ภาพที่เทียนเห็นคือมีชาย 7 คน ยืนขวางอาจารย์ฉางคงเอาไว้ไม่ให้รีบกลับไปเมืองฉางเซียนเพื่อเตือน เทียนให้รีบหนีไปเพราะว่า จักรพรรดิเหวินจิ้งบรรลุข้อตกลงกับ จักรพรรดิฉางเซียน และ จักรพรรดิต้าฉิน อาจารย์ถึงกับทำลายปราณชีวิต แล้วกลายเป็นเลือดพาศิษย์พี่ใหญ่ในตอนนั้น หนีไปได้ ซึ่งก็ทำให้ ชีวิตต้องตายภายในปีต่อมา หนึ่งในเจ็ดคนนั้นมี มู่ชิงยืนอยู่ด้วย อีก 6 คน เป็นเจ้าสำนักยุทธ์อีก 5 คน และแม่ทัพใหญ่ของจักรวรรดิต้าฉิน อีก 1 คน เทียนรู้จักที่อยู่ของคนทั้ง 6 คน เทียนปล่อยมือออกจากศรีษะ นักพรตมู่ชิง
“ อธิบายถึงเหตุผลให้ข้าฟัง ทำไมข้าไม่สมควรสังหารคนทั้ง 6 คนที่เหลือ”
“ เจ้ารู้แล้วซินะ พวกเขาแค่ทำตามคำสั่ง ถ้าไม่ทำกองทัพจักรวรรดิเหวินจิ้งต้องก่อสงครามขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ประชาชนจะต้องเดือดร้อน พวกเราหลังจากทราบเรื่องนี้ก็ได้พยายามหยุดฉางคงไม่ให้ไปบอกกับเจ้า ยอมเสียเจ้าคนเดียวเพื่อแลกกับประชาชนนับล้านปลอดภัย แต่ฉางคงไม่คิดเช่นนั้น ห่วงแต่เจ้าถึงกับยอมตัดปราณชีวิต พวกเราได้แต่เสียใจ มาจนถึงทุกวันนี้ หากเจ้าจะฆ่า พวกเขา เจ้าต้องระวังตัว แต่สำหรับข้าแล้ว เจ้าสังหารข้าได้เลย” นักพรตมู่ชิงพูดแล้วหลับตาเหมือนกับว่ายอมให้เทียนฆ่าได้ทันที
เทียนมองนักพรตมู่ชิงอย่างสงบนิ่ง ถ้าเราเป็นนักพรตมู่ชิง เราคงทำแบบเดียวกันพวกเขา ใช้ 1 ชีวิต แลกกับชีวิตประชาชนนับล้าน แค่เพียงคิดเทียนก็ถอนหายใจ ค่อยๆหายออกจากถ้ำแห่งนั้น เทียนไม่ฆ่านักพรตมู่ชิง และคิดว่า อาจารย์ฉางคงก็คงคิดแบบเดียวกัน คนที่สมควรตายอย่างจักรพรรดิเหวินจิ้งก็ตายไปแล้ว
ก็ให้มันแล้วไปเถอะ เทียนขึ้นเรือเหาะกลับสำนักอักษรสวรรค์ทันที แต่ยังไม่ทันออกจากเมืองก็เสียงคนสวดอ้อนวอน ขอร้องให้เจ้าแม่หนี่วาช่วยเหลือ เทียนตกใจทำไมเทียนถึงได้ยินเสียงนี้ได้ จึงลงมาที่เมืองชนบทแห่งหนึ่ง ท่ามกลางหิมะเหน็บหนาว เทียนเห็นหญิงสาววัย 13 ปี เคาะประตูเรียกร้านหมอให้ออกมาไปรักษาคุณหนูของเธอหน่อย คุณหนูของหญิงสาวเหมือนไม่สบาย แต่ว่านี่ก็ดึกดื่นแล้ว หญิงสาวก็ควักเงินออกมาไม่กี่เหรียญ ร้านหมอก็ปิดประตูใส่ หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญอยู่ที่หน้าประตูโรงหมอ ขอให้ไปช่วย คุณหนูของนางด้วย เทียนเดินเข้าไปหาทันที
“ เด็กน้อย หยุดร้องไห้ได้แล้ว ข้าได้ยินเรื่องราวที่เจ้าพูดหมดแล้ว พาข้าไปบ้านของเจ้า ข้าจะรักษาคุณหนูของเจ้าเอง”
“ ท่านเป็นหมอหรือ”
“ใช่แล้ว เรียกข้าว่าหมอเทียนก็ได้” เด็กสาวแนะนำตัวเองว่า ชื่อ อี้จู เป็นเด็กรับใช้ของคุณหนูหลิวเซียง
