ตอนที่ 188 ลูกสาวของแกมันก็แค่ผู้หญิงสกปรก
พ่อของรดาและรดาเตรียมลุกจากไป หลังจากลงนามเซ็นสัญญาขอยกเลิกสัญญาของอีกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เท่ากับว่าในตอนนี้บริษัททั้งสองไม่ได้เป็นพันธมิตรและพาร์ตเนอร์ต่อกันอีก
ซึ่งบริษัทของรดาจะต้องเปลี่ยนชื่อจากบริษัทสยามโนวากรุป เป็นชื่ออื่นเพื่อตัดทอนคำว่า ‘โนวา’ ที่เป็นบริษัทพันธมิตรด้วยเช่นกัน
แต่กระนั้นเรื่องเปลี่ยนชื่อไม่ได้มีความสำคัญอะไร การยกเลิกสัญญาต่อกันต่างหากที่ทำให้จางรุ่ยเทียนถึงกลับไปไม่เป็น มันยังคงนั่งมึนงงกับเรื่องที่จบสิ้นอย่างรวดเร็ว
จางรุ่ยเทียนไม่คิดว่า บริษัทของรดาจะยอมง่ายดายแบบนี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะโกรธและแสดงความไม่พอใจออกมา เมื่อแผนการของมันที่จะกดดันอีกฝ่ายนั้นไม่ได้ผล
“ฉันอุตส่าห์ใจดีกับบริษัทของพวกแกแล้ว แต่พวกแกไม่รับน้ำใจของฉัน พวกแกคิดว่าตัวเองเป็นใคร…การที่ฉันยอมรับลูกสาวของแกให้มาแต่งงานกับฉัน มันก็ดีถมเถแล้ว คิดเหรอว่าลูกสาวของแกบริสุทธิ์ผุดผ่อง” จางรุ่ยเทียนลุกขึ้น ชี้หน้าด่าพ่อของรดา พลางด่ากราดถึงเรื่องของรดาที่กำลังคบหาอยู่กับพีท กล่าวหาเธอว่าไม่ใช่หญิงสาวที่บริสุทธิ์
นี้คือการด่าทอ ที่ถือเป็นการล่วงเกินพ่อของรดาเป็นอย่างมาก ซึ่งทางทนายของทางฝั่งจางรุ่ยเทียนและทนายฝ่ายจีนก็ได้รีบเข้ามาห้าม เพราะการทำเช่นนี้มีแต่จะทำให้เรื่องมันบานปลายมากขึ้น
“หึหึ อึ้งไปเลยสินะตาแก่…แกรู้หรือเปล่าว่าลูกสาวของแกสกปรกขนาดไหน เธอไม่ได้บริสุทธิ์เลย เธอกำลังคบอยู่กับไอ้เด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม คนหนึ่งที่ชื่อว่า พีท และรู้ไหมไอ้เด็กคนนั้นมีแฟนอยู่แล้ว ลูกสาวของแกกำลังเป็นเมียน้อยของมัน ฮ่าฮ่า” จางรุ่ยเทียนสาธยาย หวังฉีกหน้าพ่อของรดาให้ขาดวิ่นและหวังจะทำให้ครอบครัวของรดา ร้าวฉานอีกด้วย
“เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้วและฉันก็ได้มีโอกาสพบกับเด็กหนุ่มที่ชื่อว่าพีทแล้ว ถือเป็นเด็กหนุ่มที่มีวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวแล้วที่สำคัญ ฉันมองว่าเขาเก่งกว่าเธออยู่มากนะจางรุ่ยเทียน” พูดจบพ่อของรดาก็สะบัดหน้าเตรียมจากไป โดยมีรดาเตรียมไปอธิบายเรื่องที่เธอกับพีทและฝ้าย ทั้งสามคนกำลังคบกันเพื่อให้พ่อเข้าใจด้วย
แต่แล้วในชั่วขณะที่ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลง…เลขาของรดาก็ได้เข้ามารายงานถึงสถานการณ์ของหุ้นในบริษัท ที่มีการพลิกผัน เกิดขึ้นในตลาดหุ้นของบริษัทให้กับพ่อของรดาและรดาได้รับทราบ
ข้อมูลเรื่องหุ้น ไม่ใช่เรื่องที่ปกปิดกันได้ ทุกคนสามารถเข้าไปดูหุ้นของบริษัทที่ต้องการก็ได้ทั้งนั้นและเป็นไปตามคำพูดของพ่อรดาที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด ‘ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทสยามโนวากรุปที่ถือหุ้นเป็นรองจากพ่อของรดา ได้เทขายหุ้นในมือจนหมดจริงๆ’ การกระทำเช่นนี้ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทของรดาร่วงลงอย่างน่าใจหาย
