ตอนที่3
เพราะถูกคนตัวเล็กห้ามไว้ บอกว่าดื่มไปไม่กี่แก้วไม่ได้เมามายอะไรมากนัก แค่ไปห้องน้ำใกล้ ๆ เอง ไปคนเดียวได้ ทำให้คายยอมที่จะเชื่อแต่คิดว่าอีกประเดี๋ยวตนเองจะเดินตามไปเพราะไม่สบายใจเมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินตัวเอียง ๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับตัวก็เห็นแขนของคนตัวเล็กถูกกระชากจนเซถลาก่อนที่จะมีหมัดพุ่งตรงไปยังใบหน้าของศรวัณอย่างรวดเร็ว
“ยอดรัก!” คายลุกขึ้นแทบเป็ะโเก้าอี้ที่เขานั่งล้มไม่เป็ท่าก็ไม่สนใจเพราะเป็ห่วงศรวัณที่ตอนนี้อยู่ในอาการมึนงงและยังประคองสติตัวเองไม่ได้เขารีบตรงไปหาคนตัวเล็กที่ตอนนี้ไม่เพียงแค่ล้มลง แต่ยังถูกร่างหนาใหญ่นั่งคร่อมบนขาเล็กมือหนึ่งจับคอเสื้อเอาไว้และอีกมือก็ยกขึ้นสูงหากเขาเร็วไม่พอหมัดนั้นคงจะทำให้ศรวัณปากแตกแน่ ๆ
“ไอ้เหี้ย!” คายสบถพร้อมกับถีบร่างหนาใหญ่ของคนที่มีเมามายไม่น้อยอย่างแรงแล้วรีบจับแขนศรวัณดึงอีกฝ่ายมายืนเคียงข้างตนเองพร้อมกับโอบแขนรัดรอบกายเล็กมาแนบชิดกาย
“มึงทำอะไรวะ” คายถามด้วยความโมโห เพราะเขามองศรวัณอยู่ตลอดเวลาก็เลยเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดว่าเป็ยังไง เห็นว่าไอ้บ้านั่นอยู่ดี ๆก็ลุกขึ้นยืนแล้วทำให้แขนของคนตัวเล็กเหวี่ยงไปโดนแผ่นหลังของอีกฝ่ายเข้าโดยศรวัณเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
“คาย” ชโณทัยวางมือบนไหล่ของเพื่อนแล้วบีบกระชับเบา ๆเพื่อเตือนให้รู้...อย่าลืมตัว ไม่เช่นนั้นเื่เพียงเล็กน้อยตอนนี้จะกลายเป็เื่ใหญ่ที่จะทำให้อีกสามคนตกอยู่ในอันตรายด้วย
คายได้แต่กัดฟันกรอด ในดวงตาลุกโชนราวกับเปลวไฟกับกลุ่มคนตรงหน้าที่อยู่ในสภาพเมามายไร้สติ แม้จะมีหลายคนแต่ไม่ถึงนาทีเขาก็ล้มได้หมดแล้วแต่ก็เป็อย่างที่ชโณทัยกำลังเตือนอยู่ หากเขาปล่อยให้โทสะอยู่เหนือการควบคุมเท่ากับเขานี่แหละเป็คนทำร้ายศรวัณเอง
“ฮื่อ...รู้แล้ว” คายบอกกับเพื่อนขณะเดียวกันก็พยายามระงับโทสะที่มีอยู่ให้ลดลงอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราด
“พี่คาย น้องเจ็บ...” ศรวัณซุกใบหน้ากับต้นไหล่กว้างด้วยความงุนงงและสับสนเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเจ็บปากแบบนี้ ที่มาพร้อมกับอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้อยากจะอาเจียนจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
“ไม่เป็ไรแล้วครับคนเก่ง เดี๋ยวพี่พากลับไปที่โต๊ะนะครับ” คายโอบกอดกระชับร่างเล็กบางมาแนบชิด
“ไม่อาว...น้องอยากเข้า...ห้องน้าม...อึก”เสียงเพลงและเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มสำหรับคนอื่นคือเร้าใจให้สนุกสนานแต่กับศรวัณในยามนี้คือ...ยิ่งได้ยินก็ยิ่งเพิ่มอาการปวดศีรษะและอยากจะอาเจียนมากยิ่งขึ้น
