เมื่อ เอกชัย และ รุ้งฤดี ย้ายมานั่งโต๊ะเดียวกันกับท่านประธานหนุ่ม ท่านประธานหนุ่มก็แนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักกับทั้งสามคน
“นี้พนักงานที่บริษัท คุณเอก คุณรุ้ง และนี้เลขาฉัน คุณนุ่น” ท่านประธานหนุ่มกล่าวกับเพื่อน
“นี้เพื่อนผม ชื่อ ดนัย สุพจน์ อรทัย และแนนนี่” ท่านประธานหนุ่มกล่าวแนะนำเพื่อนๆ ทุกคนต่างส่งยิ้มทักทายกัน
เว้นแต่ แนนนี่ เพียงอยู่คนเดียวที่ทำหน้าบึ้งตึงกับคำว่า ‘เพื่อน’ ที่ท่านประธานหนุ่มกล่าวแนะนำให้คนอื่นรู้จัก ซึ่งหญิงสาวคิดกับเขาเกินกว่าคำว่าเพื่อนไปแล้ว แต่ก็จะทำอย่างไรได้ล่ะ ต้องยอมรับตามที่เขาแนะนำนั้น เพราะทุกทีชายหนุ่มก็ไม่มีทีท่าว่า จะคิดกับเธอมากกว่าคำว่าเพื่อน แต่ก็มีวันนี้เท่านั้นที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเขาปฏิบัติกับเธอเหมือนคนพิเศษสำหรับเขา และเธอคิดว่าเขาคงจะเริ่มชอบเธอเข้าให้แล้วเป็แน่ แต่ ณ ขณะนี้ทำไมมันเหมือนกับว่าเธอได้กลับมาเริ่มต้นคำว่าเพื่อนใหม่อีกครั้งล่ะ แล้วเธอจะยอมให้เป็เช่นนี้หรือ...
“ลอฟค่ะ ชนแก้วค่ะ” แนนนี่ ยกแก้วขึ้นชนกับท่านประธานหนุ่ม และยังขยับเข้าไปชิดจนแทบจะเกยขึ้นไปนั่งบนตักท่านประธานหนุ่ม
‘ทำไมไม่นั่งตักให้รู้แล้วรู้รอดเลยล่ะ’ วรารี แขวะให้ใจ พลางใช้หางตามองดูการกระทำของ แนนนี่
“Cheer..ครับ” ท่านประธานหนุ่มกล่าวและหันไปยิ้มหวานกับ แนนนี่ แล้วยกเครื่องดื่มขึ้นดื่ม
“นุ่น ขอชนแก้วกับทุกคนนะค่ะ สำหรับมิตรภาพในวันนี้” วรารี ซึ่งตอนนี้กำลังกึ่มๆ ได้ที่ ส่งยิ้มหวานโปรยให้ทุกคน ยกแก้วขึ้นชนกับทุกคน
“พนักงานบริษัทแกนี้น่ารักทั้งนั้นเลยวะ ยิ่งเลขาแกยิ่งน่ารักมาก คราวหน้าขอไปคุยงานที่บริษัทแกบ้างนะ” ดนัย กล่าวแซวท่านประธานหนุ่ม เป็ผลให้ทั้ง วรารี และรุ้งฤดี ยิ้มรับกับคำชมนั้น
ธนกฤษ ลอฟ ลีโอนาด นึกหมั่นไส้แกมโมโห ดนัย ขึ้นมาทันควัน
“ถ้าไม่มีอะไรด่วนๆ ก็ไม่ต้องมาก็ได้” ท่านประธานหนุ่มกล่าวแบบมีอารมณ์
‘จะมาจีบคนของฉันเหรอ ฝันไปเถอะ’ ท่านประธานหนุ่มคิดในใจ
ซึ่งอากัปกิริยาเช่นนี้ของท่านประธานหนุ่มทำให้ เอกชัย และรุ้งฤดี เห็นท่าว่าอยู่ต่อไปก็จะรั้งแต่จะอึดอัดใจเสียเปล่าๆ ถ้าอยู่ต่อคงไม่สนุกล่ะงานนี้
