ผู้บ่มเพาะที่ผ่านรอบสุดมีเพียงสี่คนคู่แรกเป็นการต่อสู้ระหว่างหยางเทียนหลงกับหยางมู่เป่ยซึ่งหยางเทียนหลงก็เอาชนะไปด้วยการยั้งมือของหยางมู่เป่ย
มันอาจจะเรื่องน่าเสียดายที่เขาสามารถเอาชนะได้แต่ไม่ฉวยโอกาสแต่นั่นก็เป็นข้อดีเพราะหากหยางฉินเทียนเอาชนะคู่ต่อสู้ไปได้ก็จะเข้าไปชิงชนะเลิศกับหยางเทียนหลงและด้วยสัญญาโลหิตที่เขาไว้ คู่ต่อสู้จะต้องยอมแพ้เพื่อไม่ทำให้หยางฉินเทียนบาดเจ็บมิเช่นนั้นเขาต้องกระอักเลือดตาย
ฉะนั้นตัดกังวลในรอบชิงชนะเลิศได้เลยสิ่งที่หยางฉินเทียนต้องทำคือต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ของตนให้ได้ แล้วรอให้หยางเทียนหลงยอมแพ้เขาก็จะได้ปู่ของตนคืน!
“เจ้าใช่มั้ยที่แอบใช้แท่นศิลาของข้า”
หยางลู่เหอเอ่ยขึ้นทันทีที่เจอหน้ากัน
“เจ้าจะพูดอย่างนั้นก็ไม่ได้ ในเมื่อเจ้ามัวแต่สู้กับหยางโม่จื่อแล้วก็ไม่มีใครยืนเฝ้าหรือทำสัญลักษณ์การเป็นเจ้าของ แท่นศิลาจึงเป็นของคนที่ใช้งานเป็นแรกซึ่งนั่นก็คือข้า”
หยางฉินเทียนตอบอย่างฉะฉาน
“แต่ข้าว่าคำถามนี้ดูไร้ประโยชน์ในเมื่อเจ้าสามารถใช้แท่นศิลที่เหลืออยู่ได้ เหตุไฉนถึงเสียเวลามารื้อฟื้น”
ได้ยินคำตอบแล้ว หยางลู่เหอถึงกับต้องฉุกคิด ‘จริงของมัน แล้วข้าจะถามเรื่องนี้ทำเตี่ยอะไร ท้ายที่สุดข้าก็เข้ารอบแถมได้อัดกับหยางสงป้าอีกรอบ การได้สนุกเช่นนี้ก็เพราะเจ้านี่’
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”เมื่อคิดได้ก็หัวเราะร่วน
“จริงของเจ้าการได้อัดกับหยางสงป้ามาเมื่อวานก็สนุกมิใช่น้อย หวังว่าวันนี้เจ้าคงไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”
“กำลังภายในของเจ้าสูงกว่าข้าถึงสองขั้น ถ้าเจ้าไม่อยากผิดหวังก็ต้องต่อให้ข้าใช้อาวุธส่วนเจ้าใช้มือเปล่า ว่ายังไงล่ะ?”