“ครับ ๆ เดี๋ยวพี่พาเราไปนะ” แต่คายยังไม่ทันจะได้พาศรวัณไปห้องน้ำกลุ่มเพื่อนของชายคนที่ต่อยศรวัณก็ลุกขึ้นมายืนรวมตัวกันพร้อมกับส่งเสียงโวยวายกล่าวหาคายกับชโณทัยว่าทำร้ายเพื่อนของตน
“เกิดอะไรขึ้นพี่” อัครพิชญ์ที่เริ่มรู้ว่ามีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นรีบพยุงกันต์ธรที่อยู่ในอาการมึนงงเดินมาหาคายและชโณทัยเอ่ยถามพลางมองศรวัณที่อยู่ในอ้อมกอดของคายสลับกับมองกลุ่มคนตรงหน้าที่เขารู้สึกได้ว่ามองคายและศรวัณด้วยสายตาเกรี้ยวกราดอย่างคนพาลที่้าจะมีเื่
“ไม่มีอะไร” ชโณทัยบอกกับอัครพิชญ์พร้อมกับยื่นมือไปจับแขนกันต์ธรดึงมาอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะโอบแขนรอบกายเล็กเพรียวที่ยืนโอนเอนร่างกายอยากจะทรุดลงกองกับพื้นมาแนบกับชิดกับตนเองขณะที่สายตายังไม่คลาดจากกลุ่มชายตรงหน้า
“ไม่มีได้ไง มึงทำร้ายเพื่อนกู” หนึ่งในกลุ่มอันธพาลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“ใครทำร้ายใคร...มึงมากกว่าที่ทำร้ายคนของกู” คายโต้ออกไป พยายามข่มกลั้นโทสะแต่อีกฝ่ายกลับยิ่งยั่วยุจนคายอยากที่จะหักแขนจับแขนข้างที่ต่อยศรวัณซึ่งเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกายก็รับรู้ถึงเพลิงโทสะนี้
“ไอ้...”
“ใจเย็นก่อนคาย ทางนี้กูจัดการเอง มึงพายอดรักไปห้องน้ำก่อน...พิชญ์พากันต์ไปด้วย”ชโณทัยที่รับรู้ถึงเพลิงโทสะของคายเมื่อเห็นว่ากลุ่มคนตรงหน้าพูดจาไม่ดีรีบเตือนสติเพื่อนด้วยการวางมือบนบ่ากว้าง“ถ้าไม่มีน้องกูไม่ว่านะคาย แต่ตอนนี้มึงดูสภาพน้องด้วย”
“พี่คายโกรธน้องเหรอ” ศรวัณถามเมื่อคิดว่าตนเองได้ยินเสียงสถบจากคายเขาแหงนหน้าขึ้นพร้อมกับความพยายามที่จะมองหน้าคายแต่เพราะความมึนงงทำให้ไม่อาจลืมตาขึ้นได้มือเล็กจึงวางไปบนท่อนแขนแกร่งพร้อมกับซุกใบหน้า
“เปล่าครับ พี่กำลังจะพาเราไปห้องน้ำครับ...ฝากด้วยนะเหม”
“ฮื่อ” ชโณทัยรับคำก่อนจะดันร่างของกันต์ธรให้กับอัครพิชญ์“ดูแลกันต์ด้วย เดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง”
“ฮื่อ” ทั้งที่ใจเขาอยากรู้ว่าชโณทัยจะทำอะไรแต่พอเห็นสภาพของเพื่อนที่ยืนโอนเอนไปมาอัครพิชญ์เลยรับคำเขายื่นมือไปจับแขนกันต์ธรมาก่อนจะโอบแขนรัดรอบกายเล็กเพรียวพาเดินตามคายและศรวัณไปห้องน้ำ
“พิชญ์...กูร้อนวะ” กันต์ธรแนบศีรษะซบกับไหล่เขาแล้วถูไถไปมา
“เมาแล้วเรื้อนฉิบหาย” อัครพิชญ์บ่นเมื่อกันต์ธรเริ่มกระสับกระส่ายมือเรียวสอดเข้าไปในตัวเสื้อที่ตนเองใส่แล้วลูบไล้พุงสลับกับดึงเสื้อยืดที่ใส่ขึ้นทำให้เขาที่มือหนึ่งโอบกอดไม่ให้อีกฝ่ายล้มแล้วยังจะต้องรีบจับมืออีกฝ่ายเอาไว้ไม่ให้เลิกเสื้อขึ้นมากกว่านี้อัครพิชญ์ยังหันไปมองด้านหลังเห็นตอนนี้ชโณทัยคุยอะไรบางอย่างกับคนกลุ่มนั้นแล้วพากันเดินออกไปจากร้าน
“จะไปไหนกันนะ” อัครพิชญ์บ่นพึมพำเบา ๆเมื่อเห็นชโณทัยเดินตามคนกลุ่มนั้นไปด้วยความอยากรู้แต่ก็จำต้องหันมาสนใจเพื่อนตัวแสบที่บ่นพึมพำแ่เบาแต่เพราะเขาอยู่ใกล้จึงได้ยินอย่างชัดเจนว่า...
