สงครามเทพราชัน ค่ายกลสยบทั่วหล้า!

    บทที่54 อันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา!

    บทที่54 อันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา!


    หวังเหล่ยใช้มือทั้งสองข้าง วาดไปในอากาศด้วยความเร็วที่สูงยิ่ง!

    จนกลายเป็นเงาของสัตว์อสูรขนาด2เมตรจำนวนสามตัว รูปร่างของสัตว์อสูรทั้งสามตัวไม่ได้ต่างไปจากพยัคฆ์ทั่วไปสักเท่าไหร่ แตกต่างเพียงแค่มันมีเขาแหลม2อันอยู่ที่ศีรษะเท่านั้น และสภาพของมัน ก็ค่อนข้างที่จะเลือนลางไม่ค่อยชัดเจนสักเท่าไหร่!

    พอหวังเหล่ยหยุดมือลง สัตว์อสูรทั้งสามตัวก็พุ่งเข้าใส่ อิงฟงกับพวกด้วยความรวดเร็วอย่างมาก!

    อิงฟงกับพวกที่เห็นสัตว์อสูรพุ่งตรงมาที่พวกเขา ก็ใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่บินหนีไปคนละทิศคนละทางอย่างสุดกำลัง!

    แต่ความเร็วของพวกอิงฟงนั้น ช้ากว่าสัตว์อสูรที่ตามมาอย่างมาก สัตว์อสูรทั้งสามตัวต่างแยกกันใล่ตามมนุษย์นกทั้งสามไปคนละทาง

    สัตว์อสูรตามพอไล่ตามพวกอิงฟงทันก็ขย้ำพวกอิงฟงอย่างบ้าคลั่ง!

    "อ๊ากกกกกกกก!"
    "อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!"
    "อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!"

    เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมาพร้อมกับชิ้นส่วนของพวกอิงฟงที่กระจัดกระจายไปทั่ว!

    ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ ไม่เว้นแม้แต่พวกกอทงทัพมนุษย์นก ต่างก็รู้สึกขนลุกกันไปตามๆกัน ทุกคนตอนนี้ล้วนมองไปที่หวังเหล่ยด้วยความหวาดกลัวอย่างยิ่ง!

    หวังเหล่ยหันหน้าทางกองทัพของพวกมนุษย์นก แล้วก็ตะโกนออกมาด้วยเสียงที่ดังอย่างยิ่ง!

    "พวกเจ้าจะกลับไปเองอย่างโดยดี! หรืออยากจะทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ก็ตามใจ! ข้าให้เวลาพวกเจ้า10ลมหายใจ! ถ้าข้ายังเห็นว่ามีมนุษย์นกตัวไหน! ยังอยู่ที่อินทรีย์ขาวแห่งนี้! ข้าจะฆ่าไม่ให้เหลือ!"

    พอสิ้นเสียงของหวังเหล่ย กองทัพของพวกมนุษย์นกทั้งหมดต่างบินหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต รวมทั้งพวกที่ต่อสู้อยู่กับกองทัพของหยางกวางด้วยเช่นกัน

    โดยเฉพาะพวกระดับสูงที่เหลืออยู่ มันเลือกที่จะกลับไปแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าเผ่าคนต่อไป ดีกว่าที่จะมาเสี่ยงชีวิตกับศัตรูทีหน้ากลัวอย่างหวังเหล่ย!

    ผู้คนที่เห็นกองทัพของพวกมนุษย์นก ต่างหนีตายไปด้วยความหวาดกลัว ก็ดีใจกันอย่างยิ่ง! แต่ก็ดีใจกันได้เพียงแค่แปปเดียวเท่านั้น เมื่อพวกเขาหันกลับไปมองที่เมืองแล้วเห็นว่า มันเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดสีแดงจำนวนมหาศาล! สีหน้าที่เบิกบานอยู่ก็ซีดลงทันตาเห็น!

    ............

    ที่แห่งหนึ่งในนิกายเงาโลหิต.......