อี้จูดีใจมากจึงรีบพาเทียนไปบ้านหลังหนึ่ง ค่อนข้างใหญ่โตทีเดียว เทียนสงสัยทำไมไม่มีเงินจ้างหมอมาดูอาการคุณหนูเลยหรือยังไง
อี้จูพยายามเคาะประตูให้คนในบ้านเปิดประตู ตั้งหลายครั้ง แต่คนในบ้านก็ไม่มีใครเปิดประตู
“ในบ้านมีคนอยู่ตั้งหลายคน ทำไมพวกเขาไม่มาเปิดประตูให้เจ้ากัน” เทียนเห็นคนในบ้านด้วยดวงเนตรสวรรค์ เห็นคนในบ้านหลายคนได้แต่ยืนมองประตู แต่ไม่มีใครเปิดประตูให้สักคน
“ พวกเขากลั่นแกล้งข้ากับคุณหนูอีกแล้ว พวกเขาคงอยากให้คุณหนูตายแน่ ทำยังดีท่านหมอ ถ้าไม่ได้รับการรักษา คุณหนูต้องตายแน่ๆ เลย” อี้จูเริ่มร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร เทียนใช้เท้าถีบประตูเข้าไป โครม ประตูทั้งสองบาน พังกระจายเหลือแต่เศษซากไม้ แล้วจูงมืออี้จู เข้าบ้านไปหน้าตาเฉย อี้จูได้แต่ตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่คิดว่าหมอเทียนจะถีบประตูจนพังแบบนี้ มีคนรับใช้ผู้ชายวิ่งกรูเข้ามากับ เกือบ สิบคน ถือไม้กระบองกันครบทุกคน มีหญิงวัยกลางคนเดินออกมาชี้หน้าเทียนแล้วกล่าวด้วยความฉุนเฉียวว่า
“ เจ้าเป็นใครบังอาจบุกรุก ทำลายบ้านของท่านเสนาบดีหลิวจ้าน “
“ ยัยป้านี่เป็นใครอี้จู”
“ เป็นแม่บ้านใหญ่ที่นี่” อี้จูเอ่ยอย่างกลัวเกรง เทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ คนรับใช้ผู้ชายบุกเข้าใช้ไม้ฟาดเทียนโดยไม่รั้งรอ เทียนใช้มือสะบัดทีเดียว คนรับใช้ทั้งหมด ร่างกระเด็นหายไปในหิมะ ทั้งหมด บรรยากาศเงียบกริบไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาสักคำ เทียนเดินเข้าไปหายัยแม่บ้านใหญ่อย่างช้า ๆ แล้วเอ่ยว่า
“ ถ้าไม่อยากตายก่อนวัยอันควร ก็จงทำตัวให้ดีๆ” เทียนเอ่ยจบก็ให้ อี้จูพาไปที่ห้องของคุณหนูหลิวเซียงทันที
กว่าจะเดินมาถึง ก็ช่างห่างไกลจากตัวบ้านหลังใหญ่เสียเหลือเกิน ทางเดินมีแต่ต้นหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด มาถึงเรือนเล็ก ๆ ก็เก่าซอมซ่อ เหมือนเป็นห้องเก็บของมากกว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ คุณหนูคนนี้คงจะเป็นลูกสาวที่ตระกูลหลิวไม่ต้องการกระมัง ถึงได้ถูกจัดให้มาอยู่ในที่แบบนี้ เทียนเข้าห้องไปเห็นหญิงสาววัย 14 ปี นอนหลับตาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ริมฝีปากซีด ใบหน้าซูบผอม แขนขา ลีบผอม ดูจากร่างกายน้ำหนักตัวไม่น่าเกิน 40 กิโล เทียนเข้าไปนั่งข้างเตียง แล้วจับชีพจร สังเกตเปลือกตา ลำคอ กกหู ไม่มีรอยเข็ม ทำไมถึงเหมือนคนถูกพิษได้กันนะ ถ้าเป็นยาที่กินก็จะเข้าปากผ่านลำไส้ เข้ากระเพาะ ต้องผ่านกระแสเลือดพิษถึงจะเข้าไปในสมองได้ แต่นี่พิษเข้าไปในเส้นเลือดสมองโดยตรง