“ปวดหัว...อยากอ้วก”
“เฮ้ย! หยุดก่อนไอ้กันต์” อัครพิชญ์รีบเอ่ยปากห้ามพร้อมกับจับมือกันต์ธรให้ปิดปากตนเองไว้ขณะที่เขาก็เร่งรีบพาไอ้ตัวดีเดินตามศรวัณที่ตอนนี้ถูกคายอุ้มเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
อัครพิชญ์ได้แต่ส่ายศีรษะด้วยความระอาเมื่อเห็นศรวัณที่เกี่ยวขาโอบรอบสะโพกของคายเอาไว้พลางยกมือที่โอบรอบบ่ากว้างกวักมือให้เขารีบพากันต์ธรที่พยายามที่จะพาตัวเองออกไปไกลๆ เขาแต่เพราะสู้แรงไม่ได้เลยเริ่มส่งเสียงเหมือนแมวขู่คำรามสลับกับกัดบ่าเขาเป็ครั้งคราวไปหาให้เร็วไว
“แต่ละคน...ได้สติเมื่อไหร่จะต้องจับมาอบรมเสียให้เข็ด”อัครพิชญ์บ่นพึมพำขณะพาไอ้ตัวดีที่ตอนนี้เริ่มจะทรงตัวไม่อยู่จนเขาต้องรีบจับแขนกันต์ธรให้พาดบนบ่าและสอดแขนตัวเองเข้าไปกอดกายเพรียวมาแนบชิดขณะเดียวกันก็รีบเดินไปหาคายที่ไม่ได้พาศรวัณไปห้องน้ำแต่เลือกที่พาเดินออกมายังลานจอดรถ
“ไม่เอา...ไม่ดี น้องพิชญ์ไม่ทำอย่างนั้นกับพี่กันต์กับน้องยอดรักนะครับ ไม่ดี...”