    หญิงสาวหน้าตางดงามราวเทพธิดานางหนึ่ง ในชุดสาวกของนิกายเงาโลหิต กำลังนั่งเหม่อลอยมองไปยังท้องฟ้าสีคราม พร้อมกับกล่าวบางอย่างออกมา

    "ท่านพี่..อีกไม่นานแล้ว เจ้าชั่วนั้น..รวมทั้งพวกแดนศักดิ์สิทธิ์เทพอัคคี พวกมันจะต้องชดใช้ในสิ่งมันทำไว้กับพวกเรา! ไม่จะว่าต้องแลกด้วยสิ่งใดข้าซิ่วอิงล้วยยินดี!"

    ขณะเดียวกันก็มีเสียงดังขึ้นมาจากข้างหลังของนาง!

    "ธิดาโลหิตพิธีกรรมทั้งหมดเตรียมการเสร็จแล้ว ท่านเจ้านิกายบอกให้ท่านเข้าสู่พิธีกรรมภายใน10นาที"

    "ไม่จำเป็นข้าจะไปเดี๋ยวนี้เลย หวังว่าท่านเจ้านิกายจะทำตามสิ่งที่เคยรับปากข้าไว้!"

    "ถ้าอย่างนั้นธิดาโลหิตโปรดตามข้ามาเลยขอรับ!"

    หญิงสาวเดินตามสาวกที่มาตามนาง ไปด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แต่ก็ยังคง..งดงามมากพอที่จะทำให้ผู้คนเป็นบ้าได้!

    ........................

    เมืองอินทรีย์ขาว...

    เสวี่ยจิงหลังจากที่จัดการกับพวกสาวกนิกายเงาโลหิตแล้ว ก็บินขึ้นมาเหนือเมืองอินทรีย์ขาว พร้อมกับหงายมือออกไปด้านหน้า พร้อมกับวิหคเหมันต์ขนาดเล็กเท่ากับนิ้วมือปรากฏขึ้นมา จำนวนหลายแสนตัวทั่วท้องฟ้า!

    "หมื่นวิหคเหมันต์...คืนสู่รัง!"

    วิหคเหมันต์ทั้งหมดต่างแยกย้ายกันพุ่งเข้าใส่พวกวิญญาณโลหิต!

    ผู้คนที่ปะทะกับวิญญาณโลหิตอยู่บนฟ้าต่างก็ตกตะลึง!  เมื่อเห็นวิหคเหมันต์ขนาดเล็กอยู่ดีๆก็ปรากฏเต็มไปหมดแล้วก็บินมาทางพวกเขา!

    แต่เมื่อพบว่าวิหคเหมันต์นั้นพุ่งเข้าใส่สัตว์ประหลาดสีแดงไม่ใช่ตัวเอง! พร้อมกับทำให้พวกมันกลายเป็นน้ำแข็ง จนร่วงหล่นลงสู่ด้านล่างแล้วแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ!

    ผู้คนต่างก็ตื่นเต้นดีใจกันอย่างมาก! พวกเขาต่างรู้สึกเหมือนกับว่า ได้ตื่นขึ้นจากฝันร้ายอันหน้ากลัว!


    วิหคเหมันต์ขนาดเล็กของเสวี่ยจิง มันเล็กกว่าที่เหม่ยจีเคยใช้ แต่ความแข็งแกร่งของมันนั้นมากกว่ากันอย่างเทียบกันไม่ติด!

    เพราะว่าวิหคเหมันต์ขนาดเล็กของเสวี่ยจิงนั้น ล้วนแฝงไปด้วยพลังของกฎแห่งน้ำแข็งระดับ1!

    ภูตศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองตัว เมื่อเป้าหมายของพวกมันบนฟ้าต่างหายไปจนหมดแล้ว พวกมันก็บินลงสู่ด้านล่างทันที!

    เฟยอวี่เอง..ระหว่างที่จัดการกับพวกวิญญาณโลหิตอยู่ ก็สังเกตเห็นการโจมตีของเสวี่ยจิงเช่นกัน เฟยอวี่รู้ทันทีว่าการโจมตีของเสวี่ยจิงนั้น มีกฎแห่งน้ำแข็งระดับ1แฝงอยู่ด้วย!

