เช้าต่อมาขบวนของหลิวเฟยเซียนก็เดินทางเข้าไปเรื่อยๆ จนใกล้เข้าเฃตป่าชั้นกลางระหว่างทางก็มีสัตว์อสูรเข้ามาให้ฝึกฝีมือบ้างบางครั้งเป็สัตว์อสูรขั้นกลางเสียส่วนมาก
ก่อนเข้าป่าชั้นในหลิวเฟยเซียนให้ทุกคนพักก่อนและแจกจ่ายโอสถจำเป็ต่างๆ มากมายให้กับคนของตน
เช่นยาห้ามเื ยาเพิ่มพลังปราณ หรือแม้กระทั่งอาวุธิญญาที่มีอยู่ในถ้ำมากมายในมิติจิตของนางก็นำมาแจกจ่ายให้กับทุกคนโดยไม่นึกเสียดาย
ราวกับว่ามันเป็ของที่หาได้ง่ายทั่วไป ถึงอาวุธิญญาจะหาได้ไม่ยากเท่าไหร่แต่ก็ใช่ว่าจะมีเงินอย่างเดียวแล้วจะซื้อได้เพราะใครใครก็ต่างอยากได้อาวุธจิติญญากันทั้งนั้น จึงมีการแย่งกันซื้อหา
“เซียนเอ๋อร์อย่าอยู่ห่างจากพี่” พี่ใหญ่หลิวอู๋ซวน เขาเป็ห่วงน้องน้อยของเขายิ่งนักถึงนางจะมีพลังที่สูงกว่าเขาหนึ่งขั้นก็ตามทีไม่ประมาทเป็ดีที่สุด
“น้องเล็กระวังตัวด้วย” พี่รองหลิวอู๋เจ๋อก็รู้สึกกังวลใจเช่นกันป่าชั้นในนั้นอันตรายกี่เท่าต่อกี่เท่าของป่าชั้นกลางกันใครจะรู้
หลิวอู๋ซวนและหลิวอู๋เจ๋อคงยังไม่รู้ว่าหลิวเฟยเซียนนั้นได้เลื่อนขั้นพลังปราณมาถึงขั้นเซียนระดับต่ำแล้วและคงคิดไม่ถึงด้วยว่านางนั้นมีทักษะการเป็สายลับทหารที่เก่งกาจที่สุดในโลกก่อนอีกด้วย ถ้าได้รู้จักฝีมือน้องสาวตนตอนนี้คงหายห่วง
“เ้าค่ะ พี่ใหญ่ พี่รองไม่ต้องเป็ห่วงข้าจะดูแลตัวเองดีๆ อีกอย่างข้ามีไป๋หลงอยู่ด้วยพวกท่านวางใจเถอะ” หลิวเฟยเซียนปลอบใจพี่ชายให้หายกังวล
เมื่อก้าวขาเขาสู่เฃตป่าชั้นในเพียงไม่กี่อึดใจทุกคนรับรู้ถึงกลิ่นอายฆ่าฟันอย่างรุนแรงกลิ่นอายกระหายเืในป่าตอนนี้ไม่มีแม้สายลมพัดผ่านนกสักตัวยังไม่ส่งเสียงร้องเงียบเป็ป่าช้าเลย
“ทุกคนเกาะกลุ่มกันไว้อย่าแยกไปไหนคนเดียวมีสิ่งใดโผล่มาที่ไม่ใช่พวกเราให้ฆ่าได้ทันทีอย่าได้ลังเล ไม่ว่าจะเด็กคนแก่คนพิการฆ่าทันที” เพราะในป่าแสงจันทร์ชั้นในนี้มีสัตว์อสูรขั้นสูงมากมายที่สามารถจำแลงกายเนื้อเป็มนุษย์ได้
คนดีๆ ที่ไหนจะเข้ามาได้แค่จะผ่านป่าชั้นกลางมายังยากแล้วนับอะไรกับป่าชั้นในซึ่งเป็ไปไม่ได้เลยที่จะมีเด็ก ผู้หญิงคนแก่คนชราอยู่ในที่แห่งนี้ซึ่งจะเป็สิ่งใดได้ถ้าไม่ใช่สัตว์อสูรเพื่อหวังเข้ามาล่อลวง
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีมนุษย์เข้ามาในป่าชั้นในเลยข้อแตกต่างของสัตว์อสูรจำแลงกายกับมนุษย์นั้นคือสีตาที่ไม่มีแววตาและสีผิวติดจะออกเหลืองๆ หน่อยหวังว่าทุกคนจะดูออก
ทางด้านเจียงหยางที่ติดตามดูแลว่าที่นายหญิงตามคำสั่งของหานิยู่นั้นก็ให้แปลกใจเพราะว่าทำไมว่าที่นายหญิงที่บอบบางและยังไม่ถึงวัยปักปิ่นถึงได้มีจิตใจที่เข้มแข็งถึงเพียงนี้ทั้งห้าวหาญจะมีหญิงใดบ้างที่จะกล้าเข้ามาถึงที่นี้