“ย่อมได้ ย่อมได้ ฟังดูน่าสนุก ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
“หากพวกเจ้าพร้อมแล้วก็เริ่มประลองได้”
กรรมการยืนรอกว่าทั้งคู่จะตกลงกันเสร็จเช่นเดียวกับคู่ที่แล้วซึ่งตกกันว่าจะใช้อาวุธหรือไม่ แม้กติกาจะอนุญาตแต่การใช้หรือไม่ใช้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจย์ของผู้ประลอง กรรมการได้แค่ยืนฟัง
เมื่อหยางลู่เหอตกลงที่จะต่อให้หยางฉินเทียนใช้อาวุธเขาก็ไม่รู้หรอกว่าคู่ต่อสู้มีอาวุธวิญญาณระดับสามัญขั้นสูง! แต่จะรู้ตอนนี้ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วหยางฉินเทียนเอากำปั้นวานรออกมาแหวนมิติเพื่อไม่ให้ใครสงสัยว่ามีป้ายวิญญาณเขาใช้เวลาสิบลมหายใจจึงสวมใส่อาวุธวิญญาณพร้อมสู้รบ
“จะให้ข้าต่อให้เจ้าโจมตีก่อนมั้ย”
แม้หยางลู่เหอจะประหลาดเล็กน้อยที่หยางฉินเทียนมีอาวุธวิญญาณระดับสามัญขั้นสูงแต่เมื่อคิดอีกทีก็รู้สึกพึงพอใจเพราะการที่คู่ต่อสู้แข็งแกร่งขึ้น ย่อมทำให้ความสนุกเพิ่มขึ้นด้วย
หยางฉินเทียนเริ่มตั้งการ์ดแล้วกระโดดโหยงเหยง
“นี่เจ้าทำบ้าอะไรเนี่ย!!”สีหน้าของหยางลู่เหอเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นอาการของคู่ต่อสู้ ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นผู้คนทั้งสนามก็ตกตะลึงเพราะไม่เคยเห็นการต่อสู้แบบนี้มาก่อนต่างก็นึกว่าหยางฉินเทียนกำลังกวนประสาทคู่ต่อสู้แต่แท้จริงแล้วมันคือการเต้นฟุตเวิร์คของมวยสากลซึ่งไม่มีใครในโลกนี้ที่รู้จัก!
“ถ้าเจ้าลองโจมตีก็จะรูเองว่าข้าทำบ้าอะไร”
“ย้ากกก!!”
หยางลู่เหอโจมตีเข้ามาแต่หยางฉินเทียนใช้ฟุตเวิร์คผนวกกับวิชาฝ่าเท้าวานรหลบการโจมตีอย่างคล่องแคล่ว
ผั่วะ!! ผั่วะ!!
หยางฉินเทียนออกหมัดหนึ่งสองเข้าไปที่ใบหน้าและกกหูทำให้ผู้โดนหมัดเริ่มหูตาสว่างและเข้าใจว่ามันเป็นวิชาอะไรบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็น แน่ล่ะ ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่ไม่เคยเห็นแม้คนทั้งโลกก็ไม่เคยเห็น!
ผั่วะ!! ผั่วะ!!
หยางลู่เหอยังโดนจังหวะสวนกลับอย่างต่อเนื่องแม้กำปั้นเขาจะมีแรงมหาศาล แต่หากต่อยไม่โดนก็ไม่มีความหมาย ในทางกลับกัน แม้หมัดของหยางฉินเทียนจะไม่รุนแรงเท่าแต่เมื่อรวมพลังกับอาวุธวิญญาณแล้วทำให้เขาถึงกับเลือดกบปาก
ผั่วะ!! ผั่วะ
หมับ!!
“ข้ารอจังหวะนี้ล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
หยางลู่เหอเอามือล็อคแขนที่ชกใบหน้าของเขาไว้ เขายิ้มแสยะให้หยางฉินเทียนก่อนที่จะชกเข้าไปที่ชายโครง
เปรี๊ยงงง!!
หยางฉินเทียนสลัดแขนหลุดออกมาได้ก็ปลิวไปตามแรงปะทะเขากระเด็นออกไปยี่สิบก้าวก่อนจะกลิ้งไปกับพื้นลานประลองถึงสิบตลบแม้จะลุกขึ้นมาได้ก็กระอักเลือดออกมาสองกำมือคาดว่าหมัดเมื่อกี้ทำให้ซี่โครงหักไปสองสามซี่
“เจ้ายังมีอะไรให้ข้าเล่นสนุกอีกมั้ย”
หยางลู่เหอยืนมองด้วยสายตาอย่างดูถูกเขารู้สึกผิดหวังที่ต่อให้ใช้อาวุธวิญญาณแล้วยังทได้แค่นี้หากหยางฉินเทียนยังไม่มีไม้เด็ดอะไรอีกเขาจะรีบผ่านรอบนี้ไปสู้กับหยางเทียนหลงแล้วนะ ว่าไงหยางฉินเทียนแสดงฝีมือก่อนที่จะไม่มีโอกาสนะ!