ผู้ถือหุ้นรายย่อย เมื่อเห็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เทขายหุ้นออกไป พวกเขาก็กลัวว่าบริษัทกำลังจะล้มละลาย พวกเขาเลยจัดการเทขายหุ้นตามจนราคามันดิ่งลงจนเหลือเพียงแค่หลักหน่วย
สถานการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาวิกฤตของบริษัทสยามโนวากรุปแล้ว “ฮ่าฮ่า บริษัทของพวกแกสองพ่อลุก มันจบแล้ว! ถ้าตอนนี้อ้อนวอนแก่ฉัน ฉันจะซื้อหุ้นที่เหลือเอาไว้เอง” จางรุ่ยเทียนมองเห็นโอกาสขึ้นอีกครั้ง หากตอนนี้เขาเข้าซื้อหุ้นของบริษัทสยามโนวากรุปเอาไว้ ก็เท่ากับว่า ถือหุ้นรองจากพ่อของรดาและตัวของรดาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ถึงจะฮุบบริษัทเอาไว้ไม่ได้ แต่ก็มีสิทธิ์ออกเสียงในเรื่องต่างๆ มากพอที่จะทำให้บริษัทติดล่ม จะเดินหน้าหรือถอยหลังก็ไม่ได้ เพราะจางรุ่ยเทียนที่มีสิทธิ์ออกเสียงจะขัดแข้งขัดขาได้จากทุกทิศทาง
หากแต่ในระหว่างที่จางรุ่ยเทียนกำลังโชว์พลังอำนาจของตัวเอง เพื่อจะตอกฝาโลงให้กับบริษัทสยามโนวากรุป ภายในเสี้ยววินาทีเดียว ตัวเลขหุ้นที่ถูกเทขายก็พลันสวิงขึ้นราวกับติดจรวด
ภายในเสี้ยววินาทีจากหุ้นแดงติดลบ กลายเป็นตัวเลขสีเขียวอย่างน่าตกใจ…โดยราคาหุ้นตอนนี้ภายในชั่วพริบตาเดียว มันได้ดีดขึ้นกลับไปอยู่ในราคาเดิมแล้ว
ผู้ถือหุ้นทั้งหมดที่เทขายหุ้นไปต่างตกตะลึงกับตัวเลขสีเขียวนี้ พวกเขาขาดทุนอย่างหนักแล้ว บริษัทสยามโนวากรุปจะล้มละลายเหรอ? มันคือเรื่องโกหกทั้งเพ การเข้ามาของผู้ที่ช้อนหุ้นทั้งหมดเอาไว้ มันเปิดเผยอยู่ทนโท่นั้นก็คือบริษัท Rayzen Techฯ!!
พริบตาเดียว พีทกวาดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของสยามโนวากรุปไปจนเกลี้ยง แถมได้มาในราคาที่ถูกแสนถูก ใช้เงินไปไม่เท่าไร ก็ได้สิทธิ์และอำนาจในการบริหารบริษัทมหาชนนี้แล้ว
จางรุ่ยเทียนยังไม่รู้ว่าบริษัท Rayzen Techฯ นั้นเป็นของพีท เพราะข่าวสารในประเทศจีนค่อนข้างปิดหูปิดตาข่าวสารจากโลกภายนอกอยู่มากพอสมควร ทำให้จางรุ่ยเทียนคิดว่าบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทที่เข้ามาหาผลกำไรนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม พ่อของรดาและรดาที่ล่วงรู้ข่าว กลับเผยรอยยิ้มออกมา…พวกเขาทั้งสองพ่อลูกส่งเสียง ‘หึหึ!’ ออกมาในลำคอ ประหนึ่งเป็นการเยาะเย้ยจางรุ่ยเทียน
“ส่งแขก!” คำพูดจากพ่อของรดา สื่อความหมายได้เพียงอย่างเดียว นั้นก็คือ ไล่คนพวกนี้ออกไปจากบริษัทของฉันได้แล้ว! เพียงไม่นานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ดูแลห้องประชุมอยู่ด้านนอก ก็เข้าไปโอบล้อมกลุ่มของจางรุ่ยเทียนและเชิญพวกเขาออกจากบริษัทด้วยความนุ่มนวลแต่แฝงด้วยแรงกดดันที่บ่งชี้ว่า อย่าได้มาเหยียบที่นี่อีกเป็นอันขาด