“เราจะฝึกฝนกันที่นี้ในป่าแห่งนี้จนกว่าทุกคนจะเลื่อนระดับอยู่ในขั้นราชันและไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับทรัพยากรในการบ่มเพาะข้ามีพร้อมให้ทุกคนและในป่าชั้นในแห่งนี้มีโอกาสมากมายให้เราเก็บเกี่ยวขอให้พวกเ้าดูแลกันและกันและข้าหลิวเฟยเซียนจะไม่ทิ้งทุกคน เราจะก้าวผ่านไปด้วยกัน” หลิวเฟยเซียนกล่าวอย่างเผด็จการและเยือกเย็นไร้ความปรานี
ทำให้ทุกคนใจสั่นและเกิดความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา เหวินเจี่ยและเหวินหม่าไม่อยากเชื่อสายตาที่เห็นคุณหนูเล็กของตระกูลที่น่ารักน่าถนอมไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้จะกลายเป็หญิงแกร่งกล้าไหนจะคำพูดปลุกใจผู้คนนั้นอีก พวกเปลี่ยนใจไปขอติดตามคุณหนูเฟยเซียนแทนนายท่านหลิวอู๋ซวนจะทันไหมนะ
ไม่ช้าเหล่าสัตว์อสูรก็ออกมาต้อนรับกันอย่างล้นหลามและแล้วการล่าสังหารก็เริ่มต้นขึ้น
คนของตระกูลหลิวก็เข้าปะทะกับเหล่าสัตว์อสูรอย่างดุเดือดและบ้าคลั่งไอพลังของทั้งสองฝ่ายผสมปนเปกันจนยากที่จะแยกออก
ในบรรดาผู้คนที่ต่อสู้กันหลิวเฟยเซียนคือผู้ที่โดดเด่นที่สุดนางใช้กระบี่ในมือออกกระบวนท่าสังหารเพียงครั้งเดียวก็สามารถปลิดชีพสัตว์อสูรได้เป็เกือบสิบตัว
ั์ตาของนางเ็าไร้ความรู้สึกเืลมเริ่มพลุ่งพล่านเหมือนได้ออกรบเหมือนชาติที่แล้วจะต่างกันที่อาวุธตอนนี้เป็กระบี่ก็เท่านั้น
ไอสังหารของนางเริ่มทวีความเข้มข้นจนสัตว์อสูรบางตัวไม่กล้าเข้าใกล้นาง
การเคลื่อนไหวไหวของกองกำลังตระกูลหลิวดุดันและอหังการเกินไปจนพวกมันตั้งรับไม่ทัน
กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งไปทั่วบริเวณหลิวอู๋เจ๋อที่ได้กลิ่นเืแล้วอยากอาเจียนในตอนแรกเริ่มชินจมูกและไม่มีเวลาสนใจเืบนตัวเองได้แต่ฆ่าฟันไม่หยุดมือ
มีหวงจิงหวงใจ๋ค่อยสู้อยู่ข้างๆ ค่อยระวังหลังให้กับหลิวอู๋เจ๋อพวกเขาไม่คิดว่าการติดตามตระกูลหลิวจะมีเื่ตื่นเต้นเร้าใจถึงเพียงนี้
หลิวอู๋ซวนแม้จะเห็นโลหิตของสัตว์อสูรสาดเปื้อนไปทั่วตัวเขาก็มองมันอย่างเฉยเมยสู้กันอย่างไม่ห่างจากหลิวเฟยเซียนนักด้วยความเป็ห่วงน้องสาวตนค่อยมองนางไม่ห่างตาและก็ให้ตะลึงกับการฆ่าสัตว์อสูรของน้องน้อย
เมื่อเห็นว่านางวิ่งเข้าใส่สัตว์อสูรตัวแล้วตัวเล่าอย่างบ้าคลั่ง ห้ำหั่นด้วยความอำมหิต โเี้ไร้ปรานีและไม่มีความลังเลในสายตาแม้แต่น้อย
เจียงหยางได้แต่ยืนมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตาและโง่งมได้แต่มองภาพสยดสยองที่คนตระกูลหลิวสร้างขึ้นมา เขามองดูภาพว่าที่นายหญิงออกกระบวนท่าสังหารสัตว์อสูรตัวแล้วตัวเล่าอย่างเหี้ยมโหด
คิดในใจคนเดียวว่าช่างเหมาะสมกับเ้านายของตนยิ่งนักความโเี้ไร้หัวใจไม่ต่างกันเลยตอนนี้เขาเทใจให้นางหมดใจสมที่จะมาเป็นายหญิงของเขาอย่างยิ่ง ยามนี้เจียงหยางยกให้หลิวเฟยเซียนเป็นายหญิงของตนเรียบร้อยแล้ว
นิสัยเด็ดขาดเช่นนี้มักจะมีติดตัวคนที่เป็ผู้นำเสมอ กล้าได้กล้าเสีย กล้าตัดสินใจอย่างเฉียบขาด