อัครพิชญ์ได้แต่แอบเบือนหน้าด้วยความเอือมระอาเมื่อศรวัณได้ยินที่เขาพูดแล้วรีบผงกศีรษะขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างแต่ดวงตายังคงปิดสนิทยกมือขึ้นส่ายไปมา
“เมาจนเรื้อนแล้วหูยังดีอีกนะมึง”อัครพิชญ์รีบบอกเมื่อเดินไปจนทันคายที่ไม่ได้พาศรวัณไปห้องน้ำ แต่เลือกที่จะพาเดินออกมายังลานจอดรถและยังจะเดินตรงไปยังรถหรูสีดำโดยไม่คิดรอเขาและกันต์ธรรวมไปถึงชโณทัยที่น่าจะไปมีเื่ต่อยตีกับคนกลุ่มนั้นตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็ยังไงบ้างที่ไม่รู้ว่ามากับคายหรือเปล่า
“พี่จะพาเพื่อนผมไปไหน”
คายเลิกคิ้วขณะหันไปมองคนถาม “พี่คิดว่าเราสามคนน่าจะมารถมอไซด์ซ้อนสามแล้วสภาพเพื่อนเราเป็แบบนี้ คนหนึ่งเมาแล้วหลับกับอีกคนที่เมาจนเรื้อนจะล้มลงนอนบนพื้นสลับกับอาละวาดเหมือนกับเด็กซนกลับบ้านได้...แน่ใจว่ารับมือทั้งสองคนได้ไม่พากันไปล้มที่ไหน”
อัครพิชญ์อยากจะโต้ตอบกลับไป “ผมดูแลเพื่อนผมได้” แต่เขาก็ต้องยอมรับความจริงว่าเขากับกันต์ธรและศรวัณมาด้วยมอเตอร์ไซเก่าๆ ที่บางครั้งมันก็มีเหตุขัดข้องระหว่างทางอยู่เหมือนกัน ยิ่งสองเพื่อนที่ตอนนี้กันต์ธรทรุดตัวลงนั่งแล้วร้องไห้พร้อมกับบ่นว่าเขาใจร้ายไม่ยอมตามใจขณะที่ศรวัณก็หลับใบหน้าแนบซบคอแกร่งทั้งที่ถูกคายอุ้มอยู่น่ากลัวว่าจะพากันกลับไม่ถึงบ้านเสียมากกว่า
“กลับบ้านสภาพนี้คิดว่าคนที่บ้านจะไม่บ่นว่าเอา”
อัครพิชญ์ได้แต่กำหมัดเอาไว้แน่น พ่อไม่ว่าหรอกแค่บอกว่าคิดจะทำอะไร อย่าทำให้ตัวเองแล้วก็คนอื่นเดือดร้อนก็เป็พอต้องดูแลตัวเองและเพื่อนให้ดีด้วย แต่แม่นะสิ...ะเิลงแน่ ๆ
“แล้วพี่จะเอายังไง” อัครพิชญ์เอ่ยถามอย่างเสียอารมณ์
“ไปพักที่บ้านพี่ทั้งสามคน”
“ใช่ ๆ ไปบ้านพี่คายด้วยกันนะ...น้องพิชญ์”
“ไปไหน...ไปด้วย มึงอย่าทิ้งกูนะพิชญ์”
อัครพิชญ์กลอกตาไปมาเพราะเอือมระอาสองเพื่อนที่ช่างหูดีเสียจริง
“แล้วจะให้ไปยังไง”ความจริงแล้วเขาไม่อยากให้เพื่อนไปพักบ้านคายเลยเพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะเจาะจงเข้าหาศรวัณอย่างจงใจ ที่เขาควรจะรีบหาทางตักเตือนเพื่อนให้ระวังตัวเอง...ถ้ามันจะทันนะ
“เลือกเอาละกัน ทิ้งรถไว้ที่นี่แล้วไปด้วยกันหรือไม่ก็รอไปพร้อมเหม”
“ผมขับตามพี่ไปละกัน” อัครพิชญ์ตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไรให้มากมาย
เห็นสายตาไม่ไว้วางใจความมุ่งมั่นที่จะกันศรวัณออกจากเขาของหนุ่มน้อยตรงหน้าแล้วคายก็อดที่จะขำไม่ได้
“ขับได้...ไม่มึนจนพาตัวเองไปวัดถนนแน่นะ”
“แค่จิบนิดเดียวเอง ไม่ถึงกับเมา...พี่นั่นแหละ อย่าคิดว่าจะทิ้งผมไว้ที่นี่”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามมา” คายเปิดประตูรถด้านหลังให้อัครพิชญ์พากันต์ธรขึ้นไปส่วนด้านหน้าเขาก็เปิดประตูรถแล้ววางศรวัณลงไป
“อื้อ...”