รดาได้เดินตามพ่อของเธอมายังห้องทำงานของเขา ประตูห้องทำงานได้ถูกเธอปิดสนิท โดยไม่มีใครคนอื่นนอกจากพ่อของเธอและตัวเธอ เพียงลำพัง
‘เฮ้อ!’ พ่อของรดาเหมือนกับแก่ลงไปสิบปี พ่อของเธอทิ้งตัวลงไปบนโซฟา ราวกับคนที่หมดเรี่ยวแรง หนังตาปิดสนิทคล้ายกับคนหมดพลัง
รดาได้เทน้ำอุ่นมาให้พ่อของเธอ เพื่อคลายความกระหาย “ดื่มน้ำสักหน่อยนะคะ” รดายื่นแก้วน้ำให้พ่อของเธอ พลางนั่งคุกเข่าลงกับพื้น เสมือนว่าเธอยอมรับความผิดที่เธอได้ทำให้พ่อของเธออับอาย
จากเรื่องที่จางรุ่ยเทียนบอกเล่าว่าเธอคบหากับพีท ทั้งๆ ที่พีทมีแฟนอยู่แล้วนั่นเอง
กระนั้นพ่อของรดาลืมตาขึ้นมา เมื่อเห็นลูกสาวกำลังนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นก็รีบแบกสังขารขึ้นมาประคองลูกสาวของตัวเองเอาไว้ “นั่งคุกเข่าทำไม เดี๋ยวเข่าก็เจ็บหรอก ขึ้นมานั่งกับพ่อดีๆ สิ” นี้คือแก้วตาดวงใจของคนเป็นพ่อ ไม่มีพ่อคนไหนในโลกโกรธลูกสาวของตัวเองจนทนเห็นภาพลูกสาวนั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าตัวเองได้หรอก
ในสายตาคนเป็นพ่อ ลูกสาวคือเจ้าหญิงน้อยในสายตาของพวกเขาไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ต่อให้ลูกสาวจะทำผิดสักแค่ไหน ในสายตาคนเป็นพ่อทุกคน ลูกสาวคือคนเดียวในโลกที่พ่อจะยอมให้เสมอ แม้แต่คนเป็นภรรยาก็เทียบตำแหน่งนี้ไม่ได้
ดั่งคำกล่าวที่ว่า ‘ทะเบียนสมรสหรือจะสู้สูติบัตร’ พ่อของรดาก็เช่นกัน ต่อให้จะเป็นประธานบริษัทที่เข้มงวดมากแค่ไหน แต่กับรดาที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจที่พ่อคนนี้ตกหลุมรักตั้งแต่ยังไม่เคยได้เห็นหน้ากัน
มีหรือจะโกรธลูกสาวลง ‘ลูกรักใคร พ่อก็รักด้วย…ขอแค่คนๆ นั้นรักลูกของพ่อก็เพียงพอแล้ว’
“โทรหาพีทให้พ่อหน่อยสิ พ่ออยากคุยกับเขา” พ่อของรดาใช้มือที่ว่างอยู่ลูบหัวลูกสาวของรดาเบาๆ รดาเองก็พยักหน้าและกดโทรศัพท์ติดต่อหาพีท ภายในชั่วอึดใจเดียว พีทก็พลันรับสายอย่างรวดเร็วไม่ปล่อยให้รดารอนาน
“รดา ผมได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัทพ่อคุณ เอาไว้แล้วนะครับ ไม่ต้องเป็นห่วงบริษัทในตอนนี้ไม่มีทางตกไปเป็นของคนอื่นแล้ว ส่วนเรื่องสิทธิ์โหวตในบริษัท ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่าย คุณกับพ่ออย่างแน่นอนให้ท่านสบายใจได้” ทันทีที่รับสายพีทก็โพล่งถึงเรื่องที่เขาเข้าซื้อหุ้นบริษัทของรดาเอาไว้ออกมา
“ขอบคุณมาก” หากแต่เสียงที่ตอบกลับไม่ใช่เสียงของรดา แต่เป็นเสียงของพ่อของเธอแทน “สวัสดีครับคุณลุง คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ หุ้นที่ผมซื้อไว้ ผมซื้อไว้เก็งกำไรเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรแอบแฝงหรือหวังผลประโยชน์จากคุณลุงอย่างแน่นอนครับ” พีทสะดุ้งตกใจเล็กน้อยที่เสียงตอบกลับ จะเป็นเสียงพ่อของรดา
กระนั้นเพื่อความบริสุทธิ์ใจเขาเลยบอกเล่าเรื่องที่เขาได้เข้าซื้อหุ้นในกิจการของบริษัทสยามโนวากรุป ว่าตัวเขาไม่ได้มีเจตนาใดๆ แอบแฝง ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงพีท รดาและพ่อของรดาต่างรู้อยู่แก่ใจว่าที่พีทเข้าซื้อหุ้นก็เพราะช่วยรักษาเสถียรภาพของบริษัทเอาไว้
“ฉันเข้าใจ…ว่าแต่เธอทำอะไรอยู่หรือเปล่า? เสียงภายนอกค่อนข้างดังนะ?” พ่อของรดาเอ่ยถาม “คือผมกำลังเข้ามาดูโรงงานที่จะใช้เป็นฐานการผลิตให้กับบริษัทครับ” พีทได้ตอบไปตามความจริง เพราะเสียงเครื่องจักรที่ได้ขนย้ายมาจากโรงงานในประเทศเวียดนามได้ส่งมาถึงไทยแล้วนั่นเอง
“เย็นนี้ว่างไหม ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอสักหน่อย เอาเป็นทานข้าวเย็นที่บ้านของฉันเป็นไง” พ่อของรดากล่าวชวน ซึ่งพีทไม่มีการลังเลใดๆ เขารีบตอบรับและสั่งการเพื่อกลับไปเตรียมตัวเพื่อไปที่บ้านของรดาทันที
พีทได้มาบ้านของรดาเป็นครั้งที่สองแล้ว คราวนี้เป็นการเชิญจากพ่อของรดาเอง…ซึ่งบรรยากาศไม่ได้ชวนอึดอัดเหมือนกับครั้งแรกอีกแล้ว พ่อและแม่ของรดา รวมถึงตัวของรดาก็ได้มายืนรอพีทที่ประตูหน้าทางเข้าบ้านด้านใน พลางกำชับสั่งให้คนขับรถ นำรถของพีทเข้าไปจอดในโรงจอดรถของบ้าน
พีทอดที่จะเกร็งขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ ครั้งแรกเกร็งเพราะพ่อของรดาดูไม่ค่อยอยากจะต้อนรับเขา ส่วนครั้งนี้ที่เกร็งเพราะทำตัวไม่ถูก เพราะท่าทีของพ่อรดาเปลี่ยนไปมาก แม้จะยังไม่อยากจะต้อนรับพีทอยู่บ้าง แต่มันก็ลดน้อยลงไปเยอะ ราวกับกำลังเปิดการป้องกันลงเพื่อทำความรู้จักกับพีทอย่างจริงจังนั่นเอง
โต๊ะอาหารในบ้านของรดาล้วนเป็นมีอาหารมากมายอยู่เต็มโต๊ะ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ไม่มีไขมันมากนัก แต่รสชาติอาหารก็ไม่ได้น้อยหน้าอาหารตามปกติเลย ซึ่งการจะทำอาหารสุขภาพให้ยังคงรสชาติอร่อยเอาไว้ได้ ไม่ใช่ทุกบ้านจะทำได้ อย่างน้อยต้องมีพ่อครัวหรือแม่ครัวที่เชี่ยวชาญในด้านนี้มาคอยสอนวิธีการทำอย่างแน่นอน
“เธอกำลังคบกับผู้หญิงอีกคนอยู่ใช่หรือเปล่า?” นี้คือคำถามแรกที่พ่อของรดาเริ่มพูดคุยกับพีท หลังจากพากันมานั่งทานข้าว โดยครั้งนี้รดาและแม่ของเธอเลือกที่จะเงียบ พลางปล่อยให้ผู้ชายทั้งสองคนเปิดใจคุยกันแทน “ใช่ครับ…ผมได้คบกับผู้หญิงอีกคนอยู่ครับ เธอชื่อว่าฝ้าย ตอนนี้กำลังเรียนต่อปริญญาโทอยู่ที่อเมริกาครับ” พีทตอบแบบไม่ลังเล แถมระหว่างที่ตอบเขาก็มองหน้าพ่อของรดาไปด้วยเช่นกัน
“แล้วลูกสาวของฉันล่ะ…เธอจริงจังกับลูกสาวของฉันไหม?” นี้ไม่ใช่คำถามชวนหาเรื่อง แต่เป็นคำถามจากปากของคนเป็นพ่อที่ห่วงลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ
“จริงจังครับ ผมรักรดาไม่น้อยไปกว่าฝ้ายเลยครับ คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงว่าผมรังแกลูกสาวของคุณลุงนะครับ ผมสัญญาว่าจะไม่มีวันนั้น” พีทพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและจริงใจ ก่อนที่จะมีเสียงหวานๆ ของรดา ที่ปกติแล้วเสียงของเธอจะดูเย็นชา แม้แต่กับคนเป็นพ่อได้พูดแทรกขึ้นมา “ลูกสาวของพ่อไม่ยอมให้ใครถูกรังแกง่ายๆ อยู่แล้ว…และโดยปกติแล้วจะเป็นหนูกับฝ้าย รังแกพีทเสียมากกว่า” รดายิ้มด้วยหน้าตาทะเล้นนิดๆ ทำเอาคนเป็นพ่อและแม่ ถึงกับเบือนหน้าหนี ไม่คิดว่าลูกสาวจะมีมุมอ่อนหวานอะไรแบบนี้ด้วย
พ่อและแม่ของรดา สังเกตท่าทางของรดาเพียงปราดเดียวก็รู้แล้ว ลูกสาวของตนเอง ได้ทุ่มหัวใจให้กับเด็กหนุ่มคนนี้ไปหมดแล้ว จะห้ามปรามอะไรก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว คงได้แต่ปล่อยให้พวกเขารักกันและสนับสนุนอยู่ห่างๆ ในฐานะพ่อและแม่
อะแฮ่ม~! พ่อของรดาแสร้งไอ เพื่อพยายามควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เลยเถิด ถือว่าเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่งที่พ่อของรดาเชี่ยวชาญ
“ตอนนี้เธอกำลังทำธุรกิจอะไรอยู่บ้าง…ถึงฉันจะไม่ค่อยรู้เรื่องของเธอมากนัก แต่ชื่อบริษัทของเธอ โดดเด่นมากเลยนะในวงการธุรกิจช่วงนี้” พ่อของรดาได้ให้คนไปสืบแล้วว่าพีทนั้นเป็นใครมาจากไหน หรือ กำลังทำธุรกิจอะไรอยู่
แต่กระนั้นผลการสืบกลับแทบไม่พบชื่อของพีทเลยในหน้าสื่อ จะมีก็แต่ชื่อของบริษัทอย่าง Chicky CPF , Easy Food เท่านั้นที่พอจะหาข้อมูลได้
และถ้าหากไม่รู้ว่าลูกสาวของตนได้ลงทุนในบริษัท Easy Shop ที่เป็นอีกหนึ่งบริษัทในเครือ Easy ของพีท ตัวของพ่อรดา ก็แทบไม่รู้เลยว่าในประเทศไทยมีชื่อของบริษัทนี้อยู่ ส่วนเรื่องของบริษัท Rayzen Techฯ เรื่องนี้พ่อของรดาก็พบว่ามีเบื้องหลังที่ลึกลับไม่แพ้กัน
เพราะมันมีชื่อของพีทในบริษัทนั้นจริงๆ โดยชื่อของพีทนั่งแท่นเป็นประธานของบริษัทด้วย แต่จากหน้าสื่อที่ออกมา มันกลับถูกต่อท้ายด้วยคำว่า
‘เป็นตัวแทนในนาม’ เสียอย่างนั้น
และจากคำว่าตัวแทนในนาม มันก็เลยทำให้สื่อทั้งในและต่างประเทศไม่คิดสนใจ พีทเท่าไรนัก เพราะมองว่าเป็นแค่หุ่นเชิด สวมชื่อให้กับนักธุรกิจที่ลึกลับคนหนึ่งนั่นเอง
ดังนั้นพีทจึงสามารถหลบเลี่ยงการขอสัมภาษณ์ได้อยู่เสมอๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแผนของน้าผี ที่ยังไม่อยากให้พีทเปิดเผยตัวตนเร็วเกินไปนั่นเอง
“ผมจะไม่ขอปิดบังคุณลุงกับคุณป้านะครับ ตอนนี้ผมกำลังดูแลร้าน Chicky CPF และบริษัท Easy อยู่ทั้งหมด ส่วนบริษัท Rayzen Techฯ ที่ผมได้เคยเสนอโปรเจกต์หนึ่งให้กับคุณลุงเมื่อครั้งก่อน ก็เป็นผมเองที่เป็นประธานบริษัทและมันไม่ใช่ประธานในนามที่ปรากฏบนหน้าสื่อครับ ผมคือประธานของบริษัท Rayzen Techฯ จริงๆ เพียงแต่มีเหตุผลที่ต้องปิดบังชื่อของตัวเองเอาไว้ก่อน” การจะร่วมมือกันสิ่งแรกที่ต้องทำคือแสดงความจริงใจให้กับอีกฝ่ายได้เห็นก่อน
และพีทก็แสดงความจริงใจของเขาออกมาต่อหน้า พ่อและแม่ของรดาด้วยการยอมรับว่าเขาคือประธานบริษัท Rayzen Techฯ โดยรดาที่เหมือนจะรู้อยู่แล้ว ก็พยักหน้าให้ด้วยความเข้าใจ
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 2 ทุ่มนะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy