ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่335 กระบี่สีแดงเพลิง

  "เจ้า เจ้า!!ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก หรือว่าปราณจิตของเจ้าเลื่อนขั้นพลัง ไปแล้วสินะ" ยี่ผิง กล่าวออกมาด้วยความเดือดดาล มือทั้งสองข้างกำหมัดไว้จนแน่น ไม่คิดชายหนุ่มผมขาว จะดูดซับ โอสถ ขัดเกลาปราณจิต ระดับ6 ได้จริงๆ


ตามหลักแล้วมันมีวิธีการ สลายการป้องกันของเม็ดยา แล้วแบ่งกันดูดซับได้ถึง3คน นางไม่คิดมาก่อนเลยว่า ชายหนุ่มผมขาวผู้นี้ จะดูดซับมันเข้าไปคนเดียว แถมยังไม่ตายอีก


 

อี้เฉิน กล่าวออกมาแบบขอไปที "ข้าว่าพวกเราแยกไปทางใครทางมันจะไม่ดีกว่าหรือ ถึงอย่างไรของล้ำค่าก็ถูกข้าดูดซับไปหมดแล้ว" ก่อนเขาจะกวาดตามองไปที่กลุ่มคนอื่นๆ

 


  ยี่ผิง ตัวนางไม่มีท่าทีจำยอม ซักเท่าใดนัก ถึงอย่างไรก็อยากจะต่อยใบหน้า ไอ้หนุ่มนี้ให้ได้ ครั้นได้ยินคำพูดที่เขากล่าวออกมามันดู โอหังอยู่ไม่น้อย นางพลิ้วกายาเข้าประชิดชายหนุ่มในฉับพลัน ก่อนสาวกำปั้นที่อัดแน่นไปด้วยปราณพลัง เข้าใส่ใบหน้าชายหนุ่มผมขาวที่มีเลือดฝาด เปรอะเปื้อนใบหน้า คิดจะจบการต่อสู้เพียงหมัดเดียวเท่านั้น


 

ทว่าตัวนางก็ต้องหยุดชะงัก ครั้นเห็น แสงวาบ บางอย่างจากแววตาของชายหนุ่มผมขาว ปลดปล่อยปราณจิตออกมาจากดวงตาคู่นั้น หัวของนางถึงกับมึนงงเป็นอย่างมาก ประหนึ่ง ถูกบังคับให้หลับใหลไปชั่วขณะ ทั้งๆ ที่กำปั้นของนางอยู่ไม่ห่างจากใบหน้าชายหนุ่มแล้วแท้ๆ



"บัดซบ บัดซบเจ้า เจ้ามีทักษะวิชาปราณจิตอย่างนั้นหรือ"ยี่ผิง นางกล่าวออกมาด้วยความไม่จำยอม ครั้นเห็นชายหนุ่มผมขาว ไม่ได้โจมตีซ้ำเข้ามาที่ตัวนาง นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมายาว

 


ทว่าเมื่อ นางยันร่างขึ้นมายืนได้ ยี่ผิง นางกล่าวเตือนชายหนุ่มผมขาวในทันที "เจ้าหนุ่มระวังด้านหลัง!"

 


อี้เฉินที่ได้ยินเขาหันกลับ ไปมองอีกทิศหนึ่งในทันใด ไม่แม้จะสนใจ ยี่ผิงที่อยู่ด้านหลังอีกต่อไป เมื่อเห็นกระบี่ สีแดงเพลิง อัดแน่นไปด้วยปราณพลัง เปลวเพลิงลุกท่วม ถูกชายหนุ่มคนหนึ่ง บังคับเข้ามาโจมตีตัวเขา หมายมั่น ปลิดชีพ ตัวเขาลง

 


"เจ้าจงตายด้วยน้ำมือของ เผ่านกกระเรียน เพลิงของข้าเสีย" "ทักษะกระบี่เพลิงสังหาร!!"ชายหนุ่ม สวมชุดขนนกสีแดงเพลิง คำรามออกมากู่ก้อง ด้วยความมั่นใจ นิ้วชี้ไปที่อี้เฉิน ประหนึ่งคำประกาศิต

 


อี้เฉินที่เห็นกระบี่ สีแดงเพลิง พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาอดที่จะชื่นชมมันไม่ได้ ใบหน้าเปื้อนยิ้มขึ้นมาในทันที

 

ครั้นเมื่อผู้คนเห็นรอยยิ้มของชายหนุ่มผมขาว ก็ต่างตัวเย็นเยือก แล้วยิ่งเห็นการกระทำของเขา ยิ่งทำให้กายาหนาวสั่น


 

     จู่ๆ อี้เฉินก็เอี้ยวตัวหลบอย่างฉับพลัน มือข้างหนึ่งเอื้อมมาจับคว้า กระบี่ที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิง อย่างไม่มีท่าทีหวาดกลัว กระบี่สีแดงเพลิง ถึงกับสั่นไหวอย่างรุนแรง ปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมันกำลังพยศ ชายหนุ่มเองก็ใส่ปราณพลังเข้าไปควบคุมกระบี่ ของเขาสุดกำลัง "เจ้า เจ้า คิดจะทำอะไรกันแน่!!!"

 


อี้เฉิน ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะกระชากกระบี่ สีแดงเพลิง ให้หลุดออกจากการควบคุมของชายหนุ่ม อย่างไม่มีปิดบัง ใบหน้ายกยิ้ม มองดูกระบี่ในมือ ด้วยความชมชอบ "ช่างเป็นกระบี่ ที่ดีจริงๆ แถมมันยังอยู่ระดับเทพอีกด้วย"

 


      ชายหนุ่มที่ สูญเสียการควบคุมกระบี่ เขาถึงกับเบิกตาออกกว้าง "บัดซบ บัดซบ!! หรือว่าเจ้าคิดจะช่วงชิงกระบี่ของข้า เจ้าไม่รู้หรือไง มันเป็นสมบัติของเผ่าพันธุ์ นกกระเรียนเพลิง ส่งมันกลับมาหาข้าเสีย หากเจ้าไม่อยากมีปัญหา ในภายภาคหน้า" ทันใด ที่ชายหนุ่มเอ่ยคำพูดออกมาเสร็จสิ้น เขาก็รู้สึกถึง จิตสังหารที่แพร่กระจายออกมาจากตัวของ ชายหนุ่มผมขาว วิญญาณในร่างกรีดร้องออกมาอย่างรุนแรง บอกให้เขาถอยหนีไปจากสถานที่แห่งนี้ให้ไวที่สุด


 

ชายหนุ่มไม่รอช้า แปลงกายเป็น นกกระเรียนเพลิง บินทะยานหนีออกไป ในทันที หากคิดอยู่เขาได้ตายตกลงไปเป็นแน่ เขาไม่อยากเสียเวลา1เดือนอันล้ำค่านี้ไป



    กลุ่มคนอื่นๆ ที่เห็นผู้มีพรสวรรค์เผ่าพันธุ์ นกกระเรียนเพลิง บินทะยานหนีออกไปอย่างบ้าคลั่ง ไร้เกียรติยศ และศักดิ์ศรี ไม่ต่างอะไรไปจากหมาที่วิ่งหนีหางจุกตูด พวกเขาถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ 


"ไม่คิดไอ้หนุ่มนี้จะใจกล้าห่อฟ้าถึงเพียงนี้ ถึงกับกล้าแย่งชิง ของล้ำค่าจาก เผ่าพันธุ์ นกกระเรียนเพลิง แถมยังคิดจะฆ่าสังหาร ชายผู้นั้นเสียอีก"ชายหนุ่มกล่าวออกมา ปะปนมาด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว อยู่ไม่น้อย

 


   อี้เฉิน โยนกระบี่สีแดงเพลิง ขึ้นสู่ท้องฟ้าในทันที ครั้นเมื่อกระบี่ลอยเหนือท้องฟ้าได้ มันก็หมุนควงสว่าน อย่างรุนแรง ปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาท่วมท้นท้องฟ้า อี้เฉินไม่รอช้ายื่นมือมาด้านหน้า ตบฝ่ามือเข้าหากัน อย่างแรง "จงทิ่มแทง"

 


กระบี่สีแดงเพลิงที่หมุนควงสว่าน อยู่บนท้องฟ้า พุ่งออกไปราวกับสายแสง ตรงดิ่งเข้าหา ชายหนุ่มแปลงกาย เป็นกระเรียนเพลิง คิดหนี ให้ตายตกในทันที
เสียง "ตู้ม!!" ดังกึกก้อง บึงน้ำที่ห่างไกลหลาย10ลี้ ถึงกับเป็นหลุมยุบใหญ่ในชั่วพริบตา ผู้คนที่มองต่างเบิกตาออกกว้าง ครั้นเห็นร่าง นกกระเรียนเพลิงถูกสอยจนร่วง

 


ก่อนที่ร่างปราณจิต ของชายหนุ่มจะแตกสลาย มันคำรามออกมาเสียงดังกู่ก้อง "บัดซบเอ๊ย เจ้ารอข้าก่อน ไม่ช้า ข้าต้องกลับมาจัดการกับเจ้าอย่างแน่นอน"

 


     อี้เฉินเขาไม่ปรานี หากผู้ใดคิดลอบสังหารตัวเขา ครั้นเมื่อเขาทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็ดึงกระบี่สีแดงเพลิง กลับมาเก็บไว้ในแหวนมิติ ไม่คิดสนใจ กลุ่มคนที่อยู่รอบๆ อีกต่อไป

 


    กลุ่มคน ที่มารวมตัวกัน ครั้นเห็น ศักยภาพของชายหนุ่มผมขาว อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมายาว ยังดีพวกเขา ไม่ทำอะไรที่บุ่มบ่าม คิดลงมือกับชายหนุ่มผมขาวไป ก่อนจะพลิ้วกายาจากไปจากสถานที่แห่งนี้ โดยไม่เก็บอี้เฉินมาใส่ใจอีกต่อไป ทางใครทางมันน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด สำหรับพวกเขาในยามนี้

 


    ยี่ผิง นางเองก็ตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ไม่คิดชายหนุ่มที่ดู ผอมบาง หล่อเหลาผู้นี้จะน่าหวาดกลัวเช่นนี้ ปากของนางกัดกรามไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยชวนชายหนุ่ม แต่น้ำเสียงนั้น ก็ยังปะปนไปด้วยความไม่ยอมแพ้ของนาง "เจ้าหนุ่ม เจ้าไปพร้อมกับพวกเราหรือไม่ พวกข้าจะไปทำลายสถิติด้านใน ว่ากันว่าสถิติด้านในเต็มไปด้วยของล้ำค่า"

 

"แต่ด้านในก็เต็มไปด้วยเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ อยู่ยังสถานที่แห่งนั้นด้วยเช่นกัน หากเจ้าไม่มีกลุ่มคนคอยหนุนหลัง อยู่ละก็ เจ้าก็จะประสบปัญหาเฉกเช่นนี้ ไม่จบไม่สิ้น"



อี้เฉินที่ได้ยินเขาพยักหน้า รับคำของนางในทันที "ได้ข้าจะไปพร้อมกับพวกเจ้า ก็ได้"

 

คนในกลุ่มของนางตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ครั้นเห็นคุณหนูของพวกเขา กล่าวคำเชิญ ชวนเช่นนี้ออกมา "มันจะเป็นการดีหรือ คุณหนู" ชายหนุ่มร่างกายกำยำ ส่งคำพูดผ่านปราณจิตให้คุณหนูของเขา รับฟังในทันที

 


    ยี่ผิง นางไม่ได้เอ่ยคำพูดใด โต้ตอบ พวกเขาแม้แต่น้อย เพียงพยักหน้าให้พวกเขาเท่านั้น ก่อนกลุ่มของพวกเขาจะออกเดินทางเข้าไปด้านในส่วนลึก "ส่วนใหญ่บริเวณส่วนลึกจะเป็นที่ทดสอบของสำนักใหญ่ๆ รับลูกศิษย์ ผู้คนจึงอยากเข้าไป ทำลายสถิติด้านในกันเป็นจำนวนมาก"
เมื่อยี่ผิง บอกกล่าวเรื่องราว ต่างๆ ให้อี้เฉิน รับรู้ ตัวนางกลับประหลาดใจ ครั้นเห็นชายหนุ่ม ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ออกมา ประหนึ่งเขาคิดแผนร้ายอยู่

 


   ยี่ผิง นางถึงกับหนังตากระตุกอย่างรุนแรง ใบหน้าบึ้งตึงผุดพลายขึ้นมาในทันที เมื่อสัมผัสถึงความวุ่นวาย บางอย่างที่จะก่อตัวขึ้นในอีกไม่ช้า นาง รู้สึกว่าตัวนาง เริ่มคิดผิด ที่พาชายหนุ่มผมขาว เข้ามารวมกลุ่มกับตัวนางเสียแล้ว ...นางรับรู้ได้ว่าชายหนุ่มจะต้องก่อความวุ่นวาย อะไรสักอย่าง อย่างแน่นอน

 


ทว่าอี้เฉินที่เห็น ยี่ผิง มีเม็ดเหงื่อผุดพลายขึ้นมาบนใบหน้าที่บึ้งตึง เขาจึงเอ่ยบอกกล่าว ตัวนางให้นางสบายใจ "เจ้าไม่ต้องคิดมาก ข้ารับปากตัวข้าจะไม่ลากพวกเจ้า เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวข้าอย่างแน่นอน เจ้าสบายใจได้"

 


ยี่ผิง ที่ได้ยินอดไม่ได้ที่จะมองชายหนุ่มผู้นี้ใหม่ แต่เมื่อมองดู ดีๆ ชายหนุ่มผู้นี้กลับให้ความรู้สึกไม่สบอารมณ์ ตัวนางเท่าใดนัก นิสัยของเขา คลับคล้ายคลับคลา ชายหนุ่มอัปลักษณ์ ที่นางพบเจอ อยู่ไม่น้อย อดไม่ได้ที่จะแยกเขี้ยว เคี้ยวฟันออกมา

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน