนจะมีหญิงสาวคนหนึ่งลอยอยู่เหนือน้ำอยู่ด้านหลังของนางเงือกตนนั้น

    "เมอร์ ! ฉันบอกแล้วว่าอย่าเที่ยวไปพูดชื่อนั้นกับใครอีก" นางเงือกตนนั้นตัวสั่นระริกแทบจะหมอบราบไปกับผืนน้ำ

    "ขอโทษค่ะนายหญิง" เธอพูดด้วยน้ำเสียงติดตลกนิด ๆ เหมือนไม่รู้สึกผิด

    "เฮ้อ...เอาเหอะ นายสินะที่เจ้าไรลี่บอกเอาไว้...ไหน ๆ แล้วขอลองทดสอบดูหน่อยละกันว่าเด็กคนนี้มีความสามารถมากพอไหม?" 

    นี่คือนายหญิงสินะงั้นก็แปลว่าเป็นจอมมารตัวตนที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของสตาร์คินดาวดวงนี้

    ซึฮากิจ้องมองการเคลื่อนไหวของเธอผู้นั้นทุกอิริยาบถทันทีที่เธอกระดกปลายนิ้วขึ้นก็ส่งมานาจำนวนมากพุ่งตรงออกไปกลายเป็นคมดาบสีครามแต่ซึฮากิก็จับการเคลื่อนไหวได้ทันยกกำปั้นที่เต็มไปด้วยมานาห่อหุ้มปัดวิถีดาบพวกนั้นออกไป

    "ก็ใช้ได้อยู่ มองเห็นการเคลื่อนของดาบได้อีกทั้งยังสามารถปัดวิถีดาบโดยเน้นไปที่จุดสำคัญเพื่อลดแรงที่ใช้มากที่สุด "

    "วิเคราะห์ออกหมดเลยสินะ ถึงเลเวลของฉันจะแค่หกก็เถอะแต่ก็เห็นถึงความแตกต่างระหว่างทหารพวกนั้นกับเธอเลย"

    "พูดได้ดีดูจากสเตตัสแล้วอีกไม่นานนายก็จะก้าวข้ามเลเวลหกและขึ้นเป็นเลเวลเจ็ด สมแล้วแหละที่ไรลี่ฝากความหวังไว้...คงถึงเวลาที่ฉันจะส่งนายไปที่นั่นแล้ว" เธอผู้นั้นลงมาเดินบนพื้นใช้ปลายนิ้วชี้ดันคางของซึฮากิเล็บของเธอเหมือนกับใบมีดที่สามารถเชือดคอของเขาได้ทุกเวลา

    "จะส่งฉันไปไหน?" ซึฮากิเอ่ยถามขณะที่ยืนเกร็งจนตัวสั่น

    "อาณาจักรอาฟไงล่ะ...พร้อมแล้วนะ" เธอโอบกอดร่างอันแข็งกระด้างของซึฮากิ

    "ไป !" เธอตะโกนลั่นไปยังทะเลอันกว้างใหญ่ก่อนยกตัวซึฮากิลอยขึ้นไปในอากาศจากนั้นก็พุ่งออกไปอย่างกับซูเปอร์แมนด้วยความเร็วสูงมากจนซึฮากิไม่สามารถเปิดตาได้เลย

    ขึ้นชื่อว่าจอมมารแห่งเสียงแสดงว่าการใช้เวทมนตร์ต้องพึ่งพาเสียงสินะ ไม่นานเกินรอพวกเขาก็มาถึงชายฝั่งของอาณาจักรอาฟที่มีท่าเรือเก่า ๆ ตั้งอยู่รวมทั้งเศษซากเรือที่จอดทิ้งจำนวนมาก

    "ที่นี่เคยเป็นท่าเรือครึกครื้นที่ใช้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังอาณาจักรมากมายแต่เมื่อช่วงเวลาสงครามมาถึง...สิ่งต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไป"

    "เอ่อ...ช่วยบอกได้ไหมว่าต้องไปทางไหนต่อ?" ซึฮากิพูดแทรกขณะที่เธอกำลังเหม่อมองสถานที่รกร้างแห่งนี้

    "ลืมไปเลย ถ้าตรงไปทางทิศเหนือก็จะเจอกับเมืองเมืองหนึ่ง...แค่นี้ล่ะขอตัว" เธอหันหลังกลับอย่างไวเพียงเอ่ยคำร่ายสั้น ๆ ก็ทำให้พื้นตรงหน้าเป็นหลุมเพราะแรงดันมหาศาลเหมือนจรวดไอพ่นที่ส่งขึ้นไปอวกาศ