เทียนมองเพ่งมองไปที่ศรีษะด้านหลัง ก็พบเข็มพิษจริงๆด้วย เทียนค่อยๆดูดมันออกมา แล้วฝังเข็มใหม่เข้าไป ห้าเล่มที่หน้าผาก และศรีษาเกือบสิบเล่ม แล้วดันพิษออกมาจนหมด จากนั้นถอนเข็ม แล้วใช้พลังเทพบริสุทธิ์รักษา แล้วคุณหนูหลิวเซียงก็ลืมตาขึ้นมา หน้าตาที่ขาวซีดก็มีสีชมพูแดงขึ้นมา ปากที่งามเป็นรูปกระจับที่เคยซีดก็มีเลือดฝาด เหมือนทาด้วยลิปสติคสีแดง เทียนนั่งอยู่ใกล้ ยังรู้สึกถึงกลิ่นอายความสาวของคุณหนูหลิวเซียง ประกอบกับหน้าตาที่งดงามปานเทพธิดา เทียนอดไม่ได้ที่จะต้องมองตาค้างไปเช่นกัน
“ คุณหนูฟื้นแล้ว คุณหนูของบ่าวหายแล้ว ขอบคุณท่านหมอเทียนมากนะเจ้าคะ”
เสียงของอี้จูทำลายความเงียบในทันที
“ ขอบคุณท่านหมอ” คุณหนูหลิวเซียงเอ่ยปากขอบคุณเทียนด้วยน้ำเสียงที่ยังอ่อนแรง เทียนเลยให้ดื่มน้ำทิพย์ไปอีกขวด พลังงานจำนวนมากพุ่งเข้าร่างคุณหนูเซียงทำให้เธอลุกขึ้นมานั่งได้ทันที
เทียนเห็นเช่นนี้ก็คิดว่า ในเมื่อหายดีแล้ว ก็คงต้องลาเสียที จึงได้เอ่ยอำลา แต่คุณหนูหลิวเซียงขอให้เทียนรอก่อน แล้วบอกให้อี้จูออกไปรอข้างนอก เทียนเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
“ ข้าขอพรจากเจ้าแม่หนี่วา ขอให้ข้าได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง แล้วก็ขอให้ท่านส่งคนมาช่วยข้า คนๆ นั้นก็คือท่าน แล้วข้ามีเรื่องให้ท่านช่วยเรื่องหนึ่ง”
“ นี่หมายความว่าอย่างไรกัน เสียงที่ข้าได้ยินในหัวนี่คือเสียงของท่านเองหรือนี่”
“ เจ้าแม่หนี่วา คงดลบันดาลให้เป็นเช่นนั้น จึงทำให้ท่านต้องมาช่วยข้าที่นี่”
“ ท่านก็หายดีแล้ว แล้วจะให้ข้าช่วยอะไรอีก” เทียนสงสัย
“ ข้าต้องการให้ท่านพาข้าหนีออกไปจากเมืองๆนี้” คุณหนูหลิวเซียงเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ เดี๋ยวนะ นี่มันเรื่องอะไร ทำไมต้องหนีด้วย”
“ ข้าคือทายาทคนสุดท้ายของจักรวรรดิฉินที่แท้จริง ท่านปู่ข้าถูกแย่งชิงบัลลังก์ไป
ราชวงศ์ทั้งหมดถูกฆ่าตายจนหมด เหลือท่านแม่ที่ถูกเลี้ยงไว้เป็นสามัญชนคนธรรมดา และได้แต่งงานกับ เสนาบดีหลิว สุดท้ายให้กำเนิดข้าออกมา แต่หลังจากข้าอายุได้ 8 ขวบ ท่านแม่ก็เสียชีวิตอย่างปริศนา ส่วนข้าถูกคนวางยาให้ตายอย่างช้าๆ พอข้าป่วยมากเมื่อปีที่แล้วจึงถูกส่งให้มาอยู่บ้านชนบทของตระกูลหลิว ให้มาตายอยู่ที่นี่ โดยมีแม่บ้านใจโหดคอยควบคุมให้ข้าได้ตายอย่างทรมาน
ในบ้านหลังนี้ แต่ใครจะคิดว่าปาฏิหารย์มีจริง ข้าเฝ้าขอพรจากเจ้าแม่ให้ส่งคนมาช่วย ในที่สุดท่านก็มา" คุณหนูหลิวเซียงเอ่ยอธิบายออกมาเทียนพอเข้าใจบ้างแล้ว
