ซู่หงยืนมองหลงต้าเดินห่างไปจนพ้นเขตเรือนของหวงเฟิ่งเหยา“เขาชื่อหลงต้า พี่ชายของนายหญิงพาเข้ามาทำงานที่นี่เจ้าค่ะขี้เกียจ ไม่ทำงาน วันๆ เอาแต่วางท่าอันธพาล ข้าจะฟ้องนายท่านให้ไล่มันออกไป”
ห่วงเฟิ่งเหยาส่ายหน้าลองได้เป็นคนของถังเจี๋ยด้วยแล้ว คงจะไล่ออกยากอยู่กระมัง
“ช่างเถอะพูดไปท่านอาก็ไม่เชื่อข้า ต่อไปข้าจะระวังตัวให้มากก็แล้วกัน”
หลังจากเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญหวงเฟิ่งเหยาย้ายไปนั่งกินข้าวในห้องจนเสร็จเรียบร้อยซู่หงก็กลับไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เหนียงเซียงฟังและค่ำนั้นแม่ครัวบ้านสกุลหวงก็ได้บอกเล่าต่อลูกชายเพื่อคิดช่วยหาทางป้องกันเรื่องร้ายๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับบุตรสาวผู้มีพระคุณ
“แม่ห่วงเหลือเกินว่าคุณหนูจะถูกคนข่มเหงได้ในสักวัน”หากตกเป็นเมียบ่าวในบ้านเพราะถูกใช้กำลังขู่เข็ญ เด็กสาวจะทนความอัปยศกระไรได้
สืออวิ๋นทอดถอนใจเขาต้องออกไปทำงานที่ร้านหวงเสียงเป่าทุกวัน จึงได้แต่ภาวนาให้เด็กสาวรู้จักระมัดระวังภัยรอบด้านและหวังพึ่งสายตาสอดส่องของซู่หงกับเสี่ยวกุ่ยที่ยังภักดีกับเจ้านาย
“แม่วานให้ซู่หงกับเสี่ยวกุ่ยแวะไปดูคุณหนูที่ห้องบ่อยๆให้นางอยู่ในสายตาเท่าที่เราจะทำได้” เหนียงเซียงรู้ดีว่าในแต่ละวันลูกชายทำงานหนักแค่ไหนสีหน้าอิดโรยที่พากลับมาบ้านในทุกวัน นับวันงานยิ่งหนักและมากกว่าเดิมคนงานเก่าหายหน้าหายตาไปหมดแล้วเพราะทนถูกกดขี่จากกลุ่มคนงานของถังเจี๋ยไม่ไหว
“เงินที่เจ้าให้แม่ไว้หลายปีที่ผ่านมาแม่เก็บสะสมได้จำนวนหนึ่งแล้ว คิดว่าอีกไม่นานพวกเราจะออกจากสกุลหวงได้” เหนียงเซียงเริ่มวางแผนชีวิตตั้งแต่วันที่รู้แน่ชัดว่าหวงเฟิ่งเหยาจะไม่ได้แต่งงานกับติงเฉิงคุน
“ท่านแม่ยังคิดจะพาคุณหนูไปด้วยหรือขอรับ”
“หากที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับคุณหนูแล้วแม่ก็อยากพานางไปอยู่ด้วยกันกับพวกเรา”
แล้วคนที่พวกเขาพูดถึงจะอยากไปด้วยหรือไม่นางเกลียดชังเขาอย่างกับอะไรดี
“คุณหนูเคยใช้ชีวิตสุขสบายสองปีมานี้อาจเจอเรื่องลำบากบ้าง แต่นางก็ยังอยู่ในฐานะคุณหนูสกุลหวงหากไปกับพวกเรา ชีวิตความเป็นอยู่ของนางจะยิ่งลำบากกว่านี้แน่ข้าไม่คิดว่านางจะทนได้”
ในฐานะลูกสาวผู้มีพระคุณแม้เขาจะเลี้ยงดูนางได้ แต่คงไม่สุขสบายได้เท่าการดูแลจากว่าที่สามีในอนาคตการออกไปอยู่ข้างนอกกับพวกเขามันเป็นทางออกที่ดูมืดมนเกินไปสำหรับชีวิตของคุณหนูเขาหวังว่านางจะพบชายที่ดีให้ฝากฝังชีวิตไว้ได้และจะภาวนาให้วันนั้นมาถึงโดยเร็วที่สุด