    สำหรับเฟยอวี่ เขาเองก็ใช้กฎแห่งธาตุต่างๆได้หลายธาตุเช่นกัน ถ้าเขามีระดับพลังที่แข็งแกร่งมากพอ ที่จะรองรับพลังอันแข็งแกร่งของกฎแห่งธาตุได้!

    เฟยอวี่และสามสาวต่างยังคงไล่ล่าพวกวิญญาณโลหิต โดยที่หวังเหล่ยและพวกที่เคยสู้กับกองทัพของพวกมนุษย์นก ต่างก็กลับมาช่วยจัดการพวกวิญญาณโลหิตด้วยเช่นกัน

    เสวี่ยจิงที่เห็นว่าสถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว ก็เลือกที่หยุดลงมือแล้วคอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ
    โดยที่นางไม่รู้เลยว่าอันตรายอันใหญ่หลวง กำลังคืบคลานเข้ามาหานาง!


    .....................

    ทางด้านของเหม่ยจี.....

    "ฉัวะ!"
    "โพละ!"

    เหม่ยจีจัดการวิญญาณโลหิตตัวสุดท้ายลงได้ ก็บินเข้าไปหาหญิงสาวนิกายเงาโลหิต ที่กำลังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ ภายในบาเรียสีดำทันที!

    เหม่ยจีหยุดลงที่ด้านหน้าของบาเรียสีดำ พร้อมกับกล่าวบางอย่างออกมา!

    "ดูแล้วฐานะของเจ้าในนิกายเงาโลหิตจะสูงมิใช่น้อย ถึงได้มีของป้องกันตัวมากมายเช่นนี้!"

    หญิงสาวนิกายเงาโลหิตที่หลับตาอยู่ ก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับกล่าวว่า

    "นามของข้าคือเฮยเยว่ เจ้ารู้แค่นั้นก็พอ!"

    เหม่ยจีที่ได้ยินคำกล่าวของหญิงสาวนิกายเงาโลหิต ก็ยิ้มออกมาแล้วตอบกลับไปว่า

    "นั้นสินะ..รู้แค่ชื่อของเจ้าก็พอแล้ว เพราะว่าเมื่อไหร่ที่บาเรียนี้หายไป มันก็จะเป็นช่วงสุดท้ายของชีวิตเจ้าเช่นกัน!"

    เฮยเยว่ที่ได้ยินคำพูดของเหม่ยก็ก็หัวเราะออกมาพร้อมกับกล่าวบางอย่างออกมา!

    "ฮ่าฮ่า...เจ้าคิดง่ายเเกินไปแล้ว ข้ายังมียันต์แบบนี้อีกหลายแผ่น แถมข้ายังเรียกกำลังเสริมไปแล้วด้วย ใครกันแน่ที่จะตายเดี๋ยวอีกไม่นานเราก็จะได้รู้กัน!"

    คำพูดของเฮยเยว่นั้นทำให้สีหน้าที่ดูเบิกบานของเหม่ยจีนั้นเปลี่ยนไปทันที!

    เหม่ยจีจ้องมองไปที่เฮยเยว่เพื่อสังเกตสีหน้าและท่าทางของนาง แต่ก็ไม่พบสิ่งที่ผิดปกติแต่อย่างใด! มันทำให้เหม่ยจีนั้น ไม่สามารถที่จะตัดสินได้เลยว่า!คำพูดของเฮยเยว่นั้นเป็นความจริงหรือว่าโกหกกันแน่!

    เฮยเยว่ที่เห็นสีหน้าและท่าทางของเหม่ยจีที่เปลียน ก็ยิ้มที่มุมปากขึ้นมาพร้อมกับหลับตาลง  แล้วรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองต่อไป!

    เหม่ยจีเองก็หยุดความคิดของตัวเองลง แล้วนำของเหลวจิตวิญาณระดับ9ที่เหลืออีกนิดหน่อยออกมาดื่ม1หยด แล้วก็รีบทำการฟื้นฟูพลังลมปราณทันที นางตัดสินใจแล้วเมื่อพลังของนางกลับมาสมบูรณ์แล้ว นางจะใช้ท่าโจมตีที่รุนแรงที่สุดของนาง ทำลายบาเรียสีดำนั้นลงแล้วจัดการกับเฮยเยว่แล้วรีบหนีกลับทันที!