“พี่จะพากลับบ้าน ยอดรักนอนรอก่อนนะครับ” คายบอกเสียงนุ่มทุ้มพลางลูบศีรษะศรวัณอย่างอ่อนโยนก่อนจะจัดการรัดเข็มขัดและจัดให้คนตัวเล็กได้นอนในท่วงท่าที่สบายที่สุด
“อย่าคิดจะขับรถเร็วเพื่อให้ผมตามไม่ทันล่ะ”
“ไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้น”คายพูดก่อนจะหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมากดเพื่อบอกให้ชโณทัยได้รู้ว่าไปเจอกันที่บ้านเขาก่อนจะเดินไปขึ้นรถและขับออกไปอย่างช้า ๆ เพราะอยากให้ศรวัณนอนหลับสบาย ๆไม่กระทบกระเทือน
“ไง...ตื่นแล้วเหรอเป็ยังไงบ้าง ปวดหัวไหม”
ศรวัณกะพริบตามองคนถามด้วยความมึนงงเพราะยังจับต้นชนปลายไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วตอนนี้ตนเองอยู่ที่ไหน แล้วผู้ชายที่เขาเพิ่งจะรู้จักเมื่อคืนมาอยู่ตรงหน้าได้ยังไงกัน
“อ้าว...เป็ใบ้เสียแล้ว ผิดกับเมื่อคืนลิบลับเลยนะ”คายเอ่ยก่อนจะกลั้นหัวเราะเมื่อเจอคนตัวเล็กทำตาโตและอ้าปากค้างอย่างตื่นตระหนกใระคนงุนงงว่าเมื่อคืนตนเองได้ทำอะไรเอาไว้บ้าง
“พี่...คือผม...” เพราะยังคิดไม่ออกศรวัณเลยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดียิ่งตอนนี้ร่างหนาแกร่งที่ตอนนี้มีเพียงแค่ผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้อย่างิ่เหม่ทำให้เห็นลอนกล้ามเนื้อเป็มัด ๆหยุดยืนพร้อมด้วยรอยยิ้มอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ใจเขาสั่นไหวทำอะไรไม่ถูก
“ปวดหัวหรือเปล่า”
“ไม่มากครับ” ศรวัณบอกไปด้วยน้ำเสียงที่แหบเครือถึงอยากจะหลบเลี่ยงสถานการณ์ที่มันชวนให้หงุดหงิดรำคาญใจเพราะยังคิดอะไรยังไม่ออกแต่เขาก็ไม่อยากโกหก
“พี่เตือนแล้ว อย่ากินให้มาก เราไม่เชื่อเอง”คายพูดพลางมองแก้มใสซับสีเืฝาดของคนที่ทำให้เขารู้สึกว่าความเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้นจนชักชวนชโณทัยออกไปเที่ยวในค่ำคืนที่ผ่านมาจะทำให้ได้พบเจอกับความน่าสนใจอย่างที่สุด
“ทำไมเลือกร้านนี้ล่ะ”
“เปลี่ยนบรรยากาศบ้างไง”เพราะปกติแล้วกลุ่มของเขามีร้านประจำอยู่แล้วจึงไม่แปลกที่ชโณทัยจะถามเมื่อเห็นเขาเดินเข้าร้านที่อยู่ติดถนนและผู้คนก็พลุกพล่านมากจนเกินไปด้วย
“ไม่ใช่ว่ามีอะไรที่น่าสนใจรออยู่หรือไง”
คายเหลือบสายตาไปมองไอ้คนหน้านิ่งไม่ค่อยสนใจเื่ของชาวบ้านก่อนจะยกมุมปากขึ้นเพราะยังไงเขาก็ปกปิดความรู้สึกและความจริงที่เกิดขึ้นกับเพื่อนที่คบหากันมาั้แ่เด็กๆ คนนี้ไม่ได้อยู่เลย
“ก็คงต้องรอดูไปก่อน...มึงไม่ต้องหัวเราะเลยเหมมึงเองก็สะดุดเหมือนกันไม่ใช่หรือไง” เขาถามกลับไปบ้าง สำหรับเขาแล้วการยอมรับความจริงมันไม่ได้ยากอะไรเลย แต่ชโนทัยเองนั่นแหละ...ไม่ใช่แค่ปากแข็งแต่ยังหัวแข็งอีกด้วย แม้จะเจอในสิ่งที่ชื่นชอบ แต่ก็ยังลังเลและเลือกที่จะหนี