เทียนทายดวงชะตาของคุณหนูหลิงเซียงโดยเรียกดวงดาวประจำตัวของหลิวเซียงออกมาดู กลับเป็นดาวหงส์ฟ้าที่ใหญ่โตกว่าดาวมังกรทั้ง 5 จักรวรรดิเสียอีก ถึงแม้จะหมองมัวอยู่ แต่อีกไม่นานต้องส่องสว่างไสวไปทั่วอย่างแน่นอน “ ชะตา พญาหงส์เหนือมังกร มีจริงด้วยหรือนี่” เทียนพึมพัมอยู่คนเดียว เดินไปเดินมาด้วยความสับสนแล้วสุดท้ายเอ่ยออกมาว่า
“ ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะช่วยท่านเอง” เทียนคิดว่าคงพาหนีไปไม่ได้อย่างแน่นอน
และเข้าใจว่าเจ้าแม่หนี่วาก็รู้เช่นเรื่องนี้ดี เทียนคงต้องช่วยแล้ว คุณหนูหลิวเซียงก้มลงคุกเข่าขอบคุณเทียนทันที เทียนรีบจับแขนอันบอบบางคุณหนูหลิวเซียงให้ลุกขึ้นทันที ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง อี้จูวิ่งเข้ามาเคาะประตู ส่งเสียงตกใจ
“ แย่แล้ว แม่บ้านใหญ่แจ้งทางการจะมาจับท่านหมอแล้ว”
เทียนออกไปทันที คุณหนูหลิวเซียงรีบให้อี้จูมาช่วยแต่งตัวเพื่อจะได้ออกไปดูด้วย เทียนออกมาให้ห้องโถงเห็นทหารทางการมากัน 30 คนถืออาวุธครบมือเดินเข้ามาตรงหน้า
“ คนนี่แหละเจ้าค่ะ มันบุกรุกเข้ามาแล้วพังข้าวของเสียหาย ทำร้ายคนในบ้าน จับมันไปเลยเจ้าค่ะ” แม่บ้านใหญ่พูดไม่หยุด
“ เป็นความจริงหรือเปล่า”
“ เจ้าของบ้านเป็นคนสั่งให้ข้าทำ แต่ยัยป้าคนนี้เป็นใครกัน ถึงได้มีอำนาจเหนือกว่าเจ้าขอบ้านหลังนี้ได้” เทียนอ้างแบบนี้ออกไปลองดูว่าทหารพวกนี้จะว่าอย่างไร
ทหารที่เข้ามาก็เริ่มอึกอัก ไม่ทันพูดอะไร แม่บ้านใหญ่ก็พูดออกมา
“ ข้าเป็นแม่บ้านใหญ่ของที่นี่ ท่านเสนาบดีเป็นคนมอบอำนาจน้อยใหญ่ที่บ้านหลังนี้ทำไมจะแจ้งความไม่ได้”
“ เจ้าถูกไล่ออกแล้ว ยังมีหน้ามายืนอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อย่างไร” คุณหนูเดินออกมาพอดีแล้วประกาศออกไปต่อหน้าทุกคน แม่บ้านใหญ่ตกใจหน้าซีดที่เห็น
คุณหนูหลิวเซียงเดินออกมาด้วยหน้าตากลับมาเป็นปกติแล้ว
“ ไม่จริง ท่านต้องไม่สบายซิ ท่านฟื้นคืนมาได้อย่างไร” แม่บ้านเผลอพูดคำบางคำออกไปโดยไม่รู้ตัว
“ เจ้าคงอยากให้ข้าตายนักใช่ไหม ออกไปจากบ้านข้าเดี๋ยวนี้” คุณหนูหลิวเซียงเอ่ยปากไล่อีกครั้ง
“ ไม่ได้ ท่านเสนาเป็นคนแต่งตั้งข้า ท่านจะไล่ข้าออกเช่นนี้ไม่ได้” เทียนใช้มือตบหน้าไปทีเดียว แม่บ้านส่งเสียงร้องอย่างโหยหวน กระเด็นออกนอกบ้านไปในทันที
“ นี่คือเรื่องภายในของเรา พวกท่านยังมีปัญหาข้องใจอะไรอีกไหม” เทียนเอ่ยขึ้นมาต่อหน้าทหารทั้งสามสิบคน
“ เจ้า ..เจ้าทำร้ายคนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ทำผิดข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นต่อหน้าเจ้าพนักงาน จับมัน” เจ้าหน้าที่ยังยัดเยียดข้อหาให้เทียนจนได้ เทียนถีบเข้ายอดอกของทหารคนที่พูดออกมาจนกระเด็นทะลุกำแพง ส่วนที่เหลือ ก็ใช้สองมือกระทำเข้าใส่พร้อมกัน ที่เหลืออีก 29 คน กระเด็นลอยออกจากบ้านไปในทันที คาดว่าภายในเดือนนี้พวกมันไม่มีทางลุกขึ้นเดินได้ง่าย ๆ