    "ไปแล้วแฮะ เจ้าแฟรงค์ไม่เป็นอะไรนะเห็นทำท่าเหมือนจะเป็นลมตอนถูกลากตัวมา" นกอินทรีกระพือปีกบินไปมาแสดงให้เห็นว่ายังสบายดี

    "สบายดีเหรองั้นเราไปกันเถอะ" หลังจากที่เดินเท้าไปประมาณหนึ่งชั่วโมงเขาก็ได้เห็นพื้นเป็นหลุมเป็นบ่ออันเกิดจากการใช้เวทมนตร์

    "ต้องฝึกใช้เวทตรวจจับให้มากที่สุด หากมันสามารถเพิ่มรัศมีได้ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสตอบโต้หรือวางแผนได้ไวขึ้น"

    เสียงนกร้องก้องไปยังด้านในป่าลึกสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตบางอย่างภายในนั้น ซึฮากิพยายามฝึกใช้เวทตรวจจับเดินช้า ๆ เพื่อเพ่งสมาธิไปยังสิ่งสิ่งนั้น

    "รูปร่าง...สัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่" จู่ ๆ สัญญาณสิ่งมีชีวิตก็พุ่งตรงเข้ามาเมื่อเงยหน้ามองจึงได้เห็นช้างขนาดใหญ่ ดวงตาแดงก่ำอย่างกับอาบเลือดรวมทั้งงาอันยาวเหยียดฟาดงวงฟาดงาอาละวาด

    "ไปเลยแฟรงค์ !" ซึฮากิกระตุกยิ้มมุมปากกระโดดสูงข้ามหัวเจ้าช้างนั่นหลบงาที่กำลังเหวี่ยงใส่ได้พอดีพร้อมกับยิงกระสุนลมทะลุกลางหลังสร้างความเจ็บปวดจนต้องร้องครวญครางออกมา

    "เฮอะ ถึกใช้เล่นเลย" เมื่อเขากระโดดลงพื้นได้อย่างสวยงามเหลือบตามองดูกิริยาท่าทางของแฟรงค์อินทรีคู่ใจกระพือปีกสร้างเวทมนตร์เป็นคมมีดสีเงินเฉือนผิวกายแข็งกระด้างของมัน

    "เก่งมากเจ้าแฟรงค์ ! นี่เราพูดมากไปหรือเปล่านะแต่ก็เอาเถอะไม่มีใครอยู่ด้วยอยู่แล้ว" ซึฮากิเสริมกำลังด้วยมานาจำนวนหนึ่งก่อนจะอัดกำปั้นเข้าไปที่ดวงตากลมโตดวงนั้นจากที่เป็นสีแดงเพราะสีแต่ตอนนี้ถูกย้อมไปด้วยเลือดจริง ๆ แม้มันจะพยายามสลัดซึฮากิให้หลุดแต่ก็ไม่ได้ผล

    "เสร็จละ" กระแสลมหมุนเป็นเกลียวทะลวงจากด้านในตัวด้วยกำปั้นที่มีกำไลหินที่ต่อยเข้าไปในดวงตา เลือดของมันสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นชโลมร่างของซึฮากิจนกลายเป็นสีแดงทั้งตัว

    "โถ่เอ๊ยต้องหาที่อาบน้ำละ ไหนจะชุดแบบนี้คงเข้าเมืองไม่ได้แน่ ๆ"

    เขาเดินหาแหล่งน้ำใกล้ ๆ ล้างตัวเท่าที่จะทำได้แต่เสื้อผ้าก็ยังมีกลิ่นคาวติดเต็มไปหมดต่อให้ล้างเลือดสีแดงออกแล้วก็ตามแต่คนในเมืองต้องได้กลิ่นชัดแน่ ๆ

    "ถึงเราจะชินแล้วก็เถอะแต่กลิ่นคาวพวกนี้คงทำชาวบ้านแตกตื่นถ้าหนักหน่อยก็คิดว่าเราเป็นนักฆ่า" เจ้าแฟรงค์บินลงมาเกาะที่บ่าให้ซึฮากิลูบหัวเล่น

    "ไปเถอะเส้นทางยังอีกยาวไกล แต่ฉันมั่นใจเลยว่าเราใกล้ถึงแล้ว" 