หากเป็คนที่มีความลังเล พบเจอศัตรู แต่ไม่รู้ว่าจะหาทางรับมือเช่นไร หวาดกลัวที่จะสูญเสีย คนเช่นนั้นไม่มีวันนำทางผู้คนไปถึงเป้าหมายได้
การที่ตระกูลหลิวชิงลงมือก่อน อย่างรวดเร็ว ตอนนี้เหล่าสัตว์อสูร จึงเริ่มล่าถอยไป ด้วยความหวั่นเกรงและหวาดผวา
พวกมันถูกไอสังหาร ที่กระหายเืของเหล่ามนุษย์ ทำให้ตื่นตระหนก วิ่งหนีหายเข้าไปในป่ารกทึบเพื่อเอาชีวิตรอด
“เก็บซากสัตว์อสูรไว้คนละตัวพวกเราจะไปหา สถานที่ที่สามารถตั้งค่ายพักแรมกันก่อน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปล่าหาอาหาร สัตว์อสูรเหล่านี้จะทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยมากนัก” หลิวเฟยเซียนสั่งการเสียงดัง
“ขอรับคุณหนู!!”ทุกคนรับคำ
“เ้าค่ะคุณหนู” ชิงอิงและชิงอ้ายตอบรับพวกนางเป็หญิงสาวสองนางที่อยู่ท่ามกลางบุรุษเหล่านี้ไม่รวมกับคุณหนูหลิวเฟยเซียน
เหล่ากองกำลังตระกูลหลิว รับคำอย่างพร้อมเพรียงและจัดการทุกอย่างตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
หลิวเฟยเซียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจนางจะต้องฝึกพวกเขาให้เป็แบบทหารจะได้มีระเบียบวินัยสั่งการอะไรจะได้เป็ระบบและง่าย
หลิวอู๋ซวนและหลิวอู๋เจ๋อรู้สึกภูมิใจในตัวน้องน้อยของพวกเขามากที่ตอนนี้นางดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้นและยังเป็ผู้นำที่ฉลาดและรอบคอบ
“ท่านพี่เราพอจะหาถ้ำได้หรือไม่ข้าคิดว่าเราอยู่ในที่ปิดจะปลอดภัยมากกว่านอนกลางป่าถึงข้าจะมีเวทอักขระป้องกันแต่เรากันไว้ก่อนจะดีกว่า” หลิวเฟยเซียนหันกลับมาพูดกับพี่ชายทั้งสองของนาง
“ข้าเห็นด้วยกับเซียนเอ๋อร์ขอรับพี่ใหญ่” หลิวอู๋เจ๋อ
“พี่ไม่แน่ใจแต่คาดว่าน่าจะมีอยู่” หลิวอู๋ซวนตอบน้องสาว
“เหวินเจี่ย หวินหม่าพวกเ้ารับหน้าที่หาถ้ำที่พักถ้าเจอแล้วก็มาบอกข้า” พี่ใหญ่สั่งคนสนิท
“ขอรับ/ขอรับ” ทั้งสองรับคำและจากไป
“ระหว่างรอเหวินเจี่ย เหวินหม่าก็ให้ทุกคนพักก่อนข้าจะให้หวงจิง หวงใจ๋ค่อยดูรอบๆ ให้” หลิวอู๋เจ๋อเสนอ
หลิวเฟยเซียนเดินตรวจดูถามไถ่อาการของทุกคนและนำน้ำทิพย์์ออกมาให้ดื่มเมื่อทุกคนได้ดื่มน้ำทิพย์์พวกเขาก็รู้สึกสดชื่นมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาทันทีอาการเมื่อยล้าเ็ปหายเป็ปลิดทิ้ง
ทุกคนรู้สึกขอบคุณคุณหนูหลิวเฟยเซียนเป็อย่างมากและสัญญากับตนเองว่าจะตั้งใจฝึกและจะจงรักภักดีต่อตระกูลหลิวไปตลอดชีวิต
หลิวเฟยเซียนนั้นรู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองนางอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่มีรังสีสังหารฆ่าฟันใดใดจึงวางใจไปแต่ก็ไม่ทั้งหมด
นางเดินออกมาคนเดียวห่างจากกองกำลังตนไม่ไกลนักและยืนนิ่ง
“ออกมาเ้าเป็ใคร ตามข้ามาทำไม” หลิวเฟยเซียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียเ็า