ตอนที่ 8: เปิดโปงบัญชีเืกลางท้องพระโรง
ท้องพระโรงทองคำอันโอ่อ่าสมเกียรติภูมิแห่งโอรส์ปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัดที่กดดันจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง ยามเช้าตรู่ที่สายหมอกยังไม่ทันจางหาย ขุนนางนับร้อยในชุดพิธีการเต็มยศยืนเรียงรายตามลำดับยศถาบรรดาศักดิ์ ทว่าสายตาทุกคู่กลับจับจ้องไปยังจุดเดียวกัน
กลางโถงกว้าง **ชินอ๋องหาน** นั่งอยู่บนรถเข็นไม้แกะสลักในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มปักลายัสี่เล็บ ดวงตาคู่คมเหม่อลอยไร้ความรู้สึก ใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อยจากาแที่ยังไม่หายดี โดยมี **ซ่งจื่อเหว่ย** ในคราบพระชายาผู้แสนอ่อนหวานยืนคอยประคองอยู่ข้างกายอย่างสำรวม
"อ๋องเก้า... วันนี้เ้ามีเื่ด่วนอันใด ถึงขั้นต้องให้องครักษ์เคาะระฆังร้องทุกข์เรียกประชุมขุนนางยามเช้าตูร่เช่นนี้?" เสียงทรงอำนาจของฮ่องเต้ดังมาจากเบื้องบนราชบัลลังก์ั
ท่านอ๋องเก้าไม่ได้เอ่ยปาก ทรงเพียงแค่หันไปสบตากับจื่อเหว่ยช้าๆ จื่อเหว่ยย่อกายถวายพระพรอย่างงดงาม ก่อนจะหยิบกล่องเหล็กใบใหญ่ที่ถือมาด้วยออกมายื่นส่งให้ขันทีขันทีประจำพระองค์เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ
**องค์ชายรอง** ที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดก้าวออกมาข้างหน้า ยิ้มเหยียดหยาม "ท่านอาเก้าเป็ใบ้ พูดไม่ได้ พระชายาเองก็พิกาตวาจา เหตุใดจึงนำกล่องเหล็กผุๆ มาขัดจังหวะการว่าราชการเช่นนี้ หรือวังอ๋องเก้าจะนึกสนุก อยากเล่นทายปริศนากลางท้องพระโรง?"
เสียงขุนนางฝ่ายองค์ชายรองพากันหัวเราะรับเป็ทอดๆ จื่อเหว่ยแสร้งทำเป็ก้มหน้าหวาดกลัวตัวสั่น ทว่ามือที่ซ่อนใต้แขนเสื้อยาวกลับแอบหยิบ "ยาถอนพิษสลายเสียง" ชนิดพิเศษที่เขาเตรียมไว้ ส่งผ่านปลายนิ้วไปัักับหลังมือของท่านอ๋องหานอย่างแเี
และในวินาทีนั้นเอง... สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น!
*ปัง!*
ชินอ๋องหานตบพนักรถเข็นดังสนั่น ร่างสูงใหญ่กำยำลุกขึ้นยืนตระหง่านเต็มสองเท้า ท่วงท่าองอาจผ่าเผย รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาสะกดคนทั้งท้องพระโรงให้เงียบกริบในพริบตา องค์ชายรองถึงกับหน้าถอดสี ก้าวถอยหลังด้วยความช็อก
"ที่ข้าแกล้งใบ้แกล้งพิการ... เพราะไม่อยากให้วาจาของข้าไปขัดขวางการ 'โกงชาติ' ของพวกเ้าต่างหาก!"
เสียงทุ้มต่ำ กังวาน และทรงพลังของชินอ๋องหานดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถง ขุนนางกังฉินหลายคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ฮ่องเต้บนบัลลังก์เบิกพระเนตรกว้าง
"หานเอ๋อร์... เ้า พูดได้? เ้า..." ฮ่องเต้ตรัสเสียงสั่น
"ทูลฝ่าา! กล่องเหล็กที่องค์ชายรองตราหน้าว่าผุพัง... แท้จริงแล้วคือ 'บัญชีสลักเื' จากโรงเตี๊ยมฟู่หรง หลักฐานการยักยอกเงินคลังหลวงกว่าสามแสนตำลึงทอง ที่เสนาบดีกรมคลังแอบผันงบซ่อมเขื่อนแม่น้ำเหลืองไปฟอกเงินเพื่อซ่องสุมกำลังพลและอาวุธเถื่อน!"
อ๋องหานก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทรงชี้หน้าเสนาบดีกรมคลังและองค์ชายรองอย่างดุดัน "เงินทุกอีแปะ ทรัพย์สินทุกชิ้น มีตราประทับของกรมคลังและตราประทับส่วนพระองค์ขององค์ชายรองอย่างชัดเจน! ที่ราษฎรแม่น้ำเหลืองต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเพราะเขื่อนพัง ยอดตายรวมกันนับหมื่น... ก็เพราะไอ้พวกกังฉินที่นั่งเสวยสุขอยู่ตรงนี้!"
"ไม่จริง! มันคือการใส่ร้าย! ท่านอ๋องเก้าหลอกลวงเบื้องสูง แกล้งใบ้แกล้งพิการเพื่อวางแผนฏต่างหาก!" เสนาบดีกรมคลังร้องเสียงหลง คุกเข่าโขกหัวกับพื้นจนเืสาด
ทว่า จื่อเหว่ยที่ยืนอยู่ข้างหลังกลับลอบยิ้มสะใจ สายตาอัจฉริยะนักบัญชีของเขาจดจำทุกตัวเลขในเล่มนั้นได้แม่นยำ และรู้ดีว่าหลักฐานชิ้นนี้มัดแน่นจนไม่มีทางหลุด
ฮ่องเต้พลิกเปิดสมุดบัญชีปกดำในกล่องเหล็กอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของโอรส์แปรเปลี่ยนเป็เขียวคล้ำด้วยความทรงกริ้ว พระองค์ขว้างสมุดบัญชีใส่หน้าเสนาบดีกรมคลังอย่างแรง
"อ้ายสารเลว! ทหาร! ลากตัวเสนาบดีกรมคลังและพรรคพวกไปคุมขังในคุกหลวง รอการปะาเจ็ดชั่วโคตร! ส่วนองค์ชายรอง... กักบริเวณให้อยู่แต่ในตำหนัก ห้ามออกนอกพื้นที่จนกว่าข้าจะสืบสวนเสร็จสิ้น!"
"เสด็จพ่อข้าถูกใส่ร้าย! เสด็จพ่อ!" เสียงร้องคร่ำครวญของขุนนางกังฉินดังระงมก่อนจะถูกทหารหลวงลากตัวออกไป
ศึกแรกกลางท้องพระโรงจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของวังอ๋องเก้า ทว่าท่ามกลางความยินดี องค์ชายรองที่กำลังถูกควบคุมตัวกลับหันมาสบตากับจื่อเหว่ย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย เขาหรี่ตามองโครงหน้าและท่วงท่าการยืนของจื่อเหว่ย... ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับไรหนวดบางๆ ที่เริ่มขึ้นตามธรรมชาติของบุรุษเพศซึ่งจื่อเหว่ยลืมถอนออกในเช้านี้เพราะความรีบร้อน
*‘พระชายา... มีไรหนวดงั้นหรือ?’* องค์ชายรองยกยิ้มเหี้ยมเกรียมในใจ *‘อ๋องเก้า... เ้าคิดว่าเ้าชนะแล้วรึ? ข้าจะกระชากหน้ากากนังแพศยาตัวปลอมของเ้าให้ดู!’*
ระหว่างทางกลับจวน บนรถม้าหลวงอันเงียบสงบ
จื่อเหว่ยทรุดตัวลงนั่งพิงเบาะอย่างหมดแรง สลัดคราบพระชายาผู้เรียบร้อยออกทันที "เฮ้อ... ลุ้นจนหัวใจจะวาย ท่านอ๋องพูดทีทำเอาข้าขนลุกไปหมด แต่สะใจนักที่เห็นไอ้พวกขุนนางหน้าเืนั่นหน้าถอดสี"
อ๋องหานไม่ได้ตอบ ทรงขยับกายเข้ามานั่งข้างๆ มือหนายื่นไปเชยคางของจื่อเหว่ยขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ จนจื่อเหว่ยชะงัก "มีอะไรติดหน้าข้าหรือท่านอ๋อง?"
"จื่อเหว่ย... เ้าลืมถอนไรหนวด" อ๋องหานเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาเคร่งเครียดขึ้นมาวูบหนึ่ง "ตอนอยู่กลางท้องพระโรง... สายตาขององค์ชายรองจ้องมองมาที่ใบหน้าของเ้าไม่วางตา มันเป็คนเ้าคิดเ้าแค้นและฉลาดแกมโกง ข้าเกรงว่า... มันเริ่มสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของเ้าแล้ว"
จื่อเหว่ยเบิกตากว้าง รีบเอามือจับหน้าตัวเอง "ข้าข้าลืมจริงๆ แย่แล้ว ถ้ามันส่งคนไปสืบที่ตระกูลซ่ง..."
ยังไม่ทันที่จื่อเหว่ยจะพูดจบ อ๋องหานก็รวบตัวคุณชายน้อยเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแน่น กดศีรษะนักบัญชีให้ซบลงกับแผงอกกว้างอันอบอุ่นของเขา "ไม่ต้องกลัว... ตราบใดที่ข้ายังหายใจอยู่ ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเ้าได้ แม้แต่เส้นผมเส้นเดียว ข้าก็จะไม่ยอมให้พวกมันแตะต้อง"
อ้อมกอดที่รัดแน่นและกระแสเสียงที่จริงจังทำเอาหัวใจของจื่อเหว่ยเต้นผิดจังหวะ ความกลัวในใจมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่เริ่มก่อตัวหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในหัวใจของพระชายาจำเป็คนนี้