    เขาใช้เวลาเดินเท้านานถึงสามชั่วโมงผ่านที่แห้งแล้งและป่ามามากมายจนได้เห็นบ้านเมืองที่สุดสายตา เขาไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไปเพราะมั่นใจว่าปลอดภัยกว่าในอาณาจักรแอสต้าแน่ ๆ แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียวเพราะบรรยากาศอันแห้งแล้งพืชพันธุ์ไม้ไม่อาจเจริญเติบโตได้ดีนัก

    "โฮะโฮ พ่อหนุ่มเป็นคนนอกสินะ ดูจากการแต่งตัวแล้วคงจะพึ่งผ่านศึกมาหมาด ๆ ถ้าไม่รังเกียจจะเข้าพักที่นี่ก็ได้นะ" น้ำเสียงอันเอื่อยเฉื่อยดูอดอะไรตายอยากอีกทั้งยังแหบแห้งจนฟังได้ยาก

    "ไม่เป็นไรครับผมแค่ผ่านมาเฉย ๆ ไม่คิดจะพักที่นี่" ดู ๆ แล้วคงโดนฟันค่าที่พักแน่ ๆ อีกอย่างยังมีพวกที่แอบตามมาตลอดตั้งแต่ตอนก้าวเข้ามาในเมือง

    "เหรอพ่อหนุ่ม แต่เดินทางโดยไม่พกอาวุธนี่ค่อนข้างประมาทนะ" ทันใดนั้นยายแก่ตรงหน้าก็ชักดาบที่เก็บไว้ในผ้าคลุมเหวี่ยงใส่แต่ซึฮากิก็มองเห็นตั้งแต่เนิ่น ๆ ถอยออกมาเว้นระยะได้ทัน

    "หน็อย ! จะหนีไปไหนวะ" ทันใดนั้นชายฉกรรจ์อีกสามคนก็โผล่ออกมาล้อมซึฮากิไว้ ในมือถือเพียงมีดสั้นเก่า ๆ และกระบองไม้

    "นี่ปล้นกันกลางวันแสก ๆ เลยเหรอ? ถ้าทำได้ก็ลองดูสิ" ซึฮากิเอื้อมมือออกไปอย่างรวดเร็วแย่งมีดสั้นจากมือของหนึ่งในชายฉกรรจ์

    "แค่มีดธรรมดาเหรอไอ้เราก็นึกว่าเป็นอาวุธเวท" ซึฮากิกำมือแน่นบีบมีดเก่า ๆ นั่นแตกคามือเบือนหน้าหนีทำเหมือนพวกเขาไม่มีตัวตน

    "เฮ้ย ! คิดว่าจะหนีไปได้เหรอ" 

    "เฮ้อ...พวกแกควรเก็บชีวิตไว้ดีกว่า" เหล่าชายฉกรรจ์เมื่อได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งโมโหเหวี่ยงอาวุธโทรม ๆ จากด้านหลังของซึฮากิ

    "คนยิ่งรีบ ๆ อยู่" เขาหมุนตัวรับคมมีดใช้ร่องแขนบิดมือข้างนั้นและเหวี่ยงร่างของชายฉกรรจ์ไปรอบ ๆ ดันพรรคพวกของมันออกไปก่อนจะทุ่มเจ้านั่นใส่ ขณะที่กำลังสับสนซึฮากิก็เข้าประชิดตัวและปล่อยหมัดขวาอันหนักอึ้งผสานเข้ากับกรามของชายตรงหน้าเพียงแค่หมัดเดียวก็ทำให้หมดสติในทันทีจนเหลือเพียงชายคนเดียว

    "ย-อย่าเข้ามานะ" เสียงสั่นสะอื้นกำลังจะร้องไห้ด้วยความเกรงกลัวเมื่อได้เห็นเพื่อนของตนล้มลงในหมัดเดียว

    "เหอะ" เขาเดินช้า ๆ เหมือนกำลังกดดันให้ชายคนนั้นสติแตกเมื่ออยู่ตรงหน้าเขาก็นั่งยอง ๆ จ้องแววตาที่กลอกไปมาไม่มั่นคงเพียงกระตุกยิ้มพร้อมกับส่งเสียงสั้น ๆ ก็ทำให้เขาตกใจหมดสติไป

    "หมดเรื่องหมดราวสักที" ซึฮากิเพียงแค่เดินเท้าต่อไปไม่มีการหยุดแวะหรือพักที่ใดจนฟ้ามืด

    "จะซื้ออะไรกินก็ไม่ได้ จะขโมยเอาก็ยังไงอยู่" ชาวบ้านที่อดอยากกำลังรุมซื้ออาหารที่มีอยู่น้อยนิดอย่างกับแจกฟรีเหล่าชายในชุดสีน้ำตาลอ่อนกำลังขนอาหารมากมายมาขายเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่สบตากันก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นทหาร