    ผู้คนของสำนักอินทรีย์ท่องนภาที่เฝ้ามองการต่อสู่ของเหม่ยจีอยู่ ก็งุงงกับภาพที่เห็นอย่างมาก พวกเขาคิดว่าเหม่ยจีเข้าไปเพื่อที่จะโจมตีคนชุดคลุมดำ แต่กลายเป็นว่านางเข้าไปพูดคุยกัน แล้วต่างคนต่างก็นั่งลงทำสมาธิกันเสียอย่างนั้น!

    เฮยเยว่ที่กำลังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ก็กังวลใจอย่างยิ่ง เมื่อนางสัมผัสได้ว่าเหม่ยจีไม่ได้หนีไปเมื่อยินคำขู่ของนาง แต่กลับเลือกที่จะฟื้นฟูพลังปราณแทน นั้นแสดงว่าสาวกนิกายเหมันต์สุดปลายฟ้านางนี้ เลือกที่จะโจมตีตัวนางอย่างแน่นอนเมื่อพลังของนางกลับคืนมาอย่างมาสมบูรณ์!

    เฮยเยว่ไม่ได้โกหกเรื่องส่งสัญญาณของความช่วยเหลือ แต่ว่ายันต์คุ้มกันของนางเหลืออีกแค่1แผ่นเท่านั้น ไม่ได้มีมากมายอย่างที่เคยกล่าวกับเหม่ยจี!


    .........

    บนนาวาปราณลำหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างจากเมืองเมืองอินทรีย์ขาวมากนัก....

    มีคนของนิกกายเงาโลหิตสองคนยืนอยู่ คนแรกนั้นดูจากลักษณะของชุดคลุมแล้วหน้าจะเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงส่งไม่น้อย! ส่วนอีกคนก็ดูท่าทางไม่ธรรมดาเช่นกัน!


    "ผู้อาวุโสที่8 ท่านแน่ใจนะว่าพวกเราจะไปถึงทันเวลา ไม่ใช่ว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายเหมันต์สุดปลายฟ้า จะออกไปจากเมืองอินทรีย์ขาวแล้วอย่างนั้นหรือ!"

    "ทันหรือไม่พวกเราก็ต้องลองไปดูกันก่อน แต่ข้าก็สั่งให้กลุ่มสาวกที่อยู่แถวนั้นสร้างความวุ่ยวายเพื่อถ่วงเวลาไว้แล้ว ส่วนเจ้าเองทำไมจึงได้อยากตามข้าไปด้วยกันละ!"

    "ข้าเองก็ว่างไม่มีอะไรให้ทำอยู่แล้ว ไปกับผู้อาวุโสที่8 ดูแล้วหน้าจะมีเรื่องสนุกให้รับชมไม่น้อย!"

    "ก็ตามใจเจ้า...แต่ข้าแนะนำให้เจ้าเอาเวลาไปฝึกฝนจะดีกว่า  เจ้าเองก็ไกล้จะเข้าสู่ระดับ11แล้ว ตำแหน่งผู้อาวุโสก็กำลังรอเจ้าอยู่!"

    "ตำแหน่งไม่ได้มีความสำคัญสำหรับข้าแม้แต่น้อย ข้าสนใจแค่เพียงแค่ความสนุกที่ได้ฆ่าเท่านั้น ยิ่งได้ฆ่าพวกที่เก่งเท่าไหร่ มันก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น!"

    "แต่งานนี้พวกเราต้องจับเป็นคงปล่อยให้เจ้าฆ่านางในตอนนี้ไม่ได้!"

    "ข้าเข้าใจ...แต่ถ้าผู้อาวุโสที่8ให้ข้าได้ลองปะมือกับ ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายเหมันต์สุดปลายฟ้า ที่ใครๆต่างก็ยกย่องว่ามีพรสวรรค์ในเรื่องการต่อสู้สูงล้ำยิ่ง ข้าก็จะขอบพระคุณผู้อาวุโสที่8อย่างยิ่ง"

    คล้ายกับเรื่องสงครามเทพราชัน ค่ายกลสยบทั่วหล้า! ที่คุณอ่าน