อากาศร้อนอบอ้าวเหมือนใจคนที่สุมรุมด้วยถ่านไฟแห่งความริษยาตลอดเวลาหลังจากแต่งงาน ติงเฉิงคุนไม่เคยแตะต้องหลางเชียนอิงด้วยความสนิทเสน่หาเลยสักครั้งฐานะสะใภ้บ้านสกุลติงนั้นมั่นคง แต่นางไร้ซึ่งฐานะในใจของสามีแต่ถึงแม้สามีไม่รักใคร่ ฟ้ากลับประทานโชคครั้งใหญ่ให้...หญิงสาวกำลังตั้งครรภ์
เพราะต้องการคนสนับสนุนต่อหน้าพ่อแม่สามีหลางเชียนอิงจึงเล่นบทสะใภ้แสนดีที่ถูกสามีหมางเมินเพราะหลงใหลในตัวหวงเฟิ่งเหยา หญิงสาวมักเอาอาการแพ้ท้องของตัวเองมาเรียกร้องให้สามีเอาใจใส่นางมากขึ้นยิ่งแม่สามีนำวันเดือนปีเกิดของนางไปให้หมอดูทำนายชะตาว่านางจะมอบทายาทชายไว้สืบสกุลนางยิ่งเป็นที่รักของติงฟูเหริน ขนาดใส่ร้ายสร้างเรื่องให้หวงเฟิ่งเหยาถูกตำหนิหญิงสูงวัยก็เชื่อเสียหมด
หลางรั่วอิ๋งยังคงใช้แผนเดิมในการก่อกวนหวงเฟิ่งเหยาสั่งให้หลงต้ากระทำอุกอาจงัดห้องของเด็กสาวแต่สืออวิ๋นกลับทำลายแผนการนั้นโดยมาพบเข้าเสียก่อนหลงต้าจึงหนีไปหลบซ่อนตัวที่อื่น เพราะแผนการที่วางไว้ไม่สัมฤทธิผลนางจึงมาบอกกล่าวกับน้องสาวที่บ้านสกุลติง ถือโอกาสเยี่ยมเยียนคนท้องไปในตัว
“ทำไมนังเด็กนั่นถึงแคล้วคลาดได้ทุกครั้ง”หลางเชียนอิงกำมือแน่น แววตาโกรธเคืองมุ่งหมายแต่อยากเห็นความวิบัติของคนที่นางยกให้เป็นศัตรูตราบใดที่หวงเฟิ่งเหยาไม่ย่อยยับหรือไม่แต่งออกไปกับคนอื่นนางก็ยังวางใจเรื่องติงเฉิงคุนคิดจะรับเด็กสาวมาเป็นเมียอีกคนไม่ได้
“เพราะมันยังมีบ่าวที่จงรักภักดีอยู่น่ะสิเหนียงเซียงทำงานในบ้านสกุลหวงมานานปี พี่เขยเจ้าไม่ยอมให้เปลี่ยนแม่ครัวง่ายๆหรอกนะ ที่ร้านหวงเสียงเป่า สืออวิ๋นก็ทำงานได้ดีเก็บมันสองคนไว้ใช้งานให้คุ้มจะดีกว่า ก็จนกว่ามันจะทนไม่ได้เก็บเสื้อผ้าออกไปเองวันนั้นแหละหวงเฟิ่งเหยาก็จะไม่มีใครคอยช่วยเหลืออีก”
ได้ยินชื่อสืออวิ๋นแล้วหลางเชียนอิงก็ชะงักเหตุใดนะ ชายที่นางหมายตาด้วยความลุ่มหลงในรูปร่างคนนั้นถึงได้อยู่ข้างศัตรูของนาง
“สืออวิ๋นชอบสอดมือมายุ่งเรื่องนังเด็กเฟิ่งเหยาบ่อยๆอย่างนี้แล้วพวกเราจะทำเช่นไร” หลางเชียนอิงถอนหายใจเล็กน้อยอย่างรู้สึกเสียดายชายหนุ่มในบทสนทนา
“อย่าบอกนะว่าเจ้าสนใจเจ้าคนชั้นต่ำนั่น”หลางรั่วอิ๋งจับสังเกตจากน้ำเสียงและแววตาของน้องสาวก่อนหญิงสาวจะมาอยู่ถูหยางเคยมีคนรักจากคำบอกเล่าของถังเจี๋ยวคนรักของนางก็มีรูปกายสูงใหญ่แบบ สืออวิ๋น
