“ดินฉันแพรวาเป็ผู้จัดการร้านค่ะ คุณอเนกเ้าของร้านได้แจ้งให้ดิทราบแล้วว่า ถ้าคุณนคินทร์ติดต่อมาเื่ชุดแต่งงานให้ทางเราบริการอย่างดี ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้จะเป็วันหยุด แต่ถ้าคุณนคินทร์้ามาดูชุดแต่งงานแล้วล่ะก็ ดินฉันยินดีให้บริการอย่างเต็มที่ค่ะ คุณนคินทร์แจ้งเวลาเข้ามาได้เลยนะคะ”
“ถ้างั้นพรุ่งนี้ประมาณหนึ่งทุ่ม ผมจะพาแฟนเข้าไปลองชุด”
“ยินดีค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ” เขากดวางสายไปพร้อมกับสายตาคมหันมาจับจ้องมองร่างของหญิงสาวที่ง่วนอยู่กับการทำอาหารตรงหน้า
“พี่คินทร์” รมิตาเบิกตากว้างเมื่ออยู่ ๆ นคินทร์ก็เดินเข้าไปโอบเอวเธอจากด้านหลัง โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว พร้อมกับสูดกลิ่นหอมจากกายของเธอแล้วซบลงบนบ่าในท่าสบาย
“ใกล้เสร็จหรือยัง” เขาถามเสียงอ้อน พร้อมกับรอยยิ้มหวานของรมิตาจะปล่อยออกมา
“หิวแล้วเหรอคะ”
“หิวแล้ว” น้ำเสียงอ้อนของนคินทร์ทำให้หญิงสาวค่อย ๆ เบี่ยงตัวกลับมายังชายหนุ่ม พลันยกมือลูบใบหน้าของเขาด้วยความอ่อนโยน
“งั้นก็รออีกหน่อยนะคะ น้ำซุปกำลังเดือด แต่ถ้าจะให้ดี พี่คินทร์ควรออกไปรอที่โซฟา มายืนกอดมิตาแบบนี้มิตาขยับตัวไม่ถนัด”
“ก็อยากกอด” เขากระชับกอดแน่นขึ้น พลันเตรียมก้มลงจูบปากรมิตาเหมือนอย่างเคย ทว่าหญิงสาวถอยหนีได้ทัน
“ไม่ได้แล้วค่ะ เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่ พอมิตาตามใจ พี่คิดก็จูบมิตาไม่เลือกที่” ใบหน้าของชายหนุ่มไม่ได้สลดลงแม้แต่น้อย เขากลับยิ้มร่าออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้างอ
“ก็มิตาเป็ของพี่ ตรงนี้ของพี่ ตรงนี้ของพี่ และตรงนี้ก็ของพี่” เขาชี้ไปตามส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าที่เคยประทับรอยจูบไว้ แล้วเอ่ยทวงความเป็เ้าของ
“มิตาระวัง!” นคินทร์เบิกตากว้าง เมื่อเห็นหญิงสาวเผลอถอยหลังหนีเขาไปยังหม้อต้มซุปที่กำลังเดือดปุด ๆ ชายหนุ่มรีบรั้งร่างเธอเข้าหาตัว พร้อมกับมือของเขาเหวี่ยงไปหม้อต้มแทน
เสียงร้องของนคินทร์ทำให้รมิตารีบหันมา แล้วพบว่ามือของเขาสั่นระริกด้วยความเ็ป
“พี่คินทร์” เธอรีบปิดเตา แล้วจับมือชายหนุ่มขึ้นมาดูด้วยความใอย่างถึงที่สุด
“เจ็บมากไหมคะ ต้องพองแน่ ๆ เลย” หญิงสาวทำท่าจะร้องไห้ เพราะความเป็ห่วงกลัวว่านคินทร์จะเป็อะไร ทว่าสายตาของเขา มองการกระทำของรมิตา ด้วยหัวใจเต้นไม่เป็จังหวะ เขารับรู้ถึงความรักที่หญิงสาวมีให้อย่างสุดหัวใจ ก่อนที่เธอจะเงยหน้ามองชายหนุ่ม