“กลับกันเถอะ นุ่น” รุ้งฤดี กระซิบบอก วรารี
“อืม!.. กลับก็ดีเหมือนกัน.. ไปกันเถอะ” วรารี เห็นด้วยเพราะไม่อยากอยู่ต่อให้เจ็บช้ำน้ำใจมากไปกว่านี้ รุ้งฤดี จึงพยักหน้าให้กับ เอกชัย เพื่อเป็เชิงให้สัญญาณให้รับรู้ว่าทั้งเธอและ วรารี พร้อมที่จะกลับแล้ว
“ถ้าไงพวกเราขอตัวกลับกันก่อนดีกว่าครับ” เอกชัย ที่เป็ผู้กล่าวขอตัวกลับกับทุกคน
“อ้าว! ยังไม่ทันไรจะกลับกันแล้วเหรอครับ กลับเร็วจัง” ดนัย เอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกเสียดาย เพราะพึ่งได้ทำความรู้จักกันเอง และยังอยากจะทำความรู้จักกับ วรารี ให้มากกว่านี้
“ครับกลับแล้ว” เอกชัย กล่าวตัดบท
“เดี๋ยวตรงนี้.. ผมจ่ายเองพวกคุณไม่ต้องจ่าย และส่วน นุ่น ผมจะไปส่งเอง” ท่านประธานหนุ่มกล่าวขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน ทำให้ทุกคนหันมามองท่านประธานหนุ่มเป็ตาเดียว
“อย่าลำบากเลยค่ะ เดี๋ยว นุ่น กลับกับ พี่เอก และรุ้ง เองค่ะ” วรารี ว่าพลางลุกขึ้นทำท่าจะเดินไป ท่านประธานหนุ่มรั้งข้อมือหญิงสาวเอาไว้
“อย่าเื่มากนะ เดี๋ยวผมจะไปส่งเอง”
เอกชัย และรุ้งฤดี เห็นดังนั้นจึงกล่าวขึ้น “เอ่อ! ถ้ายังงั้นก็ฝาก นุ่น ด้วยแล้วกันนะค่ะ คุณลอฟ” แล้วทั้งสองก็เดินออกไป
“บ้าอำนาจจริงเลย” วรารี บ่นอุบอิบกับตัวเอง
“เดี๋ยวฉันกลับก่อนนะ แนนนี่เดี๋ยวผมจะให้ อัครวุฒิ กลับมารอรับคุณกลับบ้านนะ” ท่านประธานหนุ่มกล่าว แล้วจับลากจูง วรารี ให้เดินออกไปทันที โดยไม่คิดจะรับฟังเสียงอะไรหรือใครเลย
“ลอฟ คุณจะไปไหนน่ะ คุณทำอย่างนี้กับ แนนนี่ ไม่ได้นะ” แนนนี่ ลุกขึ้นยืนะโไล่หลังท่านประธานหนุ่ม เมื่อเห็นว่าท่านประธานหนุ่มไม่ได้หันกลับมาสนใจตน จึงนั่งลงทำหน้าหงิกหน้างอ
“เอาน่า ใจเย็นๆ แนนนี่ แล้วค่อยคุยกับ ลอฟ เค้าวันหลังก็ได้ มาสนุกกันต่อเถอะ” อรทัย ปลอบเพื่อน
“เค้ามากับฉัน แต่เค้าดันกลับไปกลับคนอื่นและแถมยังเห็นแม่เลขานั้นดีกว่าฉันได้ยังไง มาทำอย่างไงกับฉันได้ยังไงกัน ลอฟ นะ ลอฟ...บ้าจริงเลย” แนนนี่ พูดด้วยอารมณ์ที่กรุ่นโกรธ ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