“ท่านอย่ากล่าวหาให้ข้าเสียหายเชียวนะข้ามีท่านพี่แล้ว จะคิดบัดสีอะไรกับใครได้” หลางเชียนอิงบอกปฏิเสธพยายามซ่อนความชื่นชมส่วนตัวที่เคยมีต่อสืออวิ๋น
“ตอนนี้เจ้าไม่คิดแต่ข้ามั่นใจว่าเจ้าต้องเคยคิด สืออวิ๋นมันจะมีอะไร ก็แค่รูปร่างบึกบึนสูงใหญ่แบบคนรักเก่าของเจ้า”
“ข้ารู้แล้วแหละน่าเพราะรู้ซึ้งถึงความลำบากเข้ากระดูกดำถึงได้ทำทุกอย่างจนได้แต่งงานกับคุณชายติงข้าจะไม่ทำตัวเองให้ตกต่ำอย่างนั้นอีกแล้ว” เพราะไม่อยากให้พี่สาวสงสัยเรื่องนางเคยเอาสืออวิ๋นไปพร่ำเพ้อละเมอหาถึงหลายราตรีหลางเชียนอิงจึงแสร้งพูดให้ร้ายหวงเฟิ่งเหยากับชายหนุ่มเพื่อปัดสวะให้พ้นตัว “เป็นไปได้ไหมว่าสืออวิ๋นจะคิดอะไรลึกซึ้งกับนังคุณหนูนั่นหรือมันสองคนแอบทำเรื่องบัดสีกันแล้ว” หลางเชียนอิงเบะปากนึกรังเกียจพฤติกรรมมั่วกามของสองนายบ่าวทั้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
“เรื่องแอบทำบัดสีคงยังไม่ใช่แต่เรื่องบ่าวมีใจแอบหลงรักนายมันน่าคิด” จากที่เคยเห็นด้วยตาตนเองหากสืออวิ๋นไม่มีใจ จะทนให้หวงเฟิ่งเหยาที่เอาแต่ใจปากคอเราะรายจิกกัดได้ทุกวี่วันหรือ “หรือพวกเราจะสนับสนุนให้มันสองคนเป็นผัวเมียกันเสียเลยไม่ต้องให้นังเด็กนั่นขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแต่งงานออกไปกับผู้ชายดีๆ แต่ให้นางมีสามีเป็นบ่าวต่ำต้อยแทน”หลางรั่วอิ๋งแนะหนทางกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจน้องสาว
จะผลักสืออวิ๋นให้หวงเฟิ่งเหยาจริงๆนะหรือ น่าเสียดาย...น่าเสียดายอ้อมกอดแข็งแกร่งนัก เป็นเพราะหลงต้าทำงานพลาดแท้ๆ เชียวจึงทำให้พี่สาวนางคิดจะส่งเสริมบ่าวชายร่างสูงใหญ่ให้นังคุณหนูศัตรูของนาง!
“สืออวิ๋นยังดีเกินไปสำหรับนังนั่นหาคนอื่นจะไม่ดีกว่าหรือพี่รั่วเอ๋อร์หาคนที่หน้าตาและชาติกำเนิดต่ำเตี้ยเสียยิ่งกว่านั้นถึงตอนนั้นหากพี่เขยทนอับอายไม่ได้จริงๆ ไล่มันออกไป ชื่อเสียงมันก็คงไม่เหลือผู้หญิงใฝ่ต่ำอย่างนั้น สามีข้าก็คงจะไม่หวนไห้อาลัยอาวรณ์หาอีก” หลางเชียนอิงยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจเมื่อเห็นท่าทางเหม่อลอยของสามีที่นางยอมทุ่มทำทุกอย่างเพื่อจะได้อยู่กับเขาแค่เพียงตัวแต่ไร้หัวใจและความรู้สึก
หลางรั่วอิ๋งคิดในใจเกิดเป็นผู้หญิงจะสูงจะต่ำก็เพราะการหาคู่ครอง