    ซวยแล้วเจ้านั่นกำลังเดินมา ซึฮากิเร่งฝีเท้าเพื่อออกจากเมืองให้ไวที่สุดแต่นั่นก็ยิ่งทำให้น่าสงสัยจนมีชายในชุดสีน้ำตาลเดินตามหลังมา 

    "ขอโทษนะครับ" เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวขึ้นเมื่อเดินตามซึฮากิทัน

    "ครับ?" ซึฮากิตอบกลับด้วยใบหน้าที่เฉยชาไม่มีพิรุธ

    "อืม...ไม่มีอะไรครับผมนึกว่าเป็นคนที่รู้จัก" พวกเขาพยักหน้าตอบรับกันพอเป็นพิธีก่อนจะแยกกันไป

    เกือบแล้วไงหวังว่าพวกเขาคงไม่รู้เรื่องหมายจับจากอาณาจักรเซีย

    ซึฮากิยังคงเดินเท้าต่อไปแม้จะมืดแล้วก็ตามข้ามป่าข้ามทะเลทรายไปไกลจนเช้ากว่าจะถึงเมืองอีกเมืองหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ด้วยแห่งน้ำและป่าไม้ขนาดใหญ่เมื่อมองไกลออกไปก็ไม่เห็นทะเลทรายอีกแล้ว

    "ออกจากเขตทะเลทรายแล้วเหรอ? ก่อนอื่นต้องรู้แผนที่ของอาณาจักรนี้ถึงจะเคยอ่านมาก่อนหน้านี้แล้วแต่ต้องยืนยันให้แน่ใจ" ซึฮากิมองหาร้านค้าสักแห่งที่จะถามทางรวมถึงเรื่องแผนที่

    "ลุงครับ"

    "หะ ! ว่าไงพ่อหนุ่ม" ชายสูงวัยตอบกลับโดยที่เขาต้องเงี่ยหูเข้ามาใกล้ ๆ 

    "ลุงพอจะบอกที่ที่จะซื้อแผนที่ได้ไหมครับ? พอดีผมเป็นนักเดินทางต้องการใช้แผนที่" 

    "แผนที่เหรอ โฮะ ๆ ๆ ไม่ต้องไปหาที่ไหนหรอกลุงนี่แหละคนทำแผนที่" ขณะที่หัวเราะอยู่ก็เปิดกระเป๋าใบใหญ่และหยิบม้วนกระดาษจำนวนมากออกมากางให้เห็นกันจะจะ

    "อยากได้แบบไหนล่ะ? ราคาเบา ๆ เองแค่สองร้อยห้าสิบอาฟ" 

    วิธีนับเงินเป็นอาฟสินะคงมาจากชื่ออาณาจักร แต่เราจะไปหาเงินมาจากไหน

    "เป็นนักเดินทางสินะ ถ้าไม่มีเงินก็มากับพวกเราก่อนก็ได้เราก็เป็นกลุ่มนักเดินทางเหมือนกัน" เพียงแค่มองดูสีหน้าวิตกกังวลของซึฮากิตาลุงก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าไม่มีเงิน

    "กลุ่มนักเดินทางเหรอครับ? ไม่ดีกว่าผมไม่อยากถ่วงพวกคุณ" ขณะที่ซึฮากิกำลังจะเดินออกไปก็มีกลุ่มคนเดินสวนมาพอดี

    "ตาแก่มัวทำอะไรอยู่เราต้องกลับไปที่นั่นแล้วนะ" เสียงของหญิงสาววัยกลางคนแม้จะดูมีอายุและรอยเหี่ยวย่นอยู่บ้างแต่ผิวพรรณยังคงสวยงามเห็นได้ชัดว่าดูแลตัวเองดีแค่ไหน

    "ฮ่า ๆ ๆ คุณวิกตอเรีย...ผมก็แค่เจอพ่อหนุ่มถามหาแผนที่ก็เลยคุยกับเขานิดหน่อย"

    "เราไม่ได้มาเดินเล่นกันนะ ต้องไปกันต่อแล้ว" หญิงสาววัยกลางคนผู้มาพร้อมกับผมสีแดงชาดดั่งเปลวเพลิงอีกทั้งยังมีดวงตาอันคมกริบพร้อมจะบาดใจได้ทุกเมื่อ

    คล้ายกับเรื่องSTARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK) ที่คุณอ่าน