“ไปนั่งโซฟาก่อนนะคะ เดี๋ยวมิตาจะรีบออกไปซื้อยามาทาให้” รมิตาพูดพลางดึงตัวเขามานั่ง ท่าทางกระวนกระวายของหญิงสาวนั้น ทำให้นคินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“พี่แค่โดนหม้อต้มซุป อย่างมากก็แค่พอง ไม่ต้องขวัญเสียขนาดนี้ก็ได้” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้น
“แต่ถึงอย่างนั้น แผลแบบนี้มันแสบมากนะคะ พี่คินทร์รอมิตาอยู่ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวมิตาไปซื้อยาก่อน” เธอทำท่าจะหันไปหยิบกระเป๋าเงิน ก่อนที่มือหนาของนคินทร์จะคว้าร่างเล็กไว้ได้ทัน
“ไม่ต้องไปหรอก”
“ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวมันจะพอง และแสบมาก มิตาเคยเป็ พี่คินทร์ไม่เคย จะไม่รู้หรอก ว่าแผลโดนความร้อนมันทรมานแค่ไหน” นคินทร์เผลอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก่อนที่หญิงสาวจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“เจ็บแบบนี้ยังจะยิ้มออกอีกเหรอคะ มิตาบอกแล้วว่าอย่าเข้าไป สุดท้ายเจ็บตัวเพราะมิตาจนได้” น้ำเสียงของหญิงสาวคล้ายรู้สึกผิด ก่อนจะถูกชายหนุ่มดึงเธอเข้ามานั่งด้านข้าง
“พี่ขับรถไม่ไหวแล้ว วันนี้ขอนอนค้างได้ไหม” นคินทร์ทำเสียงอ้อน พร้อมส่งสายตาอ่อนโยนให้กับหญิงสาว แล้วชูมือที่แดงระเรื่อให้รมิตาดู เพื่อให้เธอเห็นใจ
“มิตาไปซื้อยาก่อนนะคะ”
“ยาอยู่ในตู้ด้านนั้น” เขารีบเอ่ยขึ้น ว่าแล้วหญิงสาวจึงเดินไปหยิบยา แล้วบรรจงทาให้เขาทันทีด้วยความเป็ห่วง นคินทร์จับจ้องมองใบหน้าอ่อนหวานของเธอ ที่กำลังบรรจงทายาให้เขาด้วยความสุขใจ ยิ่งเห็นเธอเป็ห่วงเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรับรู้ถึงความรักที่เธอมีให้มากเท่านั้น
“เสร็จแล้วค่ะ” เธอพูดพร้อมเก็บยาลงกล่อง แล้วเลื่อนสายตามองชายหนุ่มอย่างจริงจัง
“นั่งรออยู่ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวมิตาไปตักต้มจืดให้ทาน”
“ไม่เอาอ่ะ” เขาคว้าร่างเล็กไว้ในอ้อมกอด รั้งไม่ยอมให้เธอไป
“ไหนว่าหิวไงคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น พลันหันกลับมายังชายหนุ่ม แล้วก้มลงหอมแก้มเขาอย่างอ่อนโยน พร้อมกับกลิ่นกายของเธอทำให้นคินทร์ไม่อาจห้ามใจได้ เขาคว้าร่างเล็กลงแล้วพลิกตัวขึ้นทับเธอในทันที ก่อนที่หญิงสาวจะเบิกตากว้าง
“พี่คินทร์ ปล่อยค่ะ”
“ไม่อยากกินต้มจืดแล้ว” เขาพูด พร้อมกับก้มลงหอมแก้มเธอ แล้วซุกไซร้ไปตามร่างกาย ก่อนที่มือบางจะดันตัวเขาไว้
“พี่คินทร์คะ ถ้าไม่หยุดมิตาจะให้พี่คินทร์กลับบ้านไปเดี๋ยวนี้ และพี่คินทร์จะไม่ได้ทานต้มจืดด้วยนะคะ” ชายหนุ่มเห็นท่าหญิงสาวจะเอาจริง จึงยู่หน้าแล้วยอมปล่อยเธอเป็อิสระ