“สถานการณ์ตอนนี้จะหาคนนอกเข้าไปอยู่ในบ้านสกุลหวงเพื่อข่มเหงหวงเฟิ่งเหยาอีกรอบนั้นมันดูโฉ่งฉ่างเกินไปพี่เขยเจ้าจะสงสัยพวกเราเสียเปล่า คางคกล้วนอยากกินเนื้อหงส์ฟ้าลองได้มีโอกาสลิ้มลอง มีหรือคนอย่างสืออวิ๋นจะไม่ทำ ที่มันคอยปกป้องคอยกันท่าหวงเฟิ่งเหยาอยู่ทุกวันนี้ไม่แน่ก็เพื่อตัวมันเอง ข้าจึงคิดว่านังเด็กนั่นเหมาะกับคนใช้ของมันที่สุด สืออวิ๋นรักนาง แต่นางไม่เคยเห็นมันในสายตาถ้าสองคนนั่นจำยอมต้องเป็นผัวเมียกัน ชีวิตของนังเด็กนั่นคงจะมีแต่ความทุกข์นางคงเกลียดสามีคนใช้เข้าไส้และคนชั้นต่ำอย่างสืออวิ๋นสักวันก็คงหมดความอดทนกับนังผู้หญิงเอาแต่ใจเป็นเมียต้องยอมและเชื่อฟังสามี ถูกตบตีสักหน่อยขี้คร้านจะหงอ ฟังแม่สามีข้าเล่าในอดีตฤทธิ์เดชนางใช่ย่อย เรื่องเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่งกิตติศัพท์เรื่องนางเป็นตัวอัปมงคลทำให้ติงฟูเหรินรู้สึกขยาดในขณะที่นายท่านติงกลับอยากได้นางเป็นสะใภ้เพราะไปสัญญากับปู่ของนางไว้”
ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้แล้วสืออวิ๋นก็สืออวิ๋นเถอะ ขอแค่หวงเฟิ่งเหยาไม่สามารถย้อนกลับมาหาสามีนางได้เป็นพอ
“ข้าฝากพี่จัดการเรื่องนี้ด้วยก็แล้วกัน”
“วางใจเถอะไว้ข้าจะหาทางส่งเสริมมันสองคนให้ครองคู่กัน” และคนที่นางจะยืมมือให้จัดการเรื่องนี้ก็คือสามีของนาง...หวงกว่างฝู
สองพี่น้องยิ้มกริ่มพึงพอใจกับทุกแผนการที่ค่อยๆเป็นรูปเป็นร่าง ใครเลยจะคาดคิดว่าพวกนางจะมีวันนี้ จากผู้หญิงบ้านนอกใช้ชีวิตยากลำบากกระทั่งได้มาแต่งกับเศรษฐีเมืองหลวงขอบคุณความงดงามตลอดทั้งเรือนร่างที่ใช้เป็นใบเบิกทาง ไม่เสียแรงที่เกิดจากมารดาขึ้นชื่อว่าเป็นนางคณิกาอันดับหนึ่งของเมือง
มารดาของพวกนางเติบโตในหอนางโลมความสวยและความช่างเอาอกเอาใจทำให้มีราคาค่าตัวแพงลิบลิ่วเศรษฐีผู้หนึ่งซื้อตัวไปเป็นนางบำเรอจนให้กำเนิดพวกนางทั้งสองคนแต่เพราะแม่ตายจากก่อนวัยอันควร พวกนางเกิดมาเป็นหญิงยิ่งอาภัพนักวันที่ครอบครัวตกต่ำลำบาก พวกพี่ชายคิดจะนำตัวไปขายจึงได้พากันหนีตายไปขออาศัยกับคนรู้จักของมารดาสมัยเมื่อยังมีชีวิตอยู่
นางทั้งสองทำงานแลกข้าวแลกที่อยู่ถูกข่มเหงรังแกสารพัด แต่ก็ยังดีกว่าเผชิญโลกตามลำพัง กระทั่งเติบโตพี่สาวจึงออกจากบ้านหลังนั้นไปหางานทำ เรื่องถูกญาติๆรังแกนำมากล่าวอ้างขอความเห็นใจกับหวงกว่างฝูนั้นล้วนมีมูลความจริงอยู่แค่กึ่งหนึ่ง
“พวกเรามีชีวิตที่รุ่งเรืองในบ้านสกุลหวงจึงต้องไม่ลืมบุญคุณส่งเสริมลูกหลานบ้านหวงด้วยจริงหรือไม่” หลางเชียนอิงยิ้มชั่วร้ายความย่อยยับของหวงเฟิ่งเหยานับเป็นความสุขเป็นของขวัญล้ำค่ายิ่งนักในการรับขวัญลูกในท้องที่กำลังจะลืมตาดูโลก