“แล้วจะเอายังไง พาตัวไปเลยไหม”
“ก็คิดอยู่” เวลา...เมื่อมันผ่านไปแล้วก็ผ่านเลยไปไม่อาจย้อนกลับมาได้อีก หากเขาไม่อยากจะเสียใจก็ควรคิดเลือกหนทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง
“แน่ใจว่าจะสำเร็จ”
“ก็ไม่ได้ยากไม่ใช่หรือไง”ไม่ใช่ว่าเขาจะมั่นใจในตัวเองมากเกินไป แต่คิดว่ามีหนทางพาตัวไปได้แน่นอน “เชื่อมือเถอะ”
“จะคอยดู แต่ถ้าไม่ได้ละ จะให้อะไร”
“ให้ไอ้ที่อยากได้คันหนึ่ง”
“ลงทุนขนาดนั้นเลยเหรอ...ชักน่าสนใจแล้วล่ะเอาซิ...ได้ดูคาติมาขับฟรี ๆ ไม่เอาก็โง่เต็มที” แต่ถึงจะพูดออกไปอย่างนั้นและรู้ดีว่าคายจะไม่ผิดคำพูดแน่นอนแต่เป็เขานี่แหละไม่คิดจะเอาเพราะไม่มีใครชอบหรอกหากว่าเื่ของตนเองจะเป็เหตุให้เกิดการพนันขึ้น
คายคลี่หยุดคิดเื่ที่คุยกับชโณทัยเมื่อคืนหันมาสนใจชายหนุ่มตรงหน้าเขาคลี่ยิ้มขณะทรุดกายลงนั่งริมขอบเตียง “เดี๋ยวพี่ไปดูในครัวก่อนมีอะไรให้เรากินช่วยลดอาการปวดหัวที่เป็อยู่ได้บ้าง”
“ไม่ต้องหรอกครับ ได้อาบน้ำเย็น ๆ สักหน่อย ผมก็คงจะดีขึ้น”
“แล้วเราลุกไปอาบน้ำไหวไหมล่ะ เสื้อผ้าทั้งหมดพี่ไปเอามาให้แล้วนะอยู่ในตู้ที่ห้องข้างๆ เดี๋ยวจะไปเอามาให้...เสร็จแล้วเราจะได้คุยกัน”
ศรวัณได้แต่ขมวดคิ้วเข้าหากันมองชายตรงหน้าด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจคายจะคุยกับเขาเื่อะไร แล้วเสื้อผ้าของเขา...ทั้งหมด มันหมายความว่ายังไง
“ถ้ามัวแต่สงสัยแล้วไม่ทำอะไร ก็จะไม่ได้รู้เื่นะ”
“พี่...ถอยไปก่อนได้ไหมครับ” ศรวัณเอ่ยเสียงสั่นด้วยรู้ว่าร่างกายของตนเองที่อยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนหนาและนุ่มนั้นสวมเพียงแค่กางเกงขาสั้นที่ปกปิดร่างกายอยู่
คายเลิกคิ้วขณะดวงตาเข้มแพรวพราวมองใบหน้าเนียนใสที่มีสีแดงระเรื่อขึ้นอย่างทันตาเห็นที่มันทำให้เขารู้สึกคันยิบ ๆ ในหัวใจจนเผลอเอ่ยปากออกไป “นี่มันห้องพี่นี่ครับน้องยอดรักจะให้พี่ถอยไปไหนล่ะ”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มกับสายตาพราวระยับที่ทอดมองมามีทั้งความเอ็นดูแต่ขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความขบขันทำให้ศรวัณขบเม้มกลีบปากด้วยความหงุดหงิด
“ก็ไม่ได้เถียงนี่ แค่อยากให้พี่นะ...ขยับออกไปสักหน่อยได้ไหมครับผมจะลุกไปเข้าห้องน้ำ” ศรวัณเอ่ยเสียงแ่เบาใบหน้าร้อนผ่าวยาวเมื่อได้สบสายตาพราวระยับของคาย
“แล้วถ้าหากว่าพี่จะไม่ขยับล่ะ...เราจะทำยังไง” ความที่ใบหน้าของศรวัณขยันแดงเสียเหลือเกินคายก็เลยอดใจไม่ไหวที่จะวางมือลงบนเตียงใกล้ ๆกับเท้าของคนตัวเล็กที่รีบดึงหนีอย่างรวดเร็วทำเอาเขาถึงกับหลุดหัวเราะเพราะริมฝีปากเล็กสีแดงระเรื่อที่ขยับที่เขาอ่านได้ว่า...“ถ้าไม่ใช่เ้าของห้องนะจะถีบให้ตกเตียงเลย”
“ว่ายังไงครับ...น้องยอดรักจะทำอะไรพี่ล่ะ”คิ้วหนาเลิกขึ้นขณะมองคนบนเตียงที่ตอนนี้ขยับกายไปนั่งชิดกับหัวเตียงเรียกได้ว่าถ้าหากสามารถพาตัวเองมุดเข้าไปในหัวเตียงได้ศรวัณคงจะรีบทำอย่างไม่รีรอ
“ห้องพี่...ผมจะทำอะไรได้ละครับ”
“ทำไมพี่รู้สึกว่าเราตอบอย่างไม่จริงใจเลยล่ะเหมือนกับกำลังชวนพี่ทะเลาะอยู่เลย ทำไมเห็นเหมือนเมื่อคืนเลยสักนิด...ทั้งออดทั้งอ้อนเสียงทั้งนุ่มทั้งหวานเชียว”
หัวคิ้วศรวัณขมวดเข้าหากันเมื่อคืนเขาพูดเื่อะไรไว้กันแน่ ทำไมถึงได้ทำให้คายถึงได้พูดอย่างน้อยอกน้อยใจอย่างนี้ด้วย“ถึงผมจะเมาจนขาดสติไปเยอะ แต่ก็คงจะไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ทำให้พี่...าเ็”เท่าที่เห็น ร่างกายของคายไม่มีร่องรอยว่าจะาเ็แต่อย่างใด ข้อนี้เลยตกไปได้“อย่างดีก็คงจะพูดมากไปหน่อยเท่านั้น” ใช่แล้ว มันจะต้องเป็อย่างนั้นแน่นอน เขาไม่น่าจะทำอะไรมากไปกว่านั้น...แน่
“ยอดรักยังคิดไม่ออกว่าทำอะไรไปแบบนี้อย่างนี้พี่จะน้อยใจได้ไหม” คายแสร้งทำเสียงน้อยอกน้อยใจ หากใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม
“ผมทำอะไรไปบ้าง พี่บอกมาดีกว่านะ...”แต่เพราะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ศรวัณเลยรีบเปลี่ยนคำพูดเป็ “ให้ผมไปอาบน้ำก่อนแล้วเราค่อยมาคุยกัน” อย่างน้อย่ที่อาบน้ำ เขาน่าจะพอนึกอะไรออกบ้าง จากนั้นก็จะได้รับมือกับคายได้...ถ้าหากว่าเื่ที่ทำลงไปมันจะไม่ได้ร้ายแรงจนเกินไปอะนะแต่ไม่รู้ทำไม เขาถึงอดที่จะคิดไม่ได้ว่า เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันน่าจะทำให้เขากลายเป็ตัวตลก เป็ลูกไก่อยู่ในกำมือชายตรงหน้ามากก็ไม่รู้
“ก็ดีนะ...ยอดรักจะได้มีเวลาคิดด้วย ที่ทำให้พี่น้อยใจ จะปลอบใจพี่ยังไงดี”คายยิ้มใส่ดวงตากลมใสที่มองมาอย่างตื่นตะลึงและเต็มไปด้วยความงุนงงสับสน
“ห้องน้ำอยู่นั่น”คายชี้บอกขณะเดินไปทางตู้เสื้อผ้าที่ฝังไปกับผนังห้อง “เสื้อผ้าในนี้น้องยอดรักจะใส่ตัวไหนก็เลือกได้เลย เดี๋ยวพี่ไปรอที่ด้านล่าง เร็ว ๆ ด้วยล่ะ ถ้าหากให้พี่รอนานจนต้องขึ้นมาตามพี่ว่าเราอาจจะไม่ได้กินข้าวนะ”
น้ำเสียงของคายทำให้ศรวัณคิดว่ามันจะต้องมีอะไรสักอย่างเพียงแค่เขาไม่อาจเข้าใจได้ในตอนนี้แต่ก็คิดได้ว่าควรเร่งรีบห่อตัวกับผ้าห่มแล้วเดินไปยังห้องน้ำโดยมีเสียงหัวเราะของคายดังตามไล่หลังมา