“ ทหารพวกนี้คงมีคนหนุนหลังให้ทำร้ายเจ้าแน่ๆ” เทียนหันมาเอ่ยกับ คุณหนูหลิวเซียง ที่ใช้มือปิดปาก ตกตะลึงกับฉากที่เทียนไล่อัดพวกทหารและแม่บ้านใหญ่
“ พวกมันอาจจะเป็นคนของรัชทายาท” คุณหนูหลิวเซียงเอ่ยตามตรง
“ รัชทายาทเกี่ยวอะไรด้วย”
“ คุณหนูของเราเป็นคู่หมั้นกับรัชทายาท” อี้จูรีบบอกทันที
“ รัชทายาททำไมคิดร้ายต่อเจ้า” เทียนสงสัย
“ คงอยากให้ข้าตาย แล้วจะได้แต่งงานกับคนอื่นกระมัง” คุณหนูหลิวเซียงเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย เทียนได้แต่ส่ายหัวไม่ถามอะไรอีก
“ ท่านหมอ ท่านจะพาข้าหนีไปเมื่อไรดี”
“ หนีทำไม เจ้าไม่ได้ทำผิด ทำไมต้องหนีด้วย”
“ ท่านนี่ ข้าบอกเหตุผลไปแล้ว คนที่รู้ประวัติข้าก็อยากให้ข้าตายทั้งนั้น” คุณหนูหลิวรีบเอ่ยออกมา
“ ข้าจะคุ้มครองเจ้าเอง ไม่ต้องกลัว”
“ ข้าไม่อยากให้ท่านต้องมาเสี่ยงเพราะข้า” คุณหนูหลิวเซียงเอ่ยเหตุผลออกมา
“ ข้าไม่เป็นอะไรหรอก อย่าห่วงเลย” หลังจากเอ่ยจบเทียนก็ไปเรียกบ่าวไพร่มาทั้งหมด แล้วบอกว่า
“ ต่อไปนี้เป็นต้นไป ใครที่เป็นสายให้กับคนนอกให้ออกไปเสียตอนนี้ ถ้าขืนอยู่แล้วถูกจับได้ ข้าคงต้องสังหารทิ้ง แต่ถ้าใครอยู่ที่นี่ จงรักภักดีต่อคุณหนูหลิวเซียง ข้าจะเพิ่มเงินเดือนให้สองเท่า ใครอยากจะออกไปลุกขึ้นมา” มีคนเดินออกไปกว่าครึ่ง เทียนปล่อยให้พวกเขาออกไป จากนั้นเทียนก็เดินไปวางค่ายกลรอบบ้านหลังนี้ คิดว่า คืนนี้ต้องมีคนมาอีกแน่นอน เทียนให้คุณหนูมานอนในห้องใหญ่ในบ้าน ส่วนเทียนก็นอนอยู่ห้องด้านข้าง คืนนั้นคุณหนูเข้ามาหาเทียนที่ห้อง
“ คุณหนูหลิว มีอะไรหรือ”
“ ท่านหมอเรียกข้าว่าเซียงเอ๋อเถอะ”
“ ไม่เหมาะกระมัง”
“ ท่านคือผู้มีพระคุณ อย่าได้คิดมากเลย ข้าขอเรียกท่านว่าพี่หมอได้ไหม”
“ ได้เรียกยังไงก็ได้” เทียนเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องเห็นคุณหนูหลิวที่ไม่ได้แต่งหน้าเดินเข้ามาในห้องด้วยชุดบางเบาเช่นนี้ เข้าใจว่าเธอคงเป็นเด็กไม่ได้คิดอะไร
“ ข้าอยากถามท่านว่า ถ้าท่านไม่พาข้าหนีไป แล้วจะให้ข้าทำอย่างไรต่อไป”
“ พาเจ้ากลับเมืองหลวง”
“ ข้าไม่อยากเจอหน้ารัชทายาท ข้ายอมตายดีกว่า ที่ต้องแต่งกับเขา”
“ ไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่ให้เจ้าแต่งกับมันหรอก”
“ จริงๆ นะ”
“ อืม เซียงเอ๋อ เจ้ากลับไปนอนเถอะ” เทียนพูดไม่ทันจบคำ ก็ได้ยินเสียงคนร้ายที่จะพยายามเข้ามาในบ้าน เทียนตรวจสอบ นับได้กว่าสองร้อยคน
“ หาที่ตาย” เทียนพูดเท่านี้ ร่างก็